TikTok ได้กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการขายของและการตลาดออนไลน์ที่เติบโตสูงที่สุดสำหรับ SME ไทย ทั้งการลงโฆษณาด้วยระบบ TikTok Ads และการว่าจ้าง "อินฟลูเอนเซอร์"
(Creators/Influencers) ในการรีวิวสินค้า ทว่า รายจ่ายเหล่านี้มีขั้นตอนการหักภาษี
ณ ที่จ่ายและการจัดการภาษีมูลค่าเพิ่มต่างประเภทกันอย่างสิ้นเชิง
สารบัญบทความ
1. การซื้อแอดโฆษณา TikTok Ads (จ่ายเงินข้ามประเทศไปสิงคโปร์)
การชำระเงินค่าโฆษณาให้กับ TikTok เป็นการทำธุรกรรมร่วมกับบริษัท TikTok Pte. Ltd. (ประเทศสิงคโปร์) ซึ่งจดทะเบียนในต่างประเทศ:
- ไม่มีใบกำกับภาษี VAT 7% ไทยส่งมาให้: ในบิลเรียกเก็บเงินจะไม่มีการชาร์จ VAT ของไทย
- หน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.36: บริษัทผู้ลงโฆษณามีหน้าที่ต้อง "ยื่นนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทน" ด้วยแบบ ภ.พ.36 โดยคำนวณ 7% จากยอดเงินโอนค่าโฆษณาทั้งหมดในเดือนภาษีนั้นๆ ยื่นภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (จากนั้นสามารถนำใบเสร็จรับเงินที่สรรพากรออกให้มาใช้เป็น "ภาษีซื้อ" เคลมเครดิตหักแวตขายในเดือนถัดไปได้)
2. การจ้างงานอินฟลูเอนเซอร์ในประเทศ (บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล)
เมื่อบริษัทจ้างนักรีวิวหรือผู้ผลิตวิดีโอประชาสัมพันธ์แบรนด์สินค้า หน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) จะอิงตามสถานะกฎหมายของผู้รับเงินดังนี้:
เกณฑ์หักภาษี ณ ที่จ่ายจ้างอินฟลูเอนเซอร์:
1. กรณีจ้างอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็น "บุคคลธรรมดา": ถือเป็นงานบริการ/จ้างทำของตามมาตรา 40(8) บริษัทมีหน้าที่ หักภาษี ณ
ที่จ่ายในอัตรา 3% นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 พร้อมจัดทำเอกสาร "ใบรับรองหัก ณ
ที่จ่าย" มอบให้เจ้าตัว
2. กรณีจ้างสังกัดเอเจนซี่ หรือจ้างอินฟลูเอนเซอร์ที่จดในนาม "บริษัทจำกัด": บริษัทต้องทำการ หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ในยอดค่าจ้างบริการ
และนำส่งสรรพากรด้วยแบบ ภ.ง.ด.53
3. ภาษีซื้อที่เกิดจากเอเจนซี่โฆษณาในไทย
หากว่าจ้างเอเจนซี่การตลาดในประเทศให้ดูแลการทำกิจกรรมโฆษณาใน TikTok ทั้งหมด โดยเอเจนซี่ชาร์จแวต 7% และระบุใบกำกับภาษีมาเป็นตัวเงินไทย
ค่าแวตก้อนนี้บริษัทสามารถนำมาลงรายการเป็นภาษีซื้อเพื่อเคลมภาษีขายปลายเดือนได้ตามปกติ ไม่ต้องยื่นแบบ
ภ.พ.36 เองอีกรอบ
สรุป
การโฆษณาใน TikTok และการใช้การตลาดอินฟลูเอนเซอร์ช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างมาก แต่เพื่อป้องกันภาระภาษีประเมินย้อนหลัง ฝ่ายการเงินของแบรนด์ต้องจำไว้เสมอว่า การจ่ายค่าแอด TikTok
ต่างประเทศโดยตรงต้องการการส่งแบบ ภ.พ.36 เสมอ
และการจ้างอินฟลูเอนเซอร์ในประเทศต้องการการหัก ณ ที่จ่าย 3% พร้อมจัดทำหนังสือรับรองตามระเบียบ
ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
บทความเรื่อง ภาษีการซื้อโฆษณาใน TikTok และการจ้างอินฟลูเอนเซอร์: แนวทางการหัก ณ ที่จ่ายและยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม ควรใช้ตรวจทั้งจุดเกิดภาษี เอกสารขาย เอกสารซื้อ และรายงาน ภ.พ.30
เพราะข้อผิดพลาด VAT
มักกระทบหลายเดือนต่อเนื่องและแก้ยากเมื่อปิดรอบภาษีไปแล้ว
เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ
- ตรวจว่าธุรกิจอยู่ในกิจการที่ต้องจด VAT หรือเป็นกิจการยกเว้น VAT
- แยกใบกำกับภาษีขาย ใบกำกับภาษีซื้อ ใบเสร็จ และหลักฐานรับชำระเงินให้ตรงรอบเดือน
- กระทบยอดรายงานภาษีซื้อ-ขายกับ ภ.พ.30 รายได้ และรายการเดินบัญชีธนาคารก่อนยื่นแบบ
ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง
- เคลมภาษีซื้อจากเอกสารที่ข้อมูลไม่ครบหรือไม่เกี่ยวกับกิจการโดยตรง
- ออกใบกำกับภาษีผิดเดือนหรือไม่สัมพันธ์กับวันที่รับเงิน ส่งมอบสินค้า หรือให้บริการ
- ปล่อยให้รายได้เกินเกณฑ์จด VAT โดยไม่มีแผนจดทะเบียนและปรับระบบเอกสาร
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- กรมสรรพากร: ภาษีมูลค่าเพิ่ม
- กรมสรรพากร: กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
- กรมสรรพากร: ระบบยื่นแบบออนไลน์ e-Filing
ตารางนำบทความไปใช้
| ประเด็น | สิ่งที่ต้องตรวจ | ผลที่ต้องบันทึก |
|---|---|---|
| 1. การซื้อแอดโฆษณา TikTok Ads (จ่ายเงินข้ามประเทศไปสิงคโปร์) | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
| 2. การจ้างงานอินฟลูเอนเซอร์ในประเทศ (บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล) | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
| 3. ภาษีซื้อที่เกิดจากเอเจนซี่โฆษณาในไทย | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
การวางแผนและตรวจสอบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มีจุดใดที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก?
ต้องพิจารณาว่าธุรกิจของเราอยู่ในขอบข่ายกิจการที่ต้องเสีย VAT หรือได้รับยกเว้นตามกฎหมาย จากนั้นตรวจสอบจุดความรับผิดในการเสียภาษี (Tax Point) ของธุรกรรม
เพื่อออกใบกำกับภาษีขายและนำส่งภาษีได้อย่างถูกต้องตรงตามงวดเดือน
เอกสารและหลักฐานสำคัญที่ต้องจัดเก็บเพื่อรองรับการตรวจสอบภาษีมูลค่าเพิ่มมีอะไรบ้าง?
ต้องจัดเก็บใบกำกับภาษีซื้อที่ได้รับจากคู่ค้า (ตัวจริง), สำเนาใบกำกับภาษีขาย, ใบเสร็จรับเงิน, รายงานภาษีซื้อ, รายงานภาษีขาย, และหลักฐานการชำระเงินที่สัมพันธ์กับบิลแต่ละใบ
เพื่อให้สามารถกระทบยอดและตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย
หากพบว่ายื่นแบบ ภ.พ.30 หรือแสดงยอดภาษีมูลค่าเพิ่มผิดพลาดไปแล้ว ควรดำเนินการแก้ไขอย่างไร?
ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบยอดต่างของภาษีซื้อหรือภาษีขายในเดือนนั้นๆ แล้วจัดทำแบบยื่นเพิ่มเติม (ภ.พ.30 เพิ่มเติม) เพื่อนำส่งภาษีที่ขาดพร้อมชำระเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (ถ้ามี)
โดยเร็วที่สุดเพื่อลดภาระค่าปรับที่อาจสะสมเพิ่มขึ้น
สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง ภาษีการซื้อโฆษณาใน TikTok และการจ้างอินฟลูเอนเซอร์: แนวทางการหัก ณ ที่จ่ายและยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ ภาษีการซื้อโฆษณาใน TikTok และการจ้างอินฟลูเอนเซอร์: แนวทางการหัก ณ ที่จ่ายและยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม
พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล
การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบภาระภาษีและวางระบบบัญชีให้เหมาะกับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ จะช่วยให้วางแผนงานได้แม่นยำขึ้น สามารถดูรายละเอียดบริการบัญชีและภาษีทั้งหมดของ A Plus Me
เพิ่มเติมได้