ผู้ประกอบการที่นำเข้าสินค้าจีนมาขายออนไลน์ต้องเข้าใจว่าต้นทุนสินค้าไม่ได้มีแค่ราคาซื้อจากผู้ผลิต แต่รวมค่าขนส่งระหว่างประเทศ อากรขาเข้า VAT นำเข้า และค่าดำเนินพิธีการศุลกากร ซึ่งทั้งหมดต้องบันทึกรวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือ พร้อมจัดการภาษีขายและภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ถูกต้องเมื่อขายออนไลน์

โครงสร้างต้นทุนสินค้านำเข้าจากจีนที่ต้องรู้

ผู้ประกอบการหลายคนคำนวณต้นทุนสินค้าผิดพลาดเพราะมองแค่ราคาสินค้าที่ซื้อจากแพลตฟอร์มจีน เช่น 1688 หรือ Taobao โดยลืมรวมค่าใช้จ่ายอื่นที่เกิดขึ้นระหว่างทางจนถึงคลังสินค้าในไทย ต้นทุนที่ต้องรวมเข้าไปในราคาทุนสินค้าคงเหลือ ได้แก่

  • ราคาสินค้า (FOB/EXW): ราคาที่ซื้อจากโรงงานหรือซัพพลายเออร์จีน
  • ค่าขนส่งระหว่างประเทศ: ค่าขนส่งทางเรือ ทางอากาศ หรือรถบรรทุกข้ามพรมแดน
  • ค่าประกันภัยสินค้าระหว่างขนส่ง (หากมี)
  • อากรขาเข้า (Import Duty): คำนวณตามพิกัดศุลกากร (HS Code) ของสินค้าแต่ละประเภท ซึ่งอัตราแตกต่างกันมาก ควรตรวจสอบพิกัดที่ถูกต้องกับกรมศุลกากรหรือตัวแทนออกของก่อนนำเข้า
  • ภาษีมูลค่าเพิ่มนำเข้า (VAT นำเข้า): คำนวณจากฐานราคาสินค้ารวมอากรขาเข้า ในอัตราปัจจุบัน 7% ซึ่งควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้จริงในขณะนำเข้า
  • ค่าดำเนินพิธีการศุลกากรและค่าตัวแทนออกของ (Customs Broker Fee)
  • ค่าขนส่งภายในประเทศจากท่าเรือ/สนามบินมาคลังสินค้า

ต้นทุนทั้งหมดนี้รวมกันจะกลายเป็นราคาทุนต่อหน่วยของสินค้าคงเหลือ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต้องใช้ในการคำนวณต้นทุนขายเมื่อสินค้าถูกขายออกไป

การบันทึกบัญชีตั้งแต่สั่งซื้อจนถึงสินค้าเข้าคลัง

เมื่อโอนเงินมัดจำหรือชำระเต็มจำนวนให้ซัพพลายเออร์จีน บันทึก

  • เดบิต: สินค้าระหว่างทาง (Goods in Transit) ตามราคาที่ตกลง
  • เครดิต: เงินฝากธนาคาร/เจ้าหนี้การค้าต่างประเทศ

เมื่อสินค้าผ่านพิธีการศุลกากรและชำระอากรขาเข้ากับ VAT นำเข้า บันทึก

  • เดบิต: สินค้าคงเหลือ (ราคาทุนเดิม + อากรขาเข้า + ค่าขนส่งและค่าดำเนินการที่เกี่ยวข้อง)
  • เดบิต: ภาษีซื้อ (VAT นำเข้า หากจดทะเบียน VAT และมีสิทธิเครดิตภาษี)
  • เครดิต: สินค้าระหว่างทาง
  • เครดิต: เงินสด/เจ้าหนี้กรมศุลกากร/ตัวแทนออกของ

การบันทึกบัญชีเมื่อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

ธุรกิจที่ขายผ่านหลายแพลตฟอร์ม เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือเว็บไซต์ของตนเอง ต้องระวังเรื่องค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่หักจากยอดขายก่อนโอนเงินเข้าบัญชี (Payout) ซึ่งต้องบันทึกแยกเป็นค่าใช้จ่าย ไม่ใช่หักยอดขายลงตรงๆ เพื่อให้เห็นยอดขายที่แท้จริงในงบกำไรขาดทุน

ตัวอย่างการบันทึกเมื่อขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม 1 ชิ้น ราคาขาย 500 บาท ต้นทุนสินค้า 200 บาท ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 10%

  • เดบิต: ลูกหนี้แพลตฟอร์ม/เงินรอเรียกเก็บ 500 บาท
  • เครดิต: รายได้จากการขาย 500 บาท
  • เดบิต: ต้นทุนขาย 200 บาท
  • เครดิต: สินค้าคงเหลือ 200 บาท
  • เมื่อได้รับเงิน Payout จริงหลังหักค่าธรรมเนียม: เดบิต เงินฝากธนาคาร 450 บาท เดบิต ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 50 บาท เครดิต ลูกหนี้แพลตฟอร์ม 500 บาท

ตัวอย่างการคำนวณต้นทุนนำเข้าจริง

ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากจีน 1,000 ชิ้น ราคาสินค้า (FOB) รวม 200,000 บาท ค่าขนส่งทางเรือ 15,000 บาท สมมติอากรขาเข้า 10% ของฐานราคาสินค้า+ค่าขนส่ง และ VAT นำเข้า 7%

รายการจำนวนเงิน (บาท)
ราคาสินค้า (FOB)200,000
ค่าขนส่งระหว่างประเทศ15,000
ฐานคำนวณอากรขาเข้า215,000
อากรขาเข้า 10% (สมมติ)21,500
ฐานคำนวณ VAT นำเข้า (215,000+21,500)236,500
VAT นำเข้า 7%16,555
ค่าดำเนินพิธีการศุลกากร+ขนส่งในประเทศ8,000
ต้นทุนสินค้าคงเหลือรวม (ไม่รวม VAT ที่เครดิตได้)244,500
ต้นทุนต่อชิ้น (244,500/1,000 ชิ้น)244.50

อัตราอากรขาเข้า 10% เป็นตัวเลขสมมติเพื่อประกอบการอธิบายเท่านั้น อัตราจริงขึ้นอยู่กับพิกัดศุลกากร (HS Code) ของสินค้าแต่ละประเภทซึ่งแตกต่างกันมาก ควรตรวจสอบกับกรมศุลกากรหรือตัวแทนออกของก่อนนำเข้าจริง ส่วน VAT 7% อ้างอิงอัตราปัจจุบันตามพระราชกฤษฎีกาที่มีผลถึงเดือนกันยายน 2569 ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้จริงกับกรมสรรพากรก่อนคำนวณ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในธุรกิจนำเข้าสินค้าจีนขายออนไลน์

  • คำนวณต้นทุนสินค้าจากราคาซื้อเพียงอย่างเดียว: ไม่รวมอากรขาเข้า ค่าขนส่ง และค่าดำเนินการ ทำให้ตั้งราคาขายต่ำเกินไปจนขาดทุนโดยไม่รู้ตัว
  • ไม่แยกยอดขายตามช่องทางแพลตฟอร์ม: ทำให้ไม่รู้ว่าช่องทางใดทำกำไรจริง ช่องทางใดมีค่าธรรมเนียมสูงจนไม่คุ้ม
  • บันทึกยอดขายเท่ากับยอดเงินที่ได้รับจริง (Payout): โดยไม่บันทึกค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มแยกออกมา ทำให้งบกำไรขาดทุนไม่แสดงต้นทุนที่แท้จริง
  • ไม่เก็บใบขนสินค้าขาเข้าและใบเสร็จอากรขาเข้าอย่างเป็นระบบ: เอกสารเหล่านี้จำเป็นต่อการเครดิตภาษีซื้อ VAT นำเข้าและใช้เป็นหลักฐานต้นทุนหากถูกตรวจสอบ
  • ไม่จดทะเบียน VAT ทั้งที่รายได้เกินเกณฑ์: เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย หากไม่จดอาจถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

ประเด็นภาษีสำคัญสำหรับธุรกิจนี้

ธุรกิจนำเข้าสินค้าจีนมาขายออนไลน์ในรูปแบบนิติบุคคลต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ โดย SME ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีสำหรับกำไร 300,000 บาทแรก ส่วนที่เกินจนถึง 3,000,000 บาทเสียภาษีในอัตราลดหย่อน และส่วนที่เกินกว่านั้นเสียภาษีในอัตราปกติ ทั้งนี้ผู้ประกอบการควรตรวจสอบอัตราและเงื่อนไขที่บังคับใช้จริงกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี

สำหรับภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อรายได้จากการขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียน VAT และเรียกเก็บ VAT 7% จากลูกค้า (ตรวจสอบอัตราปัจจุบันก่อนใช้จริง) โดยสามารถนำ VAT นำเข้าที่ชำระตอนนำเข้าสินค้ามาเครดิตกับภาษีขายในแบบ ภ.พ.30 ได้ นอกจากนี้ผู้ประกอบการที่ใช้บริการขนส่งหรือตัวแทนออกของอาจต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าบริการดังกล่าว ซึ่งอัตราที่ถูกต้องควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญตามลักษณะบริการจริง

แนวทางปฏิบัติที่แนะนำ

ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าจีนมาขายออนไลน์ควรจัดทำระบบคำนวณต้นทุนนำเข้าต่อหน่วยที่รวมทุกรายการอย่างครบถ้วนก่อนตั้งราคาขาย เก็บเอกสารใบขนสินค้าขาเข้า ใบเสร็จอากรขาเข้า และ VAT นำเข้าอย่างเป็นระบบเพื่อใช้เครดิตภาษีและเป็นหลักฐาน แยกรายงานยอดขายและค่าธรรมเนียมตามแต่ละแพลตฟอร์มเพื่อวิเคราะห์กำไรที่แท้จริงต่อช่องทาง และติดตามยอดรายได้สะสมเพื่อวางแผนจดทะเบียน VAT ก่อนถึงเกณฑ์บังคับ การปรึกษาผู้ทำบัญชีที่มีประสบการณ์ด้านนำเข้าและอีคอมเมิร์ซตั้งแต่เริ่มธุรกิจจะช่วยลดความเสี่ยงภาษีและทำให้เห็นกำไรที่แท้จริงตั้งแต่ต้น

สรุป

ธุรกิจนำเข้าสินค้าจีนมาขายออนไลน์มีความซับซ้อนทางบัญชีและภาษีมากกว่าที่หลายคนคิด ทั้งการคำนวณต้นทุนนำเข้าให้ครบทุกรายการ การจัดการภาษีศุลกากรและ VAT นำเข้า รวมถึงการบันทึกยอดขายจากหลายแพลตฟอร์มให้ถูกต้อง ผู้ประกอบการที่วางระบบบัญชีตั้งแต่ต้นจะสามารถตั้งราคาขายที่สะท้อนต้นทุนจริงและมีกำไรที่ยั่งยืน

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง นำเข้าสินค้าจีนมาขายออนไลน์ บัญชีและภาษีต้องรู้ ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ต้นทุนสินค้านำเข้าจากจีนต้องรวมค่าอะไรบ้าง

ต้องรวมราคาสินค้า ค่าขนส่งระหว่างประเทศ ค่าประกันภัย อากรขาเข้า VAT นำเข้า (หากเครดิตไม่ได้) ค่าดำเนินพิธีการศุลกากร และค่าขนส่งภายในประเทศจนถึงคลังสินค้า ไม่ใช่แค่ราคาที่ซื้อจากซัพพลายเออร์จีนเพียงอย่างเดียว

อากรขาเข้าสินค้าจีนคิดเป็นอัตราเท่าไหร่

อัตราอากรขาเข้าแตกต่างกันมากตามพิกัดศุลกากร (HS Code) ของสินค้าแต่ละประเภท ผู้นำเข้าควรตรวจสอบพิกัดที่ถูกต้องกับกรมศุลกากรหรือตัวแทนออกของก่อนสั่งซื้อ เพื่อคำนวณต้นทุนและตั้งราคาขายได้แม่นยำตั้งแต่ต้น

ขายของออนไลน์หลายแพลตฟอร์มต้องรวมยอดขายเป็นยอดเดียวหรือแยกกัน

ควรบันทึกยอดขายและต้นทุนแยกตามแต่ละแพลตฟอร์มในระบบบัญชี เพื่อให้วิเคราะห์ได้ว่าช่องทางใดทำกำไรจริงหลังหักค่าธรรมเนียม แต่เมื่อสรุปงบการเงินรวมทั้งกิจการ จะนำยอดขายทุกช่องทางมารวมเป็นรายได้รวมของธุรกิจ

ต้องจดทะเบียน VAT เมื่อไหร่สำหรับธุรกิจนำเข้าขายออนไลน์

เมื่อรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หากไม่จดทะเบียนทั้งที่เข้าเกณฑ์ อาจถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

VAT นำเข้าที่จ่ายตอนนำเข้าสินค้าเอาคืนได้หรือไม่

หากกิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วและมีสิทธิเครดิตภาษีซื้อ สามารถนำ VAT นำเข้าที่ชำระไปหักลบกับภาษีขายในแบบ ภ.พ.30 ของเดือนนั้นได้ตามหลักเกณฑ์ปกติของกรมสรรพากร โดยต้องมีใบเสร็จรับเงินและเอกสารนำเข้าครบถ้วน

ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซบันทึกบัญชีอย่างไร

ควรบันทึกยอดขายเต็มจำนวนเป็นรายได้ก่อน แล้วบันทึกค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มหักไว้เป็นค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก ไม่ควรบันทึกยอดขายเท่ากับยอดเงินที่ได้รับจริงหลังหักค่าธรรมเนียม เพราะจะทำให้งบกำไรขาดทุนไม่สะท้อนรายได้และต้นทุนที่แท้จริง

สินค้าที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากรควรบันทึกบัญชีอย่างไร

ควรบันทึกเป็นบัญชี สินค้าระหว่างทาง (Goods in Transit) แยกจากสินค้าคงเหลือปกติ จนกว่าจะผ่านพิธีการศุลกากรและชำระอากรขาเข้ากับ VAT นำเข้าครบถ้วน จึงโอนเข้าบัญชีสินค้าคงเหลือพร้อมรวมต้นทุนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด