ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจก่อสร้างที่จ้างแรงงานทั่วไปจากประเทศเพื่อนบ้าน (MOU) หรือบริษัทเทคโนโลยีที่จ้างโปรแกรมเมอร์และผู้บริหารชาวต่างชาติ (Expats)

การจ้างงานพนักงานต่างประเทศในไทยมีกฎเกณฑ์บัญชีและภาษีเฉพาะตัว การจ่ายเงินเดือนและหักภาษี ณ

ที่จ่ายต้องคำนึงถึงเงื่อนไขการเป็น "ผู้อยู่ในประเทศไทยทางภาษี" และความสอดคล้องกับ พ.ร.บ.ประกันสังคม

สารบัญบทความ
  1. 1. เกณฑ์ "ผู้อยู่ในประเทศไทยทางภาษี" (Tax Resident)
  2. 2. หน้าที่ส่งประกันสังคมของพนักงานต่างชาติ
  3. 3. รายจ่ายค่าใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และวีซ่า หักภาษีบริษัทได้ไหม?
  4. สรุป
  5. ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
  6. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  7. ตารางนำบทความไปใช้

1. เกณฑ์ "ผู้อยู่ในประเทศไทยทางภาษี" (Tax Resident)

การหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของพนักงานต่างชาติต้องพิจารณาจากระยะเวลาที่พนักงานผู้นั้นพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยในรอบปีภาษี (ปีปฏิทิน):

  • กรณีพักอยู่ในไทยถึง 180 วันขึ้นไป: จัดเป็นผู้อยู่ในไทยทางภาษี เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้า (0-35%) และสามารถหักค่าลดหย่อนส่วนตัว (60,000 บาท) รวมถึงสิทธิ์ลดหย่อนอื่นๆ ได้เหมือนคนไทยทุกประการ
  • กรณีพักอยู่ในไทยน้อยกว่า 180 วัน: จัดเป็นผู้ไม่ได้อยู่ในไทยทางภาษี (Non-Resident) จะเสียภาษีจากฐานเงินได้ที่เกิดจากงานในประเทศไทยในอัตราแบนราบ 15% หรือเสียตามอัตราก้าวหน้าโดยไม่ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนบางประเภท (ขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่าและข้อตกลง DTA)

2. หน้าที่ส่งประกันสังคมของพนักงานต่างชาติ

พนักงานชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย (มีวีซ่า Non-B และ Work Permit) มีสิทธิและหน้าที่ในการส่งเงินสมทบเข้า กองทุนประกันสังคม เหมือนคนไทยทุกประการ:

ข้อกำหนดการหักเงินสมทบ:
- นายจ้างต้องหักเงินเดือนพนักงานต่างชาติ 5% (สูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบอีก 5% เพื่อนำส่งสำนักงานประกันสังคมทุกเดือน

- พนักงานต่างชาติจะได้รับสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาล

คลอดบุตร และทุพพลภาพเช่นเดียวกับพนักงานชาวไทย

3. รายจ่ายค่าใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และวีซ่า หักภาษีบริษัทได้ไหม?

ค่าใช้จ่ายในการทำ Work Permit ค่าธรรมเนียมวีซ่า ตรวจสุขภาพ และค่าบริการเอเจนซี่จัดหาแรงงานต่างชาติ จัดเป็น "รายจ่ายเพื่อกิจการ"

บริษัทสามารถนำมาลงเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้เต็มจำนวน:

  • ระวังเป็นเงินได้พนักงาน: หากบริษัทออกค่าใช้จ่ายส่วนตัวให้พนักงานต่างชาติ เช่น ค่าเช่าบ้านส่วนตัว หรือค่าตั๋วเครื่องบินกลับประเทศเพื่อพักผ่อน สรรพากรจะมองว่ายอดเงินเหล่านี้เป็น "ประโยชน์เพิ่มพูน" (Perquisite) ของพนักงาน ซึ่งต้องนำไปรวมคำนวณเป็นเงินได้ของพนักงานเพื่อเสียภาษีบุคคลธรรมดาตอนสิ้นปีด้วย

สรุป

การจ้างงานพนักงานต่างชาติมีรายละเอียดทางกฎหมายที่คาบเกี่ยวกันหลายด้าน ทั้งกรมการจัดหางาน ตรวจคนเข้าเมือง ประกันสังคม และกรมสรรพากร

การทำสัญญาจ้างงานที่ระบุรายละเอียดความรับผิดชอบค่าธรรมเนียมและภาษีอย่างชัดเจน

จะช่วยป้องกันความสับสนทางบัญชีและลดความเสี่ยงจากการเสียภาษีไม่ครบถ้วน

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง วิธีจ่ายเงินและคำนวณภาษีการจ้างงานพนักงานต่างชาติ และข้อควรระวังสำหรับ SME ควรตรวจพร้อมข้อมูลพนักงาน สัญญาจ้าง เวลาเข้างาน และรอบจ่ายเงินจริง

เพราะงานเงินเดือนเกี่ยวข้องทั้งภาษีแรงงาน ประกันสังคม และเอกสารค่าใช้จ่ายบริษัท

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • ตรวจทะเบียนพนักงาน สัญญาจ้าง วันเริ่มงาน วันลาออก และฐานเงินเดือนล่าสุด
  • กระทบยอดเงินเดือน สวัสดิการ โอที และรายการหักกับสลิปเงินเดือนและรายการโอนธนาคาร
  • นำส่งประกันสังคมและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายให้ตรงรอบ พร้อมเก็บหลักฐานการยื่นทุกเดือน

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • จ่ายเงินสดหรือสวัสดิการโดยไม่มีหลักฐานอนุมัติและหลักฐานรับเงิน
  • คำนวณประกันสังคมหรือภาษีเงินเดือนจากฐานข้อมูลพนักงานที่ไม่อัปเดต
  • แยกเงินเดือนกรรมการ พนักงาน และผู้รับจ้างอิสระไม่ชัดเจนจนใช้อัตราภาษีผิด

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
1. เกณฑ์ "ผู้อยู่ในประเทศไทยทางภาษี" (Tax Resident)ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
2. หน้าที่ส่งประกันสังคมของพนักงานต่างชาติตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
3. รายจ่ายค่าใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และวีซ่า หักภาษีบริษัทได้ไหม?ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ระบบบัญชีเงินเดือนและสวัสดิการที่ดีควรเชื่อมโยงกับงานภาษีและประกันสังคมอย่างไร?

ควรออกแบบระบบให้ฐานข้อมูลพนักงาน สัญญาจ้าง และเวลาทำงานจริงสอดคล้องกัน เพื่อคำนวณเงินเดือน โอที และสวัสดิการที่ต้องนำไปคำนวณเงินสมทบประกันสังคมและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

(ภ.ง.ด.1) ของพนักงานได้อย่างถูกต้องครบถ้วนในแต่ละเดือน

เอกสารเกี่ยวกับงานบุคคลและเงินเดือนที่นิติบุคคลต้องจัดเก็บไว้เพื่อการตรวจสอบมีอะไรบ้าง?

ต้องเก็บสัญญาจ้างงานพนักงาน, ทะเบียนประวัติพนักงาน, ใบลงเวลาทำงานหรือสถิติการเข้างาน, สลิปเงินเดือน (Payslip), หลักฐานการโอนเงินผ่านธนาคาร, และสำเนาแบบนำส่งประกันสังคม

(สปส.1-10) และ ภ.ง.ด.1

หากพบข้อผิดพลาดในการคำนวณเงินเดือนหรือนำส่งเงินสมทบประกันสังคมย้อนหลัง ควรแก้ไขอย่างไร?

ควรตรวจสอบผลต่างยอดเงินเดือนและเงินสมทบที่ถูกต้อง จากนั้นจัดทำเอกสารแจ้งปรับปรุงสิทธิ์ไปยังสำนักงานประกันสังคมเพื่อชำระเงินสมทบที่ขาดพร้อมเงินเพิ่ม และปรับปรุงแบบภาษี ภ.ง.ด.1

ในเดือนที่มีการจ่ายเงินคลาดเคลื่อนให้ตรงตามความเป็นจริง

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง วิธีจ่ายเงินและคำนวณภาษีการจ้างงานพนักงานต่างชาติ และข้อควรระวังสำหรับ SME

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ วิธีจ่ายเงินและคำนวณภาษีการจ้างงานพนักงานต่างชาติ และข้อควรระวังสำหรับ SME

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล

เจ้าของธุรกิจที่ต้องการยกระดับระบบบัญชีให้พร้อมบริหารมากขึ้น สามารถติดต่อขอคำปรึกษาบริการเสริมของ A Plus Me ได้ตามความเหมาะสม