ปัจจุบันแทบทุกธุรกิจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้โฆษณาออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า แพลตฟอร์มหลักที่ใช้งานคือ Google Ads, Facebook (Meta) Ads และ TikTok Ads

ทว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นนิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย

ทำให้เกิดประเด็นเรื่อง "ภาษีโฆษณาออนไลน์" ที่เจ้าของธุรกิจ SME ส่วนใหญ่ยังสับสนว่าจะต้องบันทึกบัญชีและยื่นภาษีอย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัยจากสรรพากร

สารบัญบทความ
  1. 1. กฎหมาย VAT e-Service กระทบการยิงแอดอย่างไร?
  2. 2. หน้าที่ของ SME: การยื่นแบบ ภ.พ.36 สำหรับค่าแอด
  3. 3. ขั้นตอนการตั้งค่าบัญชีโฆษณาให้ถูกต้อง
  4. 4. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.54) ต้องยื่นไหม?
  5. สรุป
  6. ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

1. กฎหมาย VAT e-Service กระทบการยิงแอดอย่างไร?

ตั้งแต่ปี 2564 กฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม e-Service ของไทยมีผลบังคับใช้ กำหนดให้ผู้ให้บริการต่างประเทศที่มียอดขายในไทยเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนและนำส่ง VAT 7%

ให้กรมสรรพากรไทย:

  • ในฐานะบุคคลธรรมดา (ไม่จด VAT): แพลตฟอร์มต่างๆ จะชาร์จ VAT 7% บวกเพิ่มเข้าไปในยอดตัดบัตรเครดิตของคุณทันที (เช่น จ่ายค่าแอด 1,000 บาท แพลตฟอร์มจะเก็บเงินจริง 1,070 บาท) ยอด 70 บาทนี้แพลตฟอร์มจะนำส่งสรรพากรเอง แต่คุณไม่สามารถนำใบเสร็จนี้ไปเคลมเป็นภาษีซื้อหรือหักค่าใช้จ่ายบริษัทได้
  • ในฐานะบริษัทนิติบุคคล (จด VAT): คุณต้องเข้าไป อัปเดตเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (Tax ID) ของบริษัทในระบบของ Google หรือ Facebook แพลตฟอร์มจะ ไม่ชาร์จ VAT 7% ในยอดตัดบัตรเครดิต (จ่าย 1,000 บาท ตัดบัตร 1,000 บาท) แต่กำหนดให้บริษัทในไทยมีหน้าที่ ยื่นนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยแบบ ภ.พ.36 แทน

2. หน้าที่ของ SME: การยื่นแบบ ภ.พ.36 สำหรับค่าแอด

เมื่อเราแจ้ง Tax ID กับทางแพลตฟอร์มแล้ว ยอดตัดบัตรจะไม่มี VAT หน้าที่ของบริษัทคือต้องนำยอดค่าโฆษณารายเดือนมาคำนวณ VAT 7% และจัดทำแบบ ภ.พ.36 (ภาษีมูลค่าเพิ่มนำส่งแทนต่างประเทศ)

ยื่นต่อกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15

สำหรับยื่นออนไลน์):

สิทธิประโยชน์ทางภาษี: เงินภาษี 7% ที่บริษัทควักจ่ายไปพร้อมกับการยื่นแบบ ภ.พ.36 นั้น สรรพากรอนุญาตให้นำมาใช้เป็น "ภาษีซื้อ" ในการยื่นแบบ ภ.พ.30

ของเดือนนั้นหรือเดือนถัดไปได้ทันที เท่ากับว่าเน็ตแล้วคุณไม่ได้เสียค่าภาษีส่วนนี้เพิ่มเลย

(จ่ายไปใน ภ.พ.36 แล้วดึงกลับมาเคลมใน ภ.พ.30)

3. ขั้นตอนการตั้งค่าบัญชีโฆษณาให้ถูกต้อง

เพื่อให้เอกสารค่าใช้จ่ายได้รับการยอมรับจากสรรพากร เจ้าของธุรกิจต้องตั้งค่าบัญชีโฆษณาดังนี้:

  1. ตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจ (Business Account): ห้ามใช้บัญชีส่วนบุคคล (Personal Account)
  2. ระบุชื่อและที่อยู่บริษัทให้ถูกต้องตรงตามหนังสือรับรอง: รวมถึงเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก
  3. ดาวน์โหลดใบเสร็จ (Invoice/Receipt) จากระบบทุกสิ้นเดือน: ตรวจเช็กว่าหัวเอกสารมีชื่อบริษัทและ Tax ID ครบถ้วน

4. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.54) ต้องยื่นไหม?

สำหรับค่าโฆษณาออนไลน์ (Advertising Services) ตามแนววินิจฉัยของกรมสรรพากรและอนุสัญญาภาษีซ้อน DTA ส่วนใหญ่ (เช่น ไทย-สิงคโปร์ หรือ ไทย-ไอร์แลนด์) จัดเป็น "กำไรจากธุรกิจ"

(Business Profits) ของบริษัทต่างประเทศ

เนื่องจากเขาให้บริการแพลตฟอร์มระบบ ไม่ใช่การให้บริการวิชาชีพหรือค่าสิทธิ (Royalty) ดังนั้น บริษัทไทยไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย และไม่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.54

สรุป

หากคุณยิงแอดในนามบริษัท แต่ไม่ได้อัปเดต Tax ID ในระบบ คุณจะเสีย VAT 7% ฟรีๆ โดยเคลมคืนไม่ได้ หรือหากตั้งค่าธุรกิจแล้วแต่ฝ่ายบัญชีลืมยื่นแบบ ภ.พ.36 ทุกเดือน

เมื่อสรรพากรเข้ามาตรวจพบย้อนหลังจาก Statement บัตรเครดิตของบริษัท

จะถูกประเมินภาษีนำส่งย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ 1-2 เท่า และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน

การวางระบบบัญชีค่าโฆษณาออนไลน์ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงช่วยประหยัดเงินและลดความเสี่ยงทางภาษีได้อย่างมหาศาล

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง ภาษีโฆษณาออนไลน์ Google & Facebook: SME ต้องยื่นภาษีอย่างไรให้ถูกกฎหมาย? ควรตรวจจากข้อมูลขายจริงในแพลตฟอร์ม รายการรับเงิน ค่าธรรมเนียม

และเอกสารภาษีที่ออกให้ลูกค้า

เพราะธุรกิจออนไลน์มักมีเงินผ่านหลายช่องทางและกระทบยอดยากกว่าที่เห็น

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • ดึงรายงานยอดขาย ค่าธรรมเนียม และยอดโอนสุทธิจากทุกแพลตฟอร์มเป็นรอบเดือน
  • แยกยอดขาย ค่าคอมมิชชั่น ค่าสื่อโฆษณา ค่าขนส่ง และคืนสินค้าให้ชัดก่อนบันทึกบัญชี
  • ตรวจว่ารายได้สะสมถึงเกณฑ์ VAT และมีเอกสารภาษีซื้อจากแพลตฟอร์มหรือผู้ให้บริการครบหรือไม่

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • บันทึกเฉพาะยอดเงินโอนสุทธิ ทำให้รายได้และค่าใช้จ่ายแพลตฟอร์มต่ำกว่าจริง
  • ไม่เก็บใบกำกับภาษีค่าธรรมเนียม ค่าสื่อโฆษณา หรือค่าบริการออนไลน์
  • แยกยอดขายส่วนตัวกับยอดขายบริษัทไม่ชัดเจนจนกระทบภาษีและกระแสเงินสด

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

วางภาษีค่าโฆษณาออนไลน์: ตารางตัดสินใจก่อนลงมือ

ส่วนนี้เพิ่มขึ้นเพื่อเปลี่ยนข้อมูลในบทความให้เป็นขั้นตอนใช้งานจริง เจ้าของกิจการควรยืนยันข้อเท็จจริงและหลักฐานของบริษัทก่อนเลือกทางดำเนินการ

เพราะคำตอบที่เหมาะสมขึ้นกับขนาดธุรกิจ ระบบที่ใช้ และสถานะเอกสารในวันที่ตัดสินใจ

จุดตรวจหลักฐานที่ควรมีเกณฑ์ตัดสินใจ
1คู่สัญญาและประเทศของผู้ให้บริการอย่าใช้ชื่อแพลตฟอร์มแทนการอ่าน invoice
2ใบเสร็จ payment statement และยอดเงินบาทสร้าง vendor tax matrix สำหรับทุกบัญชีโฆษณา
3ภ.พ.36 หัก ณ ที่จ่าย และข้อกำหนดตามกรณีกระทบยอดบัตรเครดิตกับค่าโฆษณาและภาษี

Checklist สำหรับผู้บริหารและผู้รับผิดชอบ

  • กำหนดเจ้าของข้อมูล ผู้จัดทำ ผู้ตรวจทาน และวันครบกำหนดให้เห็นในที่เดียว
  • ตรวจชื่อ เลขประจำตัว วันที่ จำนวนเงิน และสถานะเอกสารกับหลักฐานต้นทางก่อนอนุมัติ
  • บันทึกสมมติฐาน เหตุผล และผลกระทบด้านบัญชี ภาษี หรือกระแสเงินสดของทางเลือกที่เลือก
  • เก็บไฟล์ฉบับสุดท้ายและหลักฐานยื่นหรือชำระให้ค้นย้อนกลับจากเลขรายการได้

จุดส่งต่อสู่การปฏิบัติ: หากข้อมูลยังไม่ครบ ให้แยกรายการเป็น “รอยืนยัน” แทนการเดาแล้วเดินหน้าต่อ หากครบแล้ว ให้สรุปผู้อนุมัติ วันที่มีผล และผู้ติดตามผลหลังดำเนินการ

วิธีนี้ลดทั้งงานแก้ย้อนหลังและความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการกับบริษัทเข้าใจขอบเขตไม่ตรงกัน

หากต้องการให้ทีม A Plus ตรวจข้อมูลจริงและจัดลำดับขั้นตอน ดูขอบเขต บริการที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ ก่อนส่งเอกสารเพื่อประเมินงาน

โดยจะยืนยันข้อเท็จจริงและขอบเขตก่อนเสนอวิธีดำเนินการ

อ่านต่อเพื่อเชื่อมขั้นตอนให้ครบ

แหล่งอ้างอิงทางการ

กรมสรรพากร — ตรวจแบบ อัตรา กำหนดเวลา และประกาศภาษีฉบับล่าสุด บทความนี้ตรวจทานล่าสุดเมื่อ 17 กรกฎาคม 2569

และควรตรวจประกาศที่มีผลกับข้อเท็จจริงของกิจการอีกครั้งก่อนยื่นหรือทำรายการสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การบันทึกรายได้ของธุรกิจ e-Commerce หรือการค้าออนไลน์ที่ถูกต้องควรใช้ยอดเงินก้อนใด?

ต้องใช้ยอดขายเต็มจำนวนก่อนหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าขนส่ง หรือค่าโฆษณา เป็นฐานรายได้ในการลงบัญชีและคำนวณภาษี

ไม่สามารถใช้ยอดเงินโอนสุทธิที่ได้รับจากแพลตฟอร์มในการยื่นรายได้ภาษีได้ เพราะถือเป็นวิธีที่ผิดหลักเกณฑ์สรรพากร

เอกสารประกอบธุรกรรมออนไลน์ที่เจ้าของแบรนด์หรือร้านค้าออนไลน์ห้ามละเลยคืออะไรบ้าง?

ต้องจัดเก็บรายงานยอดขายประจำเดือนจากระบบหลังบ้านของแพลตฟอร์ม, ใบกำกับภาษีค่าธรรมเนียมและค่าโฆษณาที่ออกโดยแพลตฟอร์ม (เช่น Shopee, Lazada, TikTok), หลักฐานการโอนเงิน (Settlement

Reports), และใบกำกับภาษีที่ออกให้ลูกค้า

ถ้าแยกรายการขายส่วนตัวและรายการขายของนิติบุคคลปะปนกันอยู่ ควรเริ่มต้นแก้ไขอย่างไร?

ควรเปิดบัญชีธนาคารและจัดทำช่องทางการรับเงินของบริษัทแยกออกจากบัญชีส่วนตัวโดยเด็ดขาด ดึงรายงานเดินบัญชีย้อนหลังมาจัดหมวดหมู่รายการ

และจัดทำสัญญากรรมการหรือเอกสารชี้แจงที่มาที่ไปของเงินทุนเพื่อความโปร่งใสต่อการตรวจสอบทางภาษี

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง ภาษีโฆษณาออนไลน์ Google & Facebook: SME ต้องยื่นภาษีอย่างไรให้ถูกกฎหมาย?

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ ภาษีโฆษณาออนไลน์ Google & Facebook: SME ต้องยื่นภาษีอย่างไรให้ถูกกฎหมาย?

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล

เมื่อกิจการเริ่มมีรายการบัญชีและภาษีที่ซับซ้อนขึ้นตามลักษณะธุรกิจ การวางระบบให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาในระยะยาว A Plus Me มีบริการดูแลบัญชี ภาษี และระบบการเงินครบวงจร

ที่ช่วยรองรับความต้องการนี้ได้