Tax Planning

วางแผนภาษีและที่ปรึกษาภาษีอย่างเป็นระบบ สำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างมั่นใจ

ทีมที่ปรึกษาภาษีของ A Plus Me ช่วยวิเคราะห์ธุรกรรม โครงสร้างรายได้ ค่าใช้จ่าย และเอกสาร เพื่อวางแนวทางภาษีที่เหมาะสมและตรวจสอบได้

เหมาะกับ
ธุรกิจที่มีธุรกรรม ค่าใช้จ่าย หรือ VAT ที่ต้องตัดสินใจก่อนยื่น
ผลลัพธ์หลัก
risk list และ action plan ที่ใช้จัดเอกสารหรือปรับวิธีทำงานได้
เริ่มจาก
ดูประเด็นภาษี เอกสารประกอบ และเดดไลน์ที่กำลังใกล้เข้ามา

ก่อนตัดสินใจใช้บริการ

วางแผนภาษีอย่างรับผิดชอบ ไม่สัญญาผลลัพธ์เกินจริง

งานภาษีต้องดูจากธุรกรรม เอกสาร กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเดดไลน์จริงของกิจการ ทีมจึงประเมินข้อมูลก่อนยืนยันขอบเขตหรือราคา

Business Identity

ผู้ให้บริการตรวจสอบได้

ดำเนินงานโดย บริษัท เอ พลัส มี จำกัด เลขทะเบียน 0105569055192 พร้อมที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล และ Line OA บนหน้าติดต่อ

ดูข้อมูลติดต่อ
Pricing Context

ประเมินราคาจากประเด็นจริง

ค่าบริการขึ้นกับจำนวนประเด็นภาษี เอกสารที่ต้องตรวจ ประเภทธุรกรรม ความเร่งด่วน และระดับ action plan ที่กิจการต้องใช้

Responsible Advice

ไม่มีการรับประกันตัวเลขประหยัดภาษี

คำแนะนำภาษีเป็นการประเมินจากข้อมูลที่ได้รับและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำมั่นว่าจะลดภาษีได้เท่าใดหรือไม่มีความเสี่ยงทุกกรณี

Advisory First

ภาษีควรถูกวางแผนก่อนเกิดธุรกรรมสำคัญ

การวางแผนภาษีที่ดีต้องเริ่มจากความเข้าใจธุรกิจจริง ไม่ใช่การลดภาษีแบบไม่มีหลักฐานรองรับ เราช่วยดูภาพรวมธุรกรรมและเอกสาร เพื่อให้แนวทางที่เหมาะสมกับกิจการและตรวจสอบได้

  • วิเคราะห์โครงสร้างรายได้และค่าใช้จ่าย
  • ตรวจประเด็นภาษีที่เกิดจากธุรกรรมสำคัญ
  • แนะนำการจัดเอกสารประกอบให้พร้อมตรวจสอบ
  • วางแนวทางร่วมกับงานบัญชีรายเดือนและปิดงบ

หลักฐานส่งมอบ

สรุปภาษีให้เห็นประเด็น ความเสี่ยง และทางเลือกก่อนตัดสินใจจริง

งานภาษีต้องน่าเชื่อถือและตรวจสอบย้อนกลับได้ เราจึงแยกสิ่งส่งมอบเป็นชุดประเด็น เอกสารประกอบ และ action plan ที่ทีมธุรกิจนำไปคุยต่อได้

01

Tax issue list

แยกประเด็น VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีนิติบุคคล และธุรกรรมที่ต้องระวังเป็นข้อ ๆ

02

แนวทางพร้อมเหตุผล

สรุปทางเลือก เอกสารที่รองรับ และจุดที่ควรปรึกษาเพิ่มก่อนเกิดรายการหรือก่อนยื่นแบบ

03

Action plan ต่อรอบบัญชี

ระบุสิ่งที่ต้องจัดเอกสาร ปรับวิธีบันทึก หรือส่งต่อให้ทีมบัญชีรายเดือนติดตาม

ภาษีที่ดีไม่ใช่แค่จ่ายน้อยลง แต่ต้องอธิบายได้ว่าตัวเลขและเอกสารรองรับกันอย่างไร
A Plus Me tax advisory note

Focus Areas

ประเด็นที่มักต้องวางแผน

รายได้และสัญญาทางธุรกิจ

ดูรูปแบบรายได้ เงื่อนไขคู่ค้า รอบรับรู้รายได้ และเอกสารที่ควรมีประกอบ

ค่าใช้จ่ายและภาษีซื้อ

ช่วยตรวจความพร้อมของเอกสาร ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และความเสี่ยงในการบันทึกบัญชี

โครงสร้างนิติบุคคล

ประเมินภาพรวมภาษีของบริษัท กรรมการ ผู้ถือหุ้น และธุรกรรมระหว่างกิจการที่เกี่ยวข้อง

Documents To Prepare

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนประเมินภาษี

การวางแผนภาษีจะตอบได้แม่นขึ้นเมื่อเห็นธุรกรรมและเอกสารจริง โดยไม่จำเป็นต้องเตรียมครบทุกอย่างตั้งแต่รอบแรก แต่ควรมีข้อมูลหลักให้เห็นภาพธุรกิจ

งบการเงินหรืองบกำไรขาดทุนล่าสุด รายงานรายได้ ค่าใช้จ่าย และรายการธนาคาร สัญญา ใบเสนอราคา หรือเงื่อนไขคู่ค้า เอกสาร VAT ภาษีซื้อ ภาษีขาย หรือ ภ.พ.30 รายการภาษีหัก ณ ที่จ่ายและหนังสือรับรอง ธุรกรรมพิเศษที่ต้องการประเมินก่อนตัดสินใจ

Tax Review Timeline

ตัวอย่าง timeline งานวางแผนภาษี

รอบงานจริงขึ้นกับความซับซ้อนของธุรกรรมและความครบถ้วนของเอกสาร แต่ควรมีจังหวะตรวจข้อมูล สรุปประเด็น และจัด action plan ให้ชัดเจน

Step 1

รับโจทย์และเอกสาร

ดูธุรกรรมที่กังวล รายได้ ค่าใช้จ่าย สัญญา และเอกสารภาษีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนั้น

Step 2

วิเคราะห์ประเด็นและความเสี่ยง

แยกประเด็น VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล และเอกสารประกอบที่ควรมี

Step 3

สรุปทางเลือกและประมาณการ

จัดทำไฟล์คำนวณหรือประมาณการภาษีเมื่อเกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นผลกระทบก่อนตัดสินใจ

Step 4

ส่งมอบ action plan

สรุปสิ่งที่ควรทำต่อ เอกสารที่ต้องเตรียม และประเด็นที่ควรติดตามร่วมกับบัญชีรายเดือน

Scope & Estimate

ปัจจัยที่ใช้ประเมินขอบเขตและค่าบริการวางแผนภาษี

งานภาษีบางเรื่องตอบได้จากเอกสารชุดเล็ก แต่บางกรณีต้องดูสัญญา รายการบัญชีหลายเดือน หรือธุรกรรมระหว่างกิจการร่วมกัน

คำถามเฉพาะ มีประเด็นภาษีหนึ่งเรื่องและเอกสารพร้อม

เหมาะกับการเช็กแนวทาง VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือเอกสารประกอบรายการเดียว

หลายประเด็น ต้องดูรายได้ ค่าใช้จ่าย สัญญา และรอบบัญชีร่วมกัน

ต้องแยกชนิดภาษี ความเสี่ยง และวิธีจัดเอกสารก่อนสรุป action plan

เร่งด่วน ใกล้ deadline หรือมีธุรกรรมที่ต้องตัดสินใจก่อนเกิดรายการ

จัดลำดับเรื่องสำคัญก่อน พร้อมระบุจุดที่ต้องใช้เอกสารหรือคำปรึกษาเพิ่ม

Tax Deliverables

หลังจบงานวางแผนภาษี ลูกค้าจะได้ไฟล์และสรุปอะไร

งานวางแผนภาษีจะสรุปเป็นเอกสารที่ใช้ตัดสินใจและติดตามต่อได้ ไม่ใช่แค่คำแนะนำแบบปากเปล่า โดยขอบเขตจริงขึ้นกับธุรกรรมและเอกสารของกิจการ

สรุปประเด็นภาษี

แยกประเด็นตามรายได้ ค่าใช้จ่าย สัญญา VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือภาษีอื่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมจริง

Action Plan

จัดลำดับสิ่งที่ควรทำต่อ เช่น เอกสารที่ต้องเตรียม วิธีบันทึกบัญชี รอบยื่นแบบ หรือเรื่องที่ควรตัดสินใจก่อนเกิดธุรกรรม

Risk List

สรุปความเสี่ยงที่ควรระวัง พร้อมแนวทางลดความเสี่ยงจากเอกสารไม่ครบ การตีความรายการผิด หรือภาษีที่อาจถูกตรวจสอบ

ประมาณการภาษีและไฟล์คำนวณ

จัดทำประมาณการภาษีหรือไฟล์คำนวณที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เจ้าของกิจการเห็นผลกระทบของทางเลือกก่อนดำเนินการจริง

Related Resources

เรื่องที่มักต้องดูร่วมกับการวางแผนภาษี

ภาษีไม่แยกขาดจากเอกสารรายเดือน ระบบบัญชี และความพร้อมของธุรกรรม หน้านี้จึงเชื่อมไปยังบริการและบทความที่มักใช้ประกอบการตัดสินใจจริง

ถ้ามีธุรกรรมพิเศษหรือเอกสารหลายแบบในเดือนเดียว การอ่านบทความประกอบพร้อมส่งข้อมูลจริงมาประเมิน จะช่วยให้วางแนวทางได้ตรงกว่าเดิม

Tax Advisor Role

ที่ปรึกษาภาษีทำอะไรให้ SME มากกว่าแค่ยื่นแบบ

หลายเจ้าของกิจการเข้าใจว่า "ที่ปรึกษาภาษี" คือคนช่วยยื่นแบบภาษี แต่งานวางแผนภาษีจริงเริ่มก่อนหน้านั้นมาก และมีผลต่อตัวเลขในงบการเงินโดยตรง

ก่อนเกิดธุรกรรม

วางโครงสร้างก่อนลงนามสัญญา

ที่ปรึกษาภาษีช่วยวิเคราะห์ว่าสัญญา รูปแบบการชำระเงิน หรือโครงสร้างธุรกรรมที่วางแผนจะมีผลกระทบต่อ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างไร ก่อนที่จะแก้ไขได้ยากขึ้น

ระหว่างปีบัญชี

ทบทวนประเด็นและป้องกันความเสี่ยง

ทบทวนรายการบัญชีและเอกสารประกอบเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่าค่าใช้จ่ายที่บันทึกมีหลักฐานรองรับ รายรับรับรู้ถูกรอบ และรายการ VAT ไม่มีข้อผิดพลาดสะสม ซึ่งหากปล่อยไว้ถึงปิดงบจะแก้ได้ยากกว่า

ใกล้ปิดงบ

ประมาณการภาษีและตรวจรายจ่าย

ประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลก่อนปิดงบ ตรวจรายจ่ายที่อาจถูกบวกกลับตามกฎหมาย จัดเตรียมเอกสารประกอบค่าใช้จ่ายที่กรมสรรพากรมักตรวจสอบ และประสานงานกับผู้สอบบัญชีได้ราบรื่นขึ้น

เมื่อขยายกิจการ

วางแผนโครงสร้างนิติบุคคลและภาษี

เมื่อรายได้หรือธุรกรรมเติบโต ที่ปรึกษาภาษีช่วยประเมินว่าโครงสร้างปัจจุบัน เช่น จำนวนบริษัท รูปแบบการถือหุ้น หรือวิธีจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ ยังเหมาะสมกับขนาดกิจการและภาระภาษีที่เปลี่ยนไปหรือไม่

กิจการที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากที่ปรึกษาภาษี ได้แก่ ธุรกิจที่มีรายได้เติบโตใกล้เกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด กิจการที่มีธุรกรรมระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องกัน บริษัทที่กำลังจะเข้าทำสัญญาขนาดใหญ่ หรือเจ้าของกิจการที่ต้องการเข้าใจภาษีของตัวเองมากกว่าแค่รับตัวเลขปลายปี

SME Tax Essentials

ประเด็นภาษีสำคัญที่ SME ต้องวางแผน

การวางแผนภาษีที่มีประสิทธิภาพต้องครอบคลุมภาษีหลักที่กระทบกิจการจริง ข้อมูลด้านล่างเป็นหลักการสำคัญที่ควรเข้าใจ ตัวเลขและเงื่อนไขที่แน่นอนควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร (rd.go.th) ณ ปีที่ยื่น เนื่องจากอาจมีการปรับปรุงโดยพระราชกฤษฎีกา

VAT — รู้จักเกณฑ์และอัตราก่อนตัดสินใจ

กิจการที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปี มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด การไม่จดทะเบียนเมื่อถึงเกณฑ์มีความเสี่ยงด้านภาษีและเบี้ยปรับ อัตราที่บังคับใช้ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ ปี 2569) คือ 7% ซึ่งเป็นอัตราลดหย่อนจากอัตราตามประมวลรัษฎากรที่ 10% โดยต้องมีพระราชกฤษฎีกาต่ออายุทุกปี ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้จริง ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากรก่อนเสมอ

การวางแผนภาษีสำหรับ VAT จึงต้องดูทั้งเรื่องการจัดเก็บภาษีขาย การขอคืนภาษีซื้อ ความถูกต้องของใบกำกับภาษี และรอบการยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน

ภาษีเงินได้นิติบุคคล — อัตรา SME ที่เจ้าของกิจการต้องรู้

บริษัทขนาดเล็กที่มีคุณสมบัติครบทั้งสองเงื่อนไข ได้แก่ ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5,000,000 บาท ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี และ รายได้จากกิจการไม่เกิน 30,000,000 บาทต่อรอบบัญชี จะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราขั้นบันไดดังนี้ (ข้อมูล ณ ปี 2569):

  • กำไรสุทธิ 0 – 300,000 บาท อัตรา 0% (ยกเว้น)
  • กำไรสุทธิ 300,001 – 3,000,000 บาท อัตรา 15%
  • กำไรสุทธิ เกิน 3,000,000 บาท อัตรา 20%

บริษัทที่ไม่เข้าเงื่อนไข SME หรือปีใดที่รายได้หรือทุนเกินเกณฑ์ จะเสียภาษีในอัตรามาตรฐาน 20% ของกำไรสุทธิทั้งหมด ที่ปรึกษาภาษีจะช่วยประเมินว่ากิจการอยู่ในเกณฑ์ใดและวางแผนได้อย่างถูกต้อง (แหล่งอ้างอิง: PwC Worldwide Tax Summaries — Thailand, ปรับปรุง ก.พ. 2569)

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย — หน้าที่ที่ห้ามพลาด

เมื่อบริษัทจ่ายเงินค่าบริการ ค่าจ้าง ค่าเช่า หรือค่าสิทธิให้ผู้รับที่กฎหมายกำหนด บริษัทมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งกรมสรรพากรด้วยแบบ ภ.ง.ด. ตามประเภทรายการ อัตราจะแตกต่างกันตามประเภทเงินได้และสถานะผู้รับ เช่น บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล การไม่หักหรือหักผิดอัตราทำให้บริษัทถูกประเมินภาษีเพิ่มและเบี้ยปรับได้ การวางแผนภาษีด้านนี้จึงต้องดูลักษณะของสัญญา สถานะผู้รับเงิน และแบบที่ต้องนำส่งให้ถูกต้องทุกเดือน

รายจ่ายต้องห้าม — ค่าใช้จ่ายที่บันทึกแล้วแต่หักภาษีไม่ได้

มาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดรายจ่ายที่ห้ามนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี ตัวอย่างที่พบบ่อยในกิจการ SME ได้แก่ รายจ่ายที่ไม่มีเอกสารรองรับที่เพียงพอ รายจ่ายส่วนตัวของเจ้าของหรือกรรมการที่นำมาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ และเงินสำรองที่ไม่เข้าเงื่อนไขที่กฎหมายยอมให้หัก รายจ่ายเหล่านี้จะถูก "บวกกลับ" ในการคำนวณกำไรสุทธิ ทำให้ภาษีที่ต้องชำระสูงกว่าที่ประมาณไว้ ที่ปรึกษาภาษีจึงต้องตรวจสอบรายจ่ายก่อนปิดงบเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงนี้

หมายเหตุ: ตัวเลขและเงื่อนไขทั้งหมดข้างต้นมีผลตามกฎหมายที่บังคับใช้ ณ ขณะนั้น ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร (rd.go.th) หรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจจริงเสมอ

Tax Review

มีรายการที่ไม่แน่ใจเรื่องภาษีและอยากประเมินก่อนตัดสินใจ?

ฝากข้อมูลธุรกรรม รายได้ ค่าใช้จ่าย หรือเอกสารที่กังวล แล้วทีมงานจะช่วยประเมินแนวทางเบื้องต้นว่าควรเริ่มจากวางแผนภาษี บัญชีรายเดือน หรือการตรวจสุขภาพกิจการ

FAQ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องวางแผนภาษี

ควรวางแผนภาษีช่วงไหนของปี?

ควรเริ่มตั้งแต่ก่อนเกิดธุรกรรมสำคัญ และทบทวนระหว่างปี ไม่ควรรอจนใกล้ปิดงบหรือครบกำหนดยื่นภาษี

ต้องมีเอกสารอะไรบ้าง?

เบื้องต้นควรมีงบการเงิน รายงานรายได้ค่าใช้จ่าย สัญญา ใบกำกับภาษี และข้อมูลธุรกรรมที่ต้องการประเมิน

รับเฉพาะลูกค้าทำบัญชีรายเดือนด้วยหรือไม่?

สามารถเริ่มจากการฝากข้อมูลเพื่อประเมินเฉพาะเรื่องได้ แล้วดูต่อว่าควรเชื่อมกับบริการบัญชีรายเดือนหรือวางระบบหรือไม่