ภ.พ.20 คือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ใบ VAT) ที่กรมสรรพากรออกให้กับผู้ประกอบการหลังจากที่จด VAT สำเร็จแล้ว เอกสารฉบับนี้ไม่ใช่แค่กระดาษแขวนผนัง แต่คือหลักฐานทางกฎหมายที่บอกว่าธุรกิจของคุณมีสิทธิ์เก็บ VAT และออกใบกำกับภาษีได้อย่างถูกต้อง ข้อมูล ณ ปี 2569

ภ.พ.20 คืออะไร และได้มาอย่างไร

ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภ.พ.20 คือเอกสารราชการที่กรมสรรพากรออกให้กับผู้ประกอบการที่ยื่นขอจดทะเบียน VAT ผ่านแบบคำขอ ภ.พ.01 เรียบร้อยแล้ว และสรรพากรตรวจสอบอนุมัติแล้ว

กระบวนการรับใบ ภ.พ.20 โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 45–60 วันนับจากวันที่ยื่นแบบ ระหว่างรอ ผู้ประกอบการสามารถใช้สำเนาแบบ ภ.พ.01 (ใบรับคำขอ) เป็นหลักฐานชั่วคราวแทนได้

ผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจด VAT ซึ่งเมื่อกระบวนการเสร็จสมบูรณ์ก็จะได้รับ ภ.พ.20 ฉบับนี้ กิจการที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ดังกล่าวสมัครใจจด VAT ได้เช่นกัน และจะได้รับ ภ.พ.20 เหมือนกัน

ข้อมูลที่ปรากฏในใบ ภ.พ.20

ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มระบุข้อมูลสำคัญของกิจการไว้ครบถ้วน ได้แก่

  • หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (Tax ID / เลข 13 หลัก) ซึ่งต้องตรงกับทะเบียนนิติบุคคลหรือบัตรประชาชน
  • ชื่อผู้ประกอบการหรือชื่อบริษัท ตามที่จดทะเบียนไว้
  • ชื่อสถานประกอบการ พร้อมระบุว่าเป็นสำนักงานใหญ่หรือสาขา
  • ที่อยู่สถานประกอบการ ที่ยื่นจด
  • วันที่มีผลบังคับ ของการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT

ข้อมูลเหล่านี้ต้องตรงกับที่ใช้บนใบกำกับภาษีทุกฉบับที่ออกให้ลูกค้า หากมีข้อผิดพลาดหรือข้อมูลไม่ตรงกัน อาจทำให้คู่ค้าไม่สามารถนำใบกำกับภาษีของคุณไปขอคืนภาษีซื้อได้

หน้าที่ตามกฎหมาย: ต้องแขวนใบ ภ.พ.20 ให้เห็นชัด

กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ต้องแสดงใบ ภ.พ.20 ในที่เปิดเผยและมองเห็นได้ง่าย ณ สถานประกอบการ เจ้าของกิจการหลายรายจึงนิยมใส่กรอบและแขวนไว้ที่ผนังหน้าเคาน์เตอร์หรือบริเวณต้อนรับ

หากกิจการมีหลายสาขา กรมสรรพากรจะออกใบ ภ.พ.20 ให้แยกเป็นรายสาขา แต่การขอจดทะเบียนทำที่สำนักงานใหญ่เพียงแห่งเดียว จากนั้นยื่นเพิ่มสาขาได้ ดังนั้นแต่ละสาขาของบริษัทต้องมีใบ ภ.พ.20 เป็นของตัวเอง

เมื่อข้อมูลเปลี่ยน ต้องยื่น ภ.พ.09 แจ้งสรรพากร

เมื่อกิจการมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ปรากฏในใบ ภ.พ.20 เช่น ย้ายที่อยู่ เปลี่ยนชื่อบริษัท เปิดหรือปิดสาขา หรือเปลี่ยนประเภทธุรกิจ ผู้ประกอบการมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.09 เพื่อแจ้งแก้ไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียน VAT ต่อกรมสรรพากร

กรณีย้ายที่อยู่สถานประกอบการ กรมสรรพากรกำหนดให้ยื่น ภ.พ.09 ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันย้ายจริง เมื่อสรรพากรดำเนินการแล้ว จะออกใบ ภ.พ.20 ฉบับใหม่ที่ระบุที่อยู่และข้อมูลที่แก้ไขแล้วให้

การเปลี่ยนแปลงที่ต้องแจ้งด้วย ภ.พ.09

  • ย้ายที่อยู่สำนักงานใหญ่หรือสาขา
  • เปลี่ยนชื่อกิจการหรือชื่อสถานประกอบการ
  • เปิดสาขาใหม่หรือปิดสาขาที่มีอยู่
  • เปลี่ยนแปลงประเภทธุรกิจหรือกิจกรรมที่จด VAT ไว้
  • เปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจลงนาม (ในบางกรณีที่เกี่ยวข้องกับทะเบียน VAT)

ใบ ภ.พ.20 หาย ชำรุด หรือสูญหาย ต้องทำอย่างไร

หากใบ ภ.พ.20 ชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลาย กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการ ยื่นขอใบแทน ภายใน 15 วันนับจากวันที่รู้ว่าสูญหายหรือชำรุด โดยยื่นต่อสรรพากรในท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ใบแทนที่ได้รับมีผลทางกฎหมายเท่ากับต้นฉบับทุกประการ

หากไม่รีบดำเนินการ อาจเกิดปัญหาเมื่อคู่ค้าต้องการตรวจสอบสถานะ VAT ของบริษัท หรือเมื่อเจ้าหน้าที่สรรพากรขอดูเอกสาร ณ สถานประกอบการ

ทำไมคู่ค้าและสถาบันการเงินถึงขอดู ภ.พ.20

ในทางปฏิบัติ ใบ ภ.พ.20 ถูกขอในหลายสถานการณ์ทางธุรกิจ

  • คู่ค้าที่เป็นผู้ประกอบการจด VAT: ก่อนทำสัญญาหรือรับใบกำกับภาษี คู่ค้ามักตรวจสอบว่าบริษัทคุณจด VAT จริงหรือไม่ เพราะใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่ได้จด VAT ใช้ขอคืนภาษีซื้อไม่ได้
  • หน่วยงานราชการและการจัดซื้อจัดจ้าง: งานราชการหลายประเภทกำหนดให้ผู้เสนอราคาต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ใบ ภ.พ.20 จึงเป็นเอกสารที่ต้องแนบ
  • สถาบันการเงิน: ธนาคารมักขอ ภ.พ.20 ประกอบการพิจารณาสินเชื่อธุรกิจ เพราะบ่งบอกถึงสถานะและขนาดของกิจการ
  • การตรวจสอบภายใน: ฝ่ายบัญชีใช้ยืนยันว่าข้อมูล VAT ที่ใช้บนเอกสารทุกฉบับตรงกับข้อมูลล่าสุดที่สรรพากรบันทึกไว้

ภ.พ.20 กับการออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง

ข้อมูลในใบ ภ.พ.20 ต้องตรงกับข้อมูลที่พิมพ์บนใบกำกับภาษีทุกฉบับที่ออกให้ลูกค้า โดยเฉพาะชื่อกิจการ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี หากข้อมูลไม่ตรงกัน เช่น บริษัทย้ายที่อยู่แล้วแต่ยังพิมพ์ที่อยู่เก่าบนใบกำกับภาษี ลูกค้าฝ่ายรับอาจถูกสรรพากรปฏิเสธสิทธิ์ขอคืนภาษีซื้อได้

ใบกำกับภาษีที่ถูกต้องต้องระบุอัตรา VAT ที่ใช้บังคับด้วย ปัจจุบัน VAT อยู่ที่ 7% (ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 799 มีผลถึง 30 กันยายน 2569) อย่างไรก็ตาม อัตรา 7% เป็นอัตราที่ต้องต่ออายุเป็นรายคราว ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้ ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากรโดยตรง เนื่องจากอัตราตามกฎหมายหลักในประมวลรัษฎากรคือ 10%

สิ่งที่เจ้าของกิจการควรตรวจสอบเป็นประจำ

ใบ ภ.พ.20 ไม่ใช่เอกสารที่รับมาแล้วเก็บลืมไว้ในลิ้นชัก มีจุดที่ควรตรวจเป็นประจำดังนี้

เช็กลิสต์ดูแล ภ.พ.20 ให้ถูกต้องอยู่เสมอ

  • ข้อมูลบนใบ ภ.พ.20 ตรงกับที่อยู่และชื่อที่ใช้บนใบกำกับภาษีปัจจุบันหรือไม่
  • หากมีสาขา แต่ละสาขามีใบ ภ.พ.20 ของตัวเองและแขวนแสดงไว้อย่างถูกต้องหรือไม่
  • ใบ ภ.พ.20 อยู่ในสภาพดี ไม่ชำรุดหรือสูญหาย
  • หากมีการย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนข้อมูล ได้ยื่น ภ.พ.09 และรับใบ ภ.พ.20 ฉบับใหม่แล้วหรือยัง
  • มีสำเนาเก็บไว้ในแฟ้มเอกสารภาษีและสามารถส่งให้คู่ค้าได้ทันทีเมื่อถูกขอ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ภ.พ.20

  • ย้ายที่อยู่แล้วลืมยื่น ภ.พ.09 ทำให้ที่อยู่บนใบกำกับภาษีไม่ตรงกับทะเบียนสรรพากร
  • ออกใบกำกับภาษีก่อนที่กรมสรรพากรจะอนุมัติ ภ.พ.20 (ควรใช้ ภ.พ.01 เป็นหลักฐานชั่วคราวในช่วงรอ)
  • ไม่แสดง ภ.พ.20 ในที่เปิดเผย ณ สถานประกอบการตามที่กฎหมายกำหนด
  • ทำใบ ภ.พ.20 หายแล้วไม่รีบขอใบแทน ทำให้ขาดหลักฐานเมื่อสรรพากรขอตรวจ
  • ข้อมูลบนใบกำกับภาษีไม่ตรงกับ ภ.พ.20 (เช่น ชื่อสาขา ที่อยู่) ทำให้ลูกค้าเคลมภาษีซื้อไม่ได้

ความสัมพันธ์ระหว่าง ภ.พ.20, ภ.พ.30 และการยื่นภาษีรายเดือน

เมื่อจด VAT และได้รับ ภ.พ.20 แล้ว กิจการมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.30 (รายงานภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) ทุกเดือน โดยชำระ VAT ที่เป็นภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ต้องนำส่งผลต่าง หากภาษีซื้อมากกว่า สามารถยื่นขอคืนหรือนำไปหักในเดือนถัดไปได้

การมี ภ.พ.20 ที่ข้อมูลถูกต้องและทันสมัยช่วยให้กระบวนการนี้ราบรื่น เพราะสรรพากรจะเชื่อมข้อมูลตามเลขประจำตัวผู้เสียภาษีที่ระบุในใบ ภ.พ.20 กับการยื่นแบบทุกเดือน หากข้อมูลไม่ตรง อาจเกิดปัญหาในการตรวจสอบย้อนหลัง

หากต้องการประเมินความเสี่ยงภาษีของกิจการในภาพรวม ลองใช้เครื่องมือ ประเมินความเสี่ยงภาษีฟรี ของเรา หรือหากสนใจจดทะเบียนบริษัทพร้อมวาง ระบบ VAT ตั้งแต่ต้น ทีม A Plus Me พร้อมให้คำปรึกษา

สรุป: ภ.พ.20 ไม่ใช่แค่กระดาษแขวนผนัง

ภ.พ.20 คือเอกสารทางกฎหมายที่รับรองสถานะ VAT ของกิจการ มีผลต่อการออกใบกำกับภาษี การยืนยันตัวตนต่อคู่ค้า การขอสินเชื่อ และการยื่นงานราชการ การดูแลใบ ภ.พ.20 ให้ถูกต้องและข้อมูลทันสมัยจึงเป็นหน้าที่พื้นฐานที่เจ้าของกิจการทุกรายที่จด VAT ควรให้ความสำคัญ

หากไม่แน่ใจว่าข้อมูลในใบ ภ.พ.20 ของกิจการยังตรงกับสถานะปัจจุบันหรือไม่ หรืออยากวางระบบเอกสาร VAT ให้เป็นระเบียบ สามารถฝากข้อมูลให้ทีมงานประเมินได้เลย

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง ภ.พ.20 คืออะไร และทำไมเจ้าของกิจการควรรู้จัก ควรใช้ตรวจทั้งจุดเกิดภาษี เอกสารขาย เอกสารซื้อ และรายงาน ภ.พ.30 เพราะข้อผิดพลาด VAT มักกระทบหลายเดือนต่อเนื่องและแก้ยากเมื่อปิดรอบภาษีไปแล้ว

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • ตรวจว่าธุรกิจอยู่ในกิจการที่ต้องจด VAT หรือเป็นกิจการยกเว้น VAT
  • แยกใบกำกับภาษีขาย ใบกำกับภาษีซื้อ ใบเสร็จ และหลักฐานรับชำระเงินให้ตรงรอบเดือน
  • กระทบยอดรายงานภาษีซื้อ-ขายกับ ภ.พ.30 รายได้ และรายการเดินบัญชีธนาคารก่อนยื่นแบบ

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • เคลมภาษีซื้อจากเอกสารที่ข้อมูลไม่ครบหรือไม่เกี่ยวกับกิจการโดยตรง
  • ออกใบกำกับภาษีผิดเดือนหรือไม่สัมพันธ์กับวันที่รับเงิน ส่งมอบสินค้า หรือให้บริการ
  • ปล่อยให้รายได้เกินเกณฑ์จด VAT โดยไม่มีแผนจดทะเบียนและปรับระบบเอกสาร

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ภ.พ.20 คืออะไร และต่างจาก ภ.พ.01 อย่างไร?

ภ.พ.20 คือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมสรรพากรออกให้กับผู้ประกอบการหลังจากอนุมัติการจด VAT แล้ว ส่วน ภ.พ.01 คือแบบคำขอจดทะเบียนที่ผู้ประกอบการยื่นต่อสรรพากร ระหว่างรอรับ ภ.พ.20 (ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 45–60 วัน) สามารถใช้สำเนา ภ.พ.01 เป็นหลักฐานชั่วคราวแทนได้

ถ้าย้ายที่อยู่บริษัท ต้องทำอะไรกับ ภ.พ.20?

ต้องยื่นแบบ ภ.พ.09 เพื่อแจ้งเปลี่ยนแปลงที่อยู่ต่อกรมสรรพากร โดยต้องยื่นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันย้ายจริง เมื่อสรรพากรดำเนินการเสร็จแล้ว จะออกใบ ภ.พ.20 ฉบับใหม่ที่ระบุที่อยู่ปัจจุบันให้ ข้อมูลบนใบกำกับภาษีทุกฉบับต้องอัปเดตให้ตรงกับ ภ.พ.20 ฉบับใหม่ด้วย

ใบ ภ.พ.20 หายหรือชำรุด ต้องทำอย่างไร?

กฎหมายกำหนดให้ยื่นขอใบแทนภายใน 15 วันนับจากวันที่รู้ว่าสูญหายหรือชำรุด โดยยื่นต่อสรรพากรในท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ใบแทนที่ได้รับมีผลทางกฎหมายเท่ากับต้นฉบับทุกประการ