เจ้าของธุรกิจหลายรายที่บริษัทถือครองที่ดิน หุ้นในบริษัทอื่น หรือสินค้าคงเหลือจำนวนมาก อาจเคยคิดว่าการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นไม่จำเป็นต้องโอนเป็นเงินสดเสมอไป
แต่การจ่ายปันผลเป็นทรัพย์สินมีรายละเอียดทางภาษีที่ซับซ้อนกว่าปันผลเงินสดมาก
ทั้งการตีราคาตามมูลค่าตลาด ณ วันจ่าย ผลกระทบภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทผู้จ่าย ความเสี่ยงเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/1(8) และภาระภาษีหัก ณ
ที่จ่ายของผู้ถือหุ้นที่ยังคงมีอยู่แม้จะไม่ได้รับเงินสด บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญให้เจ้าของ
SME เข้าใจภาพรวมก่อนตัดสินใจ
สารบัญบทความ
- จ่ายปันผลเป็นทรัพย์สินแทนเงินสด ทำได้จริงหรือไม่
- หัวใจสำคัญ: ต้องตีราคาตามมูลค่าตลาด ไม่ใช่ราคาทุน
- VAT และภาษีอื่นที่แตกต่างกันตามชนิดทรัพย์สิน
- ภาระหัก ณ ที่จ่ายของผู้ถือหุ้น เมื่อได้รับทรัพย์สินแทนเงินสด
- เอกสารที่ต้องเตรียมให้ครบก่อนจ่ายปันผลเป็นทรัพย์สิน
- ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
จ่ายปันผลเป็นทรัพย์สินแทนเงินสด ทำได้จริงหรือไม่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1201 กำหนดเพียงว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลได้ต้องมาจากกำไรเท่านั้น ไม่ได้บังคับว่าต้องจ่ายเป็นเงินสดเสมอไป ในทางปฏิบัติจึงมีบริษัทบางแห่งเลือก
"จ่ายปันผลเป็นทรัพย์สิน" (Dividend In-kind) เช่น
โอนที่ดินที่ไม่ได้ใช้ในกิจการ โอนหุ้นบริษัทในเครือที่ถืออยู่ หรือแบ่งสินค้าคงเหลือให้ผู้ถือหุ้นแทนเงินสด
แต่การทำเช่นนี้ต้องมีมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นระบุให้ชัดเจนว่าจ่ายเป็นทรัพย์สินชนิดใด มูลค่าเท่าใด
และผู้ถือหุ้นแต่ละรายได้รับเท่าไรตามสัดส่วนหุ้น เพราะหากการบันทึกบัญชีและการยื่นภาษีไม่สอดคล้องกับมติที่ประชุม กรมสรรพากรมีสิทธิตั้งประเด็นตรวจสอบธุรกรรมย้อนหลังได้ทันที
สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือขั้นตอนตามกฎหมายยังเหมือนการจ่ายเงินปันผลปกติทุกประการ ทั้งการตั้งสำรองตามกฎหมาย การจัดประชุมและมติอนุมัติ
เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบสิ่งที่โอนให้ผู้ถือหุ้นเท่านั้น
หัวใจสำคัญ: ต้องตีราคาตามมูลค่าตลาด ไม่ใช่ราคาทุน
จุดที่เจ้าของธุรกิจพลาดบ่อยที่สุดคือการบันทึกมูลค่าทรัพย์สินที่จ่ายปันผลด้วย "ราคาทุน" หรือ "ราคาตามบัญชี" ทั้งที่หลักการบัญชีและภาษีกำหนดให้ใช้ มูลค่ายุติธรรม (Fair Value)
หรือราคาตลาด ณ วันที่จ่ายจริง เท่านั้น
กิจการที่ใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับเต็มต้องปฏิบัติตามการตีความมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 เรื่องการจ่ายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่เงินสดให้เจ้าของ (TFRIC 17)
ซึ่งกำหนดให้บันทึกหนี้สินเงินปันผลค้างจ่ายด้วยมูลค่ายุติธรรมของทรัพย์สินและรับรู้ผลต่างระหว่างมูลค่ายุติธรรมกับมูลค่าตามบัญชีเป็นกำไรหรือขาดทุนในงบกำไรขาดทุน ส่วน SME ที่ใช้
TFRS for NPAEs แม้ไม่มีข้อกำหนดละเอียดเท่ากัน
แต่หลักการที่ผู้สอบบัญชีและสรรพากรยึดถือก็คือใช้ราคาตลาด ไม่ใช่ราคาทุนเช่นกัน
ในทางภาษีเงินได้นิติบุคคล การโอนทรัพย์สินโดยไม่ได้รับเงินสดตอบแทน (แต่ใช้หักหนี้เงินปันผลค้างจ่ายแทน) เข้าข่ายมาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร
ซึ่งให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินตีราคาตามราคาตลาดในวันที่โอน
หากราคาตลาดสูงกว่าราคาตามบัญชีของทรัพย์สิน ผลต่างถือเป็นรายได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินที่บริษัทต้องนำไปรวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในแบบ ภ.ง.ด.50
ของรอบบัญชีนั้น ดังนั้นก่อนจ่ายปันผลเป็นทรัพย์สิน
ควรมีรายงานประเมินราคาจากผู้ประเมินอิสระ ราคาประเมินราชการ หรือใบเสนอราคาตลาดที่อ้างอิงได้ เพื่อป้องกันการถูกประเมินย้อนหลัง
VAT และภาษีอื่นที่แตกต่างกันตามชนิดทรัพย์สิน
มาตรา 77/1(8) แห่งประมวลรัษฎากรนิยาม "ขาย" ไว้กว้างมาก โดยรวมถึง "จำหน่าย จ่าย โอนสินค้า ไม่ว่าจะมีประโยชน์ตอบแทนหรือไม่"
ดังนั้นหากบริษัทเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และทรัพย์สินที่นำมาจ่ายปันผลเข้าข่าย "สินค้า" ตามกฎหมาย VAT
เช่น สินค้าคงเหลือหรือวัตถุดิบ การจ่ายปันผลเป็นสินค้านั้นถือเป็น "การขาย" ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มทันที แม้ผู้ถือหุ้นจะไม่ได้จ่ายเงินสดกลับมาก็ตาม
บริษัทต้องคำนวณภาษีขายจากราคาตลาดของสินค้า ณ วันที่ความรับผิดเกิดขึ้น
ออกใบกำกับภาษีบันทึกมูลค่าตามราคาตลาด บันทึกในรายงานภาษีขาย และยื่นแบบ ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
แต่ไม่ใช่ทุกทรัพย์สินจะเข้าเกณฑ์ VAT เหมือนกัน แต่ละประเภทมีภาระภาษีต่างกันดังนี้
| ประเภททรัพย์สินที่จ่ายปันผล | ภาษีที่ต้องพิจารณา | สาระสำคัญ |
|---|---|---|
| สินค้าคงเหลือ/วัตถุดิบ (กิจการจด VAT) | ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) | เข้าข่ายการขายตามมาตรา 77/1(8) เสีย VAT 7% จากราคาตลาด ต้องออกใบกำกับภาษีขาย |
| หุ้นบริษัทอื่น (หลักทรัพย์) | ไม่อยู่ในข่าย VAT + อากรแสตมป์ | หลักทรัพย์ไม่ถือเป็น "สินค้า" ตามบทนิยามของประมวลรัษฎากร การโอน/จ่ายหุ้นจึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ตราสารโอนหุ้นต้องติดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ โดยผู้โอนเป็นผู้มีหน้าที่เสีย |
| ที่ดิน/อสังหาริมทรัพย์ | ไม่เข้า VAT อาจเข้าภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) | หากเข้าเกณฑ์ "ขายเป็นทางค้าหรือหากำไร" ตามมาตรา 91/2(6) ต้องเสีย SBT ในอัตรารวมประมาณ 3.3% ของราคาประเมินทุนทรัพย์หรือราคาตลาดแล้วแต่จำนวนใดสูงกว่า พร้อมค่าธรรมเนียมโอนที่กรมที่ดิน |
กรณีที่ดินมีรายละเอียดเงื่อนไขยกเว้น SBT ปลีกย่อยหลายจุด (เช่น ระยะเวลาการถือครอง วัตถุประสงค์การได้มา ที่ดินนั้นใช้ในกิจการหรือไม่)
จึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีก่อนโอนกรรมสิทธิ์จริงที่กรมที่ดิน
เพื่อไม่ให้ประเมินภาษีผิดพลาด
ภาระหัก ณ ที่จ่ายของผู้ถือหุ้น เมื่อได้รับทรัพย์สินแทนเงินสด
แม้จะจ่ายเป็นทรัพย์สิน แต่ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร "เงินได้พึงประเมิน" หมายรวมถึงทรัพย์สินซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงินด้วย
เงินปันผลที่จ่ายเป็นทรัพย์สินจึงยังคงเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ข) เช่นเดียวกับปันผลเงินสดทุกประการ
บริษัทผู้จ่ายยังมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% ของมูลค่าตลาดของทรัพย์สินที่จ่าย (สำหรับผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดา) และนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
ให้ผู้ถือหุ้นไว้ใช้ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปลายปี
ปัญหาที่พบบ่อยในทางปฏิบัติคือ "ผู้ถือหุ้นได้รับที่ดินหรือหุ้น แต่ไม่ได้รับเงินสดสักบาท" บริษัทจึงต้องหาเงินสดมาสำรองนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายแทนผู้ถือหุ้นไปก่อน
หรือกำหนดในมติที่ประชุมให้ผู้ถือหุ้นนำเงินสดส่วนหนึ่งมาชำระภาษีให้บริษัทก่อนรับมอบทรัพย์สิน มิฉะนั้นบริษัทจะมีความเสี่ยงถูกเรียกให้รับผิดร่วมกับผู้มีเงินได้ในภาษีที่ไม่ได้นำส่ง
นิติบุคคลไทยที่เข้าเงื่อนไขได้รับยกเว้นภาษีเงินปันผลระหว่างบริษัท โดยหลักการสิทธิยกเว้นนี้ยังคงใช้ได้แม้ปันผลจะจ่ายเป็นทรัพย์สินแทนเงินสด เพราะกฎหมายพิจารณาที่ลักษณะของเงินได้
ไม่ใช่รูปแบบการชำระ
แต่ควรให้ผู้ตรวจสอบบัญชี/ที่ปรึกษาภาษียืนยันเงื่อนไขครบถ้วนเป็นรายกรณีก่อนดำเนินการ
เอกสารที่ต้องเตรียมให้ครบก่อนจ่ายปันผลเป็นทรัพย์สิน
เพราะการจ่ายปันผลเป็นทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับภาษีหลายประเภทพร้อมกัน บริษัทจึงควรเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้ให้ครบก่อนดำเนินการจริง
- รายงานประเมินมูลค่าทรัพย์สินจากผู้ประเมินอิสระ หรือหลักฐานราคาตลาดที่น่าเชื่อถือ ณ วันที่จ่าย
- มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น/กรรมการที่ระบุชนิดทรัพย์สิน มูลค่า และสัดส่วนที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายได้รับอย่างชัดเจน
- เอกสารโอนกรรมสิทธิ์ตามประเภททรัพย์สิน เช่นสัญญาโอนหุ้น หนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน ณ กรมที่ดิน หรือใบส่งมอบสินค้า
- ใบกำกับภาษีขายและแบบ ภ.พ.30 หากทรัพย์สินเข้าเกณฑ์ VAT
- หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) และแบบ ภ.ง.ด.2 พร้อมหลักฐานการนำส่งภาษี
- บันทึกบัญชีรับรู้กำไรหรือขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สินให้ตรงกับมูลค่าตลาดที่ใช้จริง
หากเตรียมเอกสารครบและตีราคาทรัพย์สินตามหลักฐานที่น่าเชื่อถือตั้งแต่ต้น การจ่ายปันผลเป็นทรัพย์สินก็สามารถทำได้อย่างถูกต้องและตรวจสอบได้
ลดความเสี่ยงจากการถูกประเมินภาษีย้อนหลังในอนาคต บทความนี้เป็นข้อมูลให้ความรู้ทั่วไป
กรณีจริงของแต่ละบริษัทควรปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีเพื่อประเมินข้อเท็จจริงเฉพาะราย
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง ปันผลเป็นทรัพย์สินแทนเงินสด เสียภาษีอย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง
เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บริษัทจำกัดจ่ายปันผลเป็นทรัพย์สินแทนเงินสดได้หรือไม่
ได้ กฎหมายไม่ได้บังคับว่าเงินปันผลต้องจ่ายเป็นเงินสดเสมอไป แต่ต้องมีมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นระบุชัดเจนว่าจ่ายเป็นทรัพย์สินชนิดใด มูลค่าเท่าใด
และยังต้องทำตามขั้นตอนตามกฎหมายเหมือนปันผลเงินสดทุกประการ เช่น
การตั้งสำรองตามกฎหมายและการจัดประชุมอนุมัติ
ต้องตีราคาทรัพย์สินที่จ่ายปันผลอย่างไร ใช้ราคาทุนได้หรือไม่
ต้องใช้ราคาตลาด (มูลค่ายุติธรรม) ณ วันที่จ่ายจริง ไม่ใช่ราคาทุนหรือราคาตามบัญชี เพราะประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ทวิ (4)
ให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินตีราคาตามราคาตลาดหากพบว่าโอนทรัพย์สินโดยไม่มีค่าตอบแทนเป็นเงินสด
ผลต่างระหว่างราคาตลาดกับราคาตามบัญชีต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
จ่ายปันผลเป็นหุ้นบริษัทอื่นหรือสินค้าคงเหลือ ต้องเสีย VAT หรือไม่
ขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์สิน หากเป็นสินค้าคงเหลือของกิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ถือเป็นการขายตามมาตรา 77/1(8) ต้องเสีย VAT 7% จากราคาตลาดและยื่นแบบ ภ.พ.30
แต่หากเป็นหุ้นของบริษัทอื่น หลักทรัพย์ไม่ถือเป็นสินค้าตามประมวลรัษฎากร
การโอนหุ้นจึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แม้ต้องเสียอากรแสตมป์บนตราสารโอนหุ้นแทน ส่วนที่ดินไม่เข้าระบบ VAT แต่อาจเข้าภาษีธุรกิจเฉพาะหากเข้าเกณฑ์ขายเป็นทางค้าหรือหากำไร
ผู้ถือหุ้นที่ได้รับทรัพย์สินแทนเงินสด ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายเท่าไร และใครนำส่งเงินภาษี
ยังคงถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% ของมูลค่าตลาดทรัพย์สินเช่นเดียวกับปันผลเงินสด บริษัทผู้จ่ายมีหน้าที่นำส่งภาษีด้วยแบบ ภ.ง.ด.2 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
เนื่องจากผู้ถือหุ้นไม่ได้รับเงินสด บริษัทจึงต้องสำรองเงินสดนำส่งภาษีแทนไปก่อน
หรือกำหนดให้ผู้ถือหุ้นนำเงินสดมาชำระภาษีส่วนนี้ก่อนรับมอบทรัพย์สินจริง
สำหรับเจ้าของกิจการที่ยังไม่แน่ใจว่าควรจดบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนแบบไหนเหมาะกับตัวเอง สามารถปรึกษาทีมจดทะเบียนธุรกิจของ A Plus Me เพื่อวางแผนโครงสร้างและเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้น