เจ้าของกิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แล้ว มักเข้าใจว่าการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียนกับกรมสรรพากรมีกรอบเวลา 15 วันแบบเดียวกันหมดทุกกรณี
ทั้งที่จริงแล้วประมวลรัษฎากรแบ่งเรื่องนี้ไว้คนละมาตราและนับเวลาคนละทิศทาง เช่น
เปลี่ยนชื่อบริษัทแจ้งย้อนหลังได้ภายใน 15 วัน แต่ย้ายที่อยู่จริงต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนวันย้ายไม่น้อยกว่า 15 วัน ส่วนกรณีหยุดกิจการชั่วคราวก็ต้องแจ้งเฉพาะเมื่อหยุดติดต่อกันเกิน 30
วันเท่านั้น บทความนี้สรุปว่าแบบ ภ.พ.09
ต้องยื่นเมื่อไหร่ในแต่ละกรณี ทั้งเปลี่ยนชื่อ ที่อยู่ ประเภทกิจการ และกรรมการผู้มีอำนาจ พร้อมเอกสารที่ต้องเตรียมและบทลงโทษหากยื่นล่าช้า เพื่อให้เจ้าของ SME
จัดการเรื่องนี้ได้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก
สารบัญบทความ
- ภ.พ.09 คืออะไร และผูกกับมาตราไหนในประมวลรัษฎากรบ้าง
- ตารางสรุปกำหนดเวลา ภ.พ.09 แยกตามเหตุการณ์ (ข้อมูล ณ ปี 2569)
- เปลี่ยนกรรมการผู้มีอำนาจ ต้องยื่น ภ.พ.09 หรือไม่
- เอกสารและขั้นตอนยื่น ภ.พ.09 ให้ผ่านในรอบเดียว
- ยื่นช้าหรือไม่ยื่นเลย เกิดผลอะไรตามมา
- ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
ภ.พ.09 คืออะไร และผูกกับมาตราไหนในประมวลรัษฎากรบ้าง
ภ.พ.09 คือแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ใช้เมื่อผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT แล้วมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เคยแจ้งไว้กับกรมสรรพากร หลายคนเข้าใจว่า
ภ.พ.09 มีกรอบเวลา “15 วัน” แบบเดียวกันทุกกรณี
แต่ในทางกฎหมายกลับไม่ใช่ เพราะประมวลรัษฎากรแบ่งเรื่องนี้ไว้คนละมาตรา และนับเวลาต่างกัน
มาตรา 85/6 กำหนดว่า เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายการที่จดทะเบียนไว้ใน “สาระสำคัญ” เช่น ชื่อผู้ประกอบการ ชื่อสถานประกอบการ ประเภทกิจการ หรือประเภทสินค้า/บริการหลัก ต้องแจ้งภายใน 15
วันนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น (แจ้งย้อนหลังได้
ขอเพียงไม่เกิน 15 วัน) ส่วนมาตรา 85/7 ใช้กับการเปิดสาขาเพิ่ม (ต้องแจ้งก่อนเปิดไม่น้อยกว่า 15 วัน) และปิดสาขา (แจ้งภายใน 15 วันหลังปิด พร้อมคืนใบ ภ.พ.20 ของสาขานั้น) ขณะที่มาตรา
85/8 ใช้กับการย้ายสถานประกอบการจริง ซึ่งต้องแจ้ง
ล่วงหน้าก่อนวันย้ายไม่น้อยกว่า 15 วัน ไม่ใช่แจ้งย้อนหลังแบบกรณีทั่วไป เพราะกระทบพื้นที่รับผิดชอบของสรรพากรโดยตรง
ตารางสรุปกำหนดเวลา ภ.พ.09 แยกตามเหตุการณ์ (ข้อมูล ณ ปี 2569)
เพื่อไม่ให้สับสน สรุปกรอบเวลาและบทลงโทษกรณีไม่แจ้งไว้ในตารางนี้ อ้างอิงจากประมวลรัษฎากรมาตรา 85/6–85/12 และบทกำหนดโทษมาตรา 90 และ 90/1
| เหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลง | มาตราที่เกี่ยวข้อง | กำหนดยื่น ภ.พ.09 | โทษหากไม่แจ้ง |
|---|---|---|---|
| เปลี่ยนชื่อผู้ประกอบการ/ชื่อสถานประกอบการ | ม.85/6 | ภายใน 15 วันหลังเปลี่ยนแปลง | ปรับไม่เกิน 2,000 บาท |
| เปลี่ยนประเภทกิจการ/สินค้าหรือบริการหลัก | ม.85/6 | ภายใน 15 วันหลังเปลี่ยนแปลง | ปรับไม่เกิน 2,000 บาท |
| เปิดสถานประกอบการ/สาขาเพิ่มเติม | ม.85/7 | ก่อนวันเปิดไม่น้อยกว่า 15 วัน | ปรับไม่เกิน 5,000 บาท |
| ปิดสถานประกอบการ/สาขาบางแห่ง | ม.85/7 | ภายใน 15 วันหลังปิด | ปรับไม่เกิน 5,000 บาท |
| ย้ายสถานประกอบการ (ที่อยู่จริง) | ม.85/8 | ก่อนวันย้ายไม่น้อยกว่า 15 วัน | ปรับไม่เกิน 2,000 บาท |
| หยุดประกอบกิจการชั่วคราวเกิน 30 วันติดต่อกัน | ม.85/12 | ภายใน 15 วันหลังวันที่หยุด | ปรับไม่เกิน 2,000 บาท |
ข้อสังเกตที่เจ้าของกิจการมักพลาด คือ กรณีย้ายที่อยู่ต้องยื่นก่อนล่วงหน้า ถ้ารอจนย้ายเสร็จแล้วค่อยไปแจ้ง ถือว่ายื่นไม่ทันตามกฎหมายแล้ว แม้จะยังอยู่ในช่วง “15 วัน” ก็ตาม
เพราะนับคนละทิศทางกับกรณีเปลี่ยนชื่อหรือประเภทกิจการ
อีกจุดที่มักเข้าใจผิดคือกรณีหยุดกิจการชั่วคราว กฎหมายบังคับให้ต้องแจ้งเฉพาะกรณีที่หยุดติดต่อกันเกินกว่า 30 วันเท่านั้น หากหยุดไม่ถึง 30 วันไม่ต้องยื่น ภ.พ.09 แต่ถ้าหยุดเกิน 30
วัน ต้องแจ้งภายใน 15 วันนับจากวันที่หยุดกิจการ
เปลี่ยนกรรมการผู้มีอำนาจ ต้องยื่น ภ.พ.09 หรือไม่
ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันบ่อย เมื่อบริษัทเปลี่ยนกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม จะต้องจดทะเบียนแก้ไขกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ด้วยแบบ บอจ.4 (รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม)
พร้อมแบบ ก. ในกรณีที่มีกรรมการเข้าใหม่
โดยต้องยื่นต่อนายทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ แต่สำหรับฝั่งกรมสรรพากร ตัวบทมาตรา 85/6 วางกรอบ “สาระสำคัญ” ที่ต้องแจ้งไว้ที่การเปลี่ยนชื่อสถานประกอบการ
ประเภทกิจการ และประเภทสินค้าหรือบริการเป็นหลัก
ไม่ได้ระบุการเปลี่ยนกรรมการผู้มีอำนาจไว้เป็นเหตุที่บังคับให้ต้องยื่น ภ.พ.09 โดยตรง เพราะเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและชื่อนิติบุคคลผู้เสียภาษียังคงเดิม
เปลี่ยนแค่ตัวบุคคลที่มีอำนาจกระทำการแทน
แต่ในทางปฏิบัติยังมีเหตุผลที่ควรอัปเดตข้อมูลกับสรรพากรอยู่ดี เพราะทุกครั้งที่ยื่น ภ.พ.09 เรื่องอื่น (เช่น ย้ายที่อยู่ เปลี่ยนชื่อ)
เอกสารที่กรมสรรพากรกำหนดให้แนบคือหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจปัจจุบัน
หากยังใช้ชื่อกรรมการเก่าที่พ้นอำนาจไปแล้ว เอกสารอาจถูกตีกลับ ดังนั้นแนวทางที่แนะนำคือ เมื่อเปลี่ยนกรรมการแล้ว ให้เก็บหนังสือรับรองบริษัทฉบับใหม่จาก DBD
ไว้ในแฟ้มเอกสารภาษีให้พร้อมเสมอ และถ้ามีเหตุต้องยื่น ภ.พ.09
เรื่องอื่นในช่วงเวลาใกล้กัน ให้ใช้ข้อมูลกรรมการชุดปัจจุบันประกอบการยื่นทันที
เอกสารและขั้นตอนยื่น ภ.พ.09 ให้ผ่านในรอบเดียว
ไม่ว่าจะแจ้งเปลี่ยนแปลงกรณีใด เอกสารหลักที่ต้องเตรียมมีโครงสร้างคล้ายกัน ต่างกันที่หลักฐานประกอบตามประเภทเหตุการณ์
- แบบ ภ.พ.09 กรอกครบถ้วน จำนวน 3 ฉบับ ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่/สาขาที่จดทะเบียน VAT ไว้เดิม
- ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ฉบับเดิม นำไปคืนเพื่อรับฉบับใหม่ที่มีข้อมูลถูกต้อง (จำเป็นเกือบทุกกรณี ยกเว้นบางกรณีย่อย)
- หลักฐานตามประเภทการเปลี่ยนแปลง เช่น หนังสือรับรองบริษัทฉบับใหม่ (กรณีเปลี่ยนชื่อ/ประเภทกิจการ) สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมใช้สถานที่พร้อมแผนที่ตั้งโดยสังเขป (กรณีย้าย/เปิดสาขา)
- หนังสือมอบอำนาจ (ปิดอากรแสตมป์) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจและกรรมการผู้มอบอำนาจ กรณีเจ้าของกิจการไม่ได้ไปยื่นด้วยตนเอง
- กรณีย้ายข้ามเขตพื้นที่สรรพากร ต้องยื่นแจ้งย้ายออกที่สรรพากรพื้นที่เดิมก่อน แล้วนำสำเนาไปยื่นแจ้งย้ายเข้าที่สรรพากรพื้นที่ใหม่ ทั้งสองขั้นตอนต้องทำให้เสร็จก่อนวันย้ายจริงไม่น้อยกว่า 15 วัน
การยื่นแบบไม่มีค่าธรรมเนียม แต่ควรโทรสอบถามสรรพากรพื้นที่ล่วงหน้าว่าต้องใช้เอกสารเพิ่มเติมเฉพาะกรณีหรือไม่ เพราะบางพื้นที่อาจขอเอกสารเสริมตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่
ยื่นช้าหรือไม่ยื่นเลย เกิดผลอะไรตามมา
นอกจากโทษปรับตามตารางข้างต้น (2,000–5,000 บาท ตามมาตรา 90 และ 90/1) ผลกระทบที่เจ้าของกิจการมักมองข้ามคือ ข้อมูลในใบ ภ.พ.20 ไม่ตรงกับความเป็นจริง
ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปถึงใบกำกับภาษีที่ออกให้ลูกค้า หากชื่อ ที่อยู่
หรือประเภทกิจการบนใบกำกับภาษีไม่ตรงกับทะเบียนล่าสุดของสรรพากร คู่ค้าอาจมีปัญหาในการใช้เครดิตภาษีซื้อ และธุรกิจของคุณเองก็เสี่ยงถูกหยิบยกเป็นประเด็นตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายขึ้น
ก่อนยื่น ภ.พ.09 ทุกครั้ง ควรตรวจสอบให้ครบ
- ระบุประเภทเหตุการณ์ให้ถูก (เปลี่ยนสาระสำคัญ/เปิดปิดสาขา/ย้ายที่อยู่/หยุดกิจการชั่วคราว) เพราะแต่ละแบบนับเวลาเริ่มต้นต่างกัน และบางกรณี (เช่น หยุดกิจการชั่วคราว) มีเกณฑ์ระยะเวลาขั้นต่ำก่อนถึงจะต้องแจ้ง
- ถ้าเป็นกรณีย้ายที่อยู่หรือเปิดสาขาใหม่ ต้องยื่นล่วงหน้า อย่ารอให้ย้ายเสร็จก่อน
- เตรียมหนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุดและข้อมูลกรรมการผู้มีอำนาจปัจจุบันไว้เสมอ
- เก็บสำเนา ภ.พ.09 และ ภ.พ.20 ฉบับใหม่ไว้ในแฟ้มเอกสารภาษี พร้อมแจ้งนักบัญชีให้อัปเดตข้อมูลในระบบออกใบกำกับภาษีทันที
หากไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงในกิจการเข้าเงื่อนไขมาตราไหน หรือกังวลว่าจะยื่นไม่ทันกำหนด ทีมงาน A Plus Me ช่วยตรวจสอบและเตรียมเอกสาร ภ.พ.09 ให้ครบตั้งแต่ต้นได้
ทั้งนี้เนื้อหาข้างต้นเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา
หากมีข้อเท็จจริงเฉพาะของกิจการ (เช่น กรณีก้ำกึ่งว่าเข้าเงื่อนไขมาตราใด) ควรตรวจสอบกับสรรพากรพื้นที่หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการ
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง ภ.พ.09 แจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียน VAT ภายใน 15 วัน ทำอย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์
เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เปลี่ยนชื่อบริษัทอย่างเดียว (ไม่ได้ย้ายที่อยู่) ต้องยื่น ภ.พ.09 ภายในกี่วัน
ภายใน 15 วันนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ ตามมาตรา 85/6 แห่งประมวลรัษฎากร โดยยื่นที่สรรพากรพื้นที่ที่จดทะเบียน VAT ไว้ พร้อมแนบหนังสือรับรองบริษัทฉบับใหม่จาก DBD และคืนใบ
ภ.พ.20 ฉบับเดิมเพื่อรับฉบับใหม่ หากไม่แจ้งภายในกำหนด
มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 90(7)
ย้ายที่อยู่บริษัท ต้องแจ้งก่อนหรือหลังวันย้ายจริง
ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนวันย้ายจริงไม่น้อยกว่า 15 วัน ตามมาตรา 85/8 ซึ่งต่างจากกรณีเปลี่ยนชื่อหรือประเภทกิจการที่แจ้งย้อนหลังได้ภายใน 15 วัน หากรอจนย้ายเสร็จแล้วค่อยไปยื่น
ถือว่าไม่ทันตามกฎหมายแล้ว แม้จะยังอยู่ในกรอบ 15 วันก็ตาม
เปลี่ยนกรรมการผู้มีอำนาจลงนามอย่างเดียว ต้องยื่น ภ.พ.09 หรือไม่
ไม่ได้ถูกบังคับตามมาตรา 85/6 โดยตรง เพราะกฎหมายวางกรอบไว้ที่การเปลี่ยนชื่อสถานประกอบการ ประเภทกิจการ และประเภทสินค้าหรือบริการเป็นหลัก แต่ต้องจดทะเบียนแก้ไขกรรมการกับ DBD
ด้วยแบบ บอจ.4 ภายใน 14 วันนับจากวันเปลี่ยนแปลง
และควรเก็บหนังสือรับรองบริษัทฉบับใหม่พร้อมสำเนาบัตรประชาชนกรรมการปัจจุบันไว้ในแฟ้มเอกสาร เพราะการยื่น ภ.พ.09
เรื่องอื่นในอนาคตต้องใช้ข้อมูลกรรมการผู้มีอำนาจชุดล่าสุดประกอบการยื่นเสมอ
ถ้าไม่ยื่น ภ.พ.09 ภายในกำหนด จะเกิดอะไรขึ้น
มีโทษปรับตามมาตรา 90 และ 90/1 ตั้งแต่ 2,000-5,000 บาทแล้วแต่ประเภทเหตุการณ์ และข้อมูลในใบ ภ.พ.20 จะไม่ตรงกับสถานะจริงของกิจการ
ซึ่งอาจทำให้ใบกำกับภาษีที่ออกหลังจากนั้นมีข้อมูลไม่ตรงกับทะเบียน กระทบการเคลมภาษีซื้อของคู่ค้า
และเป็นประเด็นที่สรรพากรอาจหยิบยกตรวจสอบย้อนหลังได้
เมื่อเริ่มมีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับหลายประเภทภาษีพร้อมกัน การวางแผนภาษีอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น