คำตอบสั้นๆ คือ BEPS Pillar Two หรือมาตรการภาษีขั้นต่ำทั่วโลก 15% มุ่งเป้าไปที่กลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีรายได้รวมทั่วโลกตั้งแต่ 750 ล้านยูโรขึ้นไปเท่านั้น ธุรกิจ SME ไทยทั่วไปจึงไม่ได้อยู่ในข่ายที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการนี้โดยตรง แต่ก็ควรทำความเข้าใจไว้ เพราะอาจส่งผลทางอ้อมต่อคู่ค้าหรือบริษัทแม่ในเครือข่ายข้ามชาติที่ SME ไทยทำธุรกิจด้วย บทความนี้อธิบายให้เข้าใจง่ายว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณแค่ไหน

BEPS Pillar Two คืออะไร

BEPS ย่อมาจาก Base Erosion and Profit Shifting เป็นแผนงานที่องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ร่วมกับกลุ่มประเทศ G20 ผลักดันขึ้นเพื่อแก้ปัญหาบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่โยกย้ายกำไรไปยังประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำหรือเป็นแหล่งหลบเลี่ยงภาษี (Tax Haven) ส่วน Pillar Two คือมาตรการที่กำหนด "อัตราภาษีขั้นต่ำทั่วโลก" ไว้ที่ 15% สำหรับกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ หากบริษัทในเครือใดเสียภาษีจริงในประเทศหนึ่งต่ำกว่า 15% บริษัทแม่หรือประเทศอื่นในเครือข่ายจะมีสิทธิเก็บภาษีส่วนต่างเพิ่มเติมให้ครบ 15% ตามกลไกที่กำหนดไว้

ใครบ้างที่อยู่ในข่ายต้องปฏิบัติตาม

มาตรการนี้ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ กลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ (Multinational Enterprise Groups) ที่มีรายได้รวมทั่วโลกตั้งแต่ 750 ล้านยูโรขึ้นไปในงบการเงินรวมอย่างน้อย 2 ใน 4 ปีล่าสุด ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่กำหนดในระดับสากลและควรตรวจสอบตัวเลขที่ปรับปรุงล่าสุดกับผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นตัวเลขที่มาจากข้อตกลงระหว่างประเทศ SME ไทยทั่วไปที่มีรายได้ไม่ถึงระดับนี้จึงไม่ได้อยู่ในข่ายต้องปฏิบัติตามมาตรการ Pillar Two โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลางที่ดำเนินการเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

แล้ว SME ไทยต้องสนใจเรื่องนี้หรือไม่

แม้จะไม่ได้ถูกบังคับใช้โดยตรง แต่ SME ไทยบางกลุ่มอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมในลักษณะต่อไปนี้

  • เป็นคู่ค้าหรือซัพพลายเออร์ของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่: บริษัทแม่ข้ามชาติอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างราคาหรือธุรกรรมระหว่างกันเพื่อประกอบการรายงานภาษีของกลุ่มบริษัท
  • เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่มีบริษัทแม่ในต่างประเทศ: หากบริษัทแม่ในเครือข่ายเข้าเกณฑ์รายได้ 750 ล้านยูโร แม้บริษัทลูกในไทยจะมีขนาดเล็ก ก็อาจต้องให้ข้อมูลทางการเงินประกอบการคำนวณภาษีของกลุ่มทั้งหมด
  • ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI หรือมาตรการส่งเสริมการลงทุน: ในกรณีที่กิจการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่เข้าเกณฑ์ Pillar Two สิทธิยกเว้นภาษีที่เคยได้รับอาจถูกคำนวณรวมในอัตราภาษีที่แท้จริงของกลุ่ม ซึ่งอาจทำให้เกิดภาษีส่วนเพิ่มในประเทศอื่นได้ ประเด็นนี้มีความซับซ้อนสูงและควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศโดยตรง

ผลกระทบต่อประเทศไทยในภาพรวม

ประเทศไทยในฐานะสมาชิกกรอบความร่วมมือของ OECD ได้มีการศึกษาและดำเนินการเพื่อรองรับมาตรการ Pillar Two รวมถึงการพิจารณาแนวทางเก็บภาษีส่วนเพิ่มในประเทศ (Domestic Minimum Top-up Tax) เพื่อไม่ให้สิทธิเก็บภาษีจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่ลงทุนในไทยตกไปอยู่กับประเทศอื่น รายละเอียดของกฎหมายและแนวปฏิบัติยังมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เจ้าของธุรกิจที่มีการลงทุนหรือเป็นเครือข่ายกับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ควรติดตามประกาศจากกรมสรรพากรและ BOI อย่างใกล้ชิด และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศเพื่อประเมินผลกระทบที่แท้จริง

ตารางสรุปผลกระทบตามขนาดธุรกิจ

ลักษณะธุรกิจเกี่ยวข้องกับ Pillar Two หรือไม่
SME ไทยทั่วไป ดำเนินการเฉพาะในประเทศไม่เกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ต้องดำเนินการใดๆ
SME ที่เป็นคู่ค้าของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่อาจถูกขอข้อมูลประกอบการรายงานของคู่ค้า
บริษัทลูกในไทยของกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่เข้าเกณฑ์เกี่ยวข้อง ต้องให้ข้อมูลประกอบการคำนวณของกลุ่ม
กิจการได้รับสิทธิ BOI และอยู่ในเครือข่ายข้ามชาติขนาดใหญ่ควรตรวจสอบผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ภาษีร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ

ตัวอย่างสถานการณ์ที่ SME ไทยอาจเจอ

บริษัท SME ไทยแห่งหนึ่งเป็นซัพพลายเออร์ผลิตชิ้นส่วนให้กับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีโรงงานในไทย บริษัทแม่ของลูกค้ารายนี้อยู่ในข่าย Pillar Two เนื่องจากมีรายได้รวมทั่วโลกเกินเกณฑ์ที่กำหนด แม้ SME ไทยรายนี้จะไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มเติมใดๆ จาก Pillar Two โดยตรง แต่บริษัทลูกค้าอาจขอข้อมูลราคาซื้อขายและเงื่อนไขทางธุรกิจเพิ่มเติม เพื่อประกอบการจัดทำรายงานตามมาตรฐานสากลของกลุ่มบริษัท ในกรณีนี้ SME ไทยเพียงต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อมเมื่อถูกร้องขอ ไม่ได้มีภาระภาษีเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ข้อควรระวังและความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

  • เข้าใจผิดว่า SME ทุกแห่งต้องเสียภาษีขั้นต่ำ 15%: ความจริงมาตรการนี้ใช้เฉพาะกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่เข้าเกณฑ์รายได้เท่านั้น ไม่ได้เปลี่ยนอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของ SME ไทยทั่วไปที่ยังคงเป็นไปตามอัตราปกติ
  • สับสนระหว่าง Pillar One และ Pillar Two: Pillar One เกี่ยวกับการจัดสรรสิทธิเก็บภาษีจากกำไรของบริษัทดิจิทัลข้ามชาติ ส่วน Pillar Two คือภาษีขั้นต่ำทั่วโลก ทั้งสองเป็นคนละมาตรการที่มีเป้าหมายต่างกัน
  • ไม่ตรวจสอบว่าตัวเองอยู่ในเครือข่ายบริษัทข้ามชาติหรือไม่: หากมีบริษัทแม่หรือบริษัทในเครือต่างประเทศ ควรสอบถามฝ่ายภาษีของกลุ่มบริษัทว่าเข้าเกณฑ์ Pillar Two หรือไม่ เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
  • ละเลยผลกระทบต่อสิทธิ BOI ในระยะยาว: กิจการที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีจาก BOI และอยู่ในเครือข่ายข้ามชาติขนาดใหญ่ ควรติดตามแนวทางที่ภาครัฐจะออกมารองรับ เพื่อวางแผนการลงทุนในระยะยาวให้เหมาะสม

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

สำหรับ SME ไทยส่วนใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจเฉพาะในประเทศและมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ไม่จำเป็นต้องกังวลหรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับ BEPS Pillar Two แต่หากธุรกิจของคุณเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายบริษัทข้ามชาติ ไม่ว่าจะในฐานะบริษัทลูก คู่ค้าหลัก หรือผู้รับสิทธิประโยชน์การลงทุนร่วมกับนักลงทุนต่างชาติ ควรเริ่มติดตามข้อมูลจากกรมสรรพากรและ BOI อย่างสม่ำเสมอ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศเพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ เนื่องจากรายละเอียดกฎหมายและแนวปฏิบัติยังมีการปรับปรุงต่อเนื่อง

เมื่อไหร่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

หากกิจการของคุณมีผู้ถือหุ้นต่างชาติ เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทข้ามชาติ หรือได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศเพื่อตรวจสอบว่าธุรกิจของคุณเกี่ยวข้องกับมาตรการ BEPS Pillar Two ในทางใดทางหนึ่งหรือไม่ การเข้าใจผลกระทบตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้วางแผนโครงสร้างธุรกิจและการลงทุนได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง BEPS Pillar Two ภาษีขั้นต่ำทั่วโลก กระทบ SME ไทยแค่ไหน ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

BEPS Pillar Two คืออะไรโดยสรุป

เป็นมาตรการกำหนดอัตราภาษีขั้นต่ำทั่วโลก 15% สำหรับกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ หากบริษัทในเครือเสียภาษีจริงต่ำกว่า 15% ในประเทศใดประเทศหนึ่ง ประเทศอื่นในเครือข่ายมีสิทธิเก็บภาษีส่วนต่างเพิ่มเติมให้ครบตามกลไกที่กำหนด

SME ไทยทั่วไปต้องเสียภาษีขั้นต่ำ 15% ตาม Pillar Two หรือไม่

ไม่ต้อง มาตรการนี้ใช้เฉพาะกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีรายได้รวมทั่วโลกตั้งแต่ 750 ล้านยูโรขึ้นไปเท่านั้น SME ไทยทั่วไปที่ไม่เข้าเกณฑ์นี้ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงและยังเสียภาษีตามอัตราปกติของประเทศไทย

Pillar One กับ Pillar Two ต่างกันอย่างไร

Pillar One เกี่ยวกับการจัดสรรสิทธิเก็บภาษีจากกำไรของบริษัทดิจิทัลข้ามชาติให้ประเทศที่มีตลาดผู้บริโภคได้รับส่วนแบ่งภาษี ส่วน Pillar Two คือการกำหนดอัตราภาษีขั้นต่ำทั่วโลก 15% ทั้งสองเป็นมาตรการคนละส่วนภายใต้แผนงาน BEPS ของ OECD

SME ไทยที่เป็นซัพพลายเออร์ของบริษัทข้ามชาติต้องทำอะไรบ้าง

โดยทั่วไปไม่ต้องดำเนินการทางภาษีเพิ่มเติมด้วยตัวเอง แต่บริษัทลูกค้าข้ามชาติอาจขอข้อมูลราคาซื้อขายหรือเงื่อนไขทางธุรกิจเพิ่มเติมเพื่อประกอบการรายงานของกลุ่มบริษัท จึงควรเตรียมข้อมูลให้พร้อมเมื่อถูกร้องขอ

กิจการที่ได้รับสิทธิ BOI จะได้รับผลกระทบจาก Pillar Two หรือไม่

หากกิจการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่เข้าเกณฑ์ Pillar Two สิทธิยกเว้นภาษีจาก BOI อาจถูกคำนวณรวมในอัตราภาษีที่แท้จริงของกลุ่มบริษัท ซึ่งมีความซับซ้อนสูงและควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศโดยตรง

ประเทศไทยมีมาตรการรองรับ Pillar Two หรือไม่

ประเทศไทยในฐานะสมาชิกกรอบความร่วมมือ OECD ได้ศึกษาแนวทางรองรับ รวมถึงการพิจารณาเก็บภาษีส่วนเพิ่มในประเทศ เพื่อไม่ให้สิทธิเก็บภาษีตกไปอยู่กับประเทศอื่น รายละเอียดยังมีการปรับปรุงต่อเนื่อง ควรติดตามประกาศจากกรมสรรพากรอย่างใกล้ชิด

ธุรกิจที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติควรทำอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

ควรสอบถามฝ่ายภาษีของกลุ่มบริษัทหรือผู้ถือหุ้นต่างชาติว่ากลุ่มบริษัทเข้าเกณฑ์รายได้ที่ต้องปฏิบัติตาม Pillar Two หรือไม่ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศเพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจในไทยโดยเฉพาะ