ทุนจดทะเบียน คือจำนวนเงินที่ผู้ถือหุ้นตกลงกันจะลงทุนในบริษัท ซึ่งจะปรากฏในหนังสือรับรองบริษัทและเอกสารทุกฉบับ ทุนจดทะเบียนไม่ได้หมายความว่าต้องนำเงินสดจริง ๆ เข้าบริษัทเต็มจำนวนตั้งแต่วันแรก แต่กฎหมายกำหนดให้ชำระขั้นต่ำ 25% ของทุนจดทะเบียน ณ วันที่จด การเลือกทุนจดทะเบียนที่เหมาะสมจึงมีผลต่อหลายเรื่อง ทั้งภาษี ค่าธรรมเนียม และภาพลักษณ์ธุรกิจ

ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำตามกฎหมาย

กฎหมายไทย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) ไม่ได้กำหนดทุนขั้นต่ำสำหรับบริษัทจำกัดทั่วไป ดังนั้นในทางทฤษฎีจดได้ตั้งแต่ 1 บาท แต่ในทางปฏิบัติมีเกณฑ์ที่ต้องคำนึงถึงหลายด้าน:

  • ทุนต่ำสุดที่ใช้งานได้จริง: ส่วนใหญ่แนะนำ 1,000,000 บาท (1 ล้าน) เนื่องจากได้รับสิทธิ์อัตราภาษีขั้นบันได
  • ทุนขั้นต่ำสำหรับงานราชการบางประเภท: เช่น งานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (ขึ้นอยู่กับมูลค่างาน)
  • ทุนที่ธนาคารพิจารณาสินเชื่อ: ยิ่งทุนสูง ยิ่งน่าเชื่อถือในสายตาธนาคาร

ผลกระทบของทุนจดทะเบียนต่ออัตราภาษีนิติบุคคล

นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจ เพราะทุนจดทะเบียนกำหนดว่าบริษัทจะได้รับสิทธิ์ภาษีอัตราขั้นบันได (SME) หรือไม่:

ทุนจดทะเบียน สิทธิ์ภาษี SME อัตราภาษีนิติบุคคล
ไม่เกิน 5 ล้านบาท ✓ ได้รับสิทธิ์ กำไรสุทธิ 0–300,000 บาท → 0%
กำไร 300,001–3,000,000 บาท → 15%
กำไรส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท → 20%
เกิน 5 ล้านบาท ✗ ไม่ได้รับสิทธิ์ กำไรสุทธิทั้งหมด → 20% อัตราเดียว

บทสรุปเรื่องภาษี: ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาทได้เปรียบกว่า

บริษัทที่มีทุนจดทะเบียน ไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท จะได้รับสิทธิ์ภาษีขั้นบันได ทำให้ช่วงกำไร 0–300,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษีเลย ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับบริษัทที่เพิ่งเริ่มต้น ดังนั้นหากไม่มีเหตุผลพิเศษ ควรตั้งทุนที่ ไม่เกิน 5 ล้านบาท

ค่าธรรมเนียม DBD ตามขนาดทุนจดทะเบียน

ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนบริษัทต่อ DBD คิดตามทุนจดทะเบียน:

ทุนจดทะเบียน ค่าธรรมเนียมจดตั้ง (บาท)
100,001 – 500,000 บาท 1,000
500,001 – 1,000,000 บาท 2,000
1,000,001 – 5,000,000 บาท 5,000
5,000,001 – 25,000,000 บาท 25,000
มากกว่า 25,000,000 บาท คิดทุก 100,000 บาท = 100 บาท (สูงสุด 250,000 บาท)

เกณฑ์ทุนที่งานประเภทต่าง ๆ กำหนด

บางประเภทธุรกิจหรืองานราชการมีเกณฑ์ทุนขั้นต่ำ:

  • งานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ: มักกำหนดให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่างาน หรือตามเงื่อนไขที่ระบุในเอกสารประกวดราคา
  • ใบอนุญาตธุรกิจเฉพาะ: เช่น ธุรกิจรักษาความปลอดภัย ธุรกิจนำเที่ยว ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง มีทุนขั้นต่ำตามกฎหมายเฉพาะ
  • สินเชื่อธุรกิจ SME: บางธนาคารพิจารณาทุนจดทะเบียนชำระแล้วประกอบด้วย แต่น้ำหนักหลักอยู่ที่กระแสเงินสดและประวัติธุรกิจ
  • การขอ BOI: ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ บางกรณีต้องมีทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท

ทุนจดทะเบียนกับความน่าเชื่อถือของบริษัท

นอกจากเรื่องภาษีและค่าธรรมเนียม ทุนจดทะเบียนยังสื่อถึง ขนาดและความพร้อมของธุรกิจ ในสายตาคู่ค้า ลูกค้า และสถาบันการเงิน:

  • ทุน 1 แสน – 5 แสนบาท: เหมาะกับ Freelancer หรือธุรกิจบริการเล็ก ๆ ที่ต้องการสถานะนิติบุคคล
  • ทุน 1 ล้านบาท: ระดับที่ SME ทั่วไปนิยม สมดุลระหว่างต้นทุนและความน่าเชื่อถือ
  • ทุน 2–5 ล้านบาท: เหมาะกับธุรกิจที่ต้องทำงานกับลูกค้าองค์กรหรือภาครัฐ
  • ทุนมากกว่า 5 ล้านบาท: สูญเสียสิทธิ์ภาษีขั้นบันได ควรมีเหตุผลชัดเจน เช่น ข้อกำหนดใบอนุญาตเฉพาะ

เงินชำระแล้วกับทุนจดทะเบียน ต่างกันอย่างไร

ผู้ประกอบการมักสับสนระหว่างสองคำนี้:

  • ทุนจดทะเบียน: จำนวนเงินทั้งหมดที่ผู้ถือหุ้นตกลงจะลงทุน ปรากฏในหนังสือรับรอง
  • ทุนชำระแล้ว (Paid-up Capital): จำนวนเงินที่ผู้ถือหุ้นนำเข้าบริษัทจริง ๆ กฎหมายกำหนดให้ชำระขั้นต่ำ 25% ของทุนจดทะเบียนภายในวันที่จดทะเบียน

ตัวอย่าง: จดทะเบียนบริษัททุน 1 ล้านบาท ต้องนำเงินเข้าบริษัทจริงอย่างน้อย 250,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 750,000 บาทจะเรียกชำระในภายหลังได้

การเพิ่มทุนหลังจดทะเบียนแล้ว ทำได้ไหม

ทำได้ครับ บริษัทสามารถ เพิ่มทุนจดทะเบียน ได้ในภายหลัง โดยต้องผ่านมติที่ประชุมพิเศษผู้ถือหุ้น จดแก้ไขทะเบียนต่อ DBD และออกหุ้นใหม่ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมหรือผู้ถือหุ้นใหม่ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องจดทุนสูงตั้งแต่แรกหากไม่แน่ใจ สามารถเริ่มต้นด้วยทุนเหมาะสมและเพิ่มภายหลังได้

สรุปคำแนะนำการเลือกทุนจดทะเบียนสำหรับ SME

  • ธุรกิจบริการทั่วไป / Freelancer: ทุน 500,000 – 1,000,000 บาท
  • ธุรกิจซื้อมาขายไป / ค้าปลีกค้าส่ง: ทุน 1,000,000 – 2,000,000 บาท
  • ธุรกิจที่ต้องทำงานกับองค์กรหรือภาครัฐ: ทุน 2,000,000 – 5,000,000 บาท
  • ธุรกิจที่ต้องการใบอนุญาตพิเศษ: ตามเกณฑ์ที่กำหนดในกฎหมายเฉพาะ
  • ในทุกกรณี ไม่ควรเกิน 5 ล้านบาท เว้นแต่มีความจำเป็นชัดเจน เพื่อรักษาสิทธิ์ภาษีขั้นบันได

ให้ A Plus Me ช่วยวางโครงสร้างบริษัทตั้งแต่ต้น

ที่ A Plus Me เราให้คำแนะนำการเลือกทุนจดทะเบียนและโครงสร้างบริษัทที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ:

  • วิเคราะห์ขนาดทุนที่เหมาะสม: จากประเภทธุรกิจ แผนการเติบโต และสิทธิ์ประโยชน์ภาษีที่ต้องการ
  • วางโครงสร้างผู้ถือหุ้น: สัดส่วนที่เหมาะสมระหว่างผู้ก่อตั้ง ผู้ร่วมลงทุน และนักลงทุน
  • ดำเนินการจดทะเบียน: ยื่นแบบ บอจ.1 – บอจ.3 และเอกสารประกอบทุกฉบับ
  • วางระบบบัญชีหลังจด: ให้พร้อมยื่นภาษีตั้งแต่เดือนแรก

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

ต่อยอดจากบทความนี้

ถ้าต้องการเลือกทุนจดทะเบียนให้เหมาะกับธุรกิจ คู่ค้า ธนาคาร และภาษี ดูหน้า ประเมินทุนจดทะเบียนบริษัทกับทีม A Plus Me เพื่อวางข้อมูลก่อนยื่นจดจริง

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง ทุนจดทะเบียนบริษัท ควรจดเท่าไหร่ดี? เลือกให้เหมาะกับธุรกิจ ภาษี และแผนการเติบโต ควรใช้คู่กับเอกสารนิติบุคคลจริง เช่น หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น มติประชุม และข้อมูลที่ยื่นกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อให้การตัดสินใจไม่ยึดจากคำอธิบายทั่วไปเพียงอย่างเดียว

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • ตรวจข้อมูลบริษัท กรรมการ ผู้ถือหุ้น ที่อยู่ และทุนจดทะเบียนให้ตรงกับเอกสารล่าสุด
  • เตรียมมติหรือหนังสือมอบอำนาจให้ครบก่อนยื่นเปลี่ยนแปลงรายการสำคัญ
  • เช็กผลต่อภาษี บัญชีธนาคาร สัญญาลูกค้า และระบบออกใบกำกับภาษีหลังแก้ข้อมูลนิติบุคคล

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • แก้ข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้วลืมแจ้งสรรพากร ธนาคาร หรือคู่สัญญา
  • ใช้ชื่อ ที่อยู่ หรือผู้มีอำนาจลงนามในใบกำกับภาษีไม่ตรงกับเอกสารบริษัท
  • จดทุนหรือเปลี่ยนกรรมการโดยไม่ประเมินผลต่อความน่าเชื่อถือและภาระเอกสาร

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หลังจากจัดตั้งหรือจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อมูลนิติบุคคลกับ DBD แล้ว มีหน้าที่อื่นใดที่ต้องทำต่อหรือไม่?

ต้องตรวจสอบและแจ้งข้อมูลการเปลี่ยนแปลงไปยังหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพากร (กรณีจด VAT), สำนักงานประกันสังคม (กรณีมีลูกจ้าง), ธนาคารที่เปิดบัญชีเงินฝาก, คู่สัญญาหลักของบริษัท, และปรับปรุงระบบออกใบกำกับภาษีรวมถึงป้ายชื่อสำนักงานให้ถูกต้อง

เอกสารนิติบุคคลพื้นฐานที่บริษัทต้องจัดทำและเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานใหญ่มีอะไรบ้าง?

ต้องจัดเก็บหนังสือรับรองบริษัท, บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5), สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น, วัตถุประสงค์การจัดตั้งบริษัท (บอจ.2), รายงานการประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมผู้ถือหุ้น, และใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนนิติบุคคล

หากต้องการย้ายสำนักงานใหญ่หรือเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ต้องจัดเตรียมข้อมูลอย่างไร?

ต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเพื่อลงมติเห็นชอบ จัดเตรียมแผนที่ตั้งใหม่ สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ และหนังสือแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ จากนั้นนำเอกสารและรายงานการประชุมยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด