ในการบริหารทรัพยากรบุคคลของบริษัทจำกัด การเลิกจ้างพนักงานอาจเป็นสิ่งจำเป็นตามวงจรเศรษฐกิจ นิติบุคคลมีหน้าที่ทางกฎหมายในการจ่าย "ค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน (Severance Pay)"

และยังมีมิติภาษีที่ต้องกวดขัน ทั้งในส่วนรายจ่ายบริษัท และภาษีหัก ณ

ที่จ่ายของพนักงานที่ถูกเลิกรา

สารบัญบทความ
  1. 1. หน้าที่การจ่ายค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
  2. 2. สิทธิ์การยกเว้นภาษีเงินชดเชยของพนักงาน
  3. 3. วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ของเงินก้อนที่จ่ายเพราะเหตุเลิกจ้าง
  4. สรุป
  5. ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
  6. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  7. ตารางนำบทความไปใช้

1. หน้าที่การจ่ายค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

อัตราค่าชดเชยตามกฎหมายขึ้นอยู่กับอายุงานของลูกจ้าง นับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันทำงานสุดท้าย:

  • อายุงาน 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี: ชดเชยไม่น้อยกว่า 30 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย
  • อายุงาน 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี: ชดเชยไม่น้อยกว่า 90 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย
  • อายุงาน 3 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี: ชดเชยไม่น้อยกว่า 180 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย
  • อายุงาน 10 ปีขึ้นไป: อัตราชดเชยจะขยับขึ้นสูงสุดตามระดับเกณฑ์อายุงานที่คุ้มครอง

2. สิทธิ์การยกเว้นภาษีเงินชดเชยของพนักงาน

กรมสรรพากรมีมาตรการช่วยเหลือลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง โดยกำหนดเงื่อนไขยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าชดเชยดังนี้:

เกณฑ์ยกเว้นภาษีสรรพากร:
ค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน จะได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับยอดเงินชดเชยส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท

และต้องไม่เกินค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน ส่วนที่เกินกว่า 300,000 บาท

นิติบุคคลมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายนำส่งปกติ

3. วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ของเงินก้อนที่จ่ายเพราะเหตุเลิกจ้าง

สำหรับค่าชดเชยส่วนที่เกิน 300,000 บาท หรือเงินได้ก้อนอื่นที่ได้จากการเลิกจ้าง (เช่น เงินล่วงหน้าแทนการบอกกล่าว):

  1. พนักงานมีสิทธิ์เลือกคำนวณภาษีเงินก้อนนี้แยกต่างหากจากเงินเดือนปกติ (ใบแนบ ภ.ง.ด.91/90) ซึ่งมีวิธีคำนวณค่าลดหย่อนตามจำนวนปีที่ทำงาน ช่วยให้เสียภาษีถูกลงอย่างมาก
  2. ฝ่ายบุคคลของบริษัทต้องทำการคำนวณแยกฐานภาษีนี้ ออกหนังสือรับรอง 50 ทวิระบุข้อความชัดเจน และนำส่งภาษีให้สรรพากรผ่านแบบ ภ.ง.ด.1 รายเดือน

สรุป

ค่าชดเชยเลิกจ้างที่จ่ายตามข้อบังคับกฎหมายแรงงาน ถือเป็น "รายจ่ายทางภาษีของนิติบุคคล" ได้ 100% ฝ่ายบัญชีและ HR ต้องตรวจสอบสัญญาจ้าง บันทึกการเลิกจ้าง และการหักลดหย่อนภาษี

300,000 บาทแรกให้รอบคอบ

เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทั้งของพนักงานและนิติบุคคลเอง

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง ภาษีและค่าชดเชยกรณีเลิกจ้างพนักงาน: วิธีคำนวณหัก ณ ที่จ่ายนิติบุคคลและเกณฑ์ยกเว้นภาษี ควรอ่านคู่กับประเภทเงินได้ ผู้รับเงิน และสัญญาที่ใช้จริง เพราะอัตราภาษีหัก ณ

ที่จ่ายไม่ได้ขึ้นกับชื่อเอกสารอย่างเดียว

แต่ขึ้นกับลักษณะการจ่ายเงิน

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • แยกประเภทการจ่ายเงินว่าเป็นค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่าเช่า ค่าขนส่ง เงินเดือน หรือค่าสิทธิ
  • ตรวจสถานะผู้รับเงินว่าเป็นบุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือผู้รับเงินต่างประเทศ
  • ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งแบบ ภ.ง.ด. ที่ถูกต้องให้ตรงรอบการจ่ายเงินจริง

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • ใช้อัตราหัก ณ ที่จ่ายตามความเคยชินโดยไม่ดูประเภทเงินได้และสัญญา
  • ออกหนังสือรับรองยอดไม่ตรงกับยอดจ่ายจริงหรือยอดที่บันทึกบัญชี
  • ลืมนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายเงินผ่านกรรมการหรือพนักงานสำรองจ่าย

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
1. หน้าที่การจ่ายค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
2. สิทธิ์การยกเว้นภาษีเงินชดเชยของพนักงานตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
3. วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ของเงินก้อนที่จ่ายเพราะเหตุเลิกจ้างตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กรณีใดบ้างที่ธุรกิจนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อมีการจ่ายเงิน?

นิติบุคคลมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายเงินค่าบริการ ค่าจ้างทำของ ค่าเช่า ค่าขนส่ง หรือเงินเดือน ตามอัตราที่ประมวลรัษฎากรกำหนด

โดยยอดเงินที่จ่ายในแต่ละครั้งหรือตามสัญญารวมกันต้องมีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป

เอกสารหลักฐานที่ต้องจัดทำและส่งมอบให้แก่คู่สัญญาเมื่อหักภาษี ณ ที่จ่ายคืออะไร?

ต้องจัดทำและออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) จำนวน 2 ฉบับ (สำหรับผู้ถูกหักเก็บไว้เป็นหลักฐาน และสำหรับนำไปยื่นแสดงรายการภาษี) โดยข้อมูลชื่อ ที่อยู่

และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของทั้งสองฝ่ายต้องถูกต้องครบถ้วน

หากคำนวณหรือหักภาษี ณ ที่จ่ายผิดพลาด หรือนำส่งภาษีไม่ตรงรอบเดือน ต้องแก้ไขอย่างไร?

ให้ทำการตรวจสอบและออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายฉบับที่ถูกต้องส่งให้คู่สัญญา และให้ผู้ทำบัญชีจัดทำแบบยื่นภาษีเพิ่มเติม (เช่น ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 เพิ่มเติม)

นำส่งกรมสรรพากรพร้อมชำระเงินภาษีที่ขาดและเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง ภาษีและค่าชดเชยกรณีเลิกจ้างพนักงาน: วิธีคำนวณหัก ณ ที่จ่ายนิติบุคคลและเกณฑ์ยกเว้นภาษี

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ ภาษีและค่าชดเชยกรณีเลิกจ้างพนักงาน: วิธีคำนวณหัก ณ ที่จ่ายนิติบุคคลและเกณฑ์ยกเว้นภาษี

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล

หากธุรกิจของคุณมีงานค้างที่ยังไม่ได้จัดการ ลองดูบริการเสริมด้านบัญชีและภาษีของ A Plus Me เพื่อวางแผนแก้ไขทีละขั้นตอน