บทความนี้เหมาะสำหรับเจ้าของ SME ที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก BOI

และกำลังสับสนว่าสิทธิ์ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรกับสิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ คุณจะได้เข้าใจว่าทั้งสองสิทธิ์นี้แยกกันอย่างไร มีเงื่อนไข

ระยะเวลา และหน่วยงานกำกับต่างกันอย่างไร พร้อมข้อควรระวังที่ SME พลาดบ่อยเมื่อใช้สิทธิ์ทั้งสองพร้อมกัน

สารบัญบทความ
  1. สอง "สิทธิยกเว้นภาษี" ของ BOI ที่ SME มักเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
  2. มาตรา 28-29: ยกเว้น-ลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักร ทำงานอย่างไร
  3. มาตรา 31: ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ทำงานอย่างไร
  4. ตารางเปรียบเทียบสองสิทธิ์ที่ SME ต้องแยกให้ออก
  5. ข้อควรระวังที่ SME พลาดบ่อยเมื่อใช้สิทธิ์ทั้งสองพร้อมกัน
  6. ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

สอง "สิทธิยกเว้นภาษี" ของ BOI ที่ SME มักเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เจ้าของกิจการที่เพิ่งได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มักเข้าใจว่า "สิทธิ BOI" เป็นสิทธิ์เดียวที่ครอบคลุมทุกเรื่อง แต่พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520

แยกสิทธิ์ออกเป็นคนละมาตรา คนละเงื่อนไข และคนละหน่วยงานกำกับ

ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ โรงงานแห่งหนึ่งนำเข้าเครื่องจักรใหม่โดยได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเรียบร้อยแล้ว

จึงเข้าใจไปเองว่ากำไรทั้งบริษัทจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลไปด้วยโดยอัตโนมัติ ซึ่งคลาดเคลื่อนและอาจทำให้คำนวณภาษีผิดตอนยื่น ภ.ง.ด.50

สิทธิแรกคือ ยกเว้น/ลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักร ตามมาตรา 28-29 เป็นสิทธิ์ด้านศุลกากรเกี่ยวกับการนำของเข้าประเทศ ส่วนสิทธิที่สองคือ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ตามมาตรา 31

เป็นสิทธิ์ด้านภาษีเงินได้เกี่ยวกับกำไรสุทธิรายปี

ทั้งสองอยู่ในบัตรส่งเสริมใบเดียวกัน แต่ทำงานคนละระบบและต้องบริหารแยกกัน

มาตรา 28-29: ยกเว้น-ลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักร ทำงานอย่างไร

มาตรา 28 ให้ BOI ยกเว้นอากรขาเข้าเต็มจำนวนสำหรับเครื่องจักรที่ได้รับอนุมัติ ส่วนมาตรา 29 ใช้กับเครื่องจักรที่ไม่เข้าเกณฑ์ยกเว้นเต็มจำนวน โดยลดหย่อนอากรขาเข้าให้กึ่งหนึ่ง (50%)

ของอัตราปกติ ทั้งสองมาตราใช้เฉพาะ "เครื่องจักร"

ที่นำเข้าเพื่อใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น และโดยทั่วไปต้องไม่ใช่เครื่องจักรที่ผลิตหรือประกอบได้เองในประเทศ

ในทางปฏิบัติ ต้องยื่นบัญชีรายการเครื่องจักร (Master List) ผ่านระบบ eMT Online ของ BOI เพื่อขออนุมัติก่อน จากนั้นขออนุมัตินำเข้าเป็นรายเที่ยวก่อนของถึงด่านศุลกากร

หากไม่มีเอกสารอนุมัติล่วงหน้า ด่านจะเรียกเก็บอากรตามปกติและขอคืนย้อนหลังได้ยาก

  • ต้องนำเข้าให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่ระบุในบัตรส่งเสริม โดยทั่วไปกำหนดไว้ 30 เดือนนับจากวันออกบัตรส่งเสริม หากไม่ทันสามารถยื่นขอขยายเวลาได้ (โดยหลักเกณฑ์ทั่วไปขยายได้ไม่เกิน 3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี) แต่เงื่อนไขจริงอาจต่างกันตามประเภทกิจการและประกาศ BOI ที่ใช้บังคับ ควรตรวจสอบกรอบเวลาที่ระบุในบัตรส่งเสริมของตนเองกับ BOI โดยตรง
  • เครื่องจักรมือสองต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการก่อนนำเข้า จะนำเข้าก่อนแล้วขออนุมัติย้อนหลังไม่ได้
  • เครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28-29 จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการนำเข้าไปพร้อมกันด้วย ตามมาตรา 81(2) แห่งประมวลรัษฎากร แต่ยังต้องปฏิบัติพิธีการศุลกากรและยื่นเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด
  • สิทธิ์นี้เป็นสิทธิ์ "ครั้งต่อครั้ง" ผูกกับรายการที่นำเข้าจริง ไม่ใช่สิทธิ์นับเป็นจำนวนปีแบบ CIT

ส่วนวัตถุดิบที่นำเข้าเพื่อผลิตส่งออก มีกลไกยกเว้น/ลดหย่อนอากรขาเข้าแยกต่างหาก อนุมัติเป็นรอบระยะเวลาตามปริมาณส่งออกจริงและต้องขอต่ออายุ

ต่างจากกรอบเวลานำเข้าเครื่องจักรที่นับครั้งเดียวจนหมดสิทธิ์

มาตรา 31: ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ทำงานอย่างไร

มาตรา 31 ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเฉพาะ กำไรสุทธิจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริม ไม่ใช่กำไรทั้งบริษัทหากมีธุรกิจอื่นรวมอยู่ด้วย ระยะเวลายกเว้นเริ่มนับจาก วันที่มีรายได้ครั้งแรก

ของโครงการที่ได้รับส่งเสริม

(และต้องไม่ก่อนวันที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริม) ไม่ใช่วันที่ BOI อนุมัติบัตร และไม่ใช่วันที่นำเข้าเครื่องจักรแล้วเสร็จตามมาตรา 28-29 ซึ่งเป็นจุดที่ SME สับสนบ่อยที่สุด

ตามมาตรา 31 กฎหมายกำหนดเพดานสูงสุดของระยะเวลายกเว้น CIT ไว้ไม่เกิน 8 ปีนับแต่วันที่เริ่มมีรายได้ แต่ระยะเวลาจริงที่แต่ละโครงการได้รับ

รวมถึงเพดานวงเงินยกเว้นที่ผูกกับมูลค่าเงินลงทุนจริง (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)

จะขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและเกณฑ์คุณค่าเพิ่มตามประกาศคณะกรรมการ BOI ในแต่ละช่วงเวลา ควรยึดตามที่ระบุในบัตรส่งเสริมของตนเองเป็นหลัก เพราะหลักเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศแต่ละปี

อีกจุดที่มักมองข้ามคือ ผลขาดทุนประจำปีที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงได้รับยกเว้น CIT ตามมาตรา 31 วรรคสี่

กฎหมายอนุญาตให้นำไปหักออกจากกำไรสุทธิของกิจการเดียวกันภายหลังสิ้นสุดระยะเวลายกเว้นได้ ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาได้รับยกเว้น

ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับสิทธิ์อากรขาเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28-29 โดยสิ้นเชิง

ในทางปฏิบัติ กิจการต้องยื่นแบบขอใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลผ่านระบบ e-Tax Incentives ของ BOI ทุกปีที่มีกำไรและประสงค์ใช้สิทธิ์

พร้อมรายงานที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบรับรอง จากนั้นจึงยื่น ภ.ง.ด.50

โดยแยกกำไรสุทธิของกิจการที่ได้รับยกเว้นออกจากส่วนที่ไม่ได้รับยกเว้นให้ชัดเจน หากกรมสรรพากรตรวจพบว่าคำนวณกำไรที่ยกเว้นเกินจริง

จะประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามหลักเกณฑ์ทั่วไปของประมวลรัษฎากร

ตารางเปรียบเทียบสองสิทธิ์ที่ SME ต้องแยกให้ออก

ประเด็นอากรขาเข้าเครื่องจักร (ม.28-29)ยกเว้น CIT (ม.31)
สิ่งที่ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร (และ VAT นำเข้าตาม ม.81(2) ประมวลรัษฎากร)CIT จากกำไรสุทธิของกิจการที่ส่งเสริม
จุดเริ่มนับวันนำเข้าเครื่องจักรแต่ละรายการวันที่มีรายได้ครั้งแรกของโครงการ
ลักษณะสิทธิ์ครั้งต่อครั้ง ผูกกรอบเวลานำเข้า (โดยทั่วไป 30 เดือน ขยายได้ไม่เกิน 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี)ต่อเนื่องรายปี สูงสุดไม่เกิน 8 ปีตามที่ระบุในบัตรส่งเสริม
หน่วยงานกำกับBOI + กรมศุลกากรBOI + กรมสรรพากร
เอกสารหลักMaster List (eMT Online), ใบอนุมัตินำเข้า, ใบขนสินค้าขาเข้าบัตรส่งเสริม, แบบขอใช้สิทธิผ่าน e-Tax Incentives, รายงานผู้สอบบัญชี, ภ.ง.ด.50
ผลถ้าพลาดเสียอากรเต็มจำนวนสำหรับเครื่องจักรที่มาไม่ทันถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

ข้อควรระวังที่ SME พลาดบ่อยเมื่อใช้สิทธิ์ทั้งสองพร้อมกัน

เพราะสิทธิ์ทั้งสองอยู่ในบัตรส่งเสริมใบเดียวกัน SME จำนวนมากจึงบริหารรวมกันโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เข้าใจว่ามีบัตรส่งเสริมแล้วเท่ากับได้ยกเว้นภาษีทันที ทั้งที่สิทธิ์ CIT ต้องรอมีรายได้จริงจากกิจกรรมที่ส่งเสริมก่อน
  • ปล่อยกรอบเวลานำเข้าเครื่องจักรหมดโดยไม่ขอขยาย ทำให้เครื่องจักรที่มาล่าช้าต้องเสียอากรเต็มจำนวน
  • ไม่แยกบัญชีรายได้ระหว่างกิจกรรมที่ได้ CIT exemption กับกิจกรรมอื่น ทำให้คำนวณกำไรที่ยกเว้นผิดพลาดและเสี่ยงถูกประเมินย้อนหลัง
  • นำเข้าเครื่องจักรมือสองโดยไม่ขออนุมัติก่อน ซึ่งมักขอสิทธิ์ยกเว้นอากรย้อนหลังไม่ได้

เพราะทั้งสองสิทธิ์มีเงื่อนไข เอกสาร และหน่วยงานกำกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กิจการที่ได้รับส่งเสริม BOI จึงควรมีระบบติดตามแยกกันชัดเจน

ทั้งฝั่งนำเข้าเครื่องจักรและฝั่งคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี เพื่อไม่พลาดสิทธิ์ที่มีอยู่จริง

และไม่ใช้สิทธิ์เกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ตั้งใจ กรณีมีข้อสงสัยเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมของตนเอง ควรปรึกษา BOI หรือที่ปรึกษาภาษีโดยตรง

เนื่องจากหลักเกณฑ์อาจแตกต่างกันตามประเภทกิจการและปีที่ได้รับอนุมัติ

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง BOI ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ต่างจากยกเว้น CIT อย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์

เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตาม BOI ต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้นหรือไม่?

ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปควรเป็นเครื่องจักรใหม่ แต่เครื่องจักรใช้แล้วสามารถขอสิทธิ์ได้หากได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ BOI เป็นกรณีพิเศษก่อนนำเข้า โดยต้องผ่านเงื่อนไขที่ BOI กำหนด เช่น

ผลตรวจสภาพเครื่องจักร จะนำเข้าก่อนแล้วขออนุมัติย้อนหลังไม่ได้

ถ้านำเข้าเครื่องจักรไม่ทันตามกำหนดเวลาในบัตรส่งเสริม จะเสียสิทธิ์อากรขาเข้าหรือไม่?

ใช่ เครื่องจักรที่นำเข้าเกินกรอบเวลาที่ระบุในบัตรส่งเสริม (โดยทั่วไปกำหนดไว้ 30 เดือนนับจากวันออกบัตร) จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าอีกต่อไป ต้องเสียอากรตามปกติ

กิจการสามารถยื่นขอขยายเวลาล่วงหน้ากับ BOI ได้ (โดยหลักเกณฑ์ทั่วไปขยายได้ไม่เกิน

3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี ขึ้นกับเงื่อนไขที่ BOI กำหนด) จึงควรวางแผนนำเข้าให้ทันหรือยื่นขอขยายเวลาก่อนกรอบเวลาเดิมจะสิ้นสุด

ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรแล้ว หมายความว่าจะได้รับยกเว้น CIT โดยอัตโนมัติหรือไม่?

ไม่ใช่ ทั้งสองสิทธิ์แยกจากกันโดยสิ้นเชิง การได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28-29 ไม่ได้แปลว่ากิจการจะได้รับยกเว้น CIT ตามมาตรา 31 โดยอัตโนมัติ

กิจการต้องตรวจสอบระยะเวลาและเงื่อนไขของมาตรา 31 แยกต่างหาก

ซึ่งเริ่มนับจากวันที่มีรายได้ครั้งแรกของโครงการ ไม่ใช่วันที่นำเข้าเครื่องจักรหรือวันที่ได้รับบัตรส่งเสริม

เครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้า ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตอนนำเข้าหรือไม่?

โดยทั่วไป เครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุนจะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าไปพร้อมกันด้วย ตามมาตรา 81(2) แห่งประมวลรัษฎากร

แต่กิจการยังมีหน้าที่ปฏิบัติตามพิธีการศุลกากรและยื่นเอกสารให้ครบถ้วน

ควรตรวจสอบรายละเอียดกับที่ปรึกษาภาษีในแต่ละกรณี

หากยังไม่แน่ใจว่าธุรกรรมและรายจ่ายของธุรกิจสอดคล้องกับกฎหมายภาษีมากน้อยเพียงใด ลองให้บริการวางแผนภาษีของ A Plus Me ช่วยตรวจสอบและวางแนวทางที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ