มัณฑนากรฟรีแลนซ์ต้องจดทะเบียน VAT ทันทีที่รายได้จากการให้บริการออกแบบตกแต่งภายในรวมกันเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

โดยต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ ไม่ใช่รอให้ถึงสิ้นปีภาษี

หากปล่อยเลยเวลาอาจถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

สารบัญบทความ
  1. มัณฑนากรฟรีแลนซ์คือใครในสายตากรมสรรพากร
  2. เกณฑ์รายได้ที่ต้องจดทะเบียน VAT
  3. วิธีคำนวณรายได้สะสมเพื่อดูว่าถึงเกณฑ์หรือยัง
  4. สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจดทะเบียน VAT
  5. มัณฑนากรควรบวก VAT เข้าราคาหรือหักจากราคาเดิม
  6. ตัวอย่างการคำนวณราคาหลังจด VAT
  7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของมัณฑนากรฟรีแลนซ์
  8. ควรจดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดาหรือเปลี่ยนเป็นนิติบุคคล
  9. เอกสารที่มัณฑนากรฟรีแลนซ์ควรเตรียมก่อนจดทะเบียน VAT
  10. แนวทางปฏิบัติที่แนะนำ
  11. สรุป
  12. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

มัณฑนากรฟรีแลนซ์คือใครในสายตากรมสรรพากร

มัณฑนากรหรือนักออกแบบตกแต่งภายในที่ทำงานอิสระ ไม่ว่าจะรับงานผ่านสตูดิโอของตัวเอง รับงานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือรับงานจากผู้รับเหมาก่อสร้างต่ออีกทอด ในทางภาษีถือเป็น

"ผู้มีเงินได้จากวิชาชีพอิสระ"

หรือหากทำงานลักษณะรับจ้างออกแบบเป็นการทั่วไป อาจจัดอยู่ในกลุ่มเงินได้ประเภทที่ 8 (การรับจ้างทำของ/ประกอบธุรกิจ) ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและสัญญาจริง

ซึ่งควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญเป็นรายกรณี

ไม่ว่าจะจัดอยู่ในเงินได้ประเภทใด ประเด็นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ใช้เกณฑ์เดียวกันทั้งหมด นั่นคือเมื่อมี "รายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการ" เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

ต้องจดทะเบียน VAT

ไม่ว่าผู้ประกอบอาชีพนั้นจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม

เกณฑ์รายได้ที่ต้องจดทะเบียน VAT

ตามประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.01)

ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ดังกล่าว (ข้อมูล ณ ปี 2569

ควรตรวจสอบเกณฑ์และระยะเวลาที่บังคับใช้จริงกับกรมสรรพากรก่อนดำเนินการ)

สำหรับมัณฑนากรฟรีแลนซ์ รายได้ที่ต้องนำมานับรวมคือ ค่าออกแบบ ค่าที่ปรึกษา ค่าคุมงาน และรายได้จากการขายเฟอร์นิเจอร์หรือวัสดุตกแต่งที่จัดหาให้ลูกค้า

(หากมีการขายควบคู่กับบริการออกแบบ) โดยนับรวมทุกช่องทางที่ได้รับ

ไม่ว่าจะเป็นงานที่รับตรงจากเจ้าของบ้าน งานที่รับผ่านสตูดิโอออกแบบ หรืองานที่ได้จากแพลตฟอร์มจับคู่ช่างและนักออกแบบ

วิธีคำนวณรายได้สะสมเพื่อดูว่าถึงเกณฑ์หรือยัง

มัณฑนากรฟรีแลนซ์ควรทำบัญชีรายรับอย่างง่ายทุกเดือน โดยรวมยอดค่าบริการทุกใบแจ้งหนี้ที่ออก (ไม่ใช่แค่เงินที่โอนเข้าบัญชีจริง เพราะบางกรณีลูกค้าอาจค้างจ่าย)

แล้วสะสมยอดตั้งแต่ต้นปีปฏิทินหรือรอบ 12 เดือนตามที่กฎหมายกำหนด

เพื่อประเมินว่าใกล้ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทหรือยัง

ตัวอย่างการนับรายได้สะสมรายเดือน

  • เดือน 1-3: รับงานออกแบบคอนโด 3 ยูนิต รวม 450,000 บาท
  • เดือน 4-6: รับงานออกแบบบ้าน 2 หลัง + ขายเฟอร์นิเจอร์ล่วงหน้า รวม 650,000 บาท (สะสม 1,100,000 บาท)
  • เดือน 7-9: รับงานออฟฟิศขนาดเล็ก 1 โครงการ รวม 500,000 บาท (สะสม 1,600,000 บาท)
  • เดือน 10: รับงานเพิ่มอีก 250,000 บาท ทำให้ยอดสะสมทะลุ 1,800,000 บาท

ทันทีที่ยอดสะสมทะลุเกณฑ์ในเดือนที่ 10 มัณฑนากรต้องเริ่มนับเวลายื่นคำขอจดทะเบียน VAT ตามกำหนดที่กฎหมายระบุ ไม่ใช่รอให้ปิดปีภาษีก่อน หากปล่อยผ่านไปโดยไม่จดทะเบียน

จะถือว่าเป็นผู้ประกอบการที่มีหน้าที่เสีย VAT แต่ไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย

ซึ่งมีความเสี่ยงถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจดทะเบียน VAT

  • ต้องออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ทุกครั้งที่รับเงินจากลูกค้า ระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ที่อยู่ และรายละเอียดตามที่กฎหมายกำหนด
  • ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือขยายเวลาสำหรับการยื่นออนไลน์ตามประกาศกรมสรรพากร) แม้เดือนนั้นไม่มีรายได้ก็ต้องยื่นแบบเปล่า
  • คิด VAT เพิ่มจากราคาบริการ โดยทั่วไปอัตราปัจจุบันอยู่ที่ 7% (ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้จริง ณ ช่วงเวลาที่ให้บริการกับกรมสรรพากร) ซึ่งอาจกระทบการตั้งราคาที่เสนอลูกค้า
  • มีสิทธิเครดิตภาษีซื้อ จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น ค่าซอฟต์แวร์ออกแบบ ค่าเดินทางไปดูหน้างาน ค่าพิมพ์แบบ หากมีใบกำกับภาษีถูกต้อง

มัณฑนากรควรบวก VAT เข้าราคาหรือหักจากราคาเดิม

ประเด็นที่มัณฑนากรฟรีแลนซ์กังวลบ่อยคือ เมื่อจด VAT แล้วจะเสียเปรียบคู่แข่งที่ยังไม่จดหรือไม่ ในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบวิชาชีพที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องจด VAT ตามกฎหมาย ไม่มีทางเลือก

จึงควรวางแผนราคาให้ชัดเจนตั้งแต่เสนองาน โดยระบุในใบเสนอราคาว่า

"ราคานี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%" เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจตั้งแต่ต้น ไม่เกิดปัญหาต่อรองราคาหลังตกลงงานแล้ว

ตัวอย่างการคำนวณราคาหลังจด VAT

มัณฑนากร A เสนอราคาค่าออกแบบบ้าน 300,000 บาท ก่อนจด VAT กับหลังจด VAT ราคาที่ลูกค้าต้องจ่ายจะต่างกันดังนี้

รายการก่อนจด VATหลังจด VAT (7%)
ค่าออกแบบตามใบเสนอราคา300,000300,000
VAT ที่ต้องเรียกเก็บเพิ่มไม่มี21,000
ยอดรวมที่ลูกค้าต้องชำระ300,000321,000
VAT ที่ต้องนำส่งกรมสรรพากร (หลังหักภาษีซื้อ)ไม่มีตามยอดภาษีขายหักภาษีซื้อที่มีสิทธิ

*อัตรา VAT 7% อ้างอิงพระราชกฤษฎีกาที่มีผลบังคับใช้ถึงเดือนกันยายน 2569 ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับกรมสรรพากรก่อนคำนวณจริง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของมัณฑนากรฟรีแลนซ์

  • นับเฉพาะเงินที่โอนเข้าบัญชีจริง ไม่นับยอดที่ออกใบแจ้งหนี้ไปแล้ว: ทำให้ประเมินรายได้สะสมต่ำกว่าความเป็นจริง และพลาดจังหวะจดทะเบียน VAT
  • ไม่แยกรายได้ค่าออกแบบกับรายได้ขายเฟอร์นิเจอร์/วัสดุ: ทำให้บันทึกบัญชีปนกัน ยากต่อการวิเคราะห์กำไรจริงและคำนวณภาษีให้ถูกต้อง
  • รอให้ครบปีภาษีก่อนค่อยจดทะเบียน VAT: ทั้งที่กฎหมายกำหนดให้จดภายในระยะเวลาที่กำหนดนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ ไม่ใช่รอสิ้นปี
  • ไม่เก็บใบกำกับภาษีซื้อจากค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ: ทำให้เสียสิทธิเครดิตภาษีซื้อที่ควรได้ เพิ่มภาระ VAT ที่ต้องนำส่งโดยไม่จำเป็น
  • ลืมแจ้งลูกค้าล่วงหน้าว่าราคาจะมี VAT เพิ่ม: ทำให้เกิดข้อโต้แย้งเรื่องราคาหลังส่งมอบงานหรือหลังจดทะเบียน VAT ระหว่างโครงการ

ควรจดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดาหรือเปลี่ยนเป็นนิติบุคคล

เมื่อรายได้เริ่มเข้าใกล้เกณฑ์ VAT มัณฑนากรฟรีแลนซ์หลายคนเริ่มพิจารณาว่าควรจดทะเบียนเป็นบริษัทหรือไม่ ประเด็นนี้แยกจากเรื่อง VAT โดยตรง เพราะไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล

หากรายได้เกินเกณฑ์ก็ต้องจด VAT เหมือนกัน

แต่การจัดตั้งเป็นนิติบุคคลอาจช่วยเรื่องอัตราภาษีเงินได้ที่แตกต่างจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได

รวมถึงความน่าเชื่อถือเมื่อรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องออกใบเสร็จในนามนิติบุคคล

ทั้งนี้ควรเปรียบเทียบภาระภาษีทั้งสองรูปแบบกับที่ปรึกษาก่อนตัดสินใจ เพราะมีปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดทำบัญชีและการปิดงบประจำปีเพิ่มเข้ามาด้วย

เอกสารที่มัณฑนากรฟรีแลนซ์ควรเตรียมก่อนจดทะเบียน VAT

  • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน (กรณีเป็นบุคคลธรรมดา) หรือหนังสือรับรองบริษัท (กรณีเป็นนิติบุคคล)
  • สัญญาเช่าหรือเอกสารแสดงที่ตั้งสถานประกอบการ (สตูดิโอ ออฟฟิศ หรือที่อยู่ที่ใช้ติดต่องาน)
  • ตัวอย่างใบเสนอราคาและใบแจ้งหนี้ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
  • บัญชีรายรับ-รายจ่ายย้อนหลังที่แสดงยอดสะสมถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท
  • เอกสารแสดงตัวตนของสถานประกอบการ เช่น รูปถ่ายป้ายหน้าสำนักงาน (หากกรมสรรพากรร้องขอ)

แนวทางปฏิบัติที่แนะนำ

มัณฑนากรฟรีแลนซ์ควรทำบัญชีรายรับอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่เริ่มทำงานอิสระ ไม่ต้องรอให้รายได้เยอะแล้วค่อยจัดระบบ เพราะการติดตามยอดสะสมรายเดือนจะช่วยให้รู้ล่วงหน้าว่าใกล้ถึงเกณฑ์ VAT

เมื่อไหร่ และเตรียมตัวจดทะเบียนได้ทันเวลา

ควรแยกบัญชีธนาคารสำหรับรับเงินจากงานออกแบบออกจากบัญชีส่วนตัว เพื่อให้ตรวจสอบยอดรายได้ได้ง่าย และปรึกษาสำนักงานบัญชีล่วงหน้าก่อนถึงเกณฑ์ประมาณ 2-3 เดือน

เพื่อให้มีเวลาเตรียมเอกสารและวางแผนปรับราคาแจ้งลูกค้าได้ทัน

สรุป

มัณฑนากรฟรีแลนซ์ต้องจดทะเบียน VAT ทันทีที่รายได้จากค่าออกแบบและบริการที่เกี่ยวข้องรวมกันเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

การติดตามยอดรายได้สะสมทุกเดือนและเตรียมเอกสารล่วงหน้าจะช่วยให้จดทะเบียนได้ทันเวลา ลดความเสี่ยงถูกประเมินภาษีย้อนหลัง

และช่วยวางแผนราคาที่เสนอลูกค้าได้อย่างโปร่งใสตั้งแต่ต้น

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มัณฑนากรฟรีแลนซ์ต้องจด VAT ตอนรายได้เท่าไหร่

ต้องจดทะเบียน VAT เมื่อรายได้จากการให้บริการออกแบบและรายได้ที่เกี่ยวข้องรวมกันเกิน 1,800,000 บาทต่อปี โดยต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์

รายได้ที่นำมานับรวมถึงเกณฑ์ VAT รวมอะไรบ้าง

รวมค่าออกแบบ ค่าที่ปรึกษา ค่าคุมงาน และรายได้จากการขายเฟอร์นิเจอร์หรือวัสดุตกแต่งที่จัดหาให้ลูกค้า นับจากทุกช่องทางที่ได้รับงาน ไม่ว่าจะรับตรงหรือผ่านแพลตฟอร์ม

ถ้ายังไม่ถึงเกณฑ์ VAT แต่ลูกค้าขอใบกำกับภาษีจะทำอย่างไร

หากยังไม่ได้จดทะเบียน VAT จะไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ตามกฎหมาย ควรออกใบเสร็จรับเงินทั่วไปแทน และแจ้งลูกค้าให้ทราบสถานะทางภาษีของกิจการอย่างชัดเจน

จดทะเบียน VAT แล้วต้องขึ้นราคาให้ลูกค้าหรือไม่

โดยหลักการ VAT เป็นภาษีที่เรียกเก็บเพิ่มจากราคาบริการ จึงควรระบุในใบเสนอราคาว่าราคายังไม่รวม VAT 7% เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ไปหักจากรายได้ตัวเองจนกำไรลดลง

ลืมจดทะเบียน VAT ทั้งที่รายได้เกินเกณฑ์แล้วจะเกิดอะไรขึ้น

อาจถูกกรมสรรพากรประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย จึงควรติดตามยอดรายได้สะสมอย่างสม่ำเสมอและรีบจดทะเบียนทันทีที่ถึงเกณฑ์

หลังจด VAT มัณฑนากรมีสิทธิเครดิตภาษีซื้ออะไรบ้าง

สามารถนำภาษีซื้อจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น ค่าซอฟต์แวร์ออกแบบ ค่าเดินทางดูหน้างาน ค่าพิมพ์แบบ มาหักลบกับภาษีขายได้ หากมีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบถูกต้อง

ควรจดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดาหรือเปลี่ยนเป็นบริษัทตอนจด VAT

เรื่อง VAT ไม่ได้ผูกกับรูปแบบนิติบุคคล ทั้งบุคคลธรรมดาและบริษัทต้องจด VAT เหมือนกันหากรายได้เกินเกณฑ์

แต่ควรเปรียบเทียบภาระภาษีเงินได้และต้นทุนการทำบัญชีทั้งสองรูปแบบกับที่ปรึกษาก่อนตัดสินใจ

เมื่อเริ่มมีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับหลายประเภทภาษีพร้อมกัน การวางแผนภาษีอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น