เมื่อธุรกิจจ่ายค่าบริการให้ผู้เชี่ยวชาญอย่างทนายความ สถาปนิก หรือวิศวกร กฎหมายกำหนดให้ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนโอนเงิน บทความนี้รวมอัตรา แบบฟอร์ม และกำหนดนำส่งไว้ในที่เดียว

ทำความเข้าใจภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าวิชาชีพ

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) คือกลไกที่กรมสรรพากรใช้เก็บภาษีล่วงหน้าจากผู้รับเงิน โดยให้ผู้จ่ายเงินทำหน้าที่เป็น "ตัวแทนเก็บภาษี" แทนรัฐ หลักการนี้บังคับใช้กับค่าบริการหลายประเภท รวมถึงค่าวิชาชีพที่จ่ายให้แก่ผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เช่น ทนายความ สถาปนิก วิศวกร นักบัญชี และที่ปรึกษาด้านเทคนิค

ประมวลรัษฎากรมาตรา 3 เตรส กำหนดให้บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และองค์กรบางประเภทที่จ่ายเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราที่กฎหมายกำหนดและนำส่งภายในระยะเวลาที่กำหนด

เงินได้ค่าวิชาชีพคืออะไร และเข้าประเภทไหน

กรมสรรพากรแบ่งเงินได้พึงประเมินออกเป็น 8 ประเภท ค่าวิชาชีพที่จ่ายให้ผู้เชี่ยวชาญโดยทั่วไปจัดอยู่ใน เงินได้ประเภทที่ 2 มาตรา 40(2) ซึ่งหมายถึงเงินได้จากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ รวมถึง:

  • ค่าธรรมเนียมวิชาชีพ เช่น ค่าว่าความ ค่าที่ปรึกษากฎหมาย
  • ค่าออกแบบสถาปัตยกรรม ค่าเขียนแบบก่อสร้าง
  • ค่าวิศวกรรม ค่าควบคุมงาน ค่าตรวจสอบโครงสร้าง
  • ค่าที่ปรึกษาบัญชี ค่าสอบบัญชี (CPA)
  • ค่าที่ปรึกษาด้านภาษีอากร

อย่างไรก็ตาม หากผู้รับเงินเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จดทะเบียนประกอบวิชาชีพ เงินได้ดังกล่าวอาจเข้าลักษณะเงินได้ประเภทที่ 8 มาตรา 40(8) แทน ซึ่งต้องพิจารณาตามสัญญาและลักษณะงานเป็นรายกรณี

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าวิชาชีพแต่ละประเภท

อัตราหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับค่าวิชาชีพที่จ่ายให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในประเทศมีดังนี้:

ประเภทผู้รับเงินประเภทเงินได้อัตราหัก ณ ที่จ่ายแบบที่ใช้
บุคคลธรรมดา (ค่าวิชาชีพ)มาตรา 40(2)3%ภ.ง.ด.1
นิติบุคคล (ค่าบริการวิชาชีพ)มาตรา 40(8)3%ภ.ง.ด.53
ทนายความ / สำนักงานกฎหมาย (นิติบุคคล)มาตรา 40(8)3%ภ.ง.ด.53
สถาปนิก / วิศวกร (บุคคลธรรมดา)มาตรา 40(2)3%ภ.ง.ด.1
ผู้ตรวจสอบบัญชี CPA (บุคคลธรรมดา)มาตรา 40(2)3%ภ.ง.ด.1

หมายเหตุ: อัตรา 3% ใช้กับกรณีที่ผู้รับเงินมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สำหรับผู้รับเงินที่เป็นชาวต่างชาติหรืออยู่นอกประเทศ อัตราอาจแตกต่างออกไปตามอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ไทยทำไว้กับประเทศนั้น ๆ

แบบฟอร์มที่ใช้ยื่น: ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด.53 ต่างกันอย่างไร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในหมู่ SME คือการสับสนระหว่างแบบ ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด.53 ซึ่งมีความแตกต่างดังนี้:

  • แบบ ภ.ง.ด.1 ใช้สำหรับเงินได้ที่จ่ายให้แก่ บุคคลธรรมดา ได้แก่ เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าวิชาชีพ และเงินได้ประเภท 40(1) ถึง 40(6)
  • แบบ ภ.ง.ด.53 ใช้สำหรับเงินได้ที่จ่ายให้แก่ นิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล

ดังนั้น เมื่อบริษัทของคุณจ้างทนายความที่ประกอบอาชีพในนามส่วนตัว (บุคคลธรรมดา) ต้องใช้ ภ.ง.ด.1 แต่ถ้าจ้างผ่านสำนักงานกฎหมายที่จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน ต้องใช้ ภ.ง.ด.53

กำหนดเวลานำส่งและช่องทางการยื่น

กฎหมายกำหนดให้ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายต้องนำส่งภายใน วันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงิน หากยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากร และ วันที่ 15 หากยื่นผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์ rd.go.th

ตัวอย่างเช่น หากจ่ายค่าที่ปรึกษากฎหมายในเดือนมิถุนายน 2569 กำหนดยื่นแบบและนำส่งภาษีคือวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 (หรือ 15 กรกฎาคม 2569 กรณียื่นออนไลน์)

ขั้นตอนปฏิบัติสำหรับ SME เมื่อจ่ายค่าวิชาชีพ

เพื่อให้การปฏิบัติตามกฎหมายเป็นระบบ SME ควรดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. ตรวจสอบสถานะผู้รับเงิน — ขอสำเนาบัตรประชาชน (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือหนังสือรับรองบริษัท (กรณีนิติบุคคล) เพื่อยืนยันเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  2. คำนวณยอดหัก — คูณจำนวนเงินที่ตกลงจ่าย ด้วยอัตรา 3% ได้ยอดภาษีที่ต้องหัก
  3. จ่ายเงินสุทธิ — โอนเงินให้ผู้รับเฉพาะส่วนที่เหลือหลังหักภาษีแล้ว
  4. ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย — จัดทำในรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด (ใบ 50 ทวิ) และมอบให้แก่ผู้รับเงินทันที
  5. ยื่นแบบและนำส่งภาษี — กรอกแบบ ภ.ง.ด.1 หรือ ภ.ง.ด.53 และชำระเงินภายในกำหนด

บทลงโทษกรณีไม่หักหรือหักไม่ครบ

ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายแต่ไม่ได้หัก หรือหักแต่ไม่นำส่งภายในกำหนด จะต้องรับผิดตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้:

  • เบี้ยปรับ 1.5 เท่าของภาษีที่ไม่ได้หักหรือไม่ได้นำส่ง
  • เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน (หรือเศษของเดือน) ของยอดภาษีที่ค้างชำระ นับตั้งแต่วันครบกำหนดนำส่ง

นอกจากนี้ หากผู้จ่ายเงินไม่ยอมหักภาษี ณ ที่จ่าย กรมสรรพากรอาจเรียกเก็บภาษีจากผู้จ่ายเงินโดยตรง ทำให้แบกรับภาระภาษีทั้งหมดแทนผู้รับเงิน

กรณีพิเศษที่ SME มักสับสน

มีสถานการณ์บางอย่างที่ธุรกิจขนาดเล็กมักเกิดความสับสน ได้แก่:

  • จ่ายค่าวิชาชีพเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนต่อเนื่อง — ยังคงต้องหักทุกครั้งที่มีการจ่าย ไม่ใช่เฉพาะเมื่อยอดสะสมถึงระดับใดระดับหนึ่ง
  • จ้างสถาปนิกหรือวิศวกรที่เป็นนิติบุคคลต่างชาติ — ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราที่กำหนดตามอนุสัญญาภาษีซ้อน และใช้แบบ ภ.ง.ด.54 แทน
  • จ่ายค่าวิชาชีพพร้อมค่า VAT — การหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% คำนวณจากมูลค่าสินค้า/บริการก่อน VAT เท่านั้น ไม่รวม VAT 7%
  • จ่ายเงินสดแทนการโอน — กฎหมายยังคงบังคับให้หักภาษี ณ ที่จ่ายและออกใบ 50 ทวิ แม้จะเป็นการจ่ายเงินสด

สรุปและคำแนะนำปฏิบัติ

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าวิชาชีพ ทนายความ สถาปนิก และวิศวกร มีอัตราเดียวคือ 3% แต่แบบฟอร์มที่ใช้ขึ้นอยู่กับสถานะของผู้รับเงิน SME ควรสร้างระบบตรวจสอบผู้รับเงินทุกรายก่อนจ่ายเงิน และตั้งปฏิทินนำส่งภาษีรายเดือนเพื่อป้องกันการลืมยื่นแบบ ซึ่งอาจนำมาซึ่งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มที่หลีกเลี่ยงได้หากวางแผนล่วงหน้า สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร rd.go.th ในหัวข้อภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าวิชาชีพ: ทนายความ สถาปนิก วิศวกร หักเท่าไหร่ใช้แบบอะไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ค่าวิชาชีพที่จ่ายให้ทนายความต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์

ค่าวิชาชีพที่จ่ายให้ทนายความซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของค่าบริการก่อนบวก VAT และใช้แบบ ภ.ง.ด.1 ในการนำส่ง หากจ่ายให้สำนักงานกฎหมายที่เป็นนิติบุคคลก็ยังคงอัตรา 3% เช่นกัน แต่ใช้แบบ ภ.ง.ด.53 แทน

สถาปนิกและวิศวกรที่รับงานในนามส่วนตัวใช้แบบอะไร

กรณีสถาปนิกหรือวิศวกรรับงานในนามส่วนตัว (บุคคลธรรมดา) ถือเป็นเงินได้มาตรา 40(2) ผู้จ่ายเงินต้องหักภาษี 3% และยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 ภายในวันที่ 7 หรือ 15 ของเดือนถัดไป ขึ้นอยู่กับช่องทางการยื่น

การหักภาษี ณ ที่จ่ายคำนวณรวม VAT ด้วยหรือไม่

ไม่ครับ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% คำนวณจากมูลค่าค่าบริการก่อนบวก VAT เสมอ ตัวอย่างเช่น ค่าออกแบบ 10,000 บาท บวก VAT 700 บาท รวม 10,700 บาท ผู้จ่ายต้องหัก 3% ของ 10,000 บาท เท่ากับ 300 บาท และจ่ายเงินสุทธิ 10,400 บาท (พร้อม VAT)

ถ้าลืมหักภาษี ณ ที่จ่ายจะมีบทลงโทษอะไรบ้าง

กรณีไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายหรือหักไม่ครบ จะต้องเสียเบี้ยปรับ 1.5 เท่าของภาษีที่ขาด และเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือนนับจากวันครบกำหนด นอกจากนี้กรมสรรพากรอาจเรียกเก็บภาษีทั้งหมดจากผู้จ่ายเงินโดยตรงแทนผู้รับเงินด้วย

กำหนดนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายค่าวิชาชีพคือวันไหน

กรณียื่นด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากร กำหนดคือวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงิน หากยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตที่ rd.go.th จะได้รับการขยายเวลาเป็นวันที่ 15 ของเดือนถัดไป การยื่นออนไลน์จึงให้เวลาเตรียมเอกสารมากกว่า 8 วัน

จ่ายค่าที่ปรึกษากฎหมายเป็นประจำทุกเดือน ต้องออกใบ 50 ทวิ ทุกครั้งไหม

ใช่ครับ ทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าวิชาชีพและมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้จ่ายต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) และมอบให้ผู้รับเงินทันที ไม่ว่าจะเป็นรายเดือนหรือรายครั้ง เพื่อให้ผู้รับเงินนำไปใช้เครดิตภาษีเมื่อยื่นแบบแสดงรายการประจำปี

จ้างที่ปรึกษาต่างชาติที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ในไทย ต้องหักภาษีอย่างไร

กรณีจ่ายค่าวิชาชีพให้ผู้รับเงินที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องใช้แบบ ภ.ง.ด.54 และอัตราหักอาจสูงกว่า 3% ขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้และอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยกับประเทศของผู้รับเงิน แนะนำให้ปรึกษาสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากรโดยตรง