เมื่อบริษัทไทยได้รับเงินปันผลจากบริษัทอื่นที่ตนถือหุ้นอยู่ คำถามสำคัญที่นักบัญชีและเจ้าของกิจการมักสับสนคือ ต้องนำเงินจำนวนนี้มาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ด้วยหรือไม่ คำตอบขึ้นอยู่กับสัดส่วนการถือหุ้นและระยะเวลาในการถือ ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนตามมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
เงินปันผลระหว่างบริษัท (Intercompany Dividend) คืออะไร
เงินปันผลระหว่างบริษัท หมายถึงกรณีที่บริษัทหนึ่ง (บริษัทผู้รับ) ได้รับเงินปันผลจากอีกบริษัทหนึ่ง (บริษัทผู้จ่าย) ที่ตนเองถือหุ้นอยู่ ตัวอย่างเช่น บริษัท A ถือหุ้นในบริษัท B อยู่ 30% เมื่อบริษัท B จ่ายเงินปันผล บริษัท A จะได้รับเงินปันผลในสัดส่วน 30% ของเงินปันผลทั้งหมดที่จ่าย
ในมุมของภาษีเงินได้นิติบุคคล เงินปันผลที่ได้รับจากบริษัทอื่นถือเป็น "รายได้" ที่ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิตามหลักทั่วไป อย่างไรก็ตาม ประมวลรัษฎากรได้กำหนดข้อยกเว้นพิเศษเพื่อป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อน (Economic Double Taxation) เนื่องจากบริษัทผู้จ่ายได้เสียภาษีนิติบุคคลจากกำไรก่อนหน้าแล้ว
หลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีตามมาตรา 65 ทวิ (10)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (10) กำหนดให้บริษัทที่ได้รับเงินปันผลจากบริษัทอื่นสามารถได้รับการยกเว้น CIT โดยแบ่งเป็น 2 ระดับ ดังนี้
กรณีที่ 1: ยกเว้นภาษี 100%
บริษัทผู้รับเงินปันผลจะได้รับยกเว้นภาษีทั้งจำนวน 100% หากเป็นไปตามเงื่อนไขครบทั้งสองข้อต่อไปนี้
- บริษัทผู้รับ ถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายไม่น้อยกว่า 25% ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง
- บริษัทผู้รับได้ ถือหุ้นนั้นมาไม่น้อยกว่า 3 เดือน ก่อนวันที่ได้รับเงินปันผล และยังคงถือต่อไปอีกอย่างน้อย 3 เดือนหลังจากนั้น (รวมเป็น 6 เดือน นับต่อเนื่อง)
ทั้งนี้ บริษัทผู้รับต้องไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กรณีที่บริษัทผู้รับเป็นบริษัทจดทะเบียน จะมีหลักเกณฑ์แตกต่างออกไป
กรณีที่ 2: ยกเว้นภาษี 50%
หากบริษัทผู้รับไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของการยกเว้น 100% เช่น ถือหุ้นน้อยกว่า 25% หรือถือหุ้นมาไม่ครบระยะเวลาที่กำหนด ก็ยังสามารถได้รับยกเว้นภาษีครึ่งหนึ่ง (50%) ของเงินปันผลที่ได้รับ โดยส่วนที่เหลืออีก 50% จะต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิและเสียภาษีตามปกติ
ตารางสรุปเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินปันผล
| เงื่อนไข | สัดส่วนการถือหุ้น | ระยะเวลาถือหุ้น | ยกเว้นภาษี |
|---|---|---|---|
| ยกเว้น 100% | ไม่น้อยกว่า 25% | ถือก่อน 3 เดือน + ถือต่ออีก 3 เดือน | 100% ของเงินปันผล |
| ยกเว้น 50% | ใดก็ได้ (ต่ำกว่า 25%) | ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขข้างต้น | 50% ของเงินปันผล |
| ต้องเสียภาษีเต็ม | ใดก็ได้ | ขายหุ้นก่อนครบกำหนด | ไม่ได้รับยกเว้น |
ข้อระวัง: กรณีขายหุ้นก่อนครบระยะเวลา
หากบริษัทผู้รับซื้อหุ้นเพื่อรับเงินปันผลโดยตั้งใจจะขายออกก่อนครบ 6 เดือน จะ ถูกตัดสิทธิ์การยกเว้นทั้งหมด และต้องนำเงินปันผลนั้นมารวมเป็นรายได้เต็มจำนวน ไม่ว่าจะถือหุ้นมากน้อยเพียงใดก็ตาม กรมสรรพากรให้ความสำคัญกับหลักนี้มากเพื่อป้องกันการวางแผนภาษีที่ไม่เหมาะสม
กรณีบริษัทที่ถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
สำหรับบริษัทที่ได้รับเงินปันผลจากบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือตลาด mai ก็ยังสามารถได้รับยกเว้น 50% ของเงินปันผลได้เช่นกัน โดยไม่มีเงื่อนไขขั้นต่ำเรื่องสัดส่วนการถือหุ้น แต่ต้องไม่ขายหุ้นออกก่อนครบ 3 เดือนก่อนรับปันผลและ 3 เดือนหลังรับปันผล
ตัวอย่างการคำนวณภาษีจริง
สมมติว่าบริษัท XYZ จำกัด ถือหุ้นในบริษัท ABC จำกัด จำนวน 40% มาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว เมื่อบริษัท ABC จ่ายเงินปันผล บริษัท XYZ ได้รับเงินปันผล 500,000 บาท
- สัดส่วนการถือหุ้น: 40% (เกิน 25%) ผ่านเงื่อนไข
- ระยะเวลาถือหุ้น: 1 ปี (เกิน 6 เดือน) ผ่านเงื่อนไข
- ผลลัพธ์: ยกเว้นภาษี 100% นำ 500,000 บาท ออกจากรายได้ที่ต้องเสียภาษี
หากบริษัท XYZ ถือหุ้นเพียง 15% (ต่ำกว่า 25%) ผลลัพธ์จะเปลี่ยนเป็น ยกเว้นภาษีเพียง 50% = 250,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 250,000 บาท ต้องนำรวมเป็นรายได้และเสียภาษีในอัตรา CIT ปกติ
การบันทึกบัญชีและการยื่นภาษี
เมื่อบริษัทได้รับเงินปันผล ฝ่ายบัญชีต้องบันทึกรายได้เงินปันผลตามจำนวนที่ได้รับจริง จากนั้นเมื่อยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ต้องระบุในรายการ "รายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี" เพื่อหักออกจากรายได้รวมก่อนคำนวณกำไรสุทธิ โดยต้องเก็บหลักฐานประกอบได้แก่
- หนังสือรับรองการจ่ายเงินปันผล
- บัญชีแสดงสัดส่วนการถือหุ้น
- เอกสารแสดงวันที่ได้มาและวันที่ขายหุ้น (ถ้ามี)
ข้อสังเกตสำหรับ SME ที่ถือหุ้นในหลายบริษัท
SME หลายรายที่มีโครงสร้างกลุ่มบริษัท (Group Structure) มักมีคำถามว่า หากถือหุ้นในบริษัทย่อยหลายแห่ง เงินปันผลจากแต่ละแห่งต้องพิจารณาแยกกัน ซึ่งคำตอบคือ "ใช่" ต้องพิจารณาแยกรายบริษัทว่าแต่ละบริษัทที่จ่ายปันผลมาผ่านเงื่อนไขสัดส่วนและระยะเวลาหรือไม่ จึงจะทราบว่าได้รับยกเว้นเท่าใด
นอกจากนี้ ควรระวังกรณีที่มีการเพิ่มทุนหรือโอนหุ้นระหว่างกัน ซึ่งอาจทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเปลี่ยนแปลงและกระทบต่อการยกเว้นภาษีที่คาดว่าจะได้รับ ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนเสมอ
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง เงินปันผลที่บริษัทรับจากบริษัทอื่น: ได้รับยกเว้น CIT หรือต้องนับเป็นรายได้ ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เงินปันผลที่บริษัทรับจากบริษัทย่อยต้องเสียภาษีนิติบุคคลเสมอหรือไม่
ไม่เสมอไป หากบริษัทผู้รับถือหุ้นไม่น้อยกว่า 25% และถือมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน (3 เดือนก่อน + 3 เดือนหลังได้รับปันผล) จะได้รับยกเว้นภาษี 100% ตามมาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร
ถือหุ้นน้อยกว่า 25% ยังได้รับยกเว้นภาษีเงินปันผลบ้างไหม
ได้รับยกเว้นบางส่วน คือ 50% ของเงินปันผลที่ได้รับ ส่วนที่เหลืออีก 50% ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิและเสียภาษีนิติบุคคลตามปกติตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
ถ้าขายหุ้นออกก่อนครบ 3 เดือนหลังรับปันผล จะเกิดอะไรขึ้น
จะถูกตัดสิทธิ์การยกเว้นทั้งหมด ต้องนำเงินปันผลทั้งจำนวนมารวมเป็นรายได้และเสียภาษีนิติบุคคลเต็มจำนวน ไม่ว่าจะถือหุ้นในสัดส่วนเท่าใดก็ตาม
เงินปันผลจากบริษัทต่างประเทศได้รับยกเว้นภาษีด้วยหรือไม่
หลักเกณฑ์ตามมาตรา 65 ทวิ (10) ใช้กับเงินปันผลจากบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย สำหรับเงินปันผลจากต่างประเทศมีหลักเกณฑ์แตกต่างออกไปและต้องพิจารณาอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) กับประเทศนั้นๆ ด้วย
ต้องแนบเอกสารอะไรบ้างเมื่อยื่น ภ.ง.ด.50 เพื่อขอยกเว้นภาษีเงินปันผล
ควรเก็บหนังสือรับรองการจ่ายเงินปันผล สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น และเอกสารแสดงวันที่ได้มาซึ่งหุ้นไว้เป็นหลักฐาน แม้ไม่ต้องแนบทุกชิ้น แต่พร้อมแสดงต่อเจ้าพนักงานสรรพากรหากถูกตรวจสอบ
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่รับเงินปันผลจากบริษัทอื่น ได้รับยกเว้นเหมือนกันไหม
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีหลักเกณฑ์พิเศษที่แตกต่างจากบริษัททั่วไป โดยทั่วไปได้รับยกเว้น 50% หากถือหุ้นครบตามเงื่อนไข และอาจได้รับยกเว้น 100% ในบางกรณี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ