ธุรกิจ Buy Now Pay Later หรือ BNPL คือบริการให้ลูกค้าซื้อสินค้าออนไลน์ก่อนแล้วผ่อนชำระภายหลังโดยมักไม่คิดดอกเบี้ยกับผู้ซื้อแต่เก็บค่าธรรมเนียมจากร้านค้า ธุรกิจนี้เข้าข่ายการประกอบธุรกิจสินเชื่อที่ต้องขอใบอนุญาตและมีแนวทางบัญชีภาษีเฉพาะที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจก่อนเริ่มดำเนินการ

Buy Now Pay Later หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า BNPL เป็นบริการทางการเงินที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมากในกลุ่มผู้บริโภคยุคดิจิทัล โดยลูกค้าสามารถซื้อสินค้าออนไลน์ไปใช้ก่อนแล้วค่อยผ่อนชำระเงินเป็นงวด ๆ ภายหลัง ซึ่งมักออกแบบให้ไม่มีดอกเบี้ยกับผู้ซื้อในระยะสั้น แต่ผู้ให้บริการ BNPL จะเก็บรายได้จากค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากร้านค้า (Merchant Fee) แทน เนื่องจากลักษณะการดำเนินธุรกิจเข้าข่ายการให้สินเชื่อแก่ผู้บริโภค ผู้ประกอบการจึงต้องพิจารณาเรื่องใบอนุญาตและวางระบบบัญชีภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ

BNPL คืออะไร มีรูปแบบการทำงานอย่างไร

รูปแบบทั่วไปของ BNPL คือผู้ให้บริการจะจ่ายเงินเต็มจำนวนให้ร้านค้าทันทีเมื่อลูกค้าซื้อสินค้า จากนั้นผู้ให้บริการจะเรียกเก็บเงินจากลูกค้าเป็นงวด ๆ ตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น ผ่อน 3 งวด หรือ 4 งวด โดยส่วนใหญ่ไม่คิดดอกเบี้ยกับผู้บริโภคหากชำระตรงเวลา แต่จะมีค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมล่าช้าหากผิดนัดชำระ รายได้หลักของผู้ให้บริการ BNPL จึงมาจากค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากร้านค้าในอัตราร้อยละของยอดขาย ซึ่งต่างจากบัตรเครดิตที่ผู้บริโภคมักถูกคิดดอกเบี้ยโดยตรงหากผ่อนชำระ

BNPL เข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตหรือไม่

เนื่องจาก BNPL มีลักษณะเป็นการให้สินเชื่อแก่ผู้บริโภคในรูปแบบหนึ่ง (Consumer Lending) ผู้ประกอบการที่ต้องการดำเนินธุรกิจนี้ในประเทศไทยจึงอาจเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจการชำระเงินภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบสัญญาและวิธีเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่แท้จริงของแต่ละผู้ให้บริการ เนื่องจากหลักเกณฑ์การกำกับดูแล BNPL เป็นเรื่องที่มีการพัฒนาต่อเนื่องตามนโยบายภาครัฐ ผู้ที่สนใจควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายด้านการเงินเพื่อตรวจสอบว่ารูปแบบธุรกิจของตนเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตประเภทใดก่อนเริ่มดำเนินการจริง

การบันทึกบัญชีรายได้ค่าธรรมเนียมจากร้านค้า

รายได้ค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้บริการ BNPL เรียกเก็บจากร้านค้าถือเป็นรายได้หลักของธุรกิจ ต้องรับรู้ตามเกณฑ์คงค้าง โดยทั่วไปจะรับรู้รายได้เมื่อธุรกรรมการซื้อขายเกิดขึ้นสมบูรณ์ (ลูกค้าซื้อสินค้าและผู้ให้บริการจ่ายเงินให้ร้านค้าแล้ว) ไม่ใช่รอจนกว่าลูกค้าจะผ่อนชำระครบทุกงวด ในขณะเดียวกัน เงินที่จ่ายให้ร้านค้าล่วงหน้าจะถูกบันทึกเป็นลูกหนี้การค้า (Receivable) ที่รอเรียกเก็บจากผู้บริโภคตามงวดที่กำหนด หากมีการเรียกเก็บค่าปรับชำระล่าช้าจากผู้บริโภค รายได้ส่วนนี้ต้องแยกบันทึกเป็นรายได้อื่นต่างหากจากรายได้ค่าธรรมเนียมหลัก

การตั้งสำรองหนี้สูญจากลูกหนี้ผ่อนชำระ

ความเสี่ยงหลักของธุรกิจ BNPL คือการที่ผู้บริโภคผิดนัดชำระเงินในงวดถัดไป ผู้ประกอบการจึงต้องมีนโยบายจัดชั้นลูกหนี้ตามระยะเวลาค้างชำระและตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่แท้จริง โดยเฉพาะในช่วงที่ธุรกิจเติบโตเร็วและมีลูกหนี้จำนวนมาก การไม่ตั้งสำรองอย่างเพียงพอจะทำให้งบการเงินแสดงกำไรสูงเกินจริงในระยะสั้น แต่จะกระทบสภาพคล่องอย่างรุนแรงเมื่อลูกหนี้เริ่มผิดนัดชำระจำนวนมากในภายหลัง

รายการหลักการบัญชีข้อควรระวัง
ค่าธรรมเนียมจากร้านค้ารับรู้รายได้ตามเกณฑ์คงค้างเมื่อธุรกรรมสมบูรณ์ห้ามรอรับรู้จนกว่าลูกค้าจะผ่อนครบ
เงินจ่ายล่วงหน้าให้ร้านค้าบันทึกเป็นลูกหนี้รอเรียกเก็บจากผู้บริโภคต้องกระทบยอดกับตารางผ่อนชำระสม่ำเสมอ
ค่าปรับชำระล่าช้าแยกบันทึกเป็นรายได้อื่นตรวจสอบว่าเข้าข่ายภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
ลูกหนี้ผิดนัดชำระจัดชั้นลูกหนี้และตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญต้องมีนโยบายที่ปรับตามข้อมูลจริง ไม่ใช่ประมาณการลอย ๆ

ภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ BNPL

รายได้ค่าธรรมเนียมจากร้านค้าของผู้ให้บริการ BNPL ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตามหลักเกณฑ์ทั่วไป และหากรายได้รวมต่อปีเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด (ปัจจุบันอยู่ที่ 1.8 ล้านบาทต่อปี ควรตรวจสอบเกณฑ์ล่าสุด) ผู้ประกอบการต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราที่กฎหมายกำหนด (ปัจจุบันร้อยละ 7 ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับกรมสรรพากร) นอกจากนี้ค่าธรรมเนียมที่ร้านค้าจ่ายให้ผู้ให้บริการ BNPL อาจเข้าข่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามประเภทเงินได้ ซึ่งอัตราที่ถูกต้องควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนกำหนดเงื่อนไขการชำระเงินในสัญญากับร้านค้า

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

สมมติผู้ให้บริการ BNPL รายหนึ่งจ่ายเงินให้ร้านค้าออนไลน์ 3,000 บาททันทีเมื่อลูกค้าเลือกซื้อสินค้าและตกลงผ่อนชำระ 3 งวด โดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากร้านค้าร้อยละ 5 ของยอดขาย หรือ 150 บาท ผู้ให้บริการต้องบันทึกรายได้ค่าธรรมเนียม 150 บาทเป็นรายได้ทันทีเมื่อธุรกรรมสมบูรณ์ และบันทึกลูกหนี้ผ่อนชำระ 3,000 บาทที่รอเรียกเก็บจากผู้บริโภคในงวดถัดไป หากลูกค้าผิดนัดชำระในงวดที่ 2 ผู้ให้บริการต้องจัดชั้นลูกหนี้รายนี้เป็นกลุ่มความเสี่ยงสูงและพิจารณาตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญตามนโยบายที่วางไว้ล่วงหน้า

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่ตรวจสอบว่ารูปแบบธุรกิจของตนเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตสินเชื่อส่วนบุคคลหรือไม่ ก่อนเริ่มให้บริการ
  • บันทึกรายได้ค่าธรรมเนียมเมื่อได้รับเงินจากผู้บริโภคครบทุกงวด แทนที่จะรับรู้ตามเกณฑ์คงค้างเมื่อธุรกรรมสมบูรณ์
  • ไม่ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่เพียงพอในช่วงที่ธุรกิจเติบโตเร็ว ทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่องภายหลัง
  • ไม่แยกบัญชีค่าปรับชำระล่าช้าออกจากรายได้ค่าธรรมเนียมหลัก ทำให้วิเคราะห์ผลประกอบการผิดพลาด
  • ไม่ตรวจสอบภาระหัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกี่ยวข้องกับค่าธรรมเนียมร้านค้า

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ที่สนใจเปิดธุรกิจ BNPL ควรเริ่มจากการตรวจสอบกับที่ปรึกษากฎหมายว่ารูปแบบธุรกิจของตนเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตประเภทใด พร้อมวางระบบบัญชีที่แยกรายได้ค่าธรรมเนียม ลูกหนี้ผ่อนชำระ และค่าปรับชำระล่าช้าออกจากกันอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อวางแผนภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ธุรกิจ Buy Now Pay Later ผ่อนสินค้าออนไลน์ ภาษีอย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Buy Now Pay Later (BNPL) คืออะไร

คือบริการให้ลูกค้าซื้อสินค้าออนไลน์ไปใช้ก่อนแล้วผ่อนชำระเป็นงวดภายหลัง โดยผู้ให้บริการจ่ายเงินเต็มจำนวนให้ร้านค้าทันทีและเก็บค่าธรรมเนียมจากร้านค้าเป็นรายได้หลัก

ธุรกิจ BNPL ต้องขอใบอนุญาตหรือไม่

อาจเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลหรือธุรกิจการชำระเงินภายใต้การกำกับของ ธปท. ขึ้นอยู่กับรูปแบบสัญญา ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนเริ่มดำเนินการ

รายได้ค่าธรรมเนียมจาก BNPL บันทึกบัญชีเมื่อใด

รับรู้ตามเกณฑ์คงค้างเมื่อธุรกรรมการซื้อขายสมบูรณ์และผู้ให้บริการจ่ายเงินให้ร้านค้าแล้ว ไม่ใช่รอจนกว่าลูกค้าจะผ่อนชำระครบทุกงวด

ทำไมต้องตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญสำหรับธุรกิจ BNPL

เพราะลูกค้าอาจผิดนัดชำระในงวดถัดไป ผู้ประกอบการต้องจัดชั้นลูกหนี้ตามระยะเวลาค้างชำระและตั้งสำรองตามความเสี่ยงที่แท้จริงเพื่อสะท้อนงบการเงินอย่างถูกต้อง

BNPL ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

หากรายได้รวมต่อปีเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ปัจจุบันอยู่ที่ 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและนำส่งภาษีตามอัตราที่กำหนด ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับกรมสรรพากร

ค่าธรรมเนียมที่ร้านค้าจ่ายให้ผู้ให้บริการ BNPL ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่

อาจเข้าข่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามประเภทเงินได้ อัตราที่ถูกต้องควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนกำหนดเงื่อนไขในสัญญากับร้านค้า

BNPL ต่างจากบัตรเครดิตอย่างไรในมุมภาษีและบัญชี

BNPL เก็บรายได้หลักจากค่าธรรมเนียมร้านค้าแทนดอกเบี้ยผู้บริโภคโดยตรง ทำให้โครงสร้างรายได้และการรับรู้รายได้ทางบัญชีต่างจากธุรกิจบัตรเครดิตที่เก็บดอกเบี้ยจากผู้ถือบัตร