เจ้าของธุรกิจหรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ได้รับ Royalty จากต่างประเทศ มักพบว่าประเทศผู้จ่ายได้หักภาษี ณ ที่จ่าย (WHT) ไว้ก่อนโอนเงินมาให้แล้ว คำถามที่ตามมาคือ ต้องนำรายได้ดังกล่าวมาเสียภาษีในไทยอีกครั้งหรือไม่ และภาษีที่ถูกหักไปแล้วจะนำมาเป็นเครดิตลดภาระภาษีในไทยได้อย่างไร

รายได้ Royalty คืออะไร และกรมสรรพากรนิยามว่าอะไรบ้าง

ค่าสิทธิหรือ Royalty ตามนิยามของกรมสรรพากร (rd.go.th) หมายถึง รายได้ที่ได้รับเพื่อตอบแทนการอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า โนว์ฮาว สูตร กระบวนการผลิต หรือข้อมูลลับทางการค้า รายได้ประเภทนี้จัดอยู่ในมาตรา 40(3) แห่งประมวลรัษฎากร

ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ผู้ที่มักได้รับ Royalty จากต่างประเทศ ได้แก่ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ขายลิขสิทธิ์ให้กับบริษัทต่างประเทศ ศิลปินดนตรีที่มีรายได้จากแพลตฟอร์ม Streaming ต่างประเทศ ผู้ประกอบการที่ Franchise แบรนด์ออกสู่ตลาดต่างประเทศ รวมถึงนักวิจัยและนักประดิษฐ์ที่อนุญาตให้บริษัทต่างชาติใช้สิทธิบัตร

หลักการจัดเก็บภาษีซ้อนและอนุสัญญาภาษีซ้อน

ปัญหาที่เกิดขึ้นเสมอกับรายได้ข้ามพรมแดนคือการจัดเก็บภาษีซ้ำซ้อน กล่าวคือ ประเทศแหล่งรายได้หักภาษีไว้ก่อน และเมื่อเงินถึงมือผู้รับในไทย ไทยก็อาจเก็บภาษีซ้ำอีกรอบ เพื่อแก้ปัญหานี้ ไทยได้ทำ อนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน (Double Tax Agreement หรือ DTA) กับประเทศคู่ค้ากว่า 61 ประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เยอรมนี ฝรั่งเศส สิงคโปร์ และจีน

DTA มีสองวิธีหลักในการแก้ปัญหาภาษีซ้อน ได้แก่ วิธีการยกเว้น (Exemption Method) และวิธีการเครดิต (Credit Method) สำหรับประเทศไทย ระบบที่ใช้คือ วิธีการเครดิต ซึ่งหมายความว่า รายได้ Royalty จากต่างประเทศต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้ในไทย แต่ภาษีที่ชำระให้ต่างประเทศแล้วสามารถนำมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระในไทยได้

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) ที่ต่างประเทศหักตาม DTA

แต่ละ DTA กำหนดอัตราสูงสุดที่ประเทศแหล่งรายได้จะหักภาษี Royalty ไว้ได้ ตารางด้านล่างแสดงอัตราที่สำคัญบางส่วน (ควรตรวจสอบ DTA ฉบับล่าสุดที่ rd.go.th เสมอ เนื่องจากมีการปรับปรุงเป็นระยะ)

ประเทศอัตรา WHT Royalty สูงสุด (%)หมายเหตุ
ญี่ปุ่น15ลิขสิทธิ์ / สิทธิบัตรทั่วไป
สิงคโปร์10ตาม DTA ฉบับปัจจุบัน
เยอรมนี15รวมโนว์ฮาว
จีน15ค่าสิทธิทั่วไป
สหราชอาณาจักร15ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์รวมอยู่
สหรัฐอเมริกาไม่มี DTA กับไทยอ้างอิงกฎหมายภายในสหรัฐฯ

กรณีสหรัฐอเมริกาเป็นตัวอย่างพิเศษ เนื่องจากไทยและสหรัฐฯ ยังไม่มี DTA ร่วมกัน ดังนั้นการหักภาษีจากฝั่งสหรัฐฯ จะใช้กฎภายในประเทศของสหรัฐฯ (ปกติ 30% หรืออาจต่ำกว่าหากมีการยื่น Form W-8BEN) และไทยก็จะเก็บภาษีตามกฎหมายภายในประเทศเต็มอัตรา ทำให้ภาระภาษีรวมสูงกว่ากรณีที่มี DTA

เงื่อนไขการนำภาษีต่างประเทศมาเครดิตในไทย

ตามมาตรา 50 ทวิ และมาตรา 3 อัฏฐ แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ DTA แต่ละฉบับ การนำภาษีต่างประเทศมาเครดิตในไทยมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้

  • ผู้รับรายได้ต้องเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย — คือพำนักอยู่ในไทยรวมกัน 180 วันขึ้นไปในปีภาษีนั้น
  • รายได้ต้องถูกนำมารวมคำนวณในแบบภาษีไทย — ห้ามซ่อนรายได้ต่างประเทศ จะเครดิตภาษีได้ก็ต่อเมื่อแสดงรายได้นั้นด้วย
  • มีหลักฐานการชำระภาษีในต่างประเทศ — เอกสารที่ยอมรับได้ ได้แก่ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (Tax Withholding Certificate) จากผู้จ่ายในต่างประเทศ หรือ Tax Receipt จากหน่วยงานภาษีต่างประเทศ
  • เครดิตภาษีต่างชาติต้องไม่เกินภาษีไทยที่คำนวณได้สำหรับรายได้นั้น — หากภาษีที่ต่างประเทศเก็บสูงกว่าภาษีไทย ส่วนที่เกินจะขอคืนหรือยกไปปีหน้าไม่ได้

ขั้นตอนการนำ WHT ต่างประเทศมาเครดิตในแบบภ.ง.ด.90

สำหรับบุคคลธรรมดาในไทยที่รับ Royalty จากต่างประเทศ มีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้

  • ขั้นที่ 1 — รวบรวมเอกสาร Tax Withholding Certificate หรือ Payment Advice ที่แสดงยอด Royalty ก่อนหัก และยอดภาษีที่หัก
  • ขั้นที่ 2 — แปลงยอดเงินเป็นบาทไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่รับเงิน
  • ขั้นที่ 3 — นำยอด Royalty ทั้งหมด (ก่อนหักภาษี) ใส่ในแบบ ภ.ง.ด.90 ช่องรายได้มาตรา 40(3)
  • ขั้นที่ 4 — คำนวณภาษีไทยตามอัตราก้าวหน้าปกติ แล้วหักเครดิตภาษีต่างประเทศในช่องที่กำหนด
  • ขั้นที่ 5 — แนบสำเนาเอกสารภาษีต่างประเทศประกอบการยื่นแบบ (ยื่นออนไลน์ผ่าน rd.go.th ในส่วน e-Filing ก็ได้)

กรณีนิติบุคคลไทยรับ Royalty จากต่างประเทศ

หากผู้รับ Royalty เป็นบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในไทย หลักการเครดิตภาษีจะอยู่ในส่วนของภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) โดยรายได้ Royalty จะถูกรวมเป็นรายได้ของบริษัทในงวดบัญชีที่รับเงิน และภาษีที่ชำระในต่างประเทศจะนำมาเครดิตออกจาก CIT ที่คำนวณได้ตามเงื่อนไข DTA เช่นกัน อัตรา CIT ปัจจุบันสำหรับ SME คือ 0% สำหรับกำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาท 15% สำหรับกำไรสุทธิระหว่าง 300,001 ถึง 3,000,000 บาท และ 20% สำหรับกำไรสุทธิที่เกินกว่านั้น

นอกจากนี้ บริษัทที่รับ Royalty จากต่างประเทศควรตรวจสอบด้วยว่า รายได้ดังกล่าวอยู่ในขอบเขต VAT หรือไม่ โดยทั่วไปการให้สิทธิใช้ทรัพย์สินทางปัญญาจากคนไทยให้คนต่างประเทศจัดเป็น Zero-rated VAT (0%) หรืออาจได้รับยกเว้น VAT ตามกรณี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อความถูกต้อง

กรณีศึกษา: นักพัฒนาแอปรับ Royalty จากญี่ปุ่น

สมมติว่า นายก. เป็นนักพัฒนาแอปพลิเคชันที่พำนักในไทยและอนุญาตให้บริษัทญี่ปุ่นใช้ซอฟต์แวร์ของตน ได้รับค่าสิทธิ 500,000 เยน ต่อปี ซึ่งบริษัทญี่ปุ่นหักภาษีไว้ที่ 15% (ตาม DTA ไทย-ญี่ปุ่น) ก่อนโอน ดังนั้น นายก. ได้รับเงินสุทธิ 425,000 เยน

  • ยอด Royalty ก่อนหัก: 500,000 เยน แปลงเป็นบาทสมมติ 130,000 บาท
  • ภาษีที่ญี่ปุ่นหัก 15%: 19,500 บาท
  • นายก. นำ 130,000 บาทรวมคำนวณใน ภ.ง.ด.90 กับรายได้อื่น
  • ภาษีไทยที่คำนวณได้สำหรับรายได้ส่วนนี้สมมติ 13,000 บาท
  • เครดิตได้สูงสุดเท่ากับภาษีไทย คือ 13,000 บาท (ไม่ใช่ 19,500 บาท)
  • ภาษีสุทธิที่ต้องจ่ายในไทยสำหรับรายได้ส่วนนี้ = 0 บาท และส่วนต่าง 6,500 บาทขอคืนจากญี่ปุ่นไม่ได้ในระบบไทย

ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่แจ้งรายได้ต่างประเทศ — บางคนคิดว่าเงินอยู่ในบัญชีต่างประเทศไม่ต้องเสียภาษีไทย ซึ่งไม่ถูกต้อง กรมสรรพากรกำหนดให้ผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยรายงานรายได้จากทุกแหล่งทั่วโลก
  • ใช้อัตราแลกเปลี่ยนผิด — ต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่รับเงิน ไม่ใช่อัตรา ณ วันสิ้นปี
  • เครดิตเกินยอดภาษีไทย — ห้ามเครดิตภาษีต่างประเทศเกินกว่าภาษีไทยที่คำนวณได้สำหรับรายได้นั้น
  • ขาดเอกสารหลักฐาน — หากถูกตรวจสอบต้องแสดง Tax Withholding Certificate จากต่างประเทศ ควรเก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • ไม่ตรวจสอบว่ามี DTA หรือไม่ — บางประเทศไม่มี DTA กับไทย ทำให้ไม่สามารถนำภาษีมาเครดิตได้ตามสนธิสัญญา

บทสรุป: วางแผนล่วงหน้าเพื่อลดภาระภาษีซ้อน

รายได้ Royalty จากต่างประเทศเป็นโอกาสดีสำหรับธุรกิจไทยที่มีทรัพย์สินทางปัญญา แต่การบริหารจัดการภาษีต้องรอบคอบ โดยเฉพาะการตรวจสอบว่าประเทศคู่ค้ามี DTA กับไทยหรือไม่ อัตรา WHT ที่กำหนดไว้ในสนธิสัญญาเป็นเท่าไร และเอกสารหลักฐานที่ต้องเตรียมสำหรับการขอเครดิตภาษีในไทย การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศก่อนทำสัญญา Royalty จะช่วยวางโครงสร้างที่เหมาะสมและประหยัดภาษีได้อย่างถูกกฎหมาย

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง รายได้ Royalty จากต่างประเทศ: WHT ที่หักไว้และนำมาเครดิตในไทยอย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รายได้ Royalty จากต่างประเทศต้องเสียภาษีในไทยด้วยหรือไม่ ถ้าถูกหักภาษีที่ต่างประเทศแล้ว

ใช่ ผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย (พำนักในไทย 180 วันขึ้นไปต่อปี) ต้องนำรายได้ Royalty จากทุกประเทศมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทยตามมาตรา 40(3) แต่ภาษีที่ชำระในต่างประเทศสามารถนำมาหักเป็นเครดิตออกจากภาษีไทยได้ ตามเงื่อนไขของ DTA ที่ไทยทำไว้กับประเทศนั้น ทำให้ไม่เสียภาษีซ้ำสองในส่วนที่เครดิตได้

ประเทศใดบ้างที่ไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) ด้านรายได้ Royalty

ไทยมี DTA กับประเทศคู่ค้ากว่า 61 ประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และอื่น ๆ อัตราภาษี Royalty ตาม DTA แต่ละฉบับแตกต่างกัน โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 5-15% ควรตรวจสอบอัตราที่ rd.go.th หรือสอบถามผู้เชี่ยวชาญก่อนทำสัญญา

เอกสารอะไรบ้างที่ต้องมีเพื่อขอเครดิตภาษีต่างประเทศในแบบ ภ.ง.ด.90

เอกสารที่จำเป็น ได้แก่ Tax Withholding Certificate หรือ Payment Advice ที่แสดงยอด Royalty ก่อนหักและยอดภาษีที่หัก สัญญา Royalty Agreement ระหว่างคู่สัญญา ใบแจ้งยอดจากธนาคารที่แสดงการรับโอนเงิน และเอกสารพิสูจน์อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันรับเงิน ควรเก็บเอกสารทั้งหมดไม่น้อยกว่า 5 ปีหลังยื่นภาษี

ถ้าภาษีที่ต่างประเทศหักไว้สูงกว่าภาษีไทย ส่วนที่เกินจะขอคืนในไทยได้ไหม

ไม่ได้ เครดิตภาษีต่างประเทศที่ใช้ได้ในไทยถูกจำกัดไม่เกินภาษีไทยที่คำนวณได้สำหรับรายได้ส่วนนั้น หากภาษีต่างประเทศสูงกว่าภาษีไทย ส่วนที่เกินจะไม่สามารถขอคืนหรือยกไปปีหน้าได้ในระบบภาษีไทย อาจต้องพิจารณาขอคืนจากประเทศที่หักไว้ตามขั้นตอนของประเทศนั้น

บริษัทไทย (นิติบุคคล) รับ Royalty จากต่างประเทศ ต้องทำอย่างไรกับภาษีที่ถูกหักไว้

บริษัทไทยต้องนำยอด Royalty ก่อนหักภาษีมาบันทึกเป็นรายได้ในงวดบัญชีที่รับเงิน แล้วนำภาษีที่ชำระในต่างประเทศมาเครดิตออกจากภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ที่คำนวณได้ตามเงื่อนไข DTA ต้องมีหลักฐาน Tax Withholding Certificate ประกอบ และเครดิตภาษีต่างประเทศต้องไม่เกิน CIT ที่คำนวณได้สำหรับรายได้นั้น

หาก Royalty มาจากสหรัฐอเมริกาซึ่งไม่มี DTA กับไทย จะจัดการภาษีอย่างไร

กรณีไม่มี DTA ระหว่างไทย-สหรัฐอเมริกา ผู้รับในไทยจะไม่สามารถอ้างสิทธิตามสนธิสัญญาเพื่อลดอัตรา WHT ฝั่งสหรัฐฯ ได้ โดยทั่วไปสหรัฐฯ จะหัก 30% จากยอด Royalty แต่อาจลดได้หากยื่น Form W-8BEN เมื่อเงินถึงไทยก็ต้องนำมารวมคำนวณภาษีไทยตามปกติ แต่ไม่สามารถเครดิตภาษีสหรัฐฯ ในแบบเดียวกับที่ DTA กำหนด ทำให้ภาระรวมสูงกว่ามาก

รายได้ Royalty ต้องยื่น VAT ด้วยหรือไม่

การให้สิทธิ Royalty จากผู้ประกอบการไทยแก่ผู้รับในต่างประเทศที่ใช้ประโยชน์นอกไทย โดยทั่วไปจัดเป็นบริการส่งออก ซึ่งอาจเข้าเงื่อนไข VAT อัตรา 0% หรือได้รับยกเว้น VAT ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับลักษณะของสัญญาและสถานะการจดทะเบียน VAT ของผู้ให้สิทธิ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีมูลค่าเพิ่มระหว่างประเทศเพื่อความแม่นยำ