การทำธุรกิจจำต้องมีการพบปะสังสรรค์ พาคู่ค้าหรือลูกค้าไปรับประทานอาหาร มอบของขวัญในเทศกาลต่างๆ เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีทางการค้า ซึ่งรายจ่ายเหล่านี้ทางภาษีจัดอยู่ในหมวด

"ค่ารับรองลูกค้า" (Entertainment Expenses)

สรรพากรเปิดช่องให้สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทเพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้ได้ แต่กำหนดเกณฑ์เพดานควบคุมที่เข้มงวดและปิดประตูการเคลมภาษีซื้ออย่างเด็ดขาด

สารบัญบทความ
  1. 1. เกณฑ์การหัก "ค่ารับรอง" เป็นค่าใช้จ่ายบริษัท (กฎกระทรวง ฉบับที่ 143)
  2. 2. ภาษีซื้อต้องห้ามของค่ารับรอง (Blocked VAT)
  3. 3. เอกสารหลักฐานที่ต้องเตรียมเพื่อไม่ให้สรรพากร "บวกกลับ"
  4. 4. ตารางเปรียบเทียบเพดานค่ารับรองตามขนาดธุรกิจ
  5. สรุป
  6. ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

1. เกณฑ์การหัก "ค่ารับรอง" เป็นค่าใช้จ่ายบริษัท (กฎกระทรวง ฉบับที่ 143)

กฎกระทรวงกำหนดให้ค่ารับรองที่จะนำมาหักเป็นรายจ่ายของบริษัทได้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้:

  • เพดานการหักรายจ่ายรวมต่อปี: หักได้ไม่เกิน ร้อยละ 0.3 ของยอดรายได้รวม หรือทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว (แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า) ณ วันสิ้นรอบบัญชี
  • เพดานสูงสุด: ยอดหักรายจ่ายค่ารับรองรวมสะสมตลอดปี ต้องไม่เกิน 10,000,000 บาท
  • เกณฑ์จำนวนเงินต่อหัว: ค่ารับรองที่เป็นค่าอาหาร เครื่องดื่ม หรือค่าที่พัก ต้องไม่เกิน 2,000 บาทต่อคนในแต่ละครั้ง ที่มีการรับรอง
  • ของขวัญหรือของชำร่วย: หากมีการมอบของขวัญให้ลูกค้าในเทศกาลต่างๆ มูลค่าของขวัญต้องไม่เกิน 3,000 บาทต่อคนในแต่ละโอกาส

2. ภาษีซื้อต้องห้ามของค่ารับรอง (Blocked VAT)

ตามประมวลรัษฎากร ภาษีซื้อที่เกิดจากค่าใช้จ่ายในการรับรองลูกค้า เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่มในบิลค่าอาหารโรงแรม ค่าของขวัญ หรือค่าห้องพัก ถือเป็น "ภาษีซื้อต้องห้าม" 100%:

แนวปฏิบัติทางบัญชี:
ห้ามนำยอดภาษีซื้อจากบิลค่ารับรองเหล่านี้ไปยื่นหักออกจากภาษีขายในแบบ ภ.พ.30 เด็ดขาด ทว่าสรรพากรยินยอมให้นำยอดภาษีซื้อที่ไม่สามารถเคลมได้นี้

มารวมเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายค่ารับรอง

เพื่อหักภาษีเงินได้นิติบุคคลตอนสิ้นปีได้ (ตราบใดที่ยอดรวมยังไม่เกินเพดาน 0.3%)

3. เอกสารหลักฐานที่ต้องเตรียมเพื่อไม่ให้สรรพากร "บวกกลับ"

เนื่องจากค่ารับรองเป็นรายการที่มักถูกสุ่มตรวจบ่อยครั้ง บริษัทต้องจัดเตรียมเอกสารพิสูจน์ความเกี่ยวข้องกับธุรกิจให้แน่นหนา ดังนี้:

  1. ใบอนุมัติค่ารับรอง (Entertainment Claim Form): ระบุวันเวลา สถานที่ ชื่อลูกค้า บริษัทคู่ค้า จำนวนคนที่เข้าร่วม และวัตถุประสงค์ในการรับรอง (เช่น คุยโครงการใหม่ หรือขอบคุณยอดขายปลายปี) โดยได้รับการเซ็นอนุมัติจากกรรมการหรือผู้จัดการ
  2. ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป (Full Tax Invoice): หรือบิลเงินสดระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขผู้เสียภาษีของบริษัทอย่างชัดเจน
  3. หลักฐานการชำระเงิน: สลิปโอนเงิน หรือใบเสร็จรูดบัตรเครดิตของบริษัท

4. ตารางเปรียบเทียบเพดานค่ารับรองตามขนาดธุรกิจ

ขนาดทุนจดทะเบียน รายได้รวมต่อปี ฐานคำนวณที่สูงกว่า ยอดค่ารับรองสูงสุดที่หักภาษีได้
1,000,000 บาท 5,000,000 บาท รายได้รวม (5,000,000) 15,000 บาท (0.3%)
5,000,000 บาท 3,000,000 บาท ทุนจดทะเบียน (5,000,000) 15,000 บาท (0.3%)
10,000,000 บาท 50,000,000 บาท รายได้รวม (50,000,000) 150,000 บาท (0.3%)

สรุป

ค่ารับรองลูกค้าเป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่จำเป็น แต่ต้องมีการควบคุมภายในที่ดีในการเก็บใบเสร็จและการเขียนรายงานชี้แจงผู้มีอำนาจตรวจสอบ หากใช้จ่ายเกินสัดส่วน

สรรพากรจะทำการบวกกลับยอดส่วนเกินไปเป็นกำไรเพื่อเสียภาษีทันที

การประสานงานกับสำนักงานบัญชีเพื่อคอยมอนิเตอร์ยอดสะสมระหว่างปีจะช่วยให้คุณบริหารต้นทุนส่วนนี้ได้อย่างปลอดภัย

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง ค่ารับรองลูกค้า: เกณฑ์การหักค่าใช้จ่ายบริษัท และข้อจำกัดภาษีซื้อต้องห้าม ควรใช้เพื่อวางแผนก่อนเกิดรายการจริง เพราะการประหยัดภาษีที่ดีต้องมีเหตุผลทางธุรกิจ

เอกสารครบ และบันทึกบัญชีสอดคล้องกับกระแสเงินสดจริง

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • แยกเป้าหมายทางธุรกิจออกจากเป้าหมายภาษี เช่น เงินสด กำไร ภาระเอกสาร และความเสี่ยงย้อนหลัง
  • ตรวจว่ารายจ่ายหรือโครงสร้างที่เลือกมีเอกสาร ผู้รับเงิน และเหตุผลทางธุรกิจรองรับ
  • ประเมินผลต่อ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล และงบการเงินก่อนตัดสินใจ

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • มองเฉพาะตัวเลขภาษีที่ลดลง แต่ไม่ดูความเสี่ยงเอกสารและกระแสเงินสด
  • ใช้รายจ่ายส่วนตัวหรือรายการที่ไม่มีผู้รับเงินชัดเจนเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท
  • ทำรายการปลายปีโดยไม่มีมติ สัญญา หรือหลักฐานชำระเงินจริงรองรับ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การวางแผนภาษีนิติบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมายและยั่งยืนควรยึดหลักเกณฑ์ใดเป็นสำคัญ?

ต้องยึดหลักเกณฑ์ที่มีเหตุผลทางธุรกิจจริง (Business Substance) และมีเอกสารหลักฐานครบถ้วนประกอบธุรกรรม การประหยัดภาษีที่ดีไม่ใช่การสร้างค่าใช้จ่ายเท็จ

แต่เป็นการใช้สิทธิประโยชน์ทางกฎหมาย เช่น การเคลมรายจ่ายหักลดหย่อนพิเศษ

หรือการเลือกโครงสร้างรายจ่ายที่เหมาะสม

สิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนตัดสินใจดำเนินโครงการวางแผนภาษีภายในบริษัทมีอะไรบ้าง?

ควรตรวจสอบผลกระทบเชื่อมโยงรอบด้าน ทั้งเรื่องกระแสเงินสดจริงของกิจการ, ภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT), ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, ภาษีเงินได้นิติบุคคลปลายปี,

รวมถึงความพร้อมของพนักงานในการจัดเตรียมเอกสารรองรับตามที่กฎหมายกำหนด

หากดำเนินการบันทึกค่าใช้จ่ายไปแล้วพบว่าเอกสารไม่สมบูรณ์หรือเสี่ยงเป็นรายจ่ายต้องห้าม ควรแก้ไขอย่างไร?

ควรรวบรวมเอกสารหลักฐานเท่าที่มีอยู่เพื่อพิสูจน์วัตถุประสงค์การจ่ายจริงและผู้รับเงิน หากเอกสารไม่มีน้ำหนักพอ ให้แจ้งผู้ทำบัญชีบันทึกยอดดังกล่าวเป็น 'รายจ่ายต้องห้ามทางภาษี'

และทำการบวกกลับในแบบ ภ.ง.ด.50

ตอนสิ้นปีเพื่อหลีกเลี่ยงเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง ค่ารับรองลูกค้า: เกณฑ์การหักค่าใช้จ่ายบริษัท และข้อจำกัดภาษีซื้อต้องห้าม

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ ค่ารับรองลูกค้า: เกณฑ์การหักค่าใช้จ่ายบริษัท และข้อจำกัดภาษีซื้อต้องห้าม

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล

เจ้าของธุรกิจที่ต้องการเริ่มต้นให้ถูกต้องตั้งแต่ขั้นตอนแรก ลองศึกษารายละเอียดการจดทะเบียนบริษัทของ A Plus Me เพื่อเตรียมเอกสาร ทุน และผู้ถือหุ้นให้พร้อมก่อนยื่นจด