บทความนี้เหมาะสำหรับเจ้าของ SME ที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก BOI
และกำลังสับสนว่าสิทธิ์ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรกับสิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ คุณจะได้เข้าใจว่าทั้งสองสิทธิ์นี้แยกกันอย่างไร มีเงื่อนไข
ระยะเวลา และหน่วยงานกำกับต่างกันอย่างไร พร้อมข้อควรระวังที่ SME พลาดบ่อยเมื่อใช้สิทธิ์ทั้งสองพร้อมกัน
สารบัญบทความ
- สอง "สิทธิยกเว้นภาษี" ของ BOI ที่ SME มักเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
- มาตรา 28-29: ยกเว้น-ลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักร ทำงานอย่างไร
- มาตรา 31: ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ทำงานอย่างไร
- ตารางเปรียบเทียบสองสิทธิ์ที่ SME ต้องแยกให้ออก
- ข้อควรระวังที่ SME พลาดบ่อยเมื่อใช้สิทธิ์ทั้งสองพร้อมกัน
- ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
สอง "สิทธิยกเว้นภาษี" ของ BOI ที่ SME มักเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เจ้าของกิจการที่เพิ่งได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มักเข้าใจว่า "สิทธิ BOI" เป็นสิทธิ์เดียวที่ครอบคลุมทุกเรื่อง แต่พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520
แยกสิทธิ์ออกเป็นคนละมาตรา คนละเงื่อนไข และคนละหน่วยงานกำกับ
ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ โรงงานแห่งหนึ่งนำเข้าเครื่องจักรใหม่โดยได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเรียบร้อยแล้ว
จึงเข้าใจไปเองว่ากำไรทั้งบริษัทจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลไปด้วยโดยอัตโนมัติ ซึ่งคลาดเคลื่อนและอาจทำให้คำนวณภาษีผิดตอนยื่น ภ.ง.ด.50
สิทธิแรกคือ ยกเว้น/ลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักร ตามมาตรา 28-29 เป็นสิทธิ์ด้านศุลกากรเกี่ยวกับการนำของเข้าประเทศ ส่วนสิทธิที่สองคือ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ตามมาตรา 31
เป็นสิทธิ์ด้านภาษีเงินได้เกี่ยวกับกำไรสุทธิรายปี
ทั้งสองอยู่ในบัตรส่งเสริมใบเดียวกัน แต่ทำงานคนละระบบและต้องบริหารแยกกัน
มาตรา 28-29: ยกเว้น-ลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักร ทำงานอย่างไร
มาตรา 28 ให้ BOI ยกเว้นอากรขาเข้าเต็มจำนวนสำหรับเครื่องจักรที่ได้รับอนุมัติ ส่วนมาตรา 29 ใช้กับเครื่องจักรที่ไม่เข้าเกณฑ์ยกเว้นเต็มจำนวน โดยลดหย่อนอากรขาเข้าให้กึ่งหนึ่ง (50%)
ของอัตราปกติ ทั้งสองมาตราใช้เฉพาะ "เครื่องจักร"
ที่นำเข้าเพื่อใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น และโดยทั่วไปต้องไม่ใช่เครื่องจักรที่ผลิตหรือประกอบได้เองในประเทศ
ในทางปฏิบัติ ต้องยื่นบัญชีรายการเครื่องจักร (Master List) ผ่านระบบ eMT Online ของ BOI เพื่อขออนุมัติก่อน จากนั้นขออนุมัตินำเข้าเป็นรายเที่ยวก่อนของถึงด่านศุลกากร
หากไม่มีเอกสารอนุมัติล่วงหน้า ด่านจะเรียกเก็บอากรตามปกติและขอคืนย้อนหลังได้ยาก
- ต้องนำเข้าให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่ระบุในบัตรส่งเสริม โดยทั่วไปกำหนดไว้ 30 เดือนนับจากวันออกบัตรส่งเสริม หากไม่ทันสามารถยื่นขอขยายเวลาได้ (โดยหลักเกณฑ์ทั่วไปขยายได้ไม่เกิน 3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี) แต่เงื่อนไขจริงอาจต่างกันตามประเภทกิจการและประกาศ BOI ที่ใช้บังคับ ควรตรวจสอบกรอบเวลาที่ระบุในบัตรส่งเสริมของตนเองกับ BOI โดยตรง
- เครื่องจักรมือสองต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการก่อนนำเข้า จะนำเข้าก่อนแล้วขออนุมัติย้อนหลังไม่ได้
- เครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28-29 จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการนำเข้าไปพร้อมกันด้วย ตามมาตรา 81(2) แห่งประมวลรัษฎากร แต่ยังต้องปฏิบัติพิธีการศุลกากรและยื่นเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด
- สิทธิ์นี้เป็นสิทธิ์ "ครั้งต่อครั้ง" ผูกกับรายการที่นำเข้าจริง ไม่ใช่สิทธิ์นับเป็นจำนวนปีแบบ CIT
ส่วนวัตถุดิบที่นำเข้าเพื่อผลิตส่งออก มีกลไกยกเว้น/ลดหย่อนอากรขาเข้าแยกต่างหาก อนุมัติเป็นรอบระยะเวลาตามปริมาณส่งออกจริงและต้องขอต่ออายุ
ต่างจากกรอบเวลานำเข้าเครื่องจักรที่นับครั้งเดียวจนหมดสิทธิ์
มาตรา 31: ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ทำงานอย่างไร
มาตรา 31 ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเฉพาะ กำไรสุทธิจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริม ไม่ใช่กำไรทั้งบริษัทหากมีธุรกิจอื่นรวมอยู่ด้วย ระยะเวลายกเว้นเริ่มนับจาก วันที่มีรายได้ครั้งแรก
ของโครงการที่ได้รับส่งเสริม
(และต้องไม่ก่อนวันที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริม) ไม่ใช่วันที่ BOI อนุมัติบัตร และไม่ใช่วันที่นำเข้าเครื่องจักรแล้วเสร็จตามมาตรา 28-29 ซึ่งเป็นจุดที่ SME สับสนบ่อยที่สุด
ตามมาตรา 31 กฎหมายกำหนดเพดานสูงสุดของระยะเวลายกเว้น CIT ไว้ไม่เกิน 8 ปีนับแต่วันที่เริ่มมีรายได้ แต่ระยะเวลาจริงที่แต่ละโครงการได้รับ
รวมถึงเพดานวงเงินยกเว้นที่ผูกกับมูลค่าเงินลงทุนจริง (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)
จะขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและเกณฑ์คุณค่าเพิ่มตามประกาศคณะกรรมการ BOI ในแต่ละช่วงเวลา ควรยึดตามที่ระบุในบัตรส่งเสริมของตนเองเป็นหลัก เพราะหลักเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศแต่ละปี
อีกจุดที่มักมองข้ามคือ ผลขาดทุนประจำปีที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงได้รับยกเว้น CIT ตามมาตรา 31 วรรคสี่
กฎหมายอนุญาตให้นำไปหักออกจากกำไรสุทธิของกิจการเดียวกันภายหลังสิ้นสุดระยะเวลายกเว้นได้ ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาได้รับยกเว้น
ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับสิทธิ์อากรขาเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28-29 โดยสิ้นเชิง
ในทางปฏิบัติ กิจการต้องยื่นแบบขอใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลผ่านระบบ e-Tax Incentives ของ BOI ทุกปีที่มีกำไรและประสงค์ใช้สิทธิ์
พร้อมรายงานที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบรับรอง จากนั้นจึงยื่น ภ.ง.ด.50
โดยแยกกำไรสุทธิของกิจการที่ได้รับยกเว้นออกจากส่วนที่ไม่ได้รับยกเว้นให้ชัดเจน หากกรมสรรพากรตรวจพบว่าคำนวณกำไรที่ยกเว้นเกินจริง
จะประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามหลักเกณฑ์ทั่วไปของประมวลรัษฎากร
ตารางเปรียบเทียบสองสิทธิ์ที่ SME ต้องแยกให้ออก
| ประเด็น | อากรขาเข้าเครื่องจักร (ม.28-29) | ยกเว้น CIT (ม.31) |
|---|---|---|
| สิ่งที่ยกเว้น | อากรขาเข้าเครื่องจักร (และ VAT นำเข้าตาม ม.81(2) ประมวลรัษฎากร) | CIT จากกำไรสุทธิของกิจการที่ส่งเสริม |
| จุดเริ่มนับ | วันนำเข้าเครื่องจักรแต่ละรายการ | วันที่มีรายได้ครั้งแรกของโครงการ |
| ลักษณะสิทธิ์ | ครั้งต่อครั้ง ผูกกรอบเวลานำเข้า (โดยทั่วไป 30 เดือน ขยายได้ไม่เกิน 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี) | ต่อเนื่องรายปี สูงสุดไม่เกิน 8 ปีตามที่ระบุในบัตรส่งเสริม |
| หน่วยงานกำกับ | BOI + กรมศุลกากร | BOI + กรมสรรพากร |
| เอกสารหลัก | Master List (eMT Online), ใบอนุมัตินำเข้า, ใบขนสินค้าขาเข้า | บัตรส่งเสริม, แบบขอใช้สิทธิผ่าน e-Tax Incentives, รายงานผู้สอบบัญชี, ภ.ง.ด.50 |
| ผลถ้าพลาด | เสียอากรเต็มจำนวนสำหรับเครื่องจักรที่มาไม่ทัน | ถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม |
ข้อควรระวังที่ SME พลาดบ่อยเมื่อใช้สิทธิ์ทั้งสองพร้อมกัน
เพราะสิทธิ์ทั้งสองอยู่ในบัตรส่งเสริมใบเดียวกัน SME จำนวนมากจึงบริหารรวมกันโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เข้าใจว่ามีบัตรส่งเสริมแล้วเท่ากับได้ยกเว้นภาษีทันที ทั้งที่สิทธิ์ CIT ต้องรอมีรายได้จริงจากกิจกรรมที่ส่งเสริมก่อน
- ปล่อยกรอบเวลานำเข้าเครื่องจักรหมดโดยไม่ขอขยาย ทำให้เครื่องจักรที่มาล่าช้าต้องเสียอากรเต็มจำนวน
- ไม่แยกบัญชีรายได้ระหว่างกิจกรรมที่ได้ CIT exemption กับกิจกรรมอื่น ทำให้คำนวณกำไรที่ยกเว้นผิดพลาดและเสี่ยงถูกประเมินย้อนหลัง
- นำเข้าเครื่องจักรมือสองโดยไม่ขออนุมัติก่อน ซึ่งมักขอสิทธิ์ยกเว้นอากรย้อนหลังไม่ได้
เพราะทั้งสองสิทธิ์มีเงื่อนไข เอกสาร และหน่วยงานกำกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กิจการที่ได้รับส่งเสริม BOI จึงควรมีระบบติดตามแยกกันชัดเจน
ทั้งฝั่งนำเข้าเครื่องจักรและฝั่งคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี เพื่อไม่พลาดสิทธิ์ที่มีอยู่จริง
และไม่ใช้สิทธิ์เกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ตั้งใจ กรณีมีข้อสงสัยเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมของตนเอง ควรปรึกษา BOI หรือที่ปรึกษาภาษีโดยตรง
เนื่องจากหลักเกณฑ์อาจแตกต่างกันตามประเภทกิจการและปีที่ได้รับอนุมัติ
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง BOI ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ต่างจากยกเว้น CIT อย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์
เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตาม BOI ต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้นหรือไม่?
ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปควรเป็นเครื่องจักรใหม่ แต่เครื่องจักรใช้แล้วสามารถขอสิทธิ์ได้หากได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ BOI เป็นกรณีพิเศษก่อนนำเข้า โดยต้องผ่านเงื่อนไขที่ BOI กำหนด เช่น
ผลตรวจสภาพเครื่องจักร จะนำเข้าก่อนแล้วขออนุมัติย้อนหลังไม่ได้
ถ้านำเข้าเครื่องจักรไม่ทันตามกำหนดเวลาในบัตรส่งเสริม จะเสียสิทธิ์อากรขาเข้าหรือไม่?
ใช่ เครื่องจักรที่นำเข้าเกินกรอบเวลาที่ระบุในบัตรส่งเสริม (โดยทั่วไปกำหนดไว้ 30 เดือนนับจากวันออกบัตร) จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าอีกต่อไป ต้องเสียอากรตามปกติ
กิจการสามารถยื่นขอขยายเวลาล่วงหน้ากับ BOI ได้ (โดยหลักเกณฑ์ทั่วไปขยายได้ไม่เกิน
3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี ขึ้นกับเงื่อนไขที่ BOI กำหนด) จึงควรวางแผนนำเข้าให้ทันหรือยื่นขอขยายเวลาก่อนกรอบเวลาเดิมจะสิ้นสุด
ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรแล้ว หมายความว่าจะได้รับยกเว้น CIT โดยอัตโนมัติหรือไม่?
ไม่ใช่ ทั้งสองสิทธิ์แยกจากกันโดยสิ้นเชิง การได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28-29 ไม่ได้แปลว่ากิจการจะได้รับยกเว้น CIT ตามมาตรา 31 โดยอัตโนมัติ
กิจการต้องตรวจสอบระยะเวลาและเงื่อนไขของมาตรา 31 แยกต่างหาก
ซึ่งเริ่มนับจากวันที่มีรายได้ครั้งแรกของโครงการ ไม่ใช่วันที่นำเข้าเครื่องจักรหรือวันที่ได้รับบัตรส่งเสริม
เครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้า ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตอนนำเข้าหรือไม่?
โดยทั่วไป เครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุนจะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าไปพร้อมกันด้วย ตามมาตรา 81(2) แห่งประมวลรัษฎากร
แต่กิจการยังมีหน้าที่ปฏิบัติตามพิธีการศุลกากรและยื่นเอกสารให้ครบถ้วน
ควรตรวจสอบรายละเอียดกับที่ปรึกษาภาษีในแต่ละกรณี
หากยังไม่แน่ใจว่าธุรกรรมและรายจ่ายของธุรกิจสอดคล้องกับกฎหมายภาษีมากน้อยเพียงใด ลองให้บริการวางแผนภาษีของ A Plus Me ช่วยตรวจสอบและวางแนวทางที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ