เมื่อเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบบริษัทจำกัด สิ่งแรก ๆ ที่ผู้ประกอบการต้องกำหนดคือ "ทุนจดทะเบียน" โดยสัดส่วนที่เป็นมาตรฐานและได้รับความนิยมสูงสุดคือ 1,000,000 บาท
เนื่องจากสร้างความน่าเชื่อถือกับคู่ค้าได้ดี
แต่ปัญหายอดฮิตที่ทำให้หลายคนไม่กล้าเริ่มจดบริษัทคือความเข้าใจผิดว่า *ต้องเตรียมเงินสดหนึ่งล้านบาทถ้วนมาฝากเข้าบัญชีธนาคารตั้งแต่วันแรก*
สารบัญบทความ
- ไขข้อข้องใจ: ทุน 1 ล้าน ไม่ต้องใช้เงินจริง 1 ล้านวันแรก
- สรุปค่าใช้จ่ายจริงในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
- ตารางสรุปงบประมาณที่ต้องเตรียมสำหรับการจดบริษัท ทุน 1 ล้าน
- เหตุใดจึงนิยมตั้งทุนจดทะเบียนที่ 1 ล้านบาท?
- ข้อระวังทางบัญชีหลังจากจดทะเบียนเสร็จ
- อ่านต่อในชุดจดทะเบียนบริษัท
- ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
ไขข้อข้องใจ: ทุน 1 ล้าน ไม่ต้องใช้เงินจริง 1 ล้านวันแรก
ในทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย การจดทะเบียนบริษัทจำกัดมีกลไกเอื้ออำนวยให้ผู้ประกอบการเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- ทุนชำระขั้นต่ำ 25%: กฎหมายกำหนดให้ผู้ถือหุ้นชำระเงินค่าหุ้นเข้าบริษัทขั้นต่ำอย่างน้อย ร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้นทั้งหมด หมายความว่าสำหรับทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ผู้ถือหุ้นรวมกันต้องชำระเงินจริงขั้นต่ำเพียง 250,000 บาท เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 75% ค่อยเรียกเก็บในภายหลังเมื่อบริษัทจำเป็นต้องใช้ทุน
- ไม่มีการตรวจเอกสารรับรองธนาคาร (สำหรับทุนไม่เกิน 5 ล้าน): ปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กำหนดให้ต้องส่งเอกสารหลักฐานทางการเงินจากธนาคาร (Bank Confirmation) เฉพาะในกรณีจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปเท่านั้น ดังนั้น สำหรับการจดทะเบียนทุน 1 ล้านบาท กรมฯ จะไม่เรียกตรวจเงินในบัญชีธนาคารของบริษัทหรือผู้ก่อตั้งในวันยื่นจดทะเบียน
สรุปคือ ในวันจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ทุน 1 ล้านบาท คุณยังไม่มีความจำเป็นต้องนำเงินสด 1,000,000 บาท หรือแม้แต่ 250,000 บาท ไปนอนแสดงในบัญชีธนาคารเพื่อยื่นขอจัดตั้งครับ
สรุปค่าใช้จ่ายจริงในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
หากคุณดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ทุน 1 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ ค่าธรรมเนียมของหน่วยงานราชการ และ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:
1. ค่าธรรมเนียมราชการ (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า - DBD)
ค่าธรรมเนียมการจัดตั้งบริษัทจำกัดในปัจจุบัน คิดในอัตราคงที่แบบเหมาจ่าย (Flat Rate) ไม่สอดคล้องกับขนาดทุนเหมือนในอดีต (ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา):
- ค่าจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดจัดตั้งบริษัท: 5,500 บาท (กรณีจดแบบ e-Registration จะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมราชการเหลือเพียง 5,500 บาท ถ้วน โดยรวมค่าธรรมเนียมจัดตั้ง ค่าหนังสือบริคณห์สนธิ ค่าใบสำคัญการจัดตั้งเรียบร้อยแล้ว)
- ค่าอากรแสตมป์สำหรับหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ: 200 - 400 บาท (ขึ้นกับรูปแบบจัดทำและข้อบังคับ)
2. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานขั้นพื้นฐาน
- ค่าตรายางบริษัท (Company Seal): ประมาณ 300 - 500 บาท (ออกแบบและสั่งทำเพื่อใช้ประทับตราในหนังสือรับรอง ธนาคาร หรือสัญญาต่าง ๆ)
- ค่าเปิดบัญชีธนาคารบริษัท: ไม่มีค่าธรรมเนียมในการเปิด แต่ธนาคารมักกำหนดให้มีเงินฝากขั้นต่ำในบัญชีวันแรกประมาณ 500 - 2,000 บาท เพื่อใช้เปิดสมุดและทำบัตรหรืออินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง
- ค่าบริการจัดจ้างสำนักงานบัญชีหรือที่ปรึกษา (ทางเลือก): อยู่ในช่วง 3,000 - 8,000 บาท (รวมค่าดำเนินการจดทะเบียน จัดเตรียมเอกสาร ยื่นระบบ e-Registration และให้คำแนะนำโครงสร้างเบื้องต้น)
ตารางสรุปงบประมาณที่ต้องเตรียมสำหรับการจดบริษัท ทุน 1 ล้าน
| รายการค่าใช้จ่าย | กรณีทำด้วยตัวเอง (บาท) | กรณีจ้างที่ปรึกษา (บาท) |
|---|---|---|
| 1. ค่าธรรมเนียมราชการ DBD (เหมาจ่าย) | 5,500 | 5,500 |
| 2. ค่าอากรแสตมป์ติดใบสมัคร | 200 | 200 |
| 3. ค่าจัดทำตรายางบริษัท (ตราประทับ) | 400 | 400 |
| 4. ค่าบริการจดทะเบียนและวางระบบเบื้องต้น | 0 | 4,000 - 7,000 |
| รวมงบประมาณเริ่มต้นประมาณ | 6,100 | 10,100 - 13,100 |
เหตุใดจึงนิยมตั้งทุนจดทะเบียนที่ 1 ล้านบาท?
แม้ว่ากฎหมายจะระบุว่าสามารถจดทะเบียนบริษัทจำกัดโดยไม่มีขั้นต่ำของทุนจดทะเบียน (ทางปฏิบัติจดขั้นต่ำที่ 5,000 - 10,000 บาทได้) แต่ระดับ 1
ล้านบาทยังคงเป็นจุดลงตัวด้วยเหตุผลดังนี้:
- ความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ: บริษัทที่มีทุนต่ำเกินไป (เช่น 10,000 บาท) อาจถูกมองว่าไม่มีทุนสำรอง ขาดความมั่นคง และขอยากในเรื่องความน่าเชื่อถือและการเปิดวงเงินสินเชื่อการค้า (Trade Credit)
- การพิจารณาสินเชื่อธนาคาร: ธนาคารมักใช้สัดส่วนทุนจดทะเบียนประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อธุรกิจหรือบริการเครื่องรับบัตร EDC โดยส่วนใหญ่กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 1 ล้านบาทขึ้นไป
- ความรับผิดชอบจำกัด (Limited Liability): ในทางกฎหมาย ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดไม่เกินจำนวนเงินทุนที่ยังไม่ได้ชำระ การมีทุนจดทะเบียนที่ชัดเจนสะท้อนเพดานความรับผิดชอบทางกฎหมายที่สอดคล้องกับขนาดของคู่ค้า
ข้อระวังทางบัญชีหลังจากจดทะเบียนเสร็จ
ถึงแม้ในวันจดทะเบียนจัดตั้งจะยังไม่จำเป็นต้องนำเงิน 250,000 บาท (ทุนชำระ 25%) มาฝากธนาคารจริงทันที แต่เมื่อจัดตั้งบริษัทสำเร็จและทำการ "เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท"
เรียบร้อยแล้ว ในทางบัญชีควรมีขั้นตอนดังนี้เพื่อความถูกต้อง:
- ผู้ถือหุ้นควรโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทจริง: โอนเข้าตามสัดส่วนเงินทุนชำระแล้ว (เช่น รวมกันครบ 250,000 บาท) เพื่อเป็นทุนเริ่มต้นของบริษัทในการใช้จ่ายดำเนินกิจการ
- หากไม่มีการโอนเงินจริง: ในทางบัญชีจะบันทึกรายการเป็น "ลูกหนี้เงินกู้ยืมกรรมการ" หรือ "เงินค้างชำระค่าหุ้น" ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการพิจารณางบการเงินและมีภาระด้านภาษีเงินกู้ยืมกรรมการจากกรมสรรพากรหากไม่จัดการอย่างถูกต้อง
อ่านต่อในชุดจดทะเบียนบริษัท
- จดทะเบียนบริษัท ต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนเริ่ม
- จดทะเบียนบริษัท 2 คนได้ไหม? อัปเดตกฎหมายใหม่
- บริษัทจำกัดกับหจก. ต่างกันอย่างไร
- หลังจดบริษัทต้องทำอะไรบ้างในช่วงแรก
- ดูบริการจดทะเบียนบริษัท/หจก. ของ A Plus Me
ต่อยอดจากบทความนี้
ถ้าต้องการเลือกทุนให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจ สัญญา ธนาคาร และภาพลักษณ์ของบริษัท ดูหน้า วางทุนและจดทะเบียนบริษัทให้สอดคล้องธุรกิจจริง เพื่อคุยขอบเขตงานก่อนเริ่มจด
ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
บทความเรื่อง จดบริษัท ทุน 1 ล้าน ต้องใช้เงินกี่บาท? ไขข้อข้องใจเรื่องทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ควรใช้คู่กับเอกสารนิติบุคคลจริง เช่น หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
มติประชุม และข้อมูลที่ยื่นกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เพื่อให้การตัดสินใจไม่ยึดจากคำอธิบายทั่วไปเพียงอย่างเดียว
เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ
- ตรวจข้อมูลบริษัท กรรมการ ผู้ถือหุ้น ที่อยู่ และทุนจดทะเบียนให้ตรงกับเอกสารล่าสุด
- เตรียมมติหรือหนังสือมอบอำนาจให้ครบก่อนยื่นเปลี่ยนแปลงรายการสำคัญ
- เช็กผลต่อภาษี บัญชีธนาคาร สัญญาลูกค้า และระบบออกใบกำกับภาษีหลังแก้ข้อมูลนิติบุคคล
ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง
- แก้ข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้วลืมแจ้งสรรพากร ธนาคาร หรือคู่สัญญา
- ใช้ชื่อ ที่อยู่ หรือผู้มีอำนาจลงนามในใบกำกับภาษีไม่ตรงกับเอกสารบริษัท
- จดทุนหรือเปลี่ยนกรรมการโดยไม่ประเมินผลต่อความน่าเชื่อถือและภาระเอกสาร
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
แยกทุนหนึ่งล้านออกจากค่าใช้จ่ายวันจด: ตารางตัดสินใจก่อนลงมือ
ส่วนนี้เพิ่มขึ้นเพื่อเปลี่ยนข้อมูลในบทความให้เป็นขั้นตอนใช้งานจริง เจ้าของกิจการควรยืนยันข้อเท็จจริงและหลักฐานของบริษัทก่อนเลือกทางดำเนินการ
เพราะคำตอบที่เหมาะสมขึ้นกับขนาดธุรกิจ ระบบที่ใช้ และสถานะเอกสารในวันที่ตัดสินใจ
| จุดตรวจ | หลักฐานที่ควรมี | เกณฑ์ตัดสินใจ |
|---|---|---|
| 1 | ค่าธรรมเนียมและค่าบริการที่ต้องจ่ายจริง | อย่าเข้าใจว่าทุนหนึ่งล้านคือค่าธรรมเนียมทั้งหมด |
| 2 | เงินค่าหุ้นที่ผู้ถือหุ้นต้องนำส่งตามการเรียกชำระ | จัดทำ cash plan แยกเงินลงทุนกับค่าใช้จ่าย |
| 3 | ค่าใช้จ่ายหลังจด เช่น บัญชี ภาษี และระบบเอกสาร | เก็บหลักฐานเงินค่าหุ้นและการใช้เงินของบริษัท |
Checklist สำหรับผู้บริหารและผู้รับผิดชอบ
- กำหนดเจ้าของข้อมูล ผู้จัดทำ ผู้ตรวจทาน และวันครบกำหนดให้เห็นในที่เดียว
- ตรวจชื่อ เลขประจำตัว วันที่ จำนวนเงิน และสถานะเอกสารกับหลักฐานต้นทางก่อนอนุมัติ
- บันทึกสมมติฐาน เหตุผล และผลกระทบด้านบัญชี ภาษี หรือกระแสเงินสดของทางเลือกที่เลือก
- เก็บไฟล์ฉบับสุดท้ายและหลักฐานยื่นหรือชำระให้ค้นย้อนกลับจากเลขรายการได้
จุดส่งต่อสู่การปฏิบัติ: หากข้อมูลยังไม่ครบ ให้แยกรายการเป็น “รอยืนยัน” แทนการเดาแล้วเดินหน้าต่อ หากครบแล้ว ให้สรุปผู้อนุมัติ วันที่มีผล และผู้ติดตามผลหลังดำเนินการ
วิธีนี้ลดทั้งงานแก้ย้อนหลังและความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการกับบริษัทเข้าใจขอบเขตไม่ตรงกัน
หากต้องการให้ทีม A Plus ตรวจข้อมูลจริงและจัดลำดับขั้นตอน ดูขอบเขต บริการที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ ก่อนส่งเอกสารเพื่อประเมินงาน
โดยจะยืนยันข้อเท็จจริงและขอบเขตก่อนเสนอวิธีดำเนินการ
อ่านต่อเพื่อเชื่อมขั้นตอนให้ครบ
แหล่งอ้างอิงทางการ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — ตรวจขั้นตอน แบบคำขอ และประกาศจดทะเบียนฉบับล่าสุด บทความนี้ตรวจทานล่าสุดเมื่อ 17 กรกฎาคม 2569
และควรตรวจประกาศที่มีผลกับข้อเท็จจริงของกิจการอีกครั้งก่อนยื่นหรือทำรายการสำคัญ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หลังจากจัดตั้งหรือจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อมูลนิติบุคคลกับ DBD แล้ว มีหน้าที่อื่นใดที่ต้องทำต่อหรือไม่?
ต้องตรวจสอบและแจ้งข้อมูลการเปลี่ยนแปลงไปยังหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพากร (กรณีจด VAT), สำนักงานประกันสังคม (กรณีมีลูกจ้าง), ธนาคารที่เปิดบัญชีเงินฝาก,
คู่สัญญาหลักของบริษัท,
และปรับปรุงระบบออกใบกำกับภาษีรวมถึงป้ายชื่อสำนักงานให้ถูกต้อง
เอกสารนิติบุคคลพื้นฐานที่บริษัทต้องจัดทำและเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานใหญ่มีอะไรบ้าง?
ต้องจัดเก็บหนังสือรับรองบริษัท, บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5), สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น, วัตถุประสงค์การจัดตั้งบริษัท (บอจ.2), รายงานการประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมผู้ถือหุ้น,
และใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนนิติบุคคล
หากต้องการย้ายสำนักงานใหญ่หรือเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ต้องจัดเตรียมข้อมูลอย่างไร?
ต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเพื่อลงมติเห็นชอบ จัดเตรียมแผนที่ตั้งใหม่ สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ และหนังสือแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่
จากนั้นนำเอกสารและรายงานการประชุมยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง จดบริษัท ทุน 1 ล้าน ต้องใช้เงินกี่บาท? ไขข้อข้องใจเรื่องทุนจดทะเบียนชำระแล้ว
ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ จดบริษัท ทุน 1 ล้าน ต้องใช้เงินกี่บาท? ไขข้อข้องใจเรื่องทุนจดทะเบียนชำระแล้ว
พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล