เมื่อตัดสินใจเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจจากบุคคลธรรมดามาเป็นนิติบุคคล สิ่งแรกที่คุณต้องเลือกคือ วิธีการจดทะเบียน ปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ได้พัฒนาระบบจัดตั้งบริษัทออนไลน์

e-Registration ทำให้เจ้าของกิจการสามารถจดด้วยตัวเองได้ง่ายขึ้น

แต่การดำเนินการเองยังมาพร้อมรายละเอียดกฎหมายและบัญชีจำนวนมาก การเปรียบเทียบด้านความคุ้มค่าระหว่างการทำด้วยตัวเองกับการใช้บริการผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นจุดสำคัญที่ห้ามมองข้าม

สารบัญบทความ
  1. 1. จดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเอง (DIY)
  2. 2. จ้างสำนักงานบัญชีหรือที่ปรึกษาจดทะเบียน (Hiring)
  3. ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างอย่างละเอียด
  4. สรุป: ควรเลือกรูปแบบไหนให้เหมาะสมกับธุรกิจคุณ?
  5. อ่านต่อในชุดจดทะเบียนบริษัท
  6. ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

1. จดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเอง (DIY)

การดำเนินการด้วยตัวเองเหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลา และต้องการเริ่มต้นในงบประมาณที่ประหยัดที่สุด

ข้อดีของการจดทะเบียนเอง

  • ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านบริการ: จ่ายเพียงค่าธรรมเนียมทางราชการ 5,500 บาทถ้วนและอากรแสตมป์ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมจัดจ้างเพิ่มเติม
  • เข้าใจระบบราชการ: ได้เรียนรู้กระบวนการ ขั้นตอน เอกสาร และเงื่อนไขการอนุมัติของ DBD โดยตรง ทำให้สะดวกต่อการประสานงานในอนาคต

ข้อเสียและอุปสรรคที่มักพบ (DIY Pain Points)

  • เสียเวลาศึกษาระบบอย่างมาก: ระบบ e-Registration มีขั้นตอนยืนยันตัวตนอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) การจองชื่อ การกรอกคำขอจดทะเบียนวัตถุประสงค์ โครงสร้างผู้ถือหุ้น และสัญญาก่อตั้งที่ซับซ้อน
  • ความเสี่ยงโดนปฏิเสธหรือขอแก้ไข: หากระบุชื่อทับซ้อน ผิดสัดส่วนผู้ถือหุ้น หรือกรอกวัตถุประสงค์ไม่ตรงตามลักษณะธุรกิจจริง นายทะเบียนจะส่งคำขอกลับมาแก้ไข ทำให้การจดทะเบียนยืดเยื้อไปหลายสัปดาห์
  • เขียน "วัตถุประสงค์บริษัท" ไม่ครอบคลุม: เจ้าของมักร่างวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจงกับสิ่งที่จะขายวันนี้ โดยละเลยการครอบคลุมธุรกิจที่จะขยายในอนาคต ทำให้ต้องจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมในภายหลังซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน

2. จ้างสำนักงานบัญชีหรือที่ปรึกษาจดทะเบียน (Hiring)

การเลือกใช้บริการมืออาชีพเพื่อลดข้อผิดพลาด ป้องกันปัญหาโครงสร้างอำนาจกรรมการ และรับคำแนะนำด้านภาษีตั้งแต่แรกเริ่ม

ข้อดีของการจ้างผู้เชี่ยวชาญ

  • สะดวกรวดเร็ว ด่วนเสร็จใน 1 วัน: ทีมงานที่ปรึกษามีความคุ้นเคยกับกระบวนการและระบบ e-Registration สามารถยื่นอนุมัติและจัดตั้งได้ถูกต้องแม่นยำในรอบเดียว
  • การวางโครงสร้างอำนาจที่ปลอดภัย: ที่ปรึกษาจะช่วยร่างข้อบังคับบริษัทและการลงลายมือชื่อของกรรมการเพื่อป้องกันปัญหา Deadlock (เสียงกึ่งหนึ่งขัดแย้งกันตัดสินไม่ได้) โดยเฉพาะบริษัทที่ถือหุ้นสัดส่วน 50:50
  • วัตถุประสงค์ที่ถูกต้องและรองรับการเติบโต: ร่างวัตถุประสงค์สำเร็จรูปที่ถูกต้องตามเกณฑ์นายทะเบียน ครอบคลุมประเภทธุรกิจที่จะทำ และรองรับใบอนุญาตเฉพาะทาง (เช่น ร้านอาหาร นำเข้าส่งออก ท่องเที่ยว ก่อสร้าง)
  • เชื่อมโยงงานบัญชีและวางแผนภาษีทันที: การจดบริษัทคือยอดภูเขาน้ำแข็ง หน้าที่ที่แท้จริงคือหลังจัดตั้ง ที่ปรึกษาจะแนะนำเกณฑ์การจด VAT, วิธีวางรอบเอกสาร, วิธีออกบิลค่าใช้จ่ายบริษัท และการเตรียมเอกสารเปิดบัญชีธนาคารในเดือนแรก

ข้อเสียของการจ้างผู้เชี่ยวชาญ

  • มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม: ต้องเตรียมงบประมาณสำหรับค่าบริการวิชาชีพเพิ่มเติมอีกประมาณ 4,000 - 8,000 บาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเคสหรือการประสานงานใบอนุญาตเฉพาะด้าน

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างอย่างละเอียด

ประเด็นเปรียบเทียบ กรณีจดทะเบียนด้วยตัวเอง (DIY) กรณีจ้าง A Plus Me จัดการให้
ค่าธรรมเนียมวิชาชีพ 0 บาท เริ่มต้นประมาณ 4,000 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมรัฐ)
เวลาที่ใช้และพลังงาน สูงมาก (ต้องศึกษาข้อกำหนด ยื่นคำขอ และตามแก้ไขเอง) ต่ำมาก (ทีมงานเตรียมเอกสาร ลงชื่อออนไลน์เสร็จทันที)
ความถูกต้องของโครงสร้าง เสี่ยงต่อการเขียนข้อบังคับหรือสิทธิโหวตไม่รัดกุม ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ป้องกันปัญหาความขัดแย้งผู้ถือหุ้น
การวางแผนบัญชี-ภาษี ไม่มี (เจ้าของต้องไปดิ้นรนหาร้านบัญชีและระบบเอกสารเอง) ฟรี คำแนะนำวางระบบเอกสาร ทุนชำระแล้ว และแผนภาษีเดือนแรก
ความเร็วในการเปิดบัญชีแบงก์ ปานกลาง (อาจเตรียมรายงานการประชุมไม่ครบถ้วน) รวดเร็ว (มีชุดเอกสารประชุมตั้งบริษัทพร้อมสำหรับธนาคาร)

สรุป: ควรเลือกรูปแบบไหนให้เหมาะสมกับธุรกิจคุณ?

คุณควรจดทะเบียนด้วยตัวเอง (DIY) เมื่อ:

  • ธุรกิจมีขนาดเล็กมาก เริ่มต้นคนเดียวหรือหุ้นส่วนที่เป็นคนกันเอง สัดส่วนหุ้นลงตัวตรงไปตรงมา
  • คุณมีเวลาว่างพอในการศึกษาระบบคู่มือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า e-Registration ยอมรับความล่าช้าในการแก้ไขได้
  • ธุรกิจเป็นซื้อมาขายไปหรือบริการทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตพิเศษใด ๆ ในช่วงเริ่มต้น

คุณควรจ้างที่ปรึกษาจดทะเบียน (Hiring) เมื่อ:

  • มีผู้ร่วมหุ้นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปที่ไม่ได้เป็นคนในครอบครัว เพื่อกำหนดอำนาจควบคุม สิทธิ์การโหวต และสัดส่วนปันผลให้โปร่งใสและถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่ง
  • ต้องการจัดตั้งบริษัทให้ถูกต้องสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับการเซ็นสัญญาจ้างงาน การร่วมทุน หรือส่งข้อเสนอโครงการในระยะเวลากำหนด
  • ต้องการความมั่นใจในเรื่องโครงสร้างภาษี ได้คุยเรื่องการบริหารเงินสดบริษัท ทุนชำระแล้ว ทุนจดทะเบียนที่เหมาะ และเตรียมพร้อมจัดทำบัญชีรายเดือนทันทีหลังจดเสร็จเพื่อหลีกเลี่ยงโทษปรับสรรพากร

อ่านต่อในชุดจดทะเบียนบริษัท

ต่อยอดจากบทความนี้

ถ้ากำลังลังเลระหว่างจดเองกับให้ผู้เชี่ยวชาญช่วย ดูหน้า ทีมช่วยจดบริษัทและวางงานหลังจด เพื่อเทียบงานที่ควรให้ทีมดูแล เช่น เอกสาร DBD โครงสร้างผู้ถือหุ้น VAT และบัญชีหลังจด

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง จดทะเบียนบริษัทเอง หรือ จ้างจดบริษัท แบบไหนดีกว่ากัน? เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ควรใช้คู่กับเอกสารนิติบุคคลจริง เช่น หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น

มติประชุม และข้อมูลที่ยื่นกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เพื่อให้การตัดสินใจไม่ยึดจากคำอธิบายทั่วไปเพียงอย่างเดียว

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • ตรวจข้อมูลบริษัท กรรมการ ผู้ถือหุ้น ที่อยู่ และทุนจดทะเบียนให้ตรงกับเอกสารล่าสุด
  • เตรียมมติหรือหนังสือมอบอำนาจให้ครบก่อนยื่นเปลี่ยนแปลงรายการสำคัญ
  • เช็กผลต่อภาษี บัญชีธนาคาร สัญญาลูกค้า และระบบออกใบกำกับภาษีหลังแก้ข้อมูลนิติบุคคล

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • แก้ข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้วลืมแจ้งสรรพากร ธนาคาร หรือคู่สัญญา
  • ใช้ชื่อ ที่อยู่ หรือผู้มีอำนาจลงนามในใบกำกับภาษีไม่ตรงกับเอกสารบริษัท
  • จดทุนหรือเปลี่ยนกรรมการโดยไม่ประเมินผลต่อความน่าเชื่อถือและภาระเอกสาร

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

เปรียบเทียบจดเองกับจ้างผู้ให้บริการ: ตารางตัดสินใจก่อนลงมือ

ส่วนนี้เพิ่มขึ้นเพื่อเปลี่ยนข้อมูลในบทความให้เป็นขั้นตอนใช้งานจริง เจ้าของกิจการควรยืนยันข้อเท็จจริงและหลักฐานของบริษัทก่อนเลือกทางดำเนินการ

เพราะคำตอบที่เหมาะสมขึ้นกับขนาดธุรกิจ ระบบที่ใช้ และสถานะเอกสารในวันที่ตัดสินใจ

จุดตรวจหลักฐานที่ควรมีเกณฑ์ตัดสินใจ
1เวลาของผู้ก่อตั้งและความคุ้นเคยกับระบบ DBDจดเองเมื่อข้อมูลตรงไปตรงมาและมีเวลาตรวจ
2ความซับซ้อนของทุน ผู้ถือหุ้น ที่ตั้ง และอำนาจกรรมการจ้างเมื่อความผิดพลาดมีต้นทุนสูงหรือหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง
3ขอบเขตหลังจดที่รวมบัญชี ภาษี หรือธนาคารเทียบผลส่งมอบและความรับผิดชอบ ไม่เทียบราคาอย่างเดียว

Checklist สำหรับผู้บริหารและผู้รับผิดชอบ

  • กำหนดเจ้าของข้อมูล ผู้จัดทำ ผู้ตรวจทาน และวันครบกำหนดให้เห็นในที่เดียว
  • ตรวจชื่อ เลขประจำตัว วันที่ จำนวนเงิน และสถานะเอกสารกับหลักฐานต้นทางก่อนอนุมัติ
  • บันทึกสมมติฐาน เหตุผล และผลกระทบด้านบัญชี ภาษี หรือกระแสเงินสดของทางเลือกที่เลือก
  • เก็บไฟล์ฉบับสุดท้ายและหลักฐานยื่นหรือชำระให้ค้นย้อนกลับจากเลขรายการได้

จุดส่งต่อสู่การปฏิบัติ: หากข้อมูลยังไม่ครบ ให้แยกรายการเป็น “รอยืนยัน” แทนการเดาแล้วเดินหน้าต่อ หากครบแล้ว ให้สรุปผู้อนุมัติ วันที่มีผล และผู้ติดตามผลหลังดำเนินการ

วิธีนี้ลดทั้งงานแก้ย้อนหลังและความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการกับบริษัทเข้าใจขอบเขตไม่ตรงกัน

หากต้องการให้ทีม A Plus ตรวจข้อมูลจริงและจัดลำดับขั้นตอน ดูขอบเขต บริการที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ ก่อนส่งเอกสารเพื่อประเมินงาน

โดยจะยืนยันข้อเท็จจริงและขอบเขตก่อนเสนอวิธีดำเนินการ

อ่านต่อเพื่อเชื่อมขั้นตอนให้ครบ

แหล่งอ้างอิงทางการ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — ตรวจขั้นตอน แบบคำขอ และประกาศจดทะเบียนฉบับล่าสุด บทความนี้ตรวจทานล่าสุดเมื่อ 17 กรกฎาคม 2569

และควรตรวจประกาศที่มีผลกับข้อเท็จจริงของกิจการอีกครั้งก่อนยื่นหรือทำรายการสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หลังจากจัดตั้งหรือจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อมูลนิติบุคคลกับ DBD แล้ว มีหน้าที่อื่นใดที่ต้องทำต่อหรือไม่?

ต้องตรวจสอบและแจ้งข้อมูลการเปลี่ยนแปลงไปยังหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพากร (กรณีจด VAT), สำนักงานประกันสังคม (กรณีมีลูกจ้าง), ธนาคารที่เปิดบัญชีเงินฝาก,

คู่สัญญาหลักของบริษัท,

และปรับปรุงระบบออกใบกำกับภาษีรวมถึงป้ายชื่อสำนักงานให้ถูกต้อง

เอกสารนิติบุคคลพื้นฐานที่บริษัทต้องจัดทำและเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานใหญ่มีอะไรบ้าง?

ต้องจัดเก็บหนังสือรับรองบริษัท, บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5), สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น, วัตถุประสงค์การจัดตั้งบริษัท (บอจ.2), รายงานการประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมผู้ถือหุ้น,

และใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนนิติบุคคล

หากต้องการย้ายสำนักงานใหญ่หรือเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ต้องจัดเตรียมข้อมูลอย่างไร?

ต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเพื่อลงมติเห็นชอบ จัดเตรียมแผนที่ตั้งใหม่ สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ และหนังสือแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่

จากนั้นนำเอกสารและรายงานการประชุมยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง จดทะเบียนบริษัทเอง หรือ จ้างจดบริษัท แบบไหนดีกว่ากัน? เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ จดทะเบียนบริษัทเอง หรือ จ้างจดบริษัท แบบไหนดีกว่ากัน? เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล