เมื่อบริษัทจำกัดจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดา เงินปันผลนั้นถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้วส่วนหนึ่ง

แต่กฎหมายไทยยังเปิดช่องให้ผู้ถือหุ้นเลือกนำเงินปันผลมารวมยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาพร้อมขอเครดิตภาษีเงินปันผลคืนได้

ซึ่งบางกรณีอาจทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับเงินคืนภาษีมากกว่าที่คาดไว้

สารบัญบทความ
  1. ทำไมเงินปันผลจึงมีเรื่อง "เครดิตภาษี" เข้ามาเกี่ยวข้อง
  2. หลักการคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผล
  3. ขั้นตอนการขอเครดิตภาษีเงินปันผล
  4. ผู้ถือหุ้นแบบใดที่มักได้ประโยชน์จากการขอเครดิตภาษีเงินปันผล
  5. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องเครดิตภาษีเงินปันผล
  7. ผู้ถือหุ้นที่เป็นเจ้าของกิจการควรวางแผนอย่างไร
  8. คำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับผู้ถือหุ้น

ทำไมเงินปันผลจึงมีเรื่อง "เครดิตภาษี" เข้ามาเกี่ยวข้อง

เมื่อบริษัทจำกัดมีกำไรและตัดสินใจจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น กำไรก้อนนั้นได้ผ่านการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลมาแล้วครั้งหนึ่งในระดับบริษัท

เมื่อจ่ายออกมาเป็นเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดา เงินปันผลจะถูกหักภาษี ณ

ที่จ่ายอีกครั้งก่อนโอนให้ผู้ถือหุ้น ทำให้เกิดความรู้สึกว่ากำไรก้อนเดียวถูกเก็บภาษีซ้ำสองชั้น เพื่อบรรเทาภาระนี้ กฎหมายไทยจึงมีกลไกที่เรียกว่า เครดิตภาษีเงินปันผล (Dividend Tax

Credit / Imputation Credit)

ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นนำภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทเสียไปแล้วบางส่วนมาเป็นเครดิตหักออกจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของตนเองได้

หลักการสำคัญคือผู้ถือหุ้นต้อง เลือก นำเงินปันผลมารวมคำนวณเป็นเงินได้ในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ไม่ใช่เลือกให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาษีสุดท้ายหรือ Final Tax)

จึงจะมีสิทธิขอใช้เครดิตภาษีเงินปันผลนี้ได้

ผู้ถือหุ้นที่ไม่นำเงินปันผลมารวมยื่นภาษี (เลือกให้หัก ณ ที่จ่ายจบ) จะไม่มีสิทธิขอเครดิตภาษีเงินปันผลคืน

หลักการคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผล

อัตราเครดิตภาษีเงินปันผลคำนวณจากอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทผู้จ่ายเงินปันผลเสียจริงในรอบบัญชีนั้น ซึ่งบริษัท SME

ขนาดเล็กและบริษัททั่วไปอาจเสียภาษีนิติบุคคลในอัตราที่แตกต่างกัน (เช่น อัตรายกเว้นสำหรับกำไรส่วนแรก อัตรา 15% และอัตรา

20% ตามเงื่อนไข SME หรืออัตรา 20% เต็มสำหรับบริษัททั่วไป) ทำให้สูตรคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผลของผู้ถือหุ้นแต่ละรายอาจแตกต่างกันไปตามอัตราภาษีที่บริษัทต้นทางเสียจริง

ผู้ถือหุ้นจึงควรขอข้อมูลอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทเสียจริงในปีที่มีการจ่ายเงินปันผลจากฝ่ายบัญชีของบริษัท เพื่อนำมาใช้คำนวณเครดิตภาษีให้ถูกต้อง

และควรตรวจสอบสูตรคำนวณที่แน่นอนกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรก่อนยื่นแบบจริงทุกครั้ง

เนื่องจากรายละเอียดสูตรคำนวณมีความซับซ้อนและอ้างอิงอัตราภาษีนิติบุคคลที่เปลี่ยนแปลงได้ตามรอบปีบัญชี

ขั้นตอนการขอเครดิตภาษีเงินปันผล

ขั้นตอนรายละเอียด
1. รับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้ถือหุ้นทุกครั้งที่จ่ายเงินปันผล
2. ขอข้อมูลอัตราภาษีนิติบุคคลที่บริษัทเสียจริงผู้ถือหุ้นต้องทราบว่าบริษัทเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราใดสำหรับกำไรที่นำมาจ่ายปันผล เพื่อใช้คำนวณเครดิตภาษี
3. เลือกนำเงินปันผลมารวมยื่นภาษีในแบบ ภ.ง.ด.90 ผู้ถือหุ้นต้องเลือกวิธี "นำเงินปันผลมารวมคำนวณ" แทนการให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาษีสุดท้าย
4. คำนวณเงินได้รวมเครดิตภาษีนำเงินปันผลบวกด้วยเครดิตภาษีเงินปันผลมารวมเป็นเงินได้ แล้วคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้าของบุคคลธรรมดา
5. นำภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเครดิตภาษีมาหักออกหากภาษีที่คำนวณได้น้อยกว่าภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายบวกเครดิตภาษี ผู้ถือหุ้นมีสิทธิขอคืนภาษีส่วนต่าง

*อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทต้นทางและสูตรคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผลควรตรวจสอบให้ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากร (rd.go.th) ก่อนยื่นแบบจริงทุกครั้ง

เพราะมีรายละเอียดเฉพาะกรณีที่แตกต่างกันตามอัตราภาษีของแต่ละบริษัท

ผู้ถือหุ้นแบบใดที่มักได้ประโยชน์จากการขอเครดิตภาษีเงินปันผล

โดยหลักการทั่วไป ผู้ถือหุ้นที่มีเงินได้สุทธิรวมทั้งปีไม่สูงมาก และตกอยู่ในอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นบันไดที่ต่ำกว่าอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทที่จ่ายปันผล

มักจะได้ประโยชน์จากการเลือกนำเงินปันผลมารวมยื่นภาษีและขอเครดิตภาษีคืน

เพราะภาษีที่คำนวณได้จากอัตราก้าวหน้าส่วนตัวอาจต่ำกว่าภาษีที่ถูกหักไว้รวมกับเครดิตภาษีที่ควรได้รับ ในทางกลับกัน ผู้ถือหุ้นที่มีเงินได้สูงมากและตกอยู่ในอัตราภาษีขั้นสูงสุด

อาจไม่ได้ประโยชน์จากการนำเงินปันผลมารวมยื่นภาษี

เพราะอาจต้องเสียภาษีเพิ่มเติมมากกว่าภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้แล้ว

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

สมมติผู้ถือหุ้นรายหนึ่งได้รับเงินปันผลจากบริษัท SME ที่ตนถือหุ้นอยู่จำนวน 100,000 บาท ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้วตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

หากผู้ถือหุ้นรายนี้มีเงินได้อื่นทั้งปีไม่สูงมากและตกอยู่ในอัตราภาษีขั้นบันไดที่ต่ำกว่าอัตราภาษีนิติบุคคลที่บริษัทเสียไป

การเลือกนำเงินปันผลมารวมยื่นภาษีพร้อมขอเครดิตภาษีเงินปันผลอาจทำให้ได้รับเงินคืนภาษีบางส่วน

แต่ตัวเลขที่แท้จริงขึ้นอยู่กับอัตราภาษีนิติบุคคลที่บริษัทเสียจริงในปีนั้นและเงินได้อื่นทั้งหมดของผู้ถือหุ้น

จึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีช่วยคำนวณเปรียบเทียบทั้งสองทางเลือกก่อนตัดสินใจยื่นแบบ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องเครดิตภาษีเงินปันผล

  • ไม่รู้ว่าต้องเลือกวิธีนำเงินปันผลมารวมยื่นภาษีจึงจะมีสิทธิเครดิต: หลายคนปล่อยให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาษีสุดท้ายโดยไม่รู้ว่าตนเองอาจได้เงินคืนหากเลือกยื่นรวม
  • ไม่ขอข้อมูลอัตราภาษีนิติบุคคลที่บริษัทเสียจริงจากฝ่ายบัญชี: ทำให้ไม่สามารถคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผลได้ถูกต้อง
  • คำนวณเปรียบเทียบไม่ครบทุกทางเลือกก่อนยื่นแบบ: การนำเงินปันผลมารวมยื่นภาษีอาจทำให้เงินได้รวมสูงขึ้นจนกระทบฐานภาษีของเงินได้ประเภทอื่น ควรคำนวณเปรียบเทียบทั้งสองทางก่อนตัดสินใจ
  • ทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายหาย: ทำให้ขาดหลักฐานประกอบการขอเครดิตภาษีและขอคืนภาษีตอนยื่นแบบ
  • เข้าใจผิดว่าเครดิตภาษีเงินปันผลใช้ได้กับเงินปันผลทุกประเภทเหมือนกันหมด: เงินปันผลจากกองทุนรวมหรือบริษัทที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีพิเศษอาจมีหลักเกณฑ์การคำนวณเครดิตภาษีที่แตกต่างออกไป ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญเป็นรายกรณี

ผู้ถือหุ้นที่เป็นเจ้าของกิจการควรวางแผนอย่างไร

เจ้าของกิจการที่เป็นทั้งกรรมการและผู้ถือหุ้นควรวางแผนล่วงหน้าว่าจะรับผลตอบแทนจากบริษัทในรูปแบบเงินเดือน โบนัส หรือเงินปันผลในสัดส่วนใด

เนื่องจากแต่ละรูปแบบมีภาระภาษีและจังหวะเวลาที่แตกต่างกัน

การวางแผนที่ดีควรพิจารณาทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคลระดับบริษัท ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาระดับผู้ถือหุ้น และเครดิตภาษีเงินปันผลที่อาจได้รับคืนประกอบกัน

เพื่อให้ภาระภาษีรวมของทั้งบริษัทและเจ้าของต่ำที่สุดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

คำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับผู้ถือหุ้น

ผู้ถือหุ้นที่ได้รับเงินปันผลควรเก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกฉบับ ขอข้อมูลอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทเสียจริงในปีที่จ่ายปันผลจากฝ่ายบัญชี

และให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีช่วยคำนวณเปรียบเทียบระหว่างการให้ภาษีหัก ณ

ที่จ่ายเป็นภาษีสุดท้ายกับการนำเงินปันผลมารวมยื่นภาษีพร้อมขอเครดิตภาษีคืน เพื่อเลือกทางที่ให้ประโยชน์สูงสุดตามสถานะเงินได้ของตนเองในแต่ละปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เครดิตภาษีเงินปันผลคืออะไร

เป็นกลไกที่เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นนำภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทเสียไปแล้วบางส่วนมาเป็นเครดิตหักออกจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของตนเอง

เพื่อบรรเทาภาระการเก็บภาษีซ้ำซ้อนจากกำไรก้อนเดียวกัน

ต้องทำอย่างไรจึงจะมีสิทธิขอเครดิตภาษีเงินปันผล

ผู้ถือหุ้นต้องเลือกนำเงินปันผลมารวมคำนวณเป็นเงินได้ในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 แทนการให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาษีสุดท้าย หากเลือกให้หัก ณ ที่จ่ายจบจะไม่มีสิทธิขอเครดิตภาษีคืน

ผู้ถือหุ้นแบบใดมักได้ประโยชน์จากการขอเครดิตภาษีเงินปันผล

ผู้ถือหุ้นที่มีเงินได้สุทธิรวมทั้งปีไม่สูงมากและตกอยู่ในอัตราภาษีขั้นบันไดที่ต่ำกว่าอัตราภาษีนิติบุคคลของบริษัทที่จ่ายปันผล

มักได้รับเงินคืนภาษีจากการเลือกนำเงินปันผลมารวมยื่นภาษี

จะทราบอัตราเครดิตภาษีเงินปันผลที่ถูกต้องได้อย่างไร

ต้องขอข้อมูลอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทเสียจริงในปีที่จ่ายเงินปันผลจากฝ่ายบัญชีของบริษัท แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีช่วยคำนวณสูตรเครดิตภาษีที่ถูกต้องตามอัตรานั้น

หากถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินปันผลแล้วไม่ยื่นภาษีเพิ่มได้หรือไม่

ได้ ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาษีสุดท้ายโดยไม่ต้องนำมารวมยื่นภาษีเพิ่มเติม แต่จะไม่มีสิทธิขอเครดิตภาษีเงินปันผลคืนในกรณีนี้

เงินปันผลจากทุกบริษัทมีอัตราเครดิตภาษีเท่ากันหรือไม่

ไม่เท่ากัน อัตราเครดิตภาษีคำนวณจากอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทผู้จ่ายเงินปันผลเสียจริงในรอบบัญชีนั้น

ซึ่งอาจแตกต่างกันตามขนาดกิจการและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แต่ละบริษัทได้รับ

ควรเก็บเอกสารอะไรบ้างเพื่อขอเครดิตภาษีเงินปันผล

ควรเก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินปันผลทุกฉบับ และขอข้อมูลอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทเสียจริงในปีนั้นจากฝ่ายบัญชี เพื่อใช้ประกอบการคำนวณและยื่นแบบภาษีประจำปี

งานบัญชีและภาษีของธุรกิจเฉพาะทางมักมีรายละเอียดที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป จึงควรมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทีม A Plus Me มี

บริการให้คำปรึกษาด้านบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจแต่ละประเภทให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม