ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาษีที่ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักบางส่วนจากยอดจ่ายและนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน ตัวอย่างที่ SME เจอบ่อยคือค่าเช่า ค่าบริการ ค่าจ้างทำของ ค่าที่ปรึกษา
และค่าวิชาชีพบางประเภท
แต่รายละเอียดจริงขึ้นกับลักษณะรายการและสถานะของผู้รับเงิน
สารบัญบทความ
ทำไมบริษัทต้องสนใจตั้งแต่ก่อนจ่ายเงิน
ถ้าบริษัทจ่ายเงินเต็มจำนวนไปแล้วโดยไม่ได้หักภาษี ทั้งที่รายการนั้นมีหน้าที่ต้องหัก ภายหลังอาจต้องตามเอกสาร แก้ยอดจ่าย หรือรับภาระภาษีแทน ทำให้บัญชีรายเดือน
และกระแสเงินสดไม่เรียบร้อยตั้งแต่ต้น
วิธีที่ดีคือให้ทีมบัญชีเห็นเอกสารหรือใบเสนอราคาก่อนจ่าย โดยเฉพาะรายการที่ไม่ใช่ซื้อสินค้าทั่วไป เช่น ค่าเช่า ค่าบริการ ค่าออกแบบ ค่าทำการตลาด ค่าที่ปรึกษา หรือค่าจ้างฟรีแลนซ์
รายการจ่ายที่ควรถามบัญชีก่อน
ค่าเช่า
ค่าเช่าสำนักงาน พื้นที่เก็บของ หรืออุปกรณ์บางประเภทมักมีประเด็นภาษีหัก ณ ที่จ่าย และควรดูสัญญา ผู้รับเงิน และเอกสารประกอบก่อนจ่าย
ค่าบริการและค่าจ้างทำของ
งานบริการ งานรับจ้าง งานออกแบบ งานผลิตสื่อ งานบัญชี หรือค่าที่ปรึกษา ควรระบุประเภทงานให้ชัด เพื่อเลือกแบบภาษีและอัตราหักให้ถูกต้อง
เงินเดือนและค่าตอบแทนบุคคล
ถ้าเป็นพนักงานหรือค่าตอบแทนบุคคลธรรมดา ต้องดูเอกสารบุคคล รอบเงินเดือน และแบบภาษีที่เกี่ยวข้องแยกจากรายการจ่ายให้บริษัท
หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายสำคัญอย่างไร
เมื่อหักภาษีแล้ว บริษัทควรออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับเงิน และเก็บสำเนาไว้เป็นหลักฐาน
เพราะเอกสารนี้เป็นทั้งหลักฐานของผู้รับเงินและหลักฐานของบริษัทในการนำส่งภาษีรายเดือน
ข้อมูลในหนังสือรับรองควรถูกต้อง เช่น ชื่อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ที่อยู่ ประเภทรายการ จำนวนเงินที่จ่าย จำนวนภาษีที่หัก และวันที่จ่ายเงิน หากข้อมูลผิด
บัญชีของทั้งผู้จ่ายและผู้รับอาจต้องเสียเวลาตามแก้
เอกสารที่ควรส่งให้สำนักงานบัญชี
- ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ หรือใบกำกับภาษีจากผู้รับเงิน
- สัญญาหรือข้อตกลงที่อธิบายลักษณะบริการ
- หลักฐานการโอนเงินหรือรายการธนาคาร
- ข้อมูลผู้รับเงิน เช่น เลขประจำตัวผู้เสียภาษีและที่อยู่
- สำเนาหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายที่ออกให้ผู้รับเงิน
สรุป
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจะง่ายขึ้นมากเมื่อบริษัทมีขั้นตอนก่อนจ่ายเงินชัดเจน ถ้ารู้ว่ารายการไหนควรถามบัญชี เก็บสัญญาและเอกสารให้ครบ และออกหนังสือรับรองถูกต้อง
งานยื่นแบบรายเดือนจะไม่กลายเป็นงานตามเอกสารย้อนหลัง
ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
บทความเรื่อง ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับบริษัท รายการจ่ายที่ควรระวัง ควรอ่านคู่กับประเภทเงินได้ ผู้รับเงิน และสัญญาที่ใช้จริง เพราะอัตราภาษีหัก ณ
ที่จ่ายไม่ได้ขึ้นกับชื่อเอกสารอย่างเดียว แต่ขึ้นกับลักษณะการจ่ายเงิน
เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ
- แยกประเภทการจ่ายเงินว่าเป็นค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่าเช่า ค่าขนส่ง เงินเดือน หรือค่าสิทธิ
- ตรวจสถานะผู้รับเงินว่าเป็นบุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือผู้รับเงินต่างประเทศ
- ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งแบบ ภ.ง.ด. ที่ถูกต้องให้ตรงรอบการจ่ายเงินจริง
ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง
- ใช้อัตราหัก ณ ที่จ่ายตามความเคยชินโดยไม่ดูประเภทเงินได้และสัญญา
- ออกหนังสือรับรองยอดไม่ตรงกับยอดจ่ายจริงหรือยอดที่บันทึกบัญชี
- ลืมนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายเงินผ่านกรรมการหรือพนักงานสำรองจ่าย
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- กรมสรรพากร: ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
- กรมสรรพากร: ระบบยื่นแบบออนไลน์ e-Filing
- กรมสรรพากร: ภาษีเงินได้นิติบุคคล
คุมภาษีหัก ณ ที่จ่ายของบริษัท: ตารางตัดสินใจก่อนลงมือ
ส่วนนี้เพิ่มขึ้นเพื่อเปลี่ยนข้อมูลในบทความให้เป็นขั้นตอนใช้งานจริง เจ้าของกิจการควรยืนยันข้อเท็จจริงและหลักฐานของบริษัทก่อนเลือกทางดำเนินการ
เพราะคำตอบที่เหมาะสมขึ้นกับขนาดธุรกิจ ระบบที่ใช้ และสถานะเอกสารในวันที่ตัดสินใจ
| จุดตรวจ | หลักฐานที่ควรมี | เกณฑ์ตัดสินใจ |
|---|---|---|
| 1 | ประเภทเงินได้ ผู้รับ และอัตราที่ใช้ | ตรวจสัญญาและสาระบริการก่อนเลือกอัตรา |
| 2 | วันที่จ่าย หนังสือรับรอง และแบบนำส่ง | ออกหนังสือรับรองจากข้อมูลเดียวกับแบบ |
| 3 | บัญชีเจ้าหนี้ภาษีกับหลักฐานชำระ | กระทบยอดยอดหักกับเจ้าหนี้ทุกเดือน |
Checklist สำหรับผู้บริหารและผู้รับผิดชอบ
- กำหนดเจ้าของข้อมูล ผู้จัดทำ ผู้ตรวจทาน และวันครบกำหนดให้เห็นในที่เดียว
- ตรวจชื่อ เลขประจำตัว วันที่ จำนวนเงิน และสถานะเอกสารกับหลักฐานต้นทางก่อนอนุมัติ
- บันทึกสมมติฐาน เหตุผล และผลกระทบด้านบัญชี ภาษี หรือกระแสเงินสดของทางเลือกที่เลือก
- เก็บไฟล์ฉบับสุดท้ายและหลักฐานยื่นหรือชำระให้ค้นย้อนกลับจากเลขรายการได้
จุดส่งต่อสู่การปฏิบัติ: หากข้อมูลยังไม่ครบ ให้แยกรายการเป็น “รอยืนยัน” แทนการเดาแล้วเดินหน้าต่อ หากครบแล้ว ให้สรุปผู้อนุมัติ วันที่มีผล และผู้ติดตามผลหลังดำเนินการ
วิธีนี้ลดทั้งงานแก้ย้อนหลังและความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการกับบริษัทเข้าใจขอบเขตไม่ตรงกัน
หากต้องการให้ทีม A Plus ตรวจข้อมูลจริงและจัดลำดับขั้นตอน ดูขอบเขต บริการที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ ก่อนส่งเอกสารเพื่อประเมินงาน
โดยจะยืนยันข้อเท็จจริงและขอบเขตก่อนเสนอวิธีดำเนินการ
อ่านต่อเพื่อเชื่อมขั้นตอนให้ครบ
แหล่งอ้างอิงทางการ
กรมสรรพากร — ตรวจแบบ อัตรา กำหนดเวลา และประกาศภาษีฉบับล่าสุด บทความนี้ตรวจทานล่าสุดเมื่อ 17 กรกฎาคม 2569
และควรตรวจประกาศที่มีผลกับข้อเท็จจริงของกิจการอีกครั้งก่อนยื่นหรือทำรายการสำคัญ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
กรณีใดบ้างที่ธุรกิจนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อมีการจ่ายเงิน?
นิติบุคคลมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายเงินค่าบริการ ค่าจ้างทำของ ค่าเช่า ค่าขนส่ง หรือเงินเดือน ตามอัตราที่ประมวลรัษฎากรกำหนด
โดยยอดเงินที่จ่ายในแต่ละครั้งหรือตามสัญญารวมกันต้องมีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป
เอกสารหลักฐานที่ต้องจัดทำและส่งมอบให้แก่คู่สัญญาเมื่อหักภาษี ณ ที่จ่ายคืออะไร?
ต้องจัดทำและออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) จำนวน 2 ฉบับ (สำหรับผู้ถูกหักเก็บไว้เป็นหลักฐาน และสำหรับนำไปยื่นแสดงรายการภาษี) โดยข้อมูลชื่อ ที่อยู่
และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของทั้งสองฝ่ายต้องถูกต้องครบถ้วน
หากคำนวณหรือหักภาษี ณ ที่จ่ายผิดพลาด หรือนำส่งภาษีไม่ตรงรอบเดือน ต้องแก้ไขอย่างไร?
ให้ทำการตรวจสอบและออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายฉบับที่ถูกต้องส่งให้คู่สัญญา และให้ผู้ทำบัญชีจัดทำแบบยื่นภาษีเพิ่มเติม (เช่น ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 เพิ่มเติม)
นำส่งกรมสรรพากรพร้อมชำระเงินภาษีที่ขาดและเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน
สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับบริษัท รายการจ่ายที่ควรระวัง
ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับบริษัท รายการจ่ายที่ควรระวัง พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล