หากธุรกิจของคุณเคยทำสัญญาเช่า สัญญากู้ยืม หรือจ้างผู้รับเหมา — มีโอกาสสูงมากที่เอกสารเหล่านั้นต้องเสียอากรแสตมป์ตามกฎหมาย

สารบัญบทความ
  1. อากรแสตมป์คืออะไร และทำไม SME ต้องสนใจ
  2. ตารางอัตราอากรแสตมป์สัญญาที่ SME ทำบ่อย
  3. ระยะเวลาและวิธีปิดอากรแสตมป์
  4. บทลงโทษกรณีไม่เสียอากรหรือเสียอากรล่าช้า
  5. เคล็ดลับปฏิบัติสำหรับ SME ในการจัดการอากรแสตมป์
  6. ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับอากรแสตมป์
  7. ตารางนำบทความไปใช้
  8. แหล่งข้อมูลสำหรับตรวจสอบฉบับปัจจุบัน

อากรแสตมป์คืออะไร และทำไม SME ต้องสนใจ

อากรแสตมป์ (Stamp Duty) คือภาษีประเภทหนึ่งที่เก็บจาก ตราสาร หรือเอกสารทางกฎหมายและธุรกิจบางประเภท ตามบทบัญญัติในประมวลรัษฎากร หมวด 6 (มาตรา 103–129) ไม่ใช่ภาษีจากรายได้หรือกำไร

แต่เป็นภาษีจากการ ทำนิติกรรมหรือสัญญา นั้น ๆ

ในทางปฏิบัติ รัฐใช้กลไกนี้เพื่อรับรองว่าเอกสารสัญญามีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย เอกสารที่ต้องเสียอากรแต่ไม่ได้ปิดแสตมป์หรือชำระอากร จะ ใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลไม่ได้

จนกว่าจะเสียอากรพร้อมเบี้ยปรับครบถ้วน ซึ่งหมายความว่าหากเกิดข้อพิพาทขึ้นมา

ธุรกิจของคุณอาจสูญเสียสิทธิ์ในการฟ้องร้องได้

กรมสรรพากรกำหนดตราสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์ไว้ทั้งหมด 28 ลักษณะ ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ซึ่งครอบคลุมสัญญาที่ SME ทำเป็นประจำในการดำเนินธุรกิจ

สำหรับ SME ที่ต้องการจัดระบบเอกสารและบัญชีให้รัดกุม การมี ผู้ทำบัญชีรายเดือน ที่ช่วยตรวจสอบว่าสัญญาแต่ละฉบับได้เสียอากรแสตมป์ครบถ้วนหรือไม่ เป็นสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก

ตารางอัตราอากรแสตมป์สัญญาที่ SME ทำบ่อย

ด้านล่างคือตราสารที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ SME มากที่สุด พร้อมอัตราอากรและผู้มีหน้าที่เสีย ข้อมูล ณ ปี 2569 ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร (rd.go.th)

ลักษณะที่ 1 — สัญญาเช่าที่ดิน โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้าง

  • อัตราอากร: 1 บาท ต่อค่าเช่า (หรือเงินกินเปล่า หรือทั้งสองอย่างรวมกัน) ทุก 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท ตลอดอายุสัญญา
  • ผู้มีหน้าที่เสียอากร: ผู้เช่า
  • หมายเหตุสำคัญ: หากสัญญาเช่าไม่ได้ระบุอายุการเช่าไว้ ให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี เพื่อคำนวณค่าอากร
  • ยกเว้น: สัญญาเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ตัวอย่าง: เช่าพื้นที่สำนักงาน 12 เดือน ค่าเช่าเดือนละ 20,000 บาท รวมตลอดอายุสัญญา 240,000 บาท — อากรแสตมป์ที่ต้องปิด = 240 บาท

ลักษณะที่ 4 — สัญญาจ้างทำของ (สัญญาบริการ / สัญญาจ้างผู้รับเหมา)

  • อัตราอากร: 1 บาท ต่อสินจ้างทุก 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท
  • ผู้มีหน้าที่เสียอากร: ผู้รับจ้าง
  • หมายเหตุ: กรณีชำระสินจ้างเป็นงวด เมื่อสินจ้างงวดหลัง ๆ ทำให้ยอดรวมเกินกว่าที่ปิดแสตมป์ไว้ ต้องปิดแสตมป์เพิ่มในแต่ละคราวที่ครบทุก 1,000 บาท

ตัวอย่าง: จ้างบริษัทออกแบบโลโก้ 35,000 บาท — อากรแสตมป์ = 35 บาท (ผู้รับจ้างเป็นผู้ปิด)

ลักษณะที่ 5 — กู้ยืมเงิน หรือตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชี

  • อัตราอากร: 1 บาท ต่อเงินกู้ (หรือวงเงินที่ตกลงให้เบิกเกินบัญชี) ทุก 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท
  • เพดานอากร: สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ต่อฉบับ
  • ผู้มีหน้าที่เสียอากร: ผู้ให้กู้
  • ยกเว้น: การกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลธรรมดาเพื่อการเกษตรและสหกรณ์บางประเภท

ตัวอย่าง: กู้ยืมเงินระหว่างบริษัท 2,000,000 บาท — คำนวณได้ 1,000 บาท แต่เนื่องจากไม่เกินเพดาน 10,000 บาท จึงเสียอากร 1,000 บาท

ลักษณะที่ 17 — สัญญาค้ำประกัน

  • อัตราอากร (แบบขั้นบันได):
  • ไม่ระบุจำนวนเงินที่ค้ำประกัน — 10 บาท
  • ค้ำประกันไม่เกิน 1,000 บาท — 1 บาท
  • ค้ำประกัน 1,001–10,000 บาท — 5 บาท
  • ค้ำประกันเกิน 10,000 บาท — 10 บาท
  • ผู้มีหน้าที่เสียอากร: ผู้ค้ำประกัน

สังเกตว่าอัตราค้ำประกันเป็นอัตราเหมาตามช่วงวงเงิน ไม่ใช่สัดส่วนตามมูลค่า จึงมักเป็นจำนวนเงินเล็กน้อย แต่ยังคงมีหน้าที่ทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติ

หนังสือมอบอำนาจ (ลักษณะที่ 7)

  • มอบอำนาจให้กระทำการครั้งเดียว — 10 บาท
  • มอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าหนึ่งครั้งหรือมากกว่าหนึ่งกิจการ — 30 บาท
  • ผู้มีหน้าที่เสียอากร: ผู้รับมอบอำนาจ

เอกสารที่ ไม่อยู่ ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ 28 ลักษณะ เช่น สัญญาจ้างแรงงาน (สัญญาจ้างพนักงานประจำ) หรือใบเสนอราคา ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์

ควรตรวจสอบประเภทสัญญากับบัญชีอัตราอากรก่อนเสมอ หรือปรึกษาสำนักงานบัญชีให้ยืนยันก่อนลงนาม

ระยะเวลาและวิธีปิดอากรแสตมป์

กฎหมายกำหนดให้ต้องปิดอากรแสตมป์หรือเสียอากรเป็นตัวเงิน ก่อนหรือในขณะที่ทำตราสาร และต้องขีดฆ่าแสตมป์ (ลงลายมือชื่อหรือขีดเส้นคร่อมให้ใช้ไม่ได้อีก) หลังจากปิดแล้ว

สำหรับตราสารที่ทำในต่างประเทศและนำมาใช้ในประเทศไทย กฎหมายให้เวลา 30 วันนับแต่วันนำตราสารมาในประเทศ หรือก่อนนำตราสารนั้นไปใช้ แล้วแต่ว่าระยะเวลาใดจะสั้นกว่า

วิธีชำระอากรแสตมป์ มี 3 ทางเลือก

  • 1. ปิดแสตมป์ดวง (ดั้งเดิม): ซื้อดวงอากรแสตมป์ที่กรมสรรพากร สรรพากรพื้นที่ หรือร้านค้าที่ได้รับอนุญาต แล้วนำมาปิดบนเอกสารและขีดฆ่า
  • 2. เสียอากรเป็นตัวเงิน (ณ สรรพากรพื้นที่): นำตราสารไปยื่นขอเสียอากรเป็นตัวเงินที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่เอกสารนั้นจัดทำขึ้น
  • 3. ชำระผ่านระบบ e-Stamp Duty (ทางเลือกออนไลน์): ยื่นขอเสียอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ผ่าน efiling.rd.go.th ทั้งสำหรับตราสารกระดาษและตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ระบบจะคำนวณอากรที่ต้องชำระและออกใบเสร็จรับเงินพร้อมรหัสยืนยันดิจิทัล

ระบบ e-Stamp Duty เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2562 และขยายขอบเขตการรองรับตราสารเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ธุรกิจที่ต้องทำสัญญาจำนวนมากหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ควรพิจารณาใช้ช่องทางนี้เพราะสะดวกและมีหลักฐานดิจิทัลที่ตรวจสอบได้ ควรตรวจสอบที่

efiling.rd.go.th ว่าตราสารประเภทใดบ้างที่รองรับ ณ ขณะนั้น

บทลงโทษกรณีไม่เสียอากรหรือเสียอากรล่าช้า

นี่คือจุดที่เจ้าของธุรกิจหลายรายมักมองข้าม บทลงโทษอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 113 กำหนดเบี้ยปรับเป็นทวีคูณของอากรที่ต้องชำระ โดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ล่าช้า ดังนี้

  • ชำระภายในกำหนด: เสียแต่อากรตามปกติ ไม่มีเบี้ยปรับ
  • ล่าช้าไม่เกิน 15 วันหลังครบกำหนด: อากร + เบี้ยปรับ 1 เท่าของอากร (ขั้นต่ำ 4 บาท)
  • ล่าช้า 15 วันถึง 90 วัน: อากร + เบี้ยปรับ 2 เท่าของอากร (ขั้นต่ำ 4 บาท)
  • ล่าช้าเกิน 90 วัน: อากร + เบี้ยปรับ 5 เท่าของอากร (ขั้นต่ำ 10 บาท)
  • กรณีเจ้าพนักงานตรวจพบ: อากร + เบี้ยปรับ 6 เท่าของอากร (ขั้นต่ำ 25 บาท) และอาจมีโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 500 บาท

แม้ดูเหมือนเบี้ยปรับจะไม่สูงมากในหน่วยบาทสำหรับสัญญาเล็ก ๆ แต่หากสัญญาหลักมูลค่าสูง เช่น สัญญาเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ระยะยาว หรือสัญญากู้ยืมระหว่างบริษัท เบี้ยปรับ 5–6

เท่าอาจเป็นเงินหลักหมื่นบาทได้ ยิ่งไปกว่านั้น เอกสารที่ไม่ได้เสียอากรจะ

ใช้เป็นพยานในศาลไม่ได้ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อธุรกิจในระยะยาว

เคล็ดลับปฏิบัติสำหรับ SME ในการจัดการอากรแสตมป์

การจัดการอากรแสตมป์ให้ถูกต้องไม่ใช่เรื่องซับซ้อน หากวางระบบให้ดีตั้งแต่ต้น ต่อไปนี้คือแนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริง

  • ตรวจสอบทุกสัญญาก่อนลงนาม: ก่อนที่ผู้มีอำนาจจะลงชื่อในสัญญาหรือเอกสารธุรกิจใด ๆ ให้ตรวจสอบกับบัญชีอัตราอากรแสตมป์ 28 ลักษณะก่อนว่าเข้าข่ายหรือไม่
  • กำหนดผู้รับผิดชอบในทีม: มอบหมายให้ฝ่ายบัญชีหรือ Admin เป็นผู้ตรวจสอบและปิดอากรแสตมป์ทุกครั้งที่มีการทำสัญญา เพื่อไม่ให้ตกหล่น
  • ใช้ e-Stamp Duty สำหรับสัญญาอิเล็กทรอนิกส์: หากธุรกิจใช้สัญญาดิจิทัล การชำระผ่านระบบ efiling.rd.go.th จะได้รับใบเสร็จและรหัสยืนยันทันที ไม่ต้องพิมพ์แสตมป์ดวง
  • เก็บหลักฐานการชำระอย่างเป็นระบบ: บันทึกว่าสัญญาฉบับใดชำระอากรเมื่อใด จำนวนเท่าใด และเก็บสำเนาแสตมป์ดวงหรือใบเสร็จ e-Stamp ไว้คู่กับสัญญา
  • ระวังสัญญาต่ออายุ: เมื่อสัญญาเช่าหรือสัญญาบริการต่ออายุ ถือเป็นตราสารใหม่และต้องเสียอากรใหม่อีกครั้งตามมูลค่าสัญญาใหม่
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญสำหรับสัญญาซับซ้อน: สัญญาที่มีมูลค่าสูง มีเงื่อนไขพิเศษ หรือเป็นสัญญาข้ามชาติ ควรปรึกษาที่ปรึกษาภาษีเพื่อให้แน่ใจว่าคำนวณอากรและกำหนดผู้มีหน้าที่เสียได้ถูกต้อง

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับอากรแสตมป์

จากประสบการณ์ที่พบบ่อยในกลุ่ม SME มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนหลายประการที่ควรแก้ไข

  • "สัญญาจ้างพนักงานประจำต้องติดอากรแสตมป์" — ไม่ถูกต้อง สัญญาจ้างแรงงาน (Employment Contract) ตามกฎหมายแรงงาน ไม่ได้อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ที่ต้องเสียอากรคือ "สัญญาจ้างทำของ" (ลักษณะที่ 4) ซึ่งเป็นการจ้างผู้รับเหมาหรือฟรีแลนซ์ให้ทำงานเฉพาะอย่าง
  • "ปิดอากรแสตมป์แล้วสัญญาถูกกฎหมายทุกอย่าง" — ไม่ถูกต้อง อากรแสตมป์รับรองเฉพาะด้านภาษีเท่านั้น ความถูกต้องของเนื้อหาสัญญายังต้องเป็นไปตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
  • "ไม่ปิดแสตมป์ก็ไม่มีใครรู้" — ความเสี่ยงอยู่ตรงที่เมื่อเกิดข้อพิพาทและต้องนำสัญญาไปใช้ในศาล ผู้พิพากษาจะสังเกตและสัญญาจะใช้เป็นพยานไม่ได้ทันที รวมถึงเมื่อกรมสรรพากรตรวจสอบบัญชีก็อาจพบได้
  • "เช่าพื้นที่น้อย ๆ ไม่ต้องปิดแสตมป์" — กฎหมายไม่ได้กำหนดวงเงินขั้นต่ำสำหรับสัญญาเช่าส่วนใหญ่ หากสัญญาเข้าลักษณะตราสารที่กำหนด ต้องเสียอากรโดยไม่คำนึงถึงจำนวนเงิน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
อากรแสตมป์คืออะไร และทำไม SME ต้องสนใจตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ตารางอัตราอากรแสตมป์สัญญาที่ SME ทำบ่อยตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ระยะเวลาและวิธีปิดอากรแสตมป์ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

แหล่งข้อมูลสำหรับตรวจสอบฉบับปัจจุบัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

สัญญาเช่าออฟฟิศต้องติดอากรแสตมป์เท่าไหร่ และใครต้องจ่าย

สัญญาเช่าที่ดิน โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้าง (ลักษณะที่ 1) เสียอากร 1 บาท ต่อค่าเช่าตลอดอายุสัญญาทุก 1,000 บาท โดยผู้เช่าเป็นผู้มีหน้าที่ปิดอากรแสตมป์ ตัวอย่างเช่น เช่าออฟฟิศ 1

ปี ค่าเช่ารวม 360,000 บาท ต้องปิดอากร 360 บาท

หากสัญญาไม่ระบุอายุการเช่า กฎหมายให้ถือว่าสัญญามีกำหนด 3 ปี เพื่อใช้คำนวณ

สัญญากู้ยืมเงินระหว่างบริษัทกับผู้ถือหุ้นต้องเสียอากรแสตมป์ไหม

ต้องเสียอากรแสตมป์ สัญญากู้ยืมเงิน (ลักษณะที่ 5) เสียอากร 1 บาท ต่อวงเงินกู้ทุก 2,000 บาท และมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ต่อฉบับ ผู้ให้กู้เป็นผู้มีหน้าที่เสียอากร

ซึ่งในกรณีผู้ถือหุ้นให้กู้แก่บริษัท

ผู้ถือหุ้นในฐานะผู้ให้กู้ต้องเป็นผู้ปิดอากร ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมเมื่อโครงสร้างการกู้ยืมมีความซับซ้อน

ถ้าไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ตอนทำสัญญา ยังแก้ไขได้ไหม และเสียค่าปรับเท่าไหร่

แก้ไขได้ด้วยการไปเสียอากรพร้อมเบี้ยปรับย้อนหลัง แต่ยิ่งช้าก็ยิ่งแพง หากล่าช้าไม่เกิน 15 วัน เบี้ยปรับ 1 เท่าของอากร; ล่าช้า 15–90 วัน เบี้ยปรับ 2 เท่า; เกิน 90 วัน เบี้ยปรับ 5

เท่า; และหากเจ้าพนักงานตรวจพบก่อน เบี้ยปรับสูงถึง 6

เท่าและอาจมีโทษปรับทางอาญาเพิ่มเติม ระหว่างนั้นสัญญาจะใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลไม่ได้จนกว่าจะชำระอากรและเบี้ยปรับครบถ้วน

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง อากรแสตมป์คืออะไร: สรุปรายการสัญญา อัตรา และขั้นตอนเสียอากรที่ SME ต้องรู้ในปี 2567

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ อากรแสตมป์คืออะไร: สรุปรายการสัญญา อัตรา และขั้นตอนเสียอากรที่ SME ต้องรู้ในปี 2567

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล