เจ้าของกิจการจำนวนไม่น้อยได้ยินว่าบางประเภทธุรกิจได้รับยกเว้น VAT จึงคิดว่าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้อีก แต่ความจริงคือการยกเว้นใน กฎหมายไทยผูกกับ "กิจกรรมที่ก่อรายได้" ไม่ใช่ "ชื่อธุรกิจ" และธุรกิจเดียวกันอาจมีหลายแหล่งรายได้ที่สถานะ VAT แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หลักกฎหมาย: มาตรา 81 แห่งประมวลรัษฎากร
การยกเว้น VAT ในประเทศไทยกำหนดไว้ในมาตรา 81 แห่งประมวลรัษฎากร โดยยกเว้นเฉพาะ กิจกรรม ที่ระบุไว้ ไม่ใช่ตัวกิจการทั้งหมด หากธุรกิจมีทั้งรายได้ที่ยกเว้นและรายได้ที่ไม่ยกเว้นปะปนกัน ต้องแยกบัญชีและประเมินแต่ละส่วนแยกจากกัน
หลักสำคัญที่กฎหมายยกเว้นให้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ ได้แก่ การขายสินค้าบางประเภทที่กำหนด และการให้บริการบางประเภทที่กำหนด ทั้งหมดต้องเป็นการกระทำในราชอาณาจักร
สินค้าที่ขายแล้วได้รับยกเว้น VAT
มาตรา 81(1) ยกเว้น VAT สำหรับการขายสินค้าในกลุ่มต่อไปนี้ (ยกเว้นการส่งออก ซึ่งใช้อัตรา 0% แทน):
ผลิตผลทางการเกษตรและปศุสัตว์
- พืชผลการเกษตร ทุกชนิด ทั้งในสภาพสดหรือที่ผ่านการรักษาสภาพเบื้องต้นเพื่อการขนส่งหรือจำหน่ายเท่านั้น เช่น ข้าวเปลือก ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย ผัก ผลไม้
- สัตว์มีชีวิต และสัตว์ที่ตายแล้ว รวมถึงเนื้อสัตว์ ไข่ นม และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ในสภาพสดหรือรักษาสภาพเบื้องต้น
- ปุ๋ย ทุกประเภท
- อาหารสัตว์ รวมถึงปลาป่น
- ยาหรือสารเคมีที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์ เพื่อบำรุง ป้องกัน ทำลายหรือควบคุมแมลง ศัตรูพืช หรือโรคสัตว์
ข้อควรระวัง: หากนำผลิตผลเกษตรมาแปรรูปจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ข้าวโพดกระป๋อง น้ำผลไม้พาสเจอไรส์ หรืออาหารสำเร็จรูป การยกเว้นนี้ไม่ครอบคลุม กิจการนั้นอาจต้องจด VAT หากรายได้เกินเกณฑ์
สิ่งพิมพ์และหนังสือ
- หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และหนังสือเรียน
หนังสือประเภทอื่นหรือสื่อดิจิทัลที่ไม่ใช่ "หนังสือเรียน" ตามคำนิยาม ไม่ได้รับยกเว้นโดยอัตโนมัติ
บริการที่ได้รับยกเว้น VAT
มาตรา 81(1) ยกเว้น VAT สำหรับการให้บริการในกลุ่มต่อไปนี้ด้วย:
บริการการศึกษา
- บริการการศึกษาของ โรงเรียนรัฐบาล และ มหาวิทยาลัยรัฐบาล
- บริการการศึกษาของ โรงเรียนเอกชน และ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่จัดตั้งตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
ข้อควรระวัง: โรงเรียนสอนพิเศษ หรือคอร์สฝึกอบรมที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ใบอนุญาตสถานศึกษาตามกฎหมาย อาจไม่ได้รับการยกเว้นนี้ ควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของกิจการ
บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข
- การให้บริการรักษาพยาบาลของ โรงพยาบาลและสถานพยาบาล ที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
ข้อควรระวัง: รายได้จากการขายยา อุปกรณ์การแพทย์ หรือสินค้าที่โรงพยาบาลขายในร้านค้าแยกต่างหากอาจไม่ได้รับยกเว้น ควรประเมินแยกตามสัญญาหรือใบเสร็จแต่ละรายการ
วิชาชีพเฉพาะที่มีกฎหมายควบคุม
- การประกอบโรควิชาชีพ (แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร)
- การประกอบกิจการ การสอบบัญชี
- การประกอบวิชาชีพ กฎหมาย (ทนายความ)
- วิชาชีพอื่นที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
ข้อควรระวัง: การยกเว้นสำหรับวิชาชีพที่มีกฎหมายควบคุมนี้ครอบคลุมเฉพาะการประกอบวิชาชีพโดยตรงเท่านั้น หากบริษัทหรือสำนักงานให้บริการเสริมอื่น เช่น งานที่ปรึกษาธุรกิจ งานจัดทำเอกสาร หรือซอฟต์แวร์บัญชี บริการเหล่านั้นอาจไม่ได้รับยกเว้น
การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์
- การให้เช่า อสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน อาคาร ห้องชุด)
ข้อควรระวัง: หากมีค่าบริการส่วนกลาง ค่าจอดรถ ค่าสาธารณูปโภคที่คิดแยกต่างหาก หรือมีสังหาริมทรัพย์ให้เช่าประกอบ (เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ครัวเรือน) ต้องพิจารณาว่ารายได้ส่วนใดอยู่ในการยกเว้นและส่วนใดไม่อยู่ในการยกเว้น นอกจากนี้ กิจการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ในเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่อาจอยู่ภายใต้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) แทน ซึ่งเป็นคนละระบบกับ VAT
การขนส่งในราชอาณาจักร
- การให้บริการขนส่งทางบกและทางน้ำภายในประเทศ (ไม่รวมการขนส่งทางอากาศ ซึ่งมีระบอบภาษีแยกต่างหาก)
กิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรม และสาธารณประโยชน์
- การขายสินค้าหรือให้บริการของ องค์กรศาสนาหรือการกุศล ที่ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้มุ่งแสวงกำไร
- บริการของ พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และสวนสัตว์สาธารณะ
- การแสดงศิลปวัฒนธรรมในสาขาที่กำหนด
กิจการของหน่วยงานรัฐ
- การขายสินค้าหรือให้บริการของ กระทรวง ทบวง กรม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่นำรายได้ทั้งหมดส่งคลังโดยไม่หักค่าใช้จ่าย
กิจการในเชิงพาณิชย์ของรัฐที่ดำเนินธุรกิจแข่งขันกับเอกชนโดยทั่วไปจะไม่ได้รับยกเว้นนี้
สิ่งที่ยกเว้น VAT แต่อาจอยู่ภายใต้ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT)
มีกิจการบางประเภทที่ไม่อยู่ในระบบ VAT แต่ต้องเสีย ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax) แทน ได้แก่:
- กิจการธนาคาร บริษัทเงินทุน และบริษัทหลักทรัพย์
- กิจการประกันชีวิต
- กิจการโรงรับจำนำ
- กิจการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร (ขาย ไม่ใช่ให้เช่า)
- กิจการการประกอบกิจการที่มีรายรับจากดอกเบี้ย ส่วนลด หรือค่าธรรมเนียมในลักษณะที่กำหนด
กิจการเหล่านี้ไม่ต้องจด VAT แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีภาระภาษีทางอ้อมเลย การเข้าใจผิดว่า "ไม่จด VAT = ไม่มีภาษีทางอ้อม" เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอย่างมาก
เกณฑ์รายได้ 1.8 ล้านบาทกับกิจการที่ยกเว้น VAT
เกณฑ์รายได้ 1,800,000 บาทต่อปี (ข้อมูล ณ ปี 2569) ใช้สำหรับกิจการที่ ไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 81 กล่าวคือ กิจการปกติที่ขายสินค้าหรือให้บริการทั่วไปที่ต้องเสีย VAT จะต้องจด VAT เมื่อรายได้รวมต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาท
สำหรับกิจการที่มี รายได้ผสม ทั้งส่วนที่ยกเว้นและส่วนที่ไม่ยกเว้น ต้องนำเฉพาะ รายได้ส่วนที่ไม่ได้รับยกเว้น มาคำนวณเทียบกับเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท หากส่วนนั้นเกินเกณฑ์ กิจการต้องจด VAT สำหรับส่วนนั้นโดยเฉพาะ
สามารถลองประเมินภาระภาษีเบื้องต้นได้ที่ เครื่องคำนวณภาษีบุคคล vs นิติบุคคล ของ A Plus Me
สิทธิขอจด VAT โดยสมัครใจ แม้จะได้รับยกเว้น
ตามมาตรา 81/3 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้น VAT มีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยสมัครใจ และเลือกเสีย VAT ตามปกติ
เหตุผลที่กิจการเลือกทางนี้มีหลายประการ:
- สามารถ ขอคืนภาษีซื้อ (Input VAT) ที่จ่ายให้ซัพพลายเออร์ได้ หากต้นทุนสินค้าหรืออุปกรณ์มี VAT สูง การจด VAT อาจช่วยลดต้นทุนได้จริง
- ลูกค้าองค์กรหรือรัฐบาลมักต้องการ ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ซึ่งออกได้เฉพาะผู้จด VAT เท่านั้น
- ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของกิจการในบางอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม เมื่อจดแล้วต้องปฏิบัติตามพันธะทั้งหมดของผู้ประกอบการ VAT รวมถึงการออกใบกำกับภาษี จัดทำรายงานภาษีซื้อและภาษีขาย และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้จะไม่มีรายได้ในเดือนนั้นก็ตาม หากต้องการประเมินว่าควรจดหรือไม่ ดูเปรียบเทียบได้ที่บทความ จด VAT กับไม่จด VAT ต่างกันอย่างไร
อย่าดูแค่ชื่อธุรกิจ: กรณีตัวอย่างรายได้ผสม
ในทางปฏิบัติ ธุรกิจที่ "ชื่อ" ดูเหมือนได้รับยกเว้น VAT มักมีรายได้บางส่วนที่ไม่ได้รับยกเว้นปนอยู่ด้วย ตัวอย่างที่พบบ่อย:
ตัวอย่างที่พบบ่อยและจุดที่ต้องระวัง
- โรงเรียนสอนพิเศษ / ติวเตอร์ — รายได้จากการสอนที่ไม่ได้อยู่ในใบอนุญาตสถานศึกษา อาจไม่ได้รับยกเว้น VAT หากรายได้รวมเกินเกณฑ์
- คลินิกความงาม — บริการรักษาพยาบาลโดยแพทย์อาจยกเว้น แต่การขายผลิตภัณฑ์ความงาม หรือบริการที่ไม่ใช่การรักษาพยาบาล เช่น สปา นวด อาจต้องเสีย VAT
- ฟาร์มและสวนเกษตร — ขายผลผลิตสดยกเว้น VAT แต่หากเปิดร้านขายของที่ระลึก หรือบริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รายได้ส่วนนั้นอาจต้องเสีย VAT
- บริษัทเช่าอสังหาริมทรัพย์ — ค่าเช่าห้องยกเว้น VAT แต่ค่าที่จอดรถหรือค่าบริการส่วนกลางอาจต้องเสีย VAT
- สำนักงานบัญชีหรือกฎหมาย — งานวิชาชีพอาจยกเว้น แต่บริการที่ปรึกษาธุรกิจทั่วไป งานจัดการข้อมูล หรือซอฟต์แวร์ มักไม่ได้รับยกเว้น
วิธีประเมินสถานะ VAT ของธุรกิจอย่างถูกต้อง
ขั้นตอนที่แนะนำสำหรับเจ้าของกิจการที่ต้องการประเมินสถานะ VAT อย่างรอบคอบ:
- ทำรายการรายได้ทุกประเภท ของกิจการ แยกตามลักษณะกิจกรรมที่ก่อรายได้นั้น ไม่ใช่แยกตามแผนกหรือชื่อโครงการ
- Map แต่ละรายได้กับมาตรา 81 ว่ากิจกรรมที่ก่อรายได้นั้นตรงกับข้อยกเว้นใดหรือไม่ ถ้าไม่ตรง ให้ถือว่าต้องเสีย VAT
- รวมเฉพาะรายได้ที่ไม่ได้รับยกเว้น แล้วเปรียบเทียบกับเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปี (ข้อมูล ณ ปี 2569)
- ประเมินแนวโน้มการเติบโต ของรายได้ล่วงหน้า เพราะการจด VAT ต้องทำ ภายในกำหนดเวลา นับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ ไม่ใช่รอให้สิ้นปี
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ก่อนตัดสินใจ เพราะการประเมินผิดพลาดอาจนำไปสู่ภาระภาษีย้อนหลัง เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม
หากไม่แน่ใจเรื่องสถานะ VAT สามารถใช้ เครื่องมือตรวจสุขภาพธุรกิจ หรือ ประเมินความเสี่ยงภาษี ของ A Plus Me เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นก่อนปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
สรุป: ยกเว้น VAT คือยกเว้นกิจกรรม ไม่ใช่ยกเว้นทั้งกิจการ
หัวใจสำคัญที่ต้องจำคือการยกเว้น VAT ในกฎหมายไทยผูกกับ กิจกรรมที่ก่อรายได้ ไม่ใช่ชื่อบริษัทหรือประเภทกิจการโดยรวม ธุรกิจที่มีรายได้หลากหลายประเภทต้องประเมินแต่ละส่วนแยกกันและจัดทำบัญชีรายได้ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
นอกจากนี้ แม้กิจการจะได้รับยกเว้น VAT ก็ไม่ได้หมายความว่าปลอดภาษีทางอ้อมทุกประเภท เพราะบางกิจการอาจอยู่ในระบบภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) แทน การวางระบบบัญชีให้รองรับการแยกรายได้แต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยงจากการตีความผิดพลาดได้มากที่สุด อ่านเพิ่มเติมเรื่องพันธะของผู้จด VAT ได้ที่ VAT สำหรับ SME
เช็กลิสต์ประเมินสถานะ VAT ก่อนตัดสินใจ
ใช้รายการตรวจสอบนี้เพื่อเตรียมข้อมูลก่อนปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือก่อนยื่นขอจดทะเบียน VAT:
เช็กลิสต์สถานะ VAT สำหรับเจ้าของกิจการ
- ระบุรายได้ทุกประเภทของกิจการ แล้วตรวจว่าแต่ละประเภทตรงกับข้อยกเว้นใน มาตรา 81 หรือไม่
- รวมเฉพาะรายได้ที่ไม่ได้รับยกเว้น แล้วเปรียบเทียบกับเกณฑ์ 1,800,000 บาทต่อปี (ข้อมูล ณ ปี 2569)
- ตรวจว่ากิจการมีกิจกรรมที่อยู่ในระบบภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) หรือไม่ เช่น การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้า
- หากรายได้กำลังเติบโตใกล้เกณฑ์ วางแผนจดทะเบียน VAT ล่วงหน้าก่อนเกินเกณฑ์จริง
- ประเมินว่าควรจด VAT โดยสมัครใจหรือไม่ โดยเปรียบเทียบภาษีซื้อที่จะได้คืนกับภาระการจัดการเอกสาร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยกเว้น VAT
- ถือว่าทั้งกิจการยกเว้น VAT เพราะรายได้หลักยกเว้น ทั้งที่รายได้เสริมบางส่วนอาจต้องเสีย VAT
- นำรายได้ที่ยกเว้น VAT มารวมคำนวณเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทด้วย ทำให้ประเมินผิดว่ายังไม่ต้องจด
- สับสนระหว่าง "ยกเว้น VAT" กับ "ยกเว้นภาษีทุกประเภท" โดยลืมพิจารณา SBT
- ไม่จัดทำบัญชีแยกรายได้ที่ยกเว้นและไม่ยกเว้น ทำให้คำนวณภาษีซื้อที่ใช้ได้ผิดพลาด
- รอให้สิ้นปีค่อยจด VAT ทั้งที่กฎหมายกำหนดให้จดทันทีเมื่อรายได้เกินเกณฑ์
แหล่งอ้างอิง
- กรมสรรพากร: ภาษีมูลค่าเพิ่ม
- กรมสรรพากร: กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
- กรมสรรพากร: ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้นแต่มีสิทธิขอจดทะเบียน VAT
- กรมสรรพากร: ระบบยื่นแบบออนไลน์ e-Filing
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ธุรกิจขายสินค้าเกษตรหรือสัตว์มีชีวิตจำเป็นต้องจด VAT ไหม?
โดยหลักแล้วการขายพืชผลเกษตร สัตว์มีชีวิต เนื้อสัตว์ ไข่ นม รวมถึงปุ๋ย อาหารสัตว์ และสารเคมีกำจัดศัตรูพืชหรือโรคสัตว์ ได้รับยกเว้น VAT ตามมาตรา 81 แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ตามหากธุรกิจเดียวกันมีรายได้จากการขายสินค้าแปรรูปหรือบริการที่ไม่อยู่ในยกเว้น และรายได้รวมส่วนนั้นเกิน 1,800,000 บาทต่อปี จะต้องจด VAT สำหรับรายได้ส่วนที่ไม่ได้รับยกเว้น
กิจการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ได้รับยกเว้น VAT ทุกกรณีหรือไม่?
การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ได้รับยกเว้น VAT ตามมาตรา 81 แต่มีข้อสำคัญคือการให้เช่าพร้อมบริการเสริมอื่นๆ เช่น ค่าบริการพื้นที่จัดงาน ค่าบริการจัดการ หรือการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ประกอบกัน อาจถูกตีความว่าเป็นบริการที่ไม่ได้รับยกเว้น หากไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อประเมินแต่ละสัญญาแยกกัน
ธุรกิจที่ได้รับยกเว้น VAT สามารถขอจด VAT โดยสมัครใจได้ไหม และทำไมถึงควรพิจารณา?
ได้ ตามมาตรา 81/3 ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้น VAT มีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยสมัครใจ เหตุผลที่หลายกิจการเลือกทางนี้คือการเป็น VAT-registered จะทำให้สามารถขอคืนภาษีซื้อที่จ่ายให้ supplier ได้ และสร้างความน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้าองค์กรที่ต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามต้องชั่งน้ำหนักกับภาระการจัดการเอกสารและการยื่น ภ.พ.30 รายเดือน
ธุรกิจมีรายได้ผสมทั้งส่วนที่ยกเว้นและส่วนที่ต้องเสีย VAT ต้องทำอย่างไร?
ต้องแยกบัญชีรายได้ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น โดยรายได้ส่วนที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาคำนวณ VAT แต่รายได้ส่วนที่ไม่ได้รับยกเว้นต้องนำมารวมคำนวณเกณฑ์ 1,800,000 บาทต่อปี (ข้อมูล ณ ปี 2569) หากส่วนที่ไม่ยกเว้นเกินเกณฑ์ต้องจด VAT สำหรับส่วนนั้น ภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองส่วนต้องแบ่งตามสัดส่วนการใช้งาน การจัดการไม่ดีอาจทำให้ใช้สิทธิภาษีซื้อผิดและมีภาระย้อนหลัง