เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงเทศกาลหรือเปิดตัวสินค้าใหม่ บริษัทจำกัดมักใช้กิจกรรมส่งเสริมการตลาด เช่น "การแจกของแถมพร้อมการซื้อ" หรือ "การให้ลูกค้าลุ้นรางวัลชิงโชค" ในทางภาษี

รายจ่ายเหล่านี้มีข้อกำหนดพิเศษที่หากบริหารจัดการไม่ดี

อาจถูกมองเป็นภาษีขายประเมินพ่วงด้วยภาระหัก ณ ที่จ่ายบุคคลธรรมดาย้อนหลัง

สารบัญบทความ
  1. 1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) จากการให้ "ของแถม"
  2. 2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% จาก "การชิงโชคของรางวัล"
  3. 3. การจดทะเบียนและสัญญากับหน่วยงานอื่น
  4. สรุป
  5. ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
  6. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  7. ตารางนำบทความไปใช้

1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) จากการให้ "ของแถม"

การแจกของแถมพร้อมการขายสินค้า สรรพากรยอมให้ได้รับสิทธิ์ไม่ต้องเสียภาษีขายเพิ่ม ภายใต้ข้อกำหนดที่เคร่งครัดดังนี้:

  • ต้องแจกพร้อมการขาย: ต้องระบุรายการของแถมคู่ไปกับสินค้าหลักในใบกำกับภาษีใบเดียวกัน
  • มูลค่าของแถมต้องไม่เกินมูลค่าสินค้าขาย: มูลค่าตลาดของของแถมต้องต่ำกว่าหรือสอดคล้องกับแคมเปญการตลาด
  • กรณีแจกของรางวัลชิงโชค: ถือเป็นการจำหน่ายจ่ายโอนโดยไม่มีค่าตอบแทน บริษัท ต้องคิด VAT 7% จากมูลค่าตลาดของของรางวัล นำส่งสรรพากรเป็นภาษีขาย

2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% จาก "การชิงโชคของรางวัล"

ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 กำหนดเกณฑ์การหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับผู้ได้รับรางวัลจากการชิงโชคหรือประกวดแข่งขันไว้ดังนี้:

การหัก ณ ที่จ่ายของรางวัล:
- รางวัลที่ได้รับจากการประกวด การแข่งขัน หรือการจับสลากชิงโชค ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ผู้ให้รางวัล (บริษัท) มีหน้าที่ต้อง หักภาษี

ณ ที่จ่ายในอัตรา 5% ของมูลค่าของรางวัลทันที
-

ตัวอย่าง: ลูกค้าสลากชิงโชคได้สร้อยคอทองคำมูลค่า 10,000 บาท บริษัทต้องหักภาษี 5% เป็นเงิน 500 บาท นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 (หรือ ภ.ง.ด.53 หากผู้ได้รางวัลเป็นนิติบุคคล)

3. การจดทะเบียนและสัญญากับหน่วยงานอื่น

การจัดกิจกรรมแจกรางวัลแบบ "จับสลากหรือชิงโชค" นอกจากภาษีแล้ว SME ต้องระวังข้อกฎหมายอื่นด้วย:

  1. ต้องขอใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นพนันจับสลากส่งเสริมการขายจาก กรมการปกครอง (กระทรวงมหาดไทย) ล่วงหน้า
  2. ต้องมีการประกาศเงื่อนไขการหัก ณ ที่จ่าย 5% และสิทธิ์ของผู้โชคดีอย่างโปร่งใสเพื่อป้องกันคดีความทางแพ่ง

สรุป

การแจกของแถมและจัดแคมเปญชิงรางวัลเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ดี แต่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจในรายละเอียดเอกสารและการหัก ณ ที่จ่าย การแยกประเภทของแถมแสดงในใบกำกับภาษี และหัก ณ ที่จ่าย 5%

สำหรับผู้โชคดีอย่างถูกต้อง

จะช่วยให้รายจ่ายของแคมเปญทั้งหมดหักลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้ครบถ้วนโดยไม่มีข้อพิพาทภาษีย้อนหลัง

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง ภาษีการแจกของแถมและของรางวัล: เกณฑ์การหัก ณ ที่จ่าย 5% และการจัดการแวตในแคมเปญการตลาด ควรใช้ตรวจทั้งจุดเกิดภาษี เอกสารขาย เอกสารซื้อ และรายงาน ภ.พ.30

เพราะข้อผิดพลาด VAT มักกระทบหลายเดือนต่อเนื่องและแก้ยากเมื่อปิดรอบภาษีไปแล้ว

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • ตรวจว่าธุรกิจอยู่ในกิจการที่ต้องจด VAT หรือเป็นกิจการยกเว้น VAT
  • แยกใบกำกับภาษีขาย ใบกำกับภาษีซื้อ ใบเสร็จ และหลักฐานรับชำระเงินให้ตรงรอบเดือน
  • กระทบยอดรายงานภาษีซื้อ-ขายกับ ภ.พ.30 รายได้ และรายการเดินบัญชีธนาคารก่อนยื่นแบบ

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • เคลมภาษีซื้อจากเอกสารที่ข้อมูลไม่ครบหรือไม่เกี่ยวกับกิจการโดยตรง
  • ออกใบกำกับภาษีผิดเดือนหรือไม่สัมพันธ์กับวันที่รับเงิน ส่งมอบสินค้า หรือให้บริการ
  • ปล่อยให้รายได้เกินเกณฑ์จด VAT โดยไม่มีแผนจดทะเบียนและปรับระบบเอกสาร

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) จากการให้ "ของแถม"ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% จาก "การชิงโชคของรางวัล"ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
3. การจดทะเบียนและสัญญากับหน่วยงานอื่นตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การวางแผนและตรวจสอบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มีจุดใดที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก?

ต้องพิจารณาว่าธุรกิจของเราอยู่ในขอบข่ายกิจการที่ต้องเสีย VAT หรือได้รับยกเว้นตามกฎหมาย จากนั้นตรวจสอบจุดความรับผิดในการเสียภาษี (Tax Point) ของธุรกรรม

เพื่อออกใบกำกับภาษีขายและนำส่งภาษีได้อย่างถูกต้องตรงตามงวดเดือน

เอกสารและหลักฐานสำคัญที่ต้องจัดเก็บเพื่อรองรับการตรวจสอบภาษีมูลค่าเพิ่มมีอะไรบ้าง?

ต้องจัดเก็บใบกำกับภาษีซื้อที่ได้รับจากคู่ค้า (ตัวจริง), สำเนาใบกำกับภาษีขาย, ใบเสร็จรับเงิน, รายงานภาษีซื้อ, รายงานภาษีขาย, และหลักฐานการชำระเงินที่สัมพันธ์กับบิลแต่ละใบ

เพื่อให้สามารถกระทบยอดและตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย

หากพบว่ายื่นแบบ ภ.พ.30 หรือแสดงยอดภาษีมูลค่าเพิ่มผิดพลาดไปแล้ว ควรดำเนินการแก้ไขอย่างไร?

ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบยอดต่างของภาษีซื้อหรือภาษีขายในเดือนนั้นๆ แล้วจัดทำแบบยื่นเพิ่มเติม (ภ.พ.30 เพิ่มเติม) เพื่อนำส่งภาษีที่ขาดพร้อมชำระเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (ถ้ามี)

โดยเร็วที่สุดเพื่อลดภาระค่าปรับที่อาจสะสมเพิ่มขึ้น

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง ภาษีการแจกของแถมและของรางวัล: เกณฑ์การหัก ณ ที่จ่าย 5% และการจัดการแวตในแคมเปญการตลาด

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ ภาษีการแจกของแถมและของรางวัล: เกณฑ์การหัก ณ ที่จ่าย 5% และการจัดการแวตในแคมเปญการตลาด

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล

หากต้องการดูแลบัญชีและภาษีของธุรกิจเฉพาะทางให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น ลองศึกษาบริการบัญชี ภาษี และวางระบบการเงินสำหรับ SME ของ A Plus Me เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนงาน