ผู้ประกอบการนิติบุคคลที่มีการจ้างงานพนักงานหรือมีเงินเดือนของกรรมการบริษัท มีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องยื่นแบบภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายเกี่ยวกับการจ่ายเงินเดือนและค่าจ้าง โดยมีแบบฟอร์มหลัก 2 แบบที่ชวนสับสนคือ "ภ.ง.ด.1" และ "ภ.ง.ด.1ก" การส่งเอกสารทั้งสองประเภทนี้มีความสำคัญและมีเงื่อนไขการรายงานพนักงานที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
1. แบบ ภ.ง.ด.1 คืออะไร? (รายงานรายเดือน)
แบบ ภ.ง.ด.1 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จากเงินได้พึงประเมินมาตรา 40(1) และ 40(2) เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส หรือเบี้ยประชุมกรรมการ:
- ความถี่ในการยื่น: ต้องยื่นเป็นรายเดือน ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 สำหรับการยื่นแบบออนไลน์ e-Filing)
- ใครที่ต้องรายงาน: รายงานเฉพาะพนักงานหรือกรรมการที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจริง (หากพนักงานคนไหนคำนวณหักภาษีแล้วยอดภาษีเป็น 0 บาท ไม่จำเป็นต้องแสดงชื่อในแบบ ภ.ง.ด.1 รายเดือนของเดือนนั้นๆ)
2. แบบ ภ.ง.ด.1ก คืออะไร? (สรุปรายงานประจำปี)
แบบ ภ.ง.ด.1ก คือใบแนบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ของพนักงานและกรรมการทุกคนตลอดรอบปีภาษี (ปีปฏิทิน):
- ความถี่ในการยื่น: ยื่นปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป
- ใครที่ต้องรายงาน: ต้องรายงาน พนักงานทุกคนที่บริษัทจ่ายเงินได้ให้ตลอดทั้งปี แม้ว่าพนักงานรายนั้นจะไม่มีภาษีต้องหัก ณ ที่จ่ายเลยก็ตาม (ภาษีเป็นศูนย์ก็ต้องยื่น) รวมถึงกรรมการบริษัทและพนักงานที่ลาออกระหว่างปี
3. ตารางสรุปเปรียบเทียบความแตกต่าง
| ประเด็นเปรียบเทียบ | แบบ ภ.ง.ด.1 | แบบ ภ.ง.ด.1ก |
|---|---|---|
| ระยะเวลายื่น | ยื่นทุกเดือน (ภายในวันที่ 7/15 ของเดือนถัดไป) | ยื่นปีละครั้ง (ภายในเดือนกุมภาพันธ์ปีถัดไป) |
| เกณฑ์พนักงานในบิล | เฉพาะพนักงานที่มีภาษีหัก ณ ที่จ่ายเกิดขึ้นจริง | พนักงานทุกคนที่รับเงินจากบริษัทในรอบปี |
| เป้าหมายเอกสาร | เพื่อนำส่งยอดเงินภาษีที่หักไว้ในแต่ละเดือน | เพื่อสรุปรายได้ทั้งปีของพนักงานทุกคนต่อสรรพากร |
สรุป
ผู้ประกอบการต้องใส่ใจในการแยกแยะหน้าที่ของแบบ ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด.1ก การละเลยไม่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.1ก หรือยื่นชื่อพนักงานไม่ครบถ้วน สรรพากรจะประเมินค่าปรับฐานละเลยยื่นแบบแสดงรายการ และอาจนำมาซึ่งการขอเข้าตรวจสอบข้อมูลทะเบียนพนักงานและอัตราค่าจ้างย้อนหลังของบริษัท
ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
บทความเรื่อง ความแตกต่างระหว่าง ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด.1ก: คู่มือภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายพนักงานสำหรับ SME ควรอ่านคู่กับประเภทเงินได้ ผู้รับเงิน และสัญญาที่ใช้จริง เพราะอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ได้ขึ้นกับชื่อเอกสารอย่างเดียว แต่ขึ้นกับลักษณะการจ่ายเงิน
เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ
- แยกประเภทการจ่ายเงินว่าเป็นค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่าเช่า ค่าขนส่ง เงินเดือน หรือค่าสิทธิ
- ตรวจสถานะผู้รับเงินว่าเป็นบุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือผู้รับเงินต่างประเทศ
- ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งแบบ ภ.ง.ด. ที่ถูกต้องให้ตรงรอบการจ่ายเงินจริง
ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง
- ใช้อัตราหัก ณ ที่จ่ายตามความเคยชินโดยไม่ดูประเภทเงินได้และสัญญา
- ออกหนังสือรับรองยอดไม่ตรงกับยอดจ่ายจริงหรือยอดที่บันทึกบัญชี
- ลืมนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายเงินผ่านกรรมการหรือพนักงานสำรองจ่าย
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- กรมสรรพากร: ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
- กรมสรรพากร: ระบบยื่นแบบออนไลน์ e-Filing
- กรมสรรพากร: ภาษีเงินได้นิติบุคคล
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
กรณีใดบ้างที่ธุรกิจนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อมีการจ่ายเงิน?
นิติบุคคลมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายเงินค่าบริการ ค่าจ้างทำของ ค่าเช่า ค่าขนส่ง หรือเงินเดือน ตามอัตราที่ประมวลรัษฎากรกำหนด โดยยอดเงินที่จ่ายในแต่ละครั้งหรือตามสัญญารวมกันต้องมีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป
เอกสารหลักฐานที่ต้องจัดทำและส่งมอบให้แก่คู่สัญญาเมื่อหักภาษี ณ ที่จ่ายคืออะไร?
ต้องจัดทำและออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) จำนวน 2 ฉบับ (สำหรับผู้ถูกหักเก็บไว้เป็นหลักฐาน และสำหรับนำไปยื่นแสดงรายการภาษี) โดยข้อมูลชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของทั้งสองฝ่ายต้องถูกต้องครบถ้วน
หากคำนวณหรือหักภาษี ณ ที่จ่ายผิดพลาด หรือนำส่งภาษีไม่ตรงรอบเดือน ต้องแก้ไขอย่างไร?
ให้ทำการตรวจสอบและออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายฉบับที่ถูกต้องส่งให้คู่สัญญา และให้ผู้ทำบัญชีจัดทำแบบยื่นภาษีเพิ่มเติม (เช่น ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 เพิ่มเติม) นำส่งกรมสรรพากรพร้อมชำระเงินภาษีที่ขาดและเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน