ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) เป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญของผู้จ่ายเงินในระบบธุรกิจไทย แต่คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ 'บริการแบบนี้ต้องหัก 3% หรือ 5%?' บทความนี้อธิบายหลักการและตัวอย่างที่ชัดเจน เพื่อให้คุณปฏิบัติได้ถูกต้องและหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทางภาษี

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร?

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือ Withholding Tax (WHT) คือระบบที่กรมสรรพากร (rd.go.th) กำหนดให้ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษีจากเงินที่จ่ายให้ผู้รับ แล้วนำส่งแทนผู้รับในนามของกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 หากยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์) โดยใช้แบบ ภ.ง.ด.3 สำหรับการจ่ายให้บุคคลธรรมดา และ ภ.ง.ด.53 สำหรับการจ่ายให้นิติบุคคล

หลักการสำคัญคือ ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษี ไม่ใช่ผู้รับเงิน หากผู้จ่ายไม่หักภาษีหรือหักไม่ครบ ผู้จ่ายอาจต้องรับผิดชอบภาษีที่ขาดและเบี้ยปรับร่วมกับผู้รับเงิน

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% ใช้กับบริการอะไรบ้าง?

อัตรา 3% เป็นอัตราที่พบบ่อยที่สุดในธุรกรรมทางธุรกิจ ใช้กับการจ่ายค่าบริการต่าง ๆ ให้แก่นิติบุคคลและบุคคลธรรมดาในกรณีส่วนใหญ่ โดยบริการที่ต้องหัก 3% ได้แก่

  • ค่าบริการวิชาชีพทั่วไป เช่น ค่าที่ปรึกษา ค่าออกแบบ ค่าโฆษณา
  • ค่าจ้างทำของ (ค่าผลิต ค่าพิมพ์ ค่าซ่อม)
  • ค่าบริการขนส่ง
  • ค่าเช่าทรัพย์สินที่ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ เช่น ค่าเช่าเครื่องจักร รถยนต์ คอมพิวเตอร์
  • ค่าบริการโทรคมนาคม
  • ค่าบริการซอฟต์แวร์และไอที
  • ค่าบริการรักษาความปลอดภัย
  • ค่าบริการทำความสะอาด

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% ใช้กับบริการอะไรบ้าง?

อัตรา 5% ใช้กับการจ่ายเงินในกรณีเฉพาะที่กฎหมายกำหนด โดยส่วนใหญ่เกี่ยวกับค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์และบริการบางประเภท ได้แก่

  • ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ เช่น ค่าเช่าบ้าน อาคาร ที่ดิน สำนักงาน
  • ค่าบริการที่มีลักษณะเป็นค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์แฝงอยู่ด้วย
  • ค่าลิขสิทธิ์บางประเภท (แตกต่างกันตามประเภทลิขสิทธิ์)

ตารางเปรียบเทียบอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ประเภทการจ่ายเงินอัตราหักแบบที่ใช้ยื่น
ค่าบริการทั่วไป / ค่าจ้าง (นิติบุคคล)3%ภ.ง.ด.53
ค่าบริการทั่วไป / ค่าจ้าง (บุคคลธรรมดา)3%ภ.ง.ด.3
ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์5%ภ.ง.ด.53 / ภ.ง.ด.3
ค่าวิชาชีพอิสระ (แพทย์ ทนาย สถาปนิก)3%ภ.ง.ด.3
ค่าโฆษณา2%ภ.ง.ด.53 / ภ.ง.ด.3
ดอกเบี้ยเงินกู้1% / 15%ภ.ง.ด.53 / ภ.ง.ด.3
เงินปันผล10%ภ.ง.ด.2

ตัวอย่างการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ตัวอย่างที่ 1: ค่าบริการที่ปรึกษา (3%)

บริษัท A ว่าจ้างบริษัท B ให้บริการที่ปรึกษา ค่าบริการ 100,000 บาท บริษัท A ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% = 3,000 บาท จ่ายให้บริษัท B เพียง 97,000 บาท และนำส่ง 3,000 บาท ต่อกรมสรรพากรโดยใช้แบบ ภ.ง.ด.53 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

ตัวอย่างที่ 2: ค่าเช่าสำนักงาน (5%)

บริษัท C เช่าสำนักงานจากบริษัท D ค่าเช่าเดือนละ 50,000 บาท บริษัท C ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% = 2,500 บาท จ่ายให้บริษัท D เพียง 47,500 บาท และนำส่ง 2,500 บาท ต่อกรมสรรพากร

เงื่อนไขที่ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

มีกรณีที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ได้แก่

  • การจ่ายให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรของรัฐที่ได้รับยกเว้น
  • การซื้อสินค้า (ซื้อขายสินค้าไม่ใช่บริการ)
  • ค่าบริการที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด (บางกรณี)
  • บัตรเครดิตธุรกิจที่จ่ายผ่านระบบบัตร (กรณีนี้ธนาคารจัดการแทน)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย

  • หักอัตราผิด เช่น หัก 3% สำหรับค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ควรหัก 5%
  • ลืมหักภาษีสำหรับการจ่ายบางประเภท
  • ยื่นแบบผิดประเภท (ใช้ ภ.ง.ด.3 แทน ภ.ง.ด.53 หรือกลับกัน)
  • ยื่นแบบล่าช้าซึ่งมีค่าปรับและเงินเพิ่ม
  • ไม่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับเงิน

สรุป: หัก 3% หรือ 5% ดูที่อะไร?

หลักง่าย ๆ คือ ดูว่าสิ่งที่จ่ายคืออะไร หากเป็นค่าบริการทั่วไป ค่าจ้างทำของ หรือค่าวิชาชีพ ส่วนใหญ่หัก 3% หากเป็นค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ หัก 5% ในกรณีที่ไม่แน่ใจ ควรปรึกษานักบัญชีหรือตรวจสอบกับกรมสรรพากร (rd.go.th) โดยตรง เพราะการหักอัตราผิดอาจส่งผลให้ต้องนำส่งภาษีเพิ่มเติมพร้อมเบี้ยปรับในภายหลัง

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กับ 5%: บริการแบบไหนหักเท่าไหร่? คู่มือฉบับเข้าใจง่าย ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ค่าจ้างทำของ เช่น ค่าพิมพ์เอกสาร ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์?

ค่าจ้างทำของถือเป็นค่าบริการประเภทหนึ่ง ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ทั้งกรณีจ่ายให้บุคคลธรรมดา (ยื่น ภ.ง.ด.3) และนิติบุคคล (ยื่น ภ.ง.ด.53)

ค่าเช่าสำนักงานต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์?

ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน อาคาร บ้าน หรือที่ดิน ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 5% ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 40(5)

ถ้าจ่ายค่าบริการให้บุคคลธรรมดาต้องใช้แบบอะไรยื่น?

การจ่ายให้บุคคลธรรมดาต้องใช้แบบ ภ.ง.ด.3 ส่วนการจ่ายให้นิติบุคคลต้องใช้แบบ ภ.ง.ด.53 ต้องยื่นภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป หรือวันที่ 15 หากยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร

ถ้าลืมหักภาษี ณ ที่จ่าย จะเกิดอะไรขึ้น?

ผู้จ่ายเงินที่ไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย หรือหักแต่ไม่นำส่ง ต้องรับผิดชอบภาษีที่ควรหักพร้อมเบี้ยปรับ 100% ของภาษีที่ขาด และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนตามประมวลรัษฎากร ดังนั้นควรตรวจสอบให้ถูกต้องทุกครั้งก่อนจ่ายเงิน

ค่าเช่าเครื่องจักรหรือรถยนต์ต้องหักกี่เปอร์เซ็นต์?

ค่าเช่าทรัพย์สินที่ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ เช่น เครื่องจักร รถยนต์ อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ซึ่งแตกต่างจากค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่หัก 5%

การซื้อสินค้าต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม?

โดยทั่วไปการซื้อสินค้าไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ภาษีหัก ณ ที่จ่ายใช้กับการจ่ายค่าบริการ ค่าเช่า ค่าวิชาชีพ และค่าตอบแทนบางประเภทเท่านั้น ยกเว้นกรณีที่สัญญารวมทั้งการขายสินค้าและบริการไว้ด้วยกัน

ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับเงินไหม?

ใช่ครับ ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้แก่ผู้รับเงินในวันที่จ่ายเงินหรือในเวลาอันสมควร เพื่อให้ผู้รับนำไปใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษีประจำปี