บทความนี้เหมาะสำหรับเจ้าของกิจการ SME และฝ่ายบัญชีที่กำลังพิจารณาจ้างพนักงานที่เพิ่งพ้นโทษ
และอยากรู้ว่าค่าจ้างที่จ่ายให้บุคคลกลุ่มนี้สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้มากกว่าปกติหรือไม่ อย่างไร
คุณจะได้เข้าใจเงื่อนไขคุณสมบัติของลูกจ้าง เพดานค่าจ้างที่ใช้สิทธิ์ได้ (ไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อเดือน) วิธีคำนวณรายจ่ายที่หักเพิ่มได้ ตัวอย่างตัวเลขจริง
และรายงานหรือเอกสารประจำปีที่ต้องจัดเตรียมไว้เป็นหลักฐานก่อนยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ปลายปี
ทั้งนี้ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือที่ปรึกษาภาษีทุกครั้งว่ารอบบัญชีของกิจการยังอยู่ในช่วงเวลาที่พระราชกฤษฎีกาให้สิทธิ์นี้รับรองอยู่หรือไม่
สารบัญบทความ
"จ้างผู้พ้นโทษ" แล้วได้สิทธิ์อะไรจากกรมสรรพากร
รัฐมีมาตรการภาษีสนับสนุนให้ภาคเอกชนรับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน เพื่อลดปัญหาการกระทำผิดซ้ำและช่วยให้คนกลุ่มนี้กลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยกรมสรรพากรออกพระราชกฤษฎีกาตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ฉบับแรกคือ (ฉบับที่ 704) พ.ศ. 2563
และมีการแก้ไขขยายเวลาต่อเนื่องโดย (ฉบับที่ 726) พ.ศ. 2564 และล่าสุด (ฉบับที่ 774) พ.ศ. 2566 อาศัยอำนาจตามมาตรา 3(1) แห่งประมวลรัษฎากร ให้สิทธิ "ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล"
แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้เท่ากับร้อยละ 50
ของรายจ่ายค่าจ้างที่จ่ายให้ลูกจ้างที่เป็น "ผู้พ้นโทษ" ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยพระราชกฤษฎีกาฉบับล่าสุดให้สิทธิ์เฉพาะรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2565
แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2568
ข้อควรทราบสำคัญ: ณ เวลาที่เผยแพร่บทความนี้ พระราชกฤษฎีกาฉบับล่าสุดที่ยืนยันได้ให้สิทธิ์เฉพาะรอบบัญชีที่สิ้นสุดไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เท่านั้น
ยังไม่มีข้อมูลยืนยันต่อสาธารณะว่ามีการออกพระราชกฤษฎีกาขยายเวลาสำหรับรอบบัญชีที่เริ่มในปี
2569 เป็นต้นไปหรือไม่ ก่อนใช้สิทธิ์ SME ทุกรายควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชี/ที่ปรึกษาภาษีว่ารอบบัญชีของกิจการยังอยู่ในช่วงเวลาที่กฎหมายรับรองอยู่หรือไม่
พูดให้เข้าใจง่าย คือ นอกจากค่าจ้างที่หักเป็นรายจ่ายได้ตามปกติ 100% แล้ว บริษัทยังหักเพิ่มได้อีก 50% ของค่าจ้างเฉพาะส่วนที่ไม่เกินเพดานที่กฎหมายกำหนด รวมเป็น 1.5 เท่า
ของค่าจ้างส่วนนั้น เมื่อกำไรสุทธิทางภาษีลดลง ภาษีนิติบุคคลที่ต้องชำระ
(อัตราปกติ 20% ของกำไรสุทธิ หรืออัตราลดหย่อน/ก้าวหน้าสำหรับ SME ที่เข้าเงื่อนไขทุนจดทะเบียนชำระแล้วและรายได้ตามที่กฎหมายกำหนด) ก็ลดลงตามไปด้วย
สิทธิ์นี้ไม่ปรากฏในสมุดบัญชีรายเดือน แต่เป็นการปรับปรุงกำไรสุทธินอกบัญชีตอนคำนวณแบบ ภ.ง.ด.50 ปลายปี
และเนื่องจากพระราชกฤษฎีกาลักษณะนี้มักมีกรอบเวลาบังคับใช้และทบทวนต่ออายุเป็นระยะ
ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบทุกรอบบัญชีว่าปีภาษีที่จะใช้สิทธิ์ยังอยู่ในช่วงเวลาที่กฎหมายรับรอง ก่อนปรับปรุงยอดในแบบยื่นจริง
คุณสมบัติ "ผู้พ้นโทษ" ที่ใช้สิทธิ์ได้ และเงื่อนไขฝั่งนายจ้าง
กฎหมายวางเกณฑ์ทั้งฝั่งคุณสมบัติลูกจ้างและพฤติกรรมของนายจ้างไว้ค่อนข้างละเอียด เพื่อไม่ให้สิทธิประโยชน์ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
- พ้นโทษมาไม่เกิน 3 ปี และมีสัญชาติไทย: "ผู้พ้นโทษ" ตามกฎหมายหมายถึงนักโทษเด็ดขาดสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ ซึ่งได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำเนื่องจากครบกำหนดโทษตามหมายศาล ได้รับการลดวันต้องโทษ หรือได้รับการพักการลงโทษ โดยต้องรับเข้าทำงานภายในไม่เกิน 3 ปีนับแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัว
- มีเอกสารรับรองการปล่อยตัวจากกรมราชทัณฑ์: เช่น หนังสือปล่อยตัวหรือเอกสารรับรองวันพ้นโทษที่ออกโดยกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ใช้เป็นหลักฐานยืนยันวันปล่อยตัวประกอบการใช้สิทธิ์
- ค่าจ้างที่นำมาคำนวณสิทธิ์ต้องไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อเดือน: เฉพาะค่าจ้างส่วนที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อเดือน นำมาคำนวณสิทธิ์หักเพิ่มอีก 50% ได้ ส่วนที่จ่ายเกินอัตรานี้ยังหักเป็นรายจ่ายปกติได้ 100% ตามหลักทั่วไป แต่ไม่ได้สิทธิ์หักเพิ่มในส่วนที่เกิน
- ต้องจัดทำและเก็บรายงานประจำปีการจ้างงานผู้พ้นโทษ: ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 437) พร้อมเก็บไว้ ณ สถานประกอบการเพื่อให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้
เงื่อนไขเหล่านี้ต้องการให้สิทธิประโยชน์ตกไปถึงผู้พ้นโทษจริงและป้องกันการใช้สิทธิ์ผิดวัตถุประสงค์ ฝ่ายบุคคลของ SME จึงควรขอเอกสารยืนยันสถานะให้ครบตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญาจ้าง
ไม่ใช่มาไล่ตามเอกสารตอนใกล้ปิดบัญชี
ตัวอย่างการคำนวณสิทธิ์หักรายจ่าย 1.5 เท่า
สมมติบริษัท เอบีซี จำกัด จ้างพนักงานคลังสินค้าที่พ้นโทษมาแล้ว 1 ปี 4 เดือน (มีสัญชาติไทยและมีเอกสารรับรองการปล่อยตัวจากกรมราชทัณฑ์ครบถ้วน) ด้วยค่าจ้างเดือนละ 11,000 บาท
ซึ่งไม่เกินเพดาน 15,000 บาทต่อคนต่อเดือนตามที่กฎหมายกำหนด เป็นเวลา 12
เดือน โดยรอบบัญชีนี้อยู่ในช่วงเวลาที่พระราชกฤษฎีกายังมีผลบังคับใช้ และบริษัทจัดทำรายงานประจำปีการจ้างงานผู้พ้นโทษไว้ครบถ้วน
| รายการ | จำนวนเงิน (บาท) |
|---|---|
| ค่าจ้างที่จ่ายจริงตลอดปี (11,000 x 12 เดือน) | 132,000 |
| รายจ่ายที่หักได้ตามปกติ (100%) | 132,000 |
| รายจ่ายที่หักเพิ่มได้อีก (50%) | 66,000 |
| รวมรายจ่ายที่นำไปหักกำไรสุทธิทางภาษี | 198,000 |
| ภาษีนิติบุคคลที่ประหยัดได้เพิ่ม (สมมติอัตรา 20%) | 13,200 |
นอกจากค่าจ้าง 132,000 บาทที่หักเป็นรายจ่ายตามปกติแล้ว บริษัทยังหักเพิ่มได้อีก 66,000 บาทในแบบ ภ.ง.ด.50 ประหยัดภาษีได้ราว 13,200 บาทจากลูกจ้างคนนี้คนเดียว
(ตัวเลขนี้เป็นการประมาณเพื่อความเข้าใจ
จำนวนจริงขึ้นกับกำไรสุทธิและอัตราภาษีที่บริษัทเข้าเงื่อนไขในปีนั้น) หากมีลูกจ้างผู้พ้นโทษหลายคนที่เข้าเงื่อนไข ก็นำสิทธิ์แต่ละคนมารวมกันได้ โดยคำนวณเพดาน 15,000
บาทต่อคนต่อเดือนแยกเป็นรายบุคคล และต้องเก็บหลักฐานแยกเป็นรายบุคคลเช่นกัน
รายงานประจำปีและเอกสารที่ต้องเก็บไว้เป็นหลักฐาน
เพราะสิทธิ์นี้เป็นการหักรายจ่ายเพิ่มนอกบัญชี ไม่มีรายการปรากฏในสมุดบัญชีปกติ เจ้าพนักงานประเมินจึงมักขอดูหลักฐานทันทีที่มีการตรวจสอบภาษี สิ่งที่ SME ควรจัดทำและเก็บไว้เป็นรายปี
ได้แก่
- ทะเบียนรายชื่อลูกจ้างผู้พ้นโทษประจำปี: ระบุชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน วันที่พ้นโทษ วันที่เริ่มจ้างงาน อัตราค่าจ้าง และรายจ่ายที่ใช้สิทธิ์หักเพิ่มของลูกจ้างแต่ละคน
- เอกสารรับรองการปล่อยตัวจากกรมราชทัณฑ์: เช่น หนังสือปล่อยตัวหรือหนังสือรับรองวันพ้นโทษที่ออกโดยกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เก็บสำเนาไว้คู่แฟ้มประวัติพนักงาน
- สัญญาจ้างงานและหลักฐานจ่ายค่าจ้าง: สัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน หลักฐานโอนเงิน และแบบนำส่งประกันสังคม (สปส. 1-10)
- รายงานประจำปีการจ้างงานผู้พ้นโทษ: จัดทำตามแบบและหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด (ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 437) เก็บไว้ ณ สถานประกอบการพร้อมให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบเมื่อร้องขอ
ควรจัดเก็บเอกสารทั้งหมดไว้พร้อมเอกสารยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ของปีนั้น และเก็บรักษาตามระยะเวลาที่กฎหมายบัญชีกำหนด (โดยทั่วไปไม่น้อยกว่า 5 ปี) หากไม่มีเอกสารยืนยันครบถ้วน
เจ้าพนักงานประเมินมีสิทธิ์ปฏิเสธการหักรายจ่ายเพิ่มส่วนนี้
และอาจประเมินให้เสียภาษีเพิ่มเติมพร้อมเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อควรระวังก่อนใช้สิทธิ์
- ตรวจสอบว่ารอบบัญชียังอยู่ในช่วงเวลาที่กฎหมายรับรอง: พระราชกฤษฎีกาฉบับล่าสุดที่ยืนยันได้ (ฉบับที่ 774) พ.ศ. 2566 ให้สิทธิ์เฉพาะรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2565 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2568 หากรอบบัญชีของกิจการเริ่มในปี 2569 เป็นต้นไป ต้องตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีก่อนว่ามีพระราชกฤษฎีกาขยายเวลาเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะหากไม่มีการขยายเวลา จะไม่สามารถใช้สิทธิ์นี้ได้อีกต่อไป
- อย่าใช้สิทธิ์ซ้ำสองมาตรการกับพนักงานคนเดียวกัน: หากลูกจ้างเข้าเงื่อนไขได้หลายมาตรการ (เช่น ทั้งผู้พ้นโทษและผู้สูงอายุ) ต้องเลือกใช้ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่กฎหมายอนุญาตจริง ไม่ใช่นำมารวมกันเอง
- เตรียมหลักฐานให้พร้อมก่อนปิดบัญชีปลายปี: อย่ารอถึงวันยื่นแบบจึงเริ่มขอเอกสารรับรองจากกรมราชทัณฑ์ เพราะอาจได้เอกสารไม่ทันกำหนดยื่นภาษีภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี
สิทธิประโยชน์นี้เป็นทั้งเครื่องมือลดภาระภาษีที่ถูกกฎหมายและโอกาสสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม แต่ต้องอาศัยความเข้าใจเงื่อนไขและวินัยด้านเอกสารอย่างเคร่งครัด SME
ที่วางระบบเก็บหลักฐานตั้งแต่วันแรกที่จ้างงาน
จะลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธสิทธิ์เมื่อกรมสรรพากรตรวจสอบย้อนหลัง
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง จ้างงานผู้พ้นโทษ ได้ยกเว้นภาษีนิติบุคคลอย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง
เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
จ้างผู้พ้นโทษกี่คนก็ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีทั้งหมดใช่หรือไม่
ไม่ใช่ทุกกรณี สิทธิ์นี้ใช้ได้เฉพาะลูกจ้างที่มีสัญชาติไทยและพ้นโทษมาไม่เกิน 3 ปี มีเอกสารรับรองการปล่อยตัวจากกรมราชทัณฑ์ ค่าจ้างส่วนที่นำมาคำนวณสิทธิ์ต้องไม่เกิน 15,000
บาทต่อคนต่อเดือน
และบริษัทต้องจัดทำรายงานประจำปีการจ้างงานผู้พ้นโทษตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ครบถ้วน หากขาดเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งจะไม่ได้รับสิทธิ์หักรายจ่ายเพิ่ม 50%
นอกจากนี้ควรตรวจสอบด้วยว่ารอบบัญชีที่จะใช้สิทธิ์ยังอยู่ในช่วงเวลาที่พระราชกฤษฎีการับรองอยู่หรือไม่ เพราะพระราชกฤษฎีกาฉบับล่าสุดที่ยืนยันได้ให้สิทธิ์ถึงรอบบัญชีสิ้นสุดปี 2568
เท่านั้น
จ่ายเงินเดือนพนักงานผู้พ้นโทษสูงกว่า 15,000 บาทต่อเดือน จะได้สิทธิ์ลดหย่อนเต็มจำนวนหรือไม่
ไม่เต็มจำนวน กฎหมายกำหนดเพดานไว้ว่าเฉพาะค่าจ้างส่วนที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อเดือนเท่านั้นที่นำมาคำนวณสิทธิ์หักเพิ่มอีก 50% ส่วนที่จ่ายเกิน 15,000 บาท
ยังหักเป็นรายจ่ายปกติได้ 100% ตามหลักทั่วไป
แต่จะไม่ได้รับสิทธิ์หักเพิ่มในส่วนที่เกินเพดานดังกล่าว
ต้องขอเอกสารอะไรจากกรมราชทัณฑ์ และเก็บไว้นานแค่ไหน
ต้องขอเอกสารรับรองการปล่อยตัว เช่น หนังสือปล่อยตัวหรือเอกสารรับรองวันพ้นโทษจากกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการหักรายจ่ายเพิ่ม
พร้อมจัดทำรายงานประจำปีการจ้างงานผู้พ้นโทษตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
และควรเก็บเอกสารทั้งหมดไว้พร้อมเอกสารประกอบการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ตามระยะเวลาการเก็บรักษาบัญชีที่กฎหมายกำหนด (โดยทั่วไปไม่น้อยกว่า 5 ปี) เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนหลังของกรมสรรพากร
สิทธิ์จ้างงานผู้พ้นโทษใช้ร่วมกับสิทธิ์จ้างงานผู้สูงอายุหรือคนพิการได้หรือไม่
แต่ละมาตรการมีพระราชกฤษฎีกาและเงื่อนไขคุณสมบัติของลูกจ้างเป็นการเฉพาะ
โดยหลักการทั่วไปไม่ควรนำสิทธิ์หักรายจ่ายเพิ่มหลายมาตรการมาใช้ซ้อนกับค่าจ้างของพนักงานคนเดียวกันโดยไม่มีข้อกฎหมายรองรับชัดเจน
ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบคุณสมบัติจริงของพนักงานแต่ละคนก่อนเลือกใช้สิทธิ์ที่เหมาะสมที่สุด
ก่อนตัดสินใจเรื่องภาษีที่อาจส่งผลต่อธุรกิจในระยะยาว ควรศึกษาแนวทางวางแผนภาษีของ A Plus Me เพื่อประเมินความเสี่ยงและทางเลือกอย่างรอบด้าน