งบการเงินระหว่างกาล (Interim Financial Statements) คือชุดรายงานทางการเงินที่จัดทำ ณ จุดกลางของรอบบัญชี ก่อนที่รอบบัญชีประจำปีจะสิ้นสุด สำหรับ SME ไทย

งบชุดนี้ไม่ใช่เพียงเครื่องมือบริหารภายใน

แต่ยังเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) ซึ่งหากประมาณการผิดพลาดอาจมีค่าปรับตามมา บทความนี้อธิบายแต่ละขั้นตอนของการปิดบัญชีระหว่างกาล

ความเชื่อมโยงกับภาระภาษี และข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในทางปฏิบัติ

สารบัญบทความ
  1. งบการเงินระหว่างกาลคืออะไร และ SME ต้องจัดทำหรือไม่
  2. ความเชื่อมโยงกับ ภ.ง.ด.51 และความเสี่ยงค่าปรับ
  3. อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ใช้คำนวณในงบระหว่างกาล
  4. ขั้นตอนการปิดบัญชีระหว่างกาลสำหรับ SME
  5. รายการที่มักพลาดในการปิดบัญชีระหว่างกาล
  6. ข้อควรระวังด้านภาษีมูลค่าเพิ่มในบัญชีระหว่างกาล
  7. การใช้งบระหว่างกาลเพื่อวางแผนภาษีช่วงปลายปี
  8. เช็กลิสต์ปิดบัญชีระหว่างกาล ก่อนยื่น ภ.ง.ด.51
  9. แหล่งอ้างอิงและเอกสารกฎหมายที่ใช้ทบทวน
  10. ตารางนำบทความไปใช้

งบการเงินระหว่างกาลคืออะไร และ SME ต้องจัดทำหรือไม่

งบการเงินระหว่างกาลในบริบทของ SME ไทยหมายถึงงบการเงินที่ครอบคลุม 6 เดือนแรกของรอบบัญชี (หรือช่วงเวลาอื่นที่สั้นกว่าหนึ่งปี) โดยมีองค์ประกอบหลักเช่นเดียวกับงบประจำปี ได้แก่

งบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล) งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด

กฎหมายบัญชีไทย (พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543) ไม่ได้บังคับให้นิติบุคคลทั่วไปส่งงบระหว่างกาลต่อหน่วยงานราชการ ข้อกำหนดนั้นมีเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ต้องส่งรายงาน 6

เดือนต่อ ก.ล.ต. อย่างไรก็ตาม SME

ที่เป็นนิติบุคคลมีภาระต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ทุกรอบบัญชี ซึ่งต้องใช้ตัวเลขกำไรสุทธิช่วงครึ่งปีเป็นฐานคำนวณ การปิดบัญชีระหว่างกาลอย่างเป็นระบบจึงมีความจำเป็นในทางปฏิบัติ

แม้กฎหมายจะไม่บังคับส่งงบนั้นโดยตรง

นอกจากนี้ สถาบันการเงินที่รับพิจารณาสินเชื่อธุรกิจมักขอดูงบระหว่างกาลหรืองบที่อัปเดตล่าสุดเพื่อประเมินสุขภาพทางการเงินของบริษัท

การมีงบระหว่างกาลที่สมบูรณ์จึงช่วยเร่งกระบวนการขอสินเชื่อด้วย

ความเชื่อมโยงกับ ภ.ง.ด.51 และความเสี่ยงค่าปรับ

ภ.ง.ด.51 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบบัญชี ที่นิติบุคคลไทยทุกรายที่มีรอบบัญชี 12 เดือนต้องยื่นพร้อมชำระภาษีล่วงหน้า กำหนดยื่นคือภายใน 2

เดือนนับจากวันสุดท้ายของรอบ 6 เดือนแรก สำหรับบริษัทที่ปิดบัญชี ณ 31 ธันวาคม

กำหนดยื่นคือภายในวันที่ 31 สิงหาคมของปีเดียวกัน

การคำนวณภาษีในแบบ ภ.ง.ด.51 ทำได้สองวิธี

  • วิธีที่ 1 — ใช้กำไรจริงครึ่งปี: นำกำไรสุทธิของ 6 เดือนแรกคูณ 2 เพื่อประมาณกำไรทั้งปี แล้วคำนวณภาษีตามอัตราที่บังคับใช้ จากนั้นชำระครึ่งหนึ่งของจำนวนนั้น วิธีนี้ต้องอาศัยงบกำไรขาดทุนระหว่างกาลที่ผ่านการปิดบัญชีแล้ว
  • วิธีที่ 2 — ใช้กำไรปีก่อนหารสอง: นำกำไรสุทธิของรอบบัญชีก่อนหน้าหารด้วย 2 แล้วคำนวณภาษีจากจำนวนนั้น วิธีนี้ไม่ต้องใช้งบระหว่างกาล แต่มีความเสี่ยงหากกำไรปีปัจจุบันสูงกว่าปีก่อนมาก

จุดเสี่ยงสำคัญ: หากกำไรสุทธิที่ประมาณการในแบบ ภ.ง.ด.51 ต่ำกว่ากำไรสุทธิที่แท้จริงของทั้งปีเกินกว่าร้อยละ 25 บริษัทต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของภาษีที่ขาดชำระ

ดังนั้นการมีงบระหว่างกาลที่แม่นยำช่วยให้เลือกวิธีคำนวณที่ปลอดภัยกว่าได้

(ข้อมูล ณ ปี 2569)

SME ที่ต้องการตรวจสอบว่าบริษัทอยู่ในเกณฑ์ SME สำหรับอัตราภาษีพิเศษหรือไม่ สามารถใช้เครื่องมือ เปรียบเทียบภาษีบุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล ของ A Plus Me เพื่อประเมินเบื้องต้น

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ใช้คำนวณในงบระหว่างกาล

งบกำไรขาดทุนระหว่างกาลต้องรวมการประมาณค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ (Income Tax Expense) ตามอัตราที่คาดว่าจะบังคับใช้ตลอดทั้งปี สำหรับ SME ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท

และ มีรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการไม่เกิน 30

ล้านบาทต่อรอบบัญชี อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลแบบขั้นบันไดมีดังนี้

  • กำไรสุทธิ 0 – 300,000 บาท: ได้รับยกเว้น (0%)
  • กำไรสุทธิ 300,001 – 3,000,000 บาท: 15%
  • กำไรสุทธิส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท: 20%

หากบริษัทไม่เข้าเกณฑ์ SME ทั้งสองข้อ หรือเกินเกณฑ์ในปีใดปีหนึ่ง อัตราภาษีมาตรฐาน 20% จะใช้กับกำไรสุทธิทั้งหมด (ข้อมูล ณ ปี 2569 อ้างอิง PwC Thailand / กรมสรรพากร)

ขั้นตอนการปิดบัญชีระหว่างกาลสำหรับ SME

กระบวนการปิดบัญชีระหว่างกาลโดยทั่วไปดำเนินการตามลำดับต่อไปนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีตามมาตรฐานรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs)

ขั้นตอนที่ 1 — กระทบยอดธนาคารและเงินสด

ตรวจสอบยอดเงินในบัญชีธนาคารตาม Statement กับยอดในสมุดบัญชีของบริษัท ระบุรายการที่ยังไม่ผ่านธนาคาร (Outstanding Cheques / Deposits in Transit) และบันทึกรายการค่าธรรมเนียม

ดอกเบี้ย หรือรายการอัตโนมัติที่อาจพลาดการลงบัญชี

ยอดเงินสดที่กระทบยอดแล้วต้องตรงกับงบแสดงฐานะการเงิน

ขั้นตอนที่ 2 — ตรวจสอบลูกหนี้และเจ้าหนี้การค้า

จัดทำรายงานอายุลูกหนี้ (Aging Report) เพื่อระบุยอดที่ค้างชำระเกินกำหนดและพิจารณาตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญตามนโยบายบัญชีของบริษัท สำหรับเจ้าหนี้ให้กระทบยอดกับ Statement

ของผู้ขายเพื่อป้องกันการบันทึกซ้ำหรือขาดหาย

รายการที่ไม่ตรงต้องสอบสวนและแก้ไขก่อนปิดงวด

ขั้นตอนที่ 3 — คำนวณและบันทึกค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย

คำนวณค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ถาวรและค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสำหรับงวด 6 เดือน โดยใช้วิธีเส้นตรง (Straight-Line) หรือวิธีที่กิจการเลือกตามนโยบาย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือลืมคำนวณค่าเสื่อมของสินทรัพย์ที่เพิ่งซื้อในงวด

หรือลืมหยุดคำนวณสำหรับสินทรัพย์ที่ตัดจำหน่ายหมดแล้ว

ขั้นตอนที่ 4 — บันทึกรายการค้างรับและค้างจ่าย

ตรวจสอบว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในงวดแต่ยังไม่มีใบแจ้งหนี้ได้รับการตั้งค้างจ่าย (Accrued Expenses) แล้ว เช่น เงินเดือนที่ตกค้าง ค่าสาธารณูปโภค ค่าบริการวิชาชีพ ในทางเดียวกัน

รายได้ที่ให้บริการแล้วแต่ยังไม่ออกใบแจ้งหนี้ควรตั้งเป็นรายได้ค้างรับ (Accrued Revenue) เพื่อให้งบกำไรขาดทุนสะท้อนผลการดำเนินงานจริง

ขั้นตอนที่ 5 — ตรวจสอบสินค้าคงเหลือและต้นทุน

สำหรับกิจการที่มีสินค้าคงเหลือ ควรตรวจนับสต็อกเปรียบเทียบกับระบบ (ถ้าเป็นไปได้) และบันทึกการด้อยค่าหรือสินค้าเสื่อมคุณภาพ

ต้นทุนขายที่ปรากฏในงบกำไรขาดทุนต้องสอดคล้องกับวิธีการตีราคาสินค้า (FIFO หรือราคาทุนถัวเฉลี่ย) ที่บริษัทใช้สม่ำเสมอ

ขั้นตอนที่ 6 — จัดทำงบทดลองปรับปรุงและงบการเงิน

นำรายการปรับปรุงทั้งหมดจากขั้นตอนข้างต้นมารวมในงบทดลองปรับปรุง (Adjusted Trial Balance) เพื่อยืนยันว่ายอดเดบิตและเครดิตสมดุล จากนั้นจัดทำงบแสดงฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน

และงบกระแสเงินสด (อย่างน้อย 2 ชุดหลัก) เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับ

ภ.ง.ด.51 และการตัดสินใจบริหาร

รายการที่มักพลาดในการปิดบัญชีระหว่างกาล

จากประสบการณ์ให้บริการบัญชีแก่ SME หลากหลายอุตสาหกรรม รายการที่พลาดบ่อยที่สุดและมีผลต่อความถูกต้องของงบระหว่างกาลมีดังนี้

  • ลืมตั้งค่าประกันภัยล่วงหน้า (Prepaid Insurance): เบี้ยประกันที่จ่ายล่วงหน้าทั้งปีต้องปันส่วนเป็นค่าใช้จ่ายตามงวดบัญชี ไม่ใช่บันทึกทั้งจำนวนเมื่อจ่าย
  • ไม่ปันส่วนรายได้รับล่วงหน้า (Deferred Revenue): เงินที่ได้รับล่วงหน้าจากลูกค้าที่ยังไม่ส่งมอบสินค้า/บริการครบถ้วนต้องยังคงเป็นหนี้สินในงบดุล
  • บัญชีพักค้างนาน (Old Suspense Items): รายการในบัญชีพักที่ค้างไว้ข้ามงวดโดยไม่มีการสอบสวนเป็นสัญญาณเตือนว่าอาจมีข้อผิดพลาดซ่อนอยู่ ควรล้างทุกรายการก่อนปิดงวด
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ค้างชำระไม่ตรง: ยอดภาษีซื้อและภาษีขายสะสมในบัญชีต้องตรงกับรายงานภาษีที่ยื่นแต่ละเดือน ความคลาดเคลื่อนบ่งบอกว่ามีรายการที่บันทึกผิดงวด
  • ไม่คำนวณภาษีเงินได้ค้างจ่าย (Tax Payable): งบกำไรขาดทุนระหว่างกาลต้องสะท้อนภาระภาษีเงินได้โดยประมาณ ไม่ใช่แสดงกำไรก่อนหักภาษีเพียงอย่างเดียว

ข้อควรระวังด้านภาษีมูลค่าเพิ่มในบัญชีระหว่างกาล

ในการปิดบัญชีระหว่างกาล รายได้ที่บันทึกในงบกำไรขาดทุนต้องเป็นยอดไม่รวม VAT เสมอ เพราะ VAT ที่เรียกเก็บจากลูกค้าเป็นหนี้สินที่ต้องส่งกรมสรรพากร ไม่ใช่รายได้ของกิจการ

การบันทึกผิดโดยรวม VAT

เข้าไปในยอดขายจะทำให้กำไรสุทธิสูงเกินจริงและส่งผลต่อการคำนวณภาษีในแบบ ภ.ง.ด.51

อัตรา VAT ในปัจจุบันอยู่ที่ 7% (รวมภาษีท้องถิ่น) ซึ่งเป็นอัตราลดหย่อนจากอัตราตามกฎหมาย 10% โดยขยายเวลาผ่านพระราชกฤษฎีกาเป็นรายปี ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้ ณ

ปีที่จัดทำงบกับกรมสรรพากร (ข้อมูล ณ ปี 2569)

การใช้งบระหว่างกาลเพื่อวางแผนภาษีช่วงปลายปี

งบระหว่างกาลที่แม่นยำไม่ได้มีประโยชน์แค่สำหรับ ภ.ง.ด.51 เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนภาษีปลายปีที่ดี เมื่อรู้กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกแล้ว ผู้บริหารสามารถ

  • ประเมินว่าบริษัทจะยังคงอยู่ในเกณฑ์ SME (รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท) สำหรับปีนั้นหรือไม่
  • พิจารณาเร่งหรือเลื่อนการรับรู้รายได้และค่าใช้จ่ายในช่วง 6 เดือนหลังให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ภาษี
  • วางแผนการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่จะส่งผลต่อค่าเสื่อมราคาในปีนั้น
  • ตรวจสอบว่ามีสิทธิ์หักค่าใช้จ่ายพิเศษตามมาตรการส่งเสริมของกรมสรรพากรในช่วงนั้นหรือไม่

หากต้องการประเมินสุขภาพทางการเงินและความเสี่ยงภาษีของธุรกิจอย่างครอบคลุม ลองใช้เครื่องมือ ประเมินความเสี่ยงภาษีธุรกิจ ของ A Plus Me ได้ฟรี

เช็กลิสต์ปิดบัญชีระหว่างกาล ก่อนยื่น ภ.ง.ด.51

ก่อนยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ให้ตรวจสอบรายการต่อไปนี้ให้ครบถ้วน เพื่อลดความเสี่ยงประมาณการผิดพลาดเกิน 25%

เช็กลิสต์ด้านบัญชี

  • กระทบยอดธนาคารทุกบัญชีเรียบร้อย ไม่มียอดค้างที่อธิบายไม่ได้
  • ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายคำนวณครบทุกรายการในทะเบียนสินทรัพย์
  • รายการค้างรับและค้างจ่ายบันทึกครบถ้วนตามหลักเกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis)
  • สินค้าคงเหลือตรงกับระบบหรือการตรวจนับล่าสุด
  • งบทดลองปรับปรุงมียอดเดบิตเครดิตสมดุล
  • ยอด VAT สะสมตรงกับรายงานภาษีที่ยื่นทุกเดือน

เช็กลิสต์ด้านภาษี

  • ตรวจสอบว่ายังเข้าเกณฑ์ SME (ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ≤ 5 ล้านบาท และรายได้ ≤ 30 ล้านบาท) หรือไม่
  • เลือกวิธีคำนวณ ภ.ง.ด.51 ที่เหมาะสม (ใช้กำไรจริงครึ่งปี vs กำไรปีก่อนหารสอง)
  • ประมาณการกำไรทั้งปีและตรวจว่าภาษีที่จะชำระในแบบ ภ.ง.ด.51 ไม่ต่ำเกินไปจนเสี่ยงเงินเพิ่ม 20%
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ถูกหักไว้ตลอด 6 เดือนนำมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระแล้ว

แหล่งอ้างอิงและเอกสารกฎหมายที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
งบการเงินระหว่างกาลคืออะไร และ SME ต้องจัดทำหรือไม่ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ความเชื่อมโยงกับ ภ.ง.ด.51 และความเสี่ยงค่าปรับตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ใช้คำนวณในงบระหว่างกาลตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ การจัดทำรายงานงบการเงินระหว่างกาล

SME ต้องจัดทำงบการเงินระหว่างกาลเพื่ออะไร และมีผลต่อภาษีอย่างไร?

งบการเงินระหว่างกาล 6 เดือนแรกของรอบบัญชีใช้เป็นฐานในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 (ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี) ซึ่งต้องยื่นภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของรอบ 6 เดือนแรก

หากประมาณการกำไรต่ำกว่าความเป็นจริงเกิน 25% บริษัทต้องเสียเงินเพิ่มอีก 20%

ของภาษีส่วนที่ขาด งบระหว่างกาลที่แม่นยำจึงช่วยควบคุมความเสี่ยงนี้โดยตรง

งบการเงินระหว่างกาลสำหรับ SME ต้องผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีหรือไม่?

กฎหมายการบัญชี พ.ร.บ. 2543 กำหนดให้งบการเงินประจำปีของนิติบุคคลต้องผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) แต่งบระหว่างกาลสำหรับ SME โดยทั่วไปจัดทำเพื่อใช้ภายใน

ไม่มีข้อกำหนดให้ส่งหน่วยงานราชการหรือต้องผ่าน CPA อย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม หากใช้ประกอบการขอสินเชื่อหรือดึงดูดนักลงทุน สถาบันการเงินมักต้องการงบที่ผ่านการ review หรือ agreed-upon procedures จากผู้สอบบัญชี

ขั้นตอนการปิดบัญชีระหว่างกาลแตกต่างจากการปิดงบประจำปีอย่างไร?

การปิดบัญชีระหว่างกาลใช้หลักการเดียวกับการปิดงบประจำปี ได้แก่ กระทบยอดธนาคาร ตรวจสอบลูกหนี้/เจ้าหนี้คงค้าง คำนวณค่าเสื่อมราคา และตั้งรายการค้างรับค้างจ่าย

แต่ไม่ต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติหรือส่ง DBD e-Filing เพราะเป็นงบภายใน

ความแตกต่างหลักคือระดับความละเอียดและการตรวจสอบอิสระซึ่งมีน้อยกว่างบประจำปี

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง การปิดบัญชีและจัดทำรายงานงบการเงินระหว่างกาล (Interim Financial Statements) สำหรับ SME

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ การปิดบัญชีและจัดทำรายงานงบการเงินระหว่างกาล (Interim Financial Statements) สำหรับ SME

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล