บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับเจ้าของ SME และฝ่ายบัญชีที่กำลังจะเซ็นสัญญาเช่าอาคารสำนักงาน/โรงงานระยะยาว หรือสัญญาจ้างรับเหมาก่อสร้างมูลค่าสูง

เพราะเมื่อค่าเช่ารวมทั้งสัญญาหรือสินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป

กฎหมายกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียอากรต้องชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินตามแบบ อ.ส.4 ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา จะซื้อดวงแสตมป์มาปิดเองตามปกติไม่ได้อีกต่อไป

คุณจะได้รู้ว่าสัญญาแบบไหนเข้าเกณฑ์บังคับนี้ ใครเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากรที่แท้จริง

ต้องเตรียมเอกสารและเดินเรื่องอย่างไร และแตกต่างจากการปิดแสตมป์ดวงหรือ e-Stamp Duty ออนไลน์อย่างไร

เพื่อไม่ให้สัญญามูลค่าสูงของธุรกิจใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายไม่ได้เพราะเสียอากรผิดวิธีหรือผิดคน

สารบัญบทความ
  1. อ.ส.4 คืออะไร และทำไมสัญญามูลค่าสูงเลี่ยงไม่ได้
  2. สัญญาแบบไหนบ้างที่เข้าเกณฑ์บังคับต้องยื่น อ.ส.4
  3. ขั้นตอนยื่นแบบ อ.ส.4 ที่สรรพากรพื้นที่สาขา
  4. อ.ส.4 ต่างจากการปิดแสตมป์ดวงและ e-Stamp Duty อย่างไร
  5. ถ้าไม่ยื่น อ.ส.4 ทั้งที่เข้าเกณฑ์บังคับ มีความเสี่ยงอะไรบ้าง
  6. ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

อ.ส.4 คืออะไร และทำไมสัญญามูลค่าสูงเลี่ยงไม่ได้

อากรแสตมป์เป็นภาษีที่เก็บจาก "ตราสาร" หรือสัญญาบางประเภท ตามประมวลรัษฎากร หมวด 6 (มาตรา 103-129) วิธีที่เจ้าของธุรกิจคุ้นเคยที่สุดคือการซื้อดวงอากรแสตมป์มาปิดบนสัญญาแล้วขีดฆ่า

หรือยื่นชำระผ่านระบบ e-Stamp Duty ออนไลน์ที่ efiling.rd.go.th

แต่ยังมีอีกช่องทางหนึ่งที่ธุรกิจซึ่งทำสัญญามูลค่าสูงมักไม่รู้จัก นั่นคือ "การเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน" ด้วยแบบ อ.ส.4 (แบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน) ซึ่งมาตรา 103

แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดให้การชำระเป็นตัวเงินถือเป็นการ "ปิดแสตมป์บริบูรณ์"

ได้เช่นเดียวกับการปิดดวงแสตมป์ โดยกรมสรรพากรออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37) และฉบับที่เกี่ยวข้อง กำหนดตราสารบางลักษณะที่ "ต้อง"

ชำระเป็นตัวเงินเท่านั้น ไม่ใช่ทางเลือก

จุดที่ต้องระวังคือ สำหรับตราสารบางลักษณะ วิธีนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้ เพราะตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรที่กำหนดไว้

ตราสารบางประเภทที่เข้าเงื่อนไขจะซื้อดวงแสตมป์มาปิดเองไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องยื่นแบบ อ.ส.4 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ

สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา และชำระอากรเป็นตัวเงินแทน กรณีที่ SME พบบ่อยที่สุดคือ สัญญาเช่าที่ดิน อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างที่มีค่าเช่ารวมตลอดอายุสัญญาตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป

และสัญญาจ้างทำของหรือรับเหมาก่อสร้างที่มีสินจ้างตั้งแต่

1,000,000 บาทขึ้นไป ส่วนสัญญากู้ยืมเงินจะเข้าเกณฑ์บังคับนี้เฉพาะกรณีที่ผู้ให้กู้เป็นธนาคารหรือสถาบันการเงินเท่านั้น หากเป็นการกู้ยืมกันเองระหว่างกรรมการ ผู้ถือหุ้น

หรือบริษัทในเครือ ยังสามารถเลือกปิดดวงแสตมป์เองตามปกติได้

ไม่ได้ถูกบังคับให้ใช้ อ.ส.4

สัญญาแบบไหนบ้างที่เข้าเกณฑ์บังคับต้องยื่น อ.ส.4

ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างตราสารที่ SME ทำเป็นประจำ พร้อมอัตราอากรแสตมป์และเกณฑ์มูลค่าตราสารที่ทำให้ต้องยื่นแบบ อ.ส.4 ชำระเป็นตัวเงินแทนการปิดดวงแสตมป์ ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37)

ลักษณะตราสารอัตราอากรแสตมป์เกณฑ์บังคับต้องยื่น อ.ส.4 และตัวอย่างการคำนวณ
สัญญาเช่าที่ดิน/อาคาร (ลักษณะที่ 1) — ผู้ให้เช่าเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากร1 บาท ต่อค่าเช่าทุก 1,000 บาทตลอดอายุสัญญาบังคับเมื่อค่าเช่ารวมทั้งสัญญาตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป หรือหน่วยงานรัฐเป็นผู้เช่า เช่น เช่าอาคารสำนักงาน 3 ปี ค่าเช่ารวม 1,800,000 บาท อากร = 1,800 บาท
สัญญาจ้างทำของ/รับเหมาก่อสร้าง (ลักษณะที่ 4) — ผู้รับจ้างเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากร1 บาท ต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทบังคับเมื่อสินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป (หรือหน่วยงานรัฐว่าจ้างและสินจ้างตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป) เช่น จ้างรับเหมาต่อเติมโรงงาน 2,400,000 บาท อากร = 2,400 บาท
สัญญากู้ยืมเงิน/เบิกเงินเกินบัญชี (ลักษณะที่ 5) — ผู้ให้กู้เป็นผู้มีหน้าที่เสียอากร1 บาท ต่อวงเงินกู้ทุก 2,000 บาท (เพดานสูงสุด 10,000 บาทต่อฉบับ)บังคับเฉพาะเมื่อผู้ให้กู้เป็นธนาคารหรือสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารปล่อยกู้ธุรกิจ 3,000,000 บาท อากร = 1,500 บาท (ธนาคารเป็นผู้ชำระ) ส่วนกู้ยืมระหว่างกรรมการ/ผู้ถือหุ้นกับบริษัท ไม่เข้าเกณฑ์บังคับ ยังเลือกปิดดวงแสตมป์เองได้ตามปกติ

สังเกตว่าเกณฑ์บังคับใช้ อ.ส.4 ไม่ได้ผูกกับ "จำนวนเงินค่าอากรแสตมป์" ที่คำนวณได้ แต่ผูกกับมูลค่าตราสาร (ค่าเช่า/สินจ้าง) และประเภทคู่สัญญา (เช่น

เป็นสถาบันการเงินหรือหน่วยงานรัฐหรือไม่) ตามที่กรมสรรพากรกำหนดไว้เฉพาะตราสารแต่ละลักษณะ

ดังนั้นก่อนตัดสินใจว่าจะปิดดวงแสตมป์เองหรือต้องยื่น อ.ส.4 ให้ตรวจสอบทั้งมูลค่าสัญญาและคู่สัญญาของตราสารแต่ละฉบับให้ชัดก่อนเสมอ เพราะตราสารแต่ละประเภทมีเกณฑ์บังคับต่างกัน

และหากไม่เข้าเงื่อนไขบังคับ

กฎหมายยังเปิดให้เลือกปิดดวงแสตมป์หรือชำระเป็นตัวเงินก็ได้ตามความสะดวก

ขั้นตอนยื่นแบบ อ.ส.4 ที่สรรพากรพื้นที่สาขา

เมื่อรู้แล้วว่าตราสารฉบับใดต้องเสียอากรเป็นตัวเงิน ผู้มีหน้าที่เสียอากร เช่น ผู้ให้เช่าในสัญญาเช่า ผู้รับจ้างในสัญญาจ้างทำของ หรือธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ให้กู้ในสัญญากู้ยืม

ต้องเตรียมเอกสารและดำเนินการดังนี้

  • กรอกแบบ อ.ส.4 ระบุประเภทตราสาร วันที่ทำสัญญา รายชื่อคู่สัญญา และมูลค่าที่ใช้คำนวณอากร
  • แนบตราสารต้นฉบับ คือสัญญาฉบับจริงที่ยังไม่ได้ปิดแสตมป์ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้มีอำนาจลงนามและหนังสือรับรองนิติบุคคล กรณีเป็นนิติบุคคล
  • ยื่นเรื่อง ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา แห่งใดแห่งหนึ่งก็ได้ หรือสถานที่อื่นตามที่กรมสรรพากรกำหนด
  • ชำระอากร ตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่คำนวณ ซึ่งชำระได้ทั้งเงินสดและช่องทางอื่นที่กรมสรรพากรกำหนด เช่น บัตรเครดิตที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาส่วนใหญ่ แล้วรับใบเสร็จรับเงินพร้อมการสลักหลังรับรองการเสียอากรบนตัวสัญญา ใช้แทนดวงแสตมป์ได้ทันที

กำหนดเวลายื่นแบบแตกต่างกันตามประเภทตราสาร สำหรับสัญญาเช่า (ลักษณะที่ 1) และสัญญาจ้างทำของ (ลักษณะที่ 4) ที่เข้าเกณฑ์บังคับ กฎหมายให้เวลายื่นแบบ อ.ส.4 และชำระอากรได้ก่อนทำตราสาร

หรือภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันทำสัญญา

ส่วนตราสารประเภทอื่นที่เลือกใช้วิธีนี้ ต้องยื่นก่อนทำ หรือทันทีที่ทำตราสาร หากยื่นชำระล่าช้าเกินกำหนด จะมีเงินเพิ่มตามมาตรา 113 คือ ชำระภายใน 15 วันนับแต่วันครบกำหนด

ไม่มีเงินเพิ่ม ชำระเกิน 15 วันแต่ไม่เกิน 90 วัน เงินเพิ่ม 2 เท่าของอากร

(หรือ 4 บาท แล้วแต่จำนวนใดมากกว่า) เกิน 90 วัน เงินเพิ่ม 5 เท่า (หรือ 10 บาท) และหากเจ้าพนักงานตรวจพบก่อนที่จะมายื่นชำระเอง เงินเพิ่มอาจสูงถึง 6 เท่าของอากรที่ต้องเสีย (หรือ 25

บาท แล้วแต่จำนวนใดมากกว่า) จึงควรวางแผนยื่น อ.ส.4

ให้เรียบร้อยภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ไม่ควรปล่อยให้ล่าช้า

อ.ส.4 ต่างจากการปิดแสตมป์ดวงและ e-Stamp Duty อย่างไร

SME หลายรายสับสนว่าตราสารที่เข้าเกณฑ์บังคับต้องเสียอากรเป็นตัวเงิน ใช้ e-Stamp Duty ออนไลน์แทน อ.ส.4 แบบกระดาษได้เลยหรือไม่

คำตอบขึ้นอยู่กับว่าตราสารนั้นเป็นกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ และอยู่ในรายการลักษณะตราสารที่กรมสรรพากรเปิดให้ใช้ระบบ

e-Stamp Duty หรือไม่

  • สัญญากระดาษที่ไม่เข้าเงื่อนไขบังคับ เช่น ค่าเช่า/สินจ้างต่ำกว่า 1,000,000 บาท หรือคู่สัญญาไม่ใช่สถาบันการเงิน: เลือกปิดดวงแสตมป์เองหรือชำระเป็นตัวเงินด้วยแบบ อ.ส.4 ก็ได้ตามความสะดวก
  • สัญญากระดาษที่เข้าเงื่อนไขบังคับ เช่น ค่าเช่า/สินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป หรือคู่สัญญาเป็นสถาบันการเงิน/หน่วยงานรัฐตามที่กำหนด: ต้องยื่นแบบ อ.ส.4 เสียเป็นตัวเงินที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา จะปิดดวงแสตมป์เองไม่ได้
  • สัญญาที่ทำและลงนามเป็นอิเล็กทรอนิกส์ทั้งฉบับ (e-Contract/e-Signature): ไม่มีกระดาษให้ปิดดวงแสตมป์ จึงต้องชำระอากรผ่านระบบ e-Stamp Duty ออนไลน์ที่ efiling.rd.go.th แทน โดยกรมสรรพากรทยอยขยายรายการลักษณะตราสารที่รองรับระบบนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ธุรกิจควรตรวจสอบกับระบบ e-Filing หรือสอบถามสรรพากรพื้นที่สาขาว่าตราสารที่ทำอยู่ในรายการที่ใช้ e-Stamp Duty ได้หรือไม่ก่อนทุกครั้ง

พูดง่าย ๆ คือ อ.ส.4 มีไว้จัดการกรณีตราสารกระดาษที่เข้าเงื่อนไขบังคับให้เสียอากรเป็นตัวเงิน หรือกรณีที่เลือกชำระเป็นตัวเงินแทนการปิดดวงแสตมป์ ส่วน e-Stamp Duty

เป็นช่องทางออนไลน์สำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์

(และตราสารกระดาษบางประเภทที่กรมสรรพากรเปิดให้ใช้ระบบนี้เพิ่มเติม) ทั้งสองช่องทางจึงไม่ได้ใช้แทนกันได้เสมอไป

ธุรกิจที่มีทั้งสัญญากระดาษและสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ควรตรวจสอบประเภทตราสารและช่องทางที่ถูกต้องให้ชัดตั้งแต่ต้น

ถ้าไม่ยื่น อ.ส.4 ทั้งที่เข้าเกณฑ์บังคับ มีความเสี่ยงอะไรบ้าง

สัญญาที่เข้าเกณฑ์ต้องเสียอากรเป็นตัวเงินแต่กลับพยายามปิดดวงแสตมป์เอง หรือปิดแสตมป์ไม่ครบตามจำนวนที่คำนวณได้ ถือว่ายังไม่ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามกฎหมาย

มีผลเสมือนยังไม่ได้เสียอากร ซึ่งนำมาสู่ความเสี่ยง 2 ด้าน

  • ด้านกฎหมาย: ตามมาตรา 118 แห่งประมวลรัษฎากร ตราสารที่ยังไม่ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะเสียอากรครบถ้วนถูกต้อง หากเกิดข้อพิพาทกับคู่สัญญาในภายหลัง อาจนำสัญญาฉบับนั้นไปใช้ฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีไม่ได้
  • ด้านภาษี: หากปิดแสตมป์ไม่ครบหรือไม่ได้ปิดเลย เมื่อเจ้าพนักงานตรวจพบภายหลัง มีอำนาจเรียกเก็บอากรที่ขาดพร้อมเงินเพิ่มตามมาตรา 113-114 แห่งประมวลรัษฎากร สูงสุดถึง 6 เท่าของอากรที่ต้องเสีย (หรือ 25 บาท แล้วแต่จำนวนใดมากกว่า) และสำหรับสัญญามูลค่าสูงที่อากรคำนวณได้หลักพันถึงหลักหมื่นบาท เงินเพิ่ม 6 เท่าอาจกลายเป็นเงินหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทได้

ทางที่ดีที่สุดคือก่อนเซ็นสัญญามูลค่าสูงทุกครั้ง ให้ฝ่ายบัญชีตรวจสอบว่าตราสารฉบับนั้นเข้าเงื่อนไขบังคับต้องเสียอากรเป็นตัวเงินตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรหรือไม่

(พิจารณาทั้งมูลค่าสัญญาและประเภทคู่สัญญา) หากเข้าเกณฑ์บังคับ

หรือแม้ไม่เข้าเกณฑ์แต่มูลค่าอากรสูงจนปิดดวงแสตมป์ไม่สะดวก ให้เตรียมยื่นแบบ อ.ส.4 ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาคู่ขนานไปกับการเซ็นสัญญา

เพื่อให้เอกสารสมบูรณ์ตั้งแต่วันแรกและพร้อมใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้เต็มที่หากเกิดข้อพิพาทในอนาคต

ทั้งนี้ เนื่องจากเกณฑ์และประกาศที่เกี่ยวข้องอาจเปลี่ยนแปลงได้ ธุรกิจควรตรวจสอบกับสรรพากรพื้นที่สาขาหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจในกรณีที่มีความซับซ้อนหรือมูลค่าใกล้เคียงเกณฑ์

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง อ.ส.4 คืออะไร ชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสัญญามูลค่าสูง ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์

เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

อากรแสตมป์ต้องคำนวณได้เกิน 1,000 บาท จึงจะต้องยื่นแบบ อ.ส.4 ใช่หรือไม่

ไม่ใช่ เกณฑ์บังคับไม่ได้ผูกกับจำนวนเงินอากรที่คำนวณได้ แต่ผูกกับมูลค่าตราสารและประเภทคู่สัญญาตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37) เช่น

สัญญาเช่าที่ดิน/อาคารที่มีค่าเช่ารวมตลอดอายุสัญญาตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป

หรือสัญญาจ้างทำของที่มีสินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป จึงจะเข้าเกณฑ์บังคับต้องเสียอากรเป็นตัวเงินด้วยแบบ อ.ส.4 ส่วนตราสารที่ไม่เข้าเงื่อนไขบังคับ แม้อากรที่คำนวณได้จะสูง

ก็ยังเลือกปิดดวงแสตมป์เองได้ตามปกติ

ยื่นแบบ อ.ส.4 ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง และยื่นที่ไหน

ต้องเตรียมแบบ อ.ส.4 ที่กรอกครบถ้วน ตราสารต้นฉบับที่ยังไม่ได้ปิดแสตมป์ สำเนาบัตรประชาชนผู้มีอำนาจลงนาม และหนังสือรับรองนิติบุคคลกรณีเป็นบริษัท

ยื่นได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาแห่งใดแห่งหนึ่งก็ได้ หรือสถานที่อื่นตามที่กรมสรรพากรกำหนด

สัญญาที่เซ็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Contract) ต้องยื่น อ.ส.4 ด้วยหรือไม่

โดยหลักการ สัญญาที่ทำและลงนามเป็นอิเล็กทรอนิกส์ทั้งฉบับไม่มีกระดาษให้ปิดดวงแสตมป์ จึงต้องชำระอากรผ่านระบบ e-Stamp Duty ออนไลน์ที่ efiling.rd.go.th แทน แบบ อ.ส.4

ใช้สำหรับตราสารที่เป็นกระดาษเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม

รายการลักษณะตราสารที่รองรับระบบ e-Stamp Duty มีการขยายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงควรตรวจสอบกับระบบ e-Filing

ของกรมสรรพากรหรือสรรพากรพื้นที่สาขาก่อนทุกครั้งว่าตราสารที่ทำอยู่ในรายการที่ใช้ได้หรือไม่

ยื่นแบบ อ.ส.4 ล่าช้ากว่ากำหนด มีเงินเพิ่มเท่าไหร่

มีเงินเพิ่มตามมาตรา 113-114 แห่งประมวลรัษฎากร คือ หากชำระภายใน 15 วันนับแต่วันที่ต้องเสียอากรบริบูรณ์ ไม่มีเงินเพิ่ม เสียเฉพาะอากรตามปกติ ชำระเกิน 15 วันแต่ไม่เกิน 90 วัน

เงินเพิ่ม 2 เท่าของอากร (หรือ 4 บาท แล้วแต่จำนวนใดมากกว่า) ชำระเกิน

90 วัน เงินเพิ่ม 5 เท่า (หรือ 10 บาท) และหากเจ้าพนักงานตรวจพบก่อนที่จะมายื่นชำระเอง เงินเพิ่มอาจสูงถึง 6 เท่าของอากรที่ต้องเสีย (หรือ 25 บาท แล้วแต่จำนวนใดมากกว่า)

เจ้าของธุรกิจที่ต้องการมีที่ปรึกษาช่วยดูภาพรวมภาษีทั้งปีแทนการแก้ปัญหาเป็นครั้งคราว สามารถให้ทีมที่ปรึกษาภาษี A Plus Me ช่วยวางแผนให้เป็นระบบและตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน