หลายกิจการวางแคมเปญแจกสินค้าเพื่อกระตุ้นยอดขาย โดยคิดเพียงเรื่องต้นทุนกับภาพลักษณ์แบรนด์ แต่ในมุมบัญชีและภาษี คำว่า "แจกฟรี" ไม่ได้แปลว่าไม่มีผลอะไรเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อสินค้านั้นเคยซื้อมาเพื่อขายหรืออยู่ในระบบสต็อกของกิจการที่จด VAT แล้ว ข้อมูล ณ ปี 2569
หลักการพื้นฐาน: กฎหมาย VAT มองการแจกว่าเป็นอะไร
ประมวลรัษฎากรมาตรา 77/1 นิยาม "ขายสินค้า" ไว้กว้างมาก ครอบคลุมถึงการโอนกรรมสิทธิ์สินค้าไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นการนำสินค้าออกจากสต็อกไปแจกจึงอาจเข้าข่าย "ขาย" ในทางภาษีได้ทันที หากไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้นที่กฎหมายกำหนด
กฎหมาย VAT จึงไม่ได้สนใจเพียงว่าได้รับเงินมาหรือเปล่า แต่สนใจว่าสินค้าถูก "โอน" ออกไปจากกิจการเพื่อวัตถุประสงค์ใด และผู้รับเป็นใคร เพราะสองปัจจัยนี้คือจุดแบ่งระหว่างต้องออกใบกำกับภาษีกับไม่ต้อง
กรณีที่ไม่ต้องเสีย VAT บนสินค้าที่แจก
กฎหมายและแนวปฏิบัติของกรมสรรพากรยอมรับให้ยกเว้น VAT บนสินค้าที่แจกใน 3 สถานการณ์หลัก ดังนี้
1. ของแถมที่ผูกกับการขายสินค้าหรือบริการ (มาตรา 79(4))
ของแถมประเภทนี้ไม่ต้องนำมูลค่าไปรวมในฐานภาษี VAT หากเป็นไปตามเงื่อนไขครบทั้ง 3 ข้อ คือ
- ของแถมต้องแถมไปพร้อมกับการขายสินค้าหรือให้บริการ ไม่ใช่แจกแยกต่างหาก
- มูลค่าของแถมต้องไม่เกินมูลค่าสินค้าหรือบริการหลักที่ขายไป
- ระบุของแถมบนใบกำกับภาษีหรือเอกสารรายการขายให้ชัดเจน
ตัวอย่าง: ซื้อกระเป๋า 1,500 บาท แถมกระเป๋าเล็ก 200 บาท มูลค่าแถมไม่เกินมูลค่าสินค้าหลัก และระบุในใบกำกับภาษีว่า "ของแถม" กรณีนี้ไม่ต้องแยกคิด VAT บนของแถม 200 บาท
2. สินค้าตัวอย่าง (Sample) แจกให้ผู้บริโภคโดยตรง
การแจก sample หรือสินค้าทดลองให้ผู้บริโภคปลายทางโดยตรงเพื่อส่งเสริมการขายไม่ถือเป็นการขายที่ต้องเสีย VAT และต้นทุนสินค้าที่แจกยังสามารถลงเป็นรายจ่ายเพื่อหักภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ด้วย
จุดสำคัญคือผู้รับต้องเป็น ผู้บริโภคปลายทาง ไม่ใช่ผู้ประกอบการที่ซื้อเพื่อนำไปขายต่อ เพราะหากแจกให้ผู้ค้าปลีกหรือตัวแทนจำหน่ายที่เป็นนิติบุคคลหรือผู้ประกอบการ VAT หลักการจะเปลี่ยนไป
3. ของที่ระลึกหรือของขวัญตราสัญลักษณ์บริษัทมูลค่าสมเหตุสมผล
ปฏิทิน สมุดโน้ต หรือสิ่งของที่พิมพ์โลโก้บริษัทเพื่อแจกเป็นของชำร่วยตามธรรมเนียมทางธุรกิจ หากมีมูลค่าพอสมควร ไม่ต้องนำไปรวมในฐาน VAT ตามมาตรา 79(4) อย่างไรก็ดี ภาษีซื้อจากการซื้อของขวัญประเภทนี้ไม่สามารถนำมาขอคืนหรือหักออกจากภาษีขายได้ ตามมาตรา 82/5(4) ซึ่งเป็นจุดที่หลายกิจการเข้าใจผิด
กรณีที่ต้องเสีย VAT บนสินค้าที่แจก
มีหลายสถานการณ์ที่การแจกสินค้าถือเป็น "ขาย" ในทางกฎหมาย VAT และต้องออกใบกำกับภาษี
แจกสินค้าให้ผู้ประกอบการอื่น (B2B) เพื่อส่งเสริมการขาย
หากนำสินค้าไปแจกให้ตัวแทนจำหน่าย ร้านค้าปลีก หรือผู้ประกอบการที่จะนำสินค้าไปขายต่อ ถือเป็นการ "ขายสินค้า" ตามมาตรา 77/1(8)-(9) ต้องเสีย VAT และออกใบกำกับภาษีทันทีที่โอนสินค้า ฐานภาษีคือราคาตลาดของสินค้านั้น
แจกสินค้าเพื่อแลกโฆษณาหรือบริการ
กรณีที่บริษัทส่งสินค้าให้ influencer หรือสื่อเพื่อแลกกับการรีวิวหรือโฆษณา ถือเป็น "บริการ" ที่ผู้รับจัดทำให้บริษัท ซึ่งทำให้รายการนี้มีค่าตอบแทน ฝั่งสินค้าที่ส่งออกก็ถือว่ามีการขาย ต้องพิจารณาผลกระทบ VAT ทั้งสองด้าน และควรหารือกับที่ปรึกษาบัญชีก่อนวางแคมเปญ
นำสินค้าออกจากสต็อกใช้ส่วนตัวหรือเพื่อการที่ไม่เกี่ยวกับกิจการ
การนำสินค้าออกจากคลังสินค้าของกิจการไปใช้ส่วนตัว ให้ผู้บริหาร หรือนำไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับการประกอบกิจการ VAT ถือเป็น "ขาย" ต้องออกใบกำกับภาษีด้วยราคาตลาด
ตารางสรุปแต่ละสถานการณ์
แจกแบบไหน — VAT อย่างไร
- ของแถมคู่กับสินค้าหลัก มูลค่าไม่เกินสินค้าหลัก ระบุในใบกำกับภาษี — ไม่ต้องคิด VAT แยกบนของแถม (มาตรา 79(4))
- Sample แจกผู้บริโภคปลายทางโดยตรง — ไม่ต้องเสีย VAT / ลงเป็นรายจ่ายภาษีเงินได้ได้
- ของชำร่วย/ของขวัญตราสัญลักษณ์มูลค่าสมเหตุสมผล — ไม่ต้องคิด VAT ขาออก แต่ภาษีซื้อที่จ่ายไปเครดิตคืนไม่ได้
- แจกให้ร้านค้า / ตัวแทนจำหน่าย / ผู้ค้าต่อ (B2B) — ถือเป็นขาย ต้องออกใบกำกับภาษี VAT 7%
- แจกให้ influencer / สื่อแลกรีวิว — มีค่าตอบแทน ต้องพิจารณา VAT ทั้งสองทาง
- นำออกจากสต็อกใช้ส่วนตัวหรือนอกกิจการ — ถือเป็นขาย ต้องออกใบกำกับภาษีด้วยราคาตลาด
ภาษีซื้อที่จ่ายไปตอนซื้อสินค้า: ขอคืนได้ไหม
นี่เป็นอีกจุดที่สำคัญมากและมักถูกมองข้าม เพราะแม้ VAT ขาออกจะไม่มี ภาษีซื้อก็ไม่ได้เสมอว่าขอคืนได้เสมอไป
- สินค้าที่ซื้อมาตั้งใจขายแล้วเปลี่ยนใจแจกเป็นของขวัญ (ไม่ผูกกับการขาย) — ภาษีซื้อที่เคยจ่ายไปอาจต้องคืนหรือปรับ เพราะสินค้าไม่ได้ใช้ในกิจการ VAT ที่ต้องเสียภาษีอีกต่อไป
- ซื้อสินค้ามาเพื่อแจกเป็นของขวัญลูกค้าตั้งแต่แรก — ภาษีซื้อนำมาหักจากภาษีขายไม่ได้ ตามมาตรา 82/5(4)
- ซื้อสินค้ามาเพื่อแจก sample ให้ผู้บริโภค — ภาษีซื้อสามารถนำมาเครดิตได้ เพราะเป็นกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ
การจัดประเภทให้ถูกตั้งแต่แรกจึงสำคัญมาก เพราะมีผลต่อทั้งภาษีขาออกและภาษีซื้อที่จะขอคืนได้
เอกสารที่ควรวางให้พร้อมก่อนแคมเปญ
หลายกิจการพลาดเพราะฝ่ายการตลาดออกแบบโปรโมชันเสร็จแล้วค่อยแจ้งบัญชีทีหลัง ทำให้ไม่มีหลักฐานรองรับและต้องแก้ย้อนหลัง ซึ่งยุ่งยากและมีค่าปรับ
เอกสารที่ควรเตรียม
- เอกสารอนุมัติแคมเปญ — ระบุวัตถุประสงค์ ว่าแจกเพื่ออะไร ให้ใคร จำนวนเท่าไหร่ ช่วงเวลาใด
- รายการตัดสต็อก (Stock Write-off) — เอกสารบัญชียืนยันว่าสินค้าออกจากคลังด้วยวัตถุประสงค์ใด
- ใบกำกับภาษีหรือใบส่งสินค้า — กรณีที่ต้องออกใบกำกับภาษี ให้ออกทันทีที่โอนสินค้า ไม่ใช่รอสิ้นเดือน
- รายงาน ภ.พ.30 — ตรวจว่ายอด VAT ที่เกิดจากการแจกถูกรวมอยู่ในรายงานภาษีขายครบหรือไม่
- ภาพถ่ายหรือหลักฐานการแจก — สำหรับ sample หรือแคมเปญ influencer เพื่อยืนยันวัตถุประสงค์
กรณีศึกษา: ซื้อ 1 แถม 1 กับงาน Event ต่างกันอย่างไร
สมมติกิจการขายน้ำผลไม้ จด VAT ปกติ มีแคมเปญ 2 แบบ
แคมเปญ A: ซื้อ 1 กล่อง แถม 1 กล่อง — ขายกล่องหลัก 50 บาท แถมกล่องเพิ่ม 50 บาท มูลค่าแถมเท่ากับสินค้าหลัก ในกรณีนี้ตามมาตรา 79(4) มูลค่าของแถมต้องไม่เกินมูลค่าสินค้าหลัก ถ้าแถม 1 กล่องราคาเดียวกัน บางแนวปฏิบัติจะออกใบกำกับภาษีรวมมูลค่าสินค้าทั้งสอง แต่แสดงส่วนลดให้เห็นชัด ควรหารือกับผู้ทำบัญชีเพื่อให้วิธีออกเอกสารถูกต้อง
แคมเปญ B: แจกน้ำผลไม้ฟรีในงาน Event ให้คนทั่วไปทดลองชิม — ผู้รับเป็นผู้บริโภคปลายทาง แจกเพื่อส่งเสริมการขาย ไม่ต้องออกใบกำกับภาษี VAT สามารถลงต้นทุนสินค้าเป็นรายจ่ายการตลาดสำหรับ CIT ได้ แต่ต้องมีเอกสารอนุมัติแคมเปญและรายการตัดสต็อกรองรับ
VAT ที่ต้องรู้เพิ่มเติม: อัตราและเกณฑ์จด
สำหรับกิจการที่อยู่ระหว่างพิจารณาจด VAT หรือเพิ่งจดใหม่ ควรทราบด้วยว่า อัตรา VAT ปัจจุบันอยู่ที่ 7% (รวมภาษีท้องถิ่น) ซึ่งเป็นอัตราลดพิเศษจากอัตราตามกฎหมาย 10% โดยต่ออายุเป็นรายปีด้วยพระราชกฤษฎีกา ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้ ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากรเสมอ และกิจการที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปีมีหน้าที่จด VAT ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
หากไม่แน่ใจว่าแคมเปญโปรโมชันของกิจการมีผลกระทบ VAT อย่างไร ลองใช้ เครื่องมือประเมินความเสี่ยงภาษีของ A Plus Me เพื่อสำรวจจุดเสี่ยงเบื้องต้น หรือปรึกษาทีมงานเพื่อวางระบบเอกสารและ VAT ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก
สรุป: เช็กให้ครบก่อนออกแคมเปญ
คำถามว่าแจกสินค้าเสีย VAT ไหม ไม่มีคำตอบเดียว ขึ้นอยู่กับว่าแจกอะไร ให้ใคร และเป็นของแถมคู่กับการขายหรือไม่ หลักง่าย ๆ ที่ช่วยตัดสินใจได้คือ ถามว่า "ผู้รับเป็นผู้บริโภคปลายทางหรือผู้ประกอบการ?" และ "ของแถมผูกกับการขายสินค้าหลักหรือแจกแยกต่างหาก?" สองคำถามนี้ช่วยแยกกรณีออกได้ชัดเจนในระดับหนึ่ง ก่อนจะต้องพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมกับผู้ทำบัญชี
ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
บทความเรื่อง แจกสินค้าเสีย VAT ไหม และควรดูเงื่อนไขอะไรบ้าง ควรใช้ตรวจทั้งจุดเกิดภาษี เอกสารขาย เอกสารซื้อ และรายงาน ภ.พ.30 เพราะข้อผิดพลาด VAT มักกระทบหลายเดือนต่อเนื่องและแก้ยากเมื่อปิดรอบภาษีไปแล้ว
เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ
- ตรวจว่าธุรกิจอยู่ในกิจการที่ต้องจด VAT หรือเป็นกิจการยกเว้น VAT
- แยกใบกำกับภาษีขาย ใบกำกับภาษีซื้อ ใบเสร็จ และหลักฐานรับชำระเงินให้ตรงรอบเดือน
- กระทบยอดรายงานภาษีซื้อ-ขายกับ ภ.พ.30 รายได้ และรายการเดินบัญชีธนาคารก่อนยื่นแบบ
ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง
- เคลมภาษีซื้อจากเอกสารที่ข้อมูลไม่ครบหรือไม่เกี่ยวกับกิจการโดยตรง
- ออกใบกำกับภาษีผิดเดือนหรือไม่สัมพันธ์กับวันที่รับเงิน ส่งมอบสินค้า หรือให้บริการ
- ปล่อยให้รายได้เกินเกณฑ์จด VAT โดยไม่มีแผนจดทะเบียนและปรับระบบเอกสาร
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- กรมสรรพากร: ภาษีมูลค่าเพิ่ม
- กรมสรรพากร: กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
- กรมสรรพากร: ระบบยื่นแบบออนไลน์ e-Filing
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ของแถมที่แถมไปพร้อมกับการขายสินค้า ต้องเสีย VAT แยกต่างหากหรือไม่?
ไม่ต้องเสีย VAT แยก หากของแถมนั้นแถมไปพร้อมกับการขายสินค้าหรือบริการหลัก มูลค่าของแถมไม่เกินมูลค่าสินค้าหลัก และระบุของแถมให้ชัดเจนในใบกำกับภาษีหรือเอกสารรายการขาย ตามมาตรา 79(4) ของประมวลรัษฎากร
แจกสินค้าตัวอย่าง (Sample) ให้ลูกค้าทดลอง ต้องออกใบกำกับภาษีไหม?
กรณีแจก sample ให้ผู้บริโภคปลายทางโดยตรงเพื่อส่งเสริมการขาย ไม่ถือเป็นการขายที่ต้องเสีย VAT และไม่ต้องออกใบกำกับภาษี ต้นทุนสินค้าสามารถลงเป็นรายจ่ายเพื่อหักภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ แต่ต้องมีเอกสารอนุมัติแคมเปญและรายการตัดสต็อกรองรับ
ซื้อสินค้ามาแจกเป็นของขวัญลูกค้า ภาษีซื้อที่จ่ายไปนำมาขอคืนหรือหักจากภาษีขายได้ไหม?
ไม่ได้ ภาษีซื้อจากการซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อให้เป็นของขวัญหรือรางวัลแก่ลูกค้าโดยไม่ผูกกับการขายสินค้าหลัก ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5(4) ของประมวลรัษฎากร ไม่สามารถนำมาเครดิตหักจากภาษีขายหรือขอคืนได้