เมื่อเจ้าของกิจการขายหุ้นได้กำไรหรือรับเงินปันผล คำถามสำคัญที่มักเกิดขึ้นคือต้องนำรายได้เหล่านี้ไปเสียภาษีบุคคลธรรมดาด้วยไหม กฎหมายภาษีไทยมีข้อยกเว้นและข้อบังคับที่ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง
ภาษีกำไรจากการขายหุ้น: ยกเว้นหรือต้องเสีย
สำหรับเจ้าของกิจการที่ลงทุนในตลาดหุ้น ข่าวดีคือกำไรจากการขายหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาด mai ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามกฎหมายปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่าไม่ว่าจะขายได้กำไรมากเพียงใด ก็ไม่ต้องนำมายื่นภาษีหรือเสียภาษีเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม การยกเว้นนี้มีเงื่อนไขสำคัญ คือต้องเป็นการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น หากเป็นการซื้อขายหุ้นนอกตลาด (Over-the-Counter หรือ OTC) กำไรที่ได้อาจต้องนำมาเสียภาษีในฐานะเงินได้ประเภทอื่น ซึ่งต้องพิจารณาแต่ละกรณีอย่างละเอียด
กำไรจากหุ้นนอกตลาด: กฎเกณฑ์ที่ต้องรู้
เมื่อเจ้าของกิจการขายหุ้นในบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น บริษัทเอกชน หรือบริษัทของหุ้นส่วน กำไรที่ได้รับจากการขายหุ้นดังกล่าวถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดา โดยจัดอยู่ในเงินได้ประเภทที่ 4 (ดอกเบี้ย เงินปันผล และส่วนแบ่งกำไร) หรืออาจเป็นประเภทที่ 8 ขึ้นอยู่กับลักษณะของการทำธุรกรรม
ผู้ขายหุ้นนอกตลาดต้องรายงานกำไรในแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี และเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้าปกติ การคำนวณต้นทุนหุ้นที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญมาก เพื่อคำนวณกำไรสุทธิที่แท้จริง
ภาษีเงินปันผล: หักที่จ่ายหรือรวมคำนวณ
เงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาได้รับจากบริษัทไทย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือบริษัทเอกชน จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% ของเงินปันผลที่ได้รับ โดยบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลเป็นผู้หักและนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับ
ผู้ได้รับเงินปันผลมีสิทธิเลือกสองทาง คือ
- เลือกไม่นำเงินปันผลมารวมคำนวณภาษีเงินได้ปกติ ซึ่งจะถือว่าภาษีที่ถูกหัก 10% เป็นภาษีสุดท้ายแล้ว ไม่ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติม
- เลือกนำเงินปันผลมารวมคำนวณภาษีเงินได้ปกติ ซึ่งจะต้องนำทั้งเงินปันผลและเครดิตภาษีมารวมเป็นฐานภาษี โดยสามารถขอเครดิตภาษีที่บริษัทได้เสียไปแล้วมาหักได้บางส่วน วิธีนี้เหมาะถ้ารายได้รวมอยู่ในฐานภาษีต่ำกว่า 10%
เครดิตภาษีเงินปันผล: ประโยชน์ที่หลายคนมองข้าม
เมื่อเลือกนำเงินปันผลมารวมคำนวณ ผู้ถือหุ้นสามารถใช้สิทธิเครดิตภาษีเงินปันผล (Dividend Tax Credit) ซึ่งคำนวณจากภาษีที่บริษัทได้เสียในฐานะนิติบุคคลก่อนแล้ว หลักการคือเพื่อไม่ให้กำไรก้อนเดียวถูกเสียภาษีสองชั้น (double taxation) ทั้งในระดับบริษัทและระดับผู้ถือหุ้น
ตัวอย่าง: บริษัทเสียภาษีนิติบุคคลในอัตรา 20% แล้วจ่ายเงินปันผล 100 บาทให้ผู้ถือหุ้น เครดิตภาษีที่ผู้ถือหุ้นได้รับคือ 100 x (20/80) = 25 บาท หากผู้ถือหุ้นนำมารวมคำนวณ ฐานภาษีจะเป็น 125 บาท และหักเครดิต 25 บาทออกจากภาษีที่คำนวณได้
กองทุนรวมหุ้น: ภาษีต่างจากหุ้นตรงอย่างไร
เจ้าของกิจการหลายคนลงทุนผ่านกองทุนรวมแทนการซื้อหุ้นตรง ซึ่งมีข้อพิจารณาด้านภาษีที่ต่างออกไป
- กำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนรวมทั่วไป: ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- เงินปันผลจากกองทุนรวม: ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% เช่นเดียวกับเงินปันผลจากหุ้น
- กองทุนลดหย่อนภาษีประเภท ThaiESG, RMF: มีกฎพิเศษเรื่องสิทธิลดหย่อนและเงื่อนไขถือครอง
การลงทุนในหุ้นต่างประเทศ: กฎภาษีที่แตกต่าง
สำหรับเจ้าของกิจการที่ลงทุนในหุ้นต่างประเทศ กำไรและเงินปันผลที่ได้รับมีกฎภาษีที่เข้มงวดกว่า กรมสรรพากรกำหนดว่ารายได้จากแหล่งต่างประเทศที่นำเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกับที่ได้รับ ต้องนำมาเสียภาษีบุคคลธรรมดาของไทย นอกจากนี้ อาจมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากประเทศต้นทางด้วย ซึ่งอาจขอเครดิตภาษีต่างประเทศได้ตามข้อตกลงภาษีซ้อน
| ประเภทการลงทุน | กำไรจากการขาย | เงินปันผล |
|---|---|---|
| หุ้นในตลาด SET/mai | ยกเว้นภาษี | หัก ณ ที่จ่าย 10% |
| หุ้นนอกตลาด | ต้องเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า | หัก ณ ที่จ่าย 10% |
| กองทุนรวมในไทย | ยกเว้นภาษี | หัก ณ ที่จ่าย 10% |
| หุ้นต่างประเทศ | ต้องเสียภาษีถ้านำเงินกลับมา | ต้องเสียภาษีถ้านำเงินกลับมา |
สรุปสิ่งที่เจ้าของกิจการต้องทำ
เพื่อให้ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอย่างถูกต้องและใช้สิทธิประโยชน์ได้เต็มที่ เจ้าของกิจการควร ติดตามประเภทของการลงทุนแต่ละอย่าง, เก็บหลักฐานต้นทุนหุ้นที่ซื้อและขาย, ประเมินทุกปีว่าควรนำเงินปันผลมารวมคำนวณหรือไม่โดยเปรียบเทียบอัตราภาษีส่วนเพิ่ม และปรึกษานักบัญชีสำหรับกรณีการลงทุนในต่างประเทศซึ่งมีความซับซ้อนสูง
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง กำไรหุ้นและเงินปันผลของเจ้าของกิจการ: ต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาอย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
กำไรจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาไหม
ไม่ต้องเสีย กำไรจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาด mai ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามกฎหมายปัจจุบัน ไม่ต้องนำมายื่นในแบบภาษีประจำปี
เงินปันผลที่รับจากบริษัทตัวเองถูกหักภาษีเท่าไร
ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% ของเงินปันผลที่ได้รับ โดยบริษัทผู้จ่ายเป็นผู้หักและนำส่งกรมสรรพากร ผู้รับสามารถเลือกถือว่าภาษีนี้เป็นภาษีสุดท้ายหรือนำมารวมคำนวณเพื่อขอเครดิตก็ได้
ควรนำเงินปันผลมารวมคำนวณภาษีหรือไม่
ขึ้นอยู่กับอัตราภาษีส่วนเพิ่มของแต่ละคน หากรายได้รวมอยู่ในฐานภาษีต่ำกว่า 10% ควรนำมารวมเพราะอาจขอภาษีคืนได้ หากอยู่ในฐานสูงกว่า 10% ไม่ควรนำมารวม เพราะจะเสียภาษีเพิ่ม
กำไรจากการขายหุ้นบริษัทเอกชน (ไม่ได้จดทะเบียนในตลาด) ต้องเสียภาษีไหม
ต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดา กำไรจากการขายหุ้นนอกตลาดถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำมารวมคำนวณในแบบภาษีประจำปีและเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้าปกติ
กำไรจากกองทุนรวมหุ้นต้องเสียภาษีไหม
กำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้นในไทยได้รับยกเว้นภาษีบุคคลธรรมดา แต่เงินปันผลที่กองทุนจ่ายจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ก่อนได้รับ
ลงทุนในหุ้นต่างประเทศแล้วได้กำไร ต้องเสียภาษีไทยไหม
ต้องเสียหากนำเงินกำไรเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกับที่ได้รับ กรมสรรพากรกำหนดให้รายได้จากต่างประเทศที่นำเข้ามาต้องรายงานและเสียภาษีบุคคลธรรมดาของไทยด้วย
เครดิตภาษีเงินปันผลคืออะไร และใช้อย่างไร
เครดิตภาษีเงินปันผลเป็นสิทธิขอภาษีคืนส่วนที่บริษัทได้เสียในฐานะนิติบุคคลไปแล้ว เพื่อป้องกันการเสียภาษีซ้ำซ้อน คำนวณจากอัตราภาษีนิติบุคคลที่บริษัทเสีย และขอได้เมื่อนำเงินปันผลมารวมคำนวณในแบบภาษีบุคคลธรรมดา