หลายกิจการรู้สึกว่าปลายปีเป็นช่วงที่บัญชีและภาษีถาโถมพร้อมกัน ทั้งที่จริงงานจำนวนมากสะสมมาตั้งแต่ระหว่างปี ถ้าเจ้าของกิจการมองภาษีประจำปีเป็นเส้นเวลาแทนที่จะเป็นงานครั้งเดียว จะจัดการได้ง่ายขึ้นมาก บทความนี้รวบรวมภาพใหญ่ของภาระภาษีและเอกสารประจำปีของบริษัท พร้อมกำหนดเวลาและค่าปรับที่เจ้าของกิจการควรรู้ (ข้อมูล ณ ปี 2569)
ภาพรวม: ภาษีประจำปีของบริษัทมีอะไรบ้าง
บริษัทจำกัดในประเทศไทยมีพันธกรณีภาษีและเอกสารประจำปีหลายรายการที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาต่างกันตลอดปี เจ้าของกิจการที่เข้าใจภาพรวมนี้จะสามารถเตรียมเงินสด เตรียมเอกสาร และหลีกเลี่ยงค่าปรับได้ดีกว่ามาก
- ภ.ง.ด.51 — ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี: ยื่นภายใน 2 เดือนหลังสิ้นครึ่งรอบบัญชี (สำหรับรอบ ม.ค.–ธ.ค. คือภายในสิ้นเดือนสิงหาคม)
- ภ.ง.ด.50 — ภาษีเงินได้นิติบุคคลสิ้นปี: ยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี (สำหรับรอบ ม.ค.–ธ.ค. คือภายใน 29 พฤษภาคม; e-filing ขยายอีก 8 วัน)
- ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM): ต้องจัดภายใน 4 เดือนนับจากวันสิ้นรอบบัญชี
- ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD): ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี พร้อมสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ภายใน 14 วันหลัง AGM
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) รายเดือน: ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนตลอดปี (สำหรับกิจการที่จดทะเบียน VAT มีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปี)
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย รายเดือน: ยื่น ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 ทุกเดือนตามประเภทผู้รับเงิน
ภ.ง.ด.51 ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี
ภ.ง.ด.51 คือการยื่นประมาณการภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับครึ่งรอบบัญชีแรก บริษัทต้องประมาณกำไรสุทธิของทั้งปีล่วงหน้า แล้วคำนวณภาษีครึ่งหนึ่งของประมาณการนั้นมาชำระ
กำหนดยื่น: ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี สำหรับรอบบัญชีที่ใช้กันทั่วไปคือ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม กำหนดยื่น ภ.ง.ด.51 คือภายในวันที่ 31 สิงหาคมของทุกปี (e-filing ขยายออกอีก 8 วัน)
ข้อระวังสำคัญ: หากประมาณการกำไรที่ยื่น ภ.ง.ด.51 ต่ำกว่ากำไรสุทธิจริงเกิน 25% โดยไม่มีเหตุอันสมควร กรมสรรพากรจะเรียกเก็บเงินเพิ่มอีก 20% ของส่วนที่ขาด การประมาณการที่ระมัดระวังจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่ยื่นเพื่อให้ผ่าน
SME ควรประมาณกำไรอย่างไร
ทางปฏิบัติที่นิยมคือดูกำไรจริง 6 เดือนแรก แล้วคาดการณ์ว่าครึ่งหลังน่าจะใกล้เคียงหรือสูงกว่า สำหรับกิจการที่มีรายได้สม่ำเสมอ การนำผลจริงมาคูณ 2 มักเพียงพอ แต่ถ้ากิจการมีฤดูกาล เช่น รายได้กระจุกช่วงปลายปี ต้องปรับตัวเลขให้สะท้อนความจริงมากขึ้น
ภ.ง.ด.50 ภาษีเงินได้นิติบุคคลสิ้นปี และอัตราภาษีที่ใช้จริง
ภ.ง.ด.50 คือแบบยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ที่คำนวณจากกำไรสุทธิจริงของรอบบัญชี หลังหักค่าใช้จ่ายที่กฎหมายยอมรับ บริษัทต้องยื่นพร้อมงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
กำหนดยื่น: ภายใน 150 วันนับจากวันสุดท้ายของรอบบัญชี สำหรับรอบบัญชีที่สิ้นสุด 31 ธันวาคม กำหนดนี้คือประมาณปลายเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป การยื่นผ่าน e-Filing ได้รับการขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน
อัตราภาษีสำหรับ SME (ข้อมูล ณ ปี 2569): บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ณ วันสิ้นรอบบัญชีไม่เกิน 5,000,000 บาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวมไม่เกิน 30,000,000 บาทต่อรอบบัญชี จะได้รับอัตราภาษีแบบขั้นบันได ดังนี้
- กำไรสุทธิ 0 – 300,000 บาท: อัตรา 0% (ยกเว้นภาษี)
- กำไรสุทธิ 300,001 – 3,000,000 บาท: อัตรา 15%
- กำไรสุทธิเกิน 3,000,000 บาท: อัตรา 20%
บริษัทที่ไม่เข้าเงื่อนไข SME หรือในปีที่เกินเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่ง จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราคงที่ 20% ของกำไรสุทธิทั้งหมด
ตัวอย่างการคำนวณภาษี SME
สมมติบริษัท A มีกำไรสุทธิ 1,500,000 บาท และเข้าเงื่อนไข SME ทั้งสองข้อ:
- 300,000 บาทแรก: ภาษี 0 บาท
- 1,200,000 บาท (ส่วนที่ 300,001 – 1,500,000): ภาษี 15% = 180,000 บาท
- ภาษีรวมที่ต้องชำระ: 180,000 บาท (คิดเป็นอัตราภาษีที่แท้จริงราว 12%)
เทียบกับบริษัทที่ไม่เข้าเงื่อนไข SME ซึ่งต้องเสีย 1,500,000 × 20% = 300,000 บาท ส่วนต่างนี้คือเหตุผลที่การวางแผนโครงสร้างบริษัทให้ยังอยู่ในเกณฑ์ SME มีนัยสำคัญ
งบการเงินและการยื่น DBD — ขั้นตอนที่มักถูกมองข้าม
นอกจากภาษีกรมสรรพากรแล้ว บริษัทยังมีหน้าที่ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ซึ่งหลายกิจการมองข้ามหรือทำช้าจนเกิดค่าปรับ
ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM)
กฎหมายกำหนดให้บริษัทจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี สำหรับบริษัทที่มีรอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม AGM ต้องจัดภายในวันที่ 30 เมษายนของปีถัดไป ต้องแจ้งวันประชุมให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วันผ่านไปรษณีย์ตอบรับหรือวิธีที่กฎหมายกำหนด
ที่ประชุมต้องอนุมัติงบการเงินประจำปีก่อนที่จะนำส่ง DBD ได้
ยื่นงบการเงินและบอจ.5 ต่อ DBD
งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบและอนุมัติในที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว ต้องนำส่ง DBD ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี ทาง DBD e-Filing นอกจากนี้ สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต้องยื่นภายใน 14 วันนับจากวันประชุม AGM
การนำส่งงบล่าช้ามีโทษปรับตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนฯ และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งอาจกระทบต่อเครดิตของกิจการในระบบ DBD ด้วย
ค่าปรับและเงินเพิ่มที่เจ้าของกิจการต้องรู้
ค่าปรับในระบบภาษีไทยแบ่งเป็นสองส่วนที่มักเกิดขึ้นพร้อมกัน คือค่าปรับทางอาญา (fine) และเงินเพิ่ม (surcharge) ซึ่งคำนวณจากภาษีที่ต้องชำระ
- ยื่น ภ.ง.ด.50 หรือ ภ.ง.ด.51 ช้าไม่เกิน 7 วัน: ค่าปรับ 1,000 บาทต่อแบบ
- ยื่นช้าเกิน 7 วัน: ค่าปรับ 2,000 บาทต่อแบบ
- ประมาณการกำไรใน ภ.ง.ด.51 ต่ำกว่าความจริงเกิน 25%: เงินเพิ่ม 20% ของจำนวนภาษีที่ขาด
- ชำระภาษีล่าช้า: เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน (หรือเศษของเดือน) ของจำนวนที่ต้องชำระ นับแต่วันพ้นกำหนด
ค่าปรับดังกล่าวเป็นตัวเลขขั้นต่ำตามกฎหมาย สรรพากรมีอำนาจลดหรือยกเว้นได้ในบางกรณี แต่โดยทั่วไปเมื่อถูกตรวจสอบย้อนหลัง ทั้งค่าปรับและเงินเพิ่มจะสะสมจนมีผลกระทบสูง
เตรียมตลอดปีเพื่อให้ปลายปีไม่หนัก
งานปลายปีจะเบาหรือหนัก ขึ้นกับว่าบริษัทปิดรอบรายเดือนได้ดีแค่ไหนตลอดทั้งปี ถ้าเอกสารซื้อขาย รายการธนาคาร และลูกหนี้เจ้าหนี้ถูกจัดระบบระหว่างปีอยู่แล้ว ช่วงปิดงบจะกลายเป็นงานสรุปมากกว่างานตามเก็บ
รายการที่ควรทบทวนก่อนสิ้นรอบบัญชีเสมอ ได้แก่:
- รายได้และค่าใช้จ่ายค้างรับ/ค้างจ่าย: ตรวจว่าบันทึกครบตามเกณฑ์คงค้าง ไม่ใช่เกณฑ์เงินสด
- ลูกหนี้การค้า: ประเมินหนี้สูญและตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญตามเงื่อนไขกรมสรรพากร
- สินค้าคงเหลือ: นับสต็อกจริงและกระทบยอด — ส่วนต่างกระทบทั้งต้นทุนขายและภาษี
- สินทรัพย์ถาวรและค่าเสื่อมราคา: ตรวจทะเบียนทรัพย์สินให้ครบ รวมทรัพย์สินที่ซื้อและจำหน่ายระหว่างปี
- เงินกู้ระหว่างกัน: รายการเงินกู้ผู้ถือหุ้น / กรรมการ ต้องมีสัญญาและดอกเบี้ยที่สมเหตุสมผล
- ภาษีหัก ณ ที่จ่ายรายเดือนที่ค้างอยู่: ตรวจว่ายื่น ภ.ง.ด.1, 3, 53 ครบทุกเดือน และนำส่งถูกต้อง
เจ้าของกิจการที่เห็นกำไร กระแสเงินสด และประเด็นผิดปกติระหว่างปีผ่านรายงานบัญชีรายเดือน จะไม่ถูกภาษีประจำปีเล่นงานแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะรู้ล่วงหน้าว่าตัวเลขกำลังไปทางไหน
Checklist เตรียมปิดงบประจำปี
- รวบรวมใบกำกับภาษีซื้อ-ขายทุกใบ และกระทบกับรายการในระบบบัญชี
- กระทบยอดบัญชีธนาคารทุกบัญชี (Bank Reconciliation) ให้ครบทุกเดือน
- ตรวจสอบยอดลูกหนี้ เจ้าหนี้ และเงินกู้ระหว่างกันว่าสอดคล้องกับเอกสาร
- นับสต็อกจริง และกระทบกับทะเบียนสินค้า
- ส่งงานให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบล่วงหน้า อย่ารอจนใกล้ครบ 150 วัน
- กำหนดวันประชุม AGM ให้ชัดเจน และแจ้งผู้ถือหุ้นล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วัน
- เตรียมยื่น DBD e-Filing และบอจ.5 หลัง AGM ภายใน 14 วัน
สรุป
ภาษีประจำปีของบริษัทไม่ใช่งานปลายปีอย่างเดียว แต่เป็นผลรวมของระบบงานตลอดปี ภาระหลักที่ต้องจำได้แก่ ภ.ง.ด.51 ครึ่งปี, ภ.ง.ด.50 สิ้นปี (ทั้งสองภายใน 150 วันจากสิ้นรอบ), AGM ภายใน 4 เดือน และการยื่นงบต่อ DBD พร้อม บอจ.5 ถ้าปิดรอบรายเดือนดี มีรายงานระหว่างปี และตามรายการค้างอย่างต่อเนื่อง ช่วงปิดงบจะง่ายขึ้นทั้งในมุมภาษีและการบริหาร บทความนี้ให้ภาพกว้าง สำหรับการวางแผนเฉพาะกิจการควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีเพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของธุรกิจ
ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
บทความเรื่อง สรุปภาษีประจำปีของบริษัท มีอะไรบ้างและควรเตรียมเมื่อไร ควรใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการตรวจเอกสารจริงของกิจการ ไม่ควรใช้แทนคำปรึกษาเฉพาะกรณี เพราะผลทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการ
เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ
- ระบุว่าหัวข้อนี้กระทบรายได้ รายจ่าย ภาษี เอกสาร หรือเงินสดของกิจการส่วนใด
- รวบรวมสัญญา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และหลักฐานชำระเงินที่เกี่ยวข้อง
- ให้ผู้ทำบัญชีตรวจผลต่อ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล และงบการเงินก่อนปิดรอบ
ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง
- อ่านหลักการถูกต้องแต่ไม่มีเอกสารจริงรองรับรายการที่บันทึกบัญชี
- ใช้วิธีเดียวกันกับทุกรายการโดยไม่ดูประเภทผู้รับเงินหรือรูปแบบสัญญา
- ปล่อยให้แก้ตอนปิดงบปลายปี ทั้งที่ควรจัดการตั้งแต่รอบเดือนที่เกิดรายการ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- กรมสรรพากร: ภาษีเงินได้นิติบุคคล
- กรมสรรพากร: ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: บริการจดทะเบียนและข้อมูลนิติบุคคล
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บริษัทต้องยื่น ภ.ง.ด.50 ภายในกี่วันหลังสิ้นรอบบัญชี?
บริษัทต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันนับจากวันสุดท้ายของรอบบัญชี สำหรับรอบบัญชีที่สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม กำหนดยื่นคือประมาณปลายเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป การยื่นผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรได้รับการขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน
ภาษีเงินได้นิติบุคคล SME อัตราเท่าไร และมีเงื่อนไขอะไร?
บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5,000,000 บาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวมไม่เกิน 30,000,000 บาทต่อรอบบัญชี จะได้อัตราภาษีแบบขั้นบันได คือ กำไรสุทธิ 0–300,000 บาท อัตรา 0%, กำไรสุทธิ 300,001–3,000,000 บาท อัตรา 15%, และกำไรสุทธิส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท อัตรา 20% บริษัทที่ไม่เข้าเงื่อนไขทั้งสองข้อเสียภาษีในอัตราคงที่ 20% (ข้อมูล ณ ปี 2569)
ภ.ง.ด.51 ภาษีครึ่งปีต้องยื่นเมื่อไร และระวังอะไร?
ภ.ง.ด.51 ต้องยื่นภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี สำหรับรอบบัญชีมกราคม–ธันวาคม กำหนดคือภายในวันที่ 31 สิงหาคม ข้อระวังสำคัญคือหากประมาณการกำไรที่ยื่นต่ำกว่าความจริงเกิน 25% โดยไม่มีเหตุอันสมควร จะต้องเสียเงินเพิ่มอีก 20% ของจำนวนภาษีที่ขาด