แบรนด์เครื่องสำอางไทยทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะผลิตเองหรือจ้างโรงงานผลิต (OEM) ต้องแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนวางขายทุกรายการ ซึ่งเรียกว่าการ

"แจ้งจด" ไม่ใช่การขอ "ขึ้นทะเบียน" แบบยา

ขายเครื่องสำอางที่ยังไม่ผ่านการแจ้งจดถือว่าผิดกฎหมาย บทความนี้สรุปขั้นตอน เอกสาร และข้อผิดพลาดที่แบรนด์หน้าใหม่พบบ่อยที่สุด

แบรนด์เครื่องสำอางไทยทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะผลิตเองหรือจ้างโรงงานผลิต (OEM) ต้องแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนวางขายทุกรายการ ซึ่งเรียกว่าการ

"แจ้งจด" ไม่ใช่การขอ "ขึ้นทะเบียน" แบบยา

ขายเครื่องสำอางที่ยังไม่ผ่านการแจ้งจดถือว่าผิดกฎหมาย บทความนี้สรุปขั้นตอน เอกสาร และข้อผิดพลาดที่แบรนด์หน้าใหม่พบบ่อยที่สุด

สารบัญบทความ
  1. แจ้งจดเครื่องสำอางคืออะไร ต่างจากขึ้นทะเบียนยาอย่างไร
  2. ผลิตภัณฑ์แบบไหนต้องแจ้งจดเป็นเครื่องสำอาง
  3. ขั้นตอนการแจ้งจดเครื่องสำอาง
  4. ฉลากเครื่องสำอางต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง
  5. ถ้อยคำโฆษณาที่ต้องระวัง
  6. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  8. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

แจ้งจดเครื่องสำอางคืออะไร ต่างจากขึ้นทะเบียนยาอย่างไร

เครื่องสำอางในไทยจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ระบบ "แจ้งรายละเอียด" (Notification) ไม่ใช่ระบบ "ขึ้นทะเบียน" (Registration) แบบยาหรืออาหารบางประเภท

หมายความว่าผู้ประกอบการเป็นผู้แจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ต่อ อย. เอง

และรับรองด้วยตนเองว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด อย. จะออกเลขที่ใบรับแจ้งให้ แต่ไม่ได้หมายความว่า อย.

ได้ตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยของสูตรผลิตภัณฑ์ทุกตัวก่อนอนุมัติ

ผู้ประกอบการจึงต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่แจ้งและความปลอดภัยของสินค้าด้วยตนเองเต็มที่

ผลิตภัณฑ์แบบไหนต้องแจ้งจดเป็นเครื่องสำอาง

กฎหมายเครื่องสำอางครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทา ถู นวด โรย พ่น หยอด ใส่ อบ หรือกระทำด้วยวิธีอื่นใดต่อส่วนภายนอกของร่างกายมนุษย์ เพื่อความสะอาด ความสวยงาม

หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะภายนอก เช่น ครีมบำรุงผิว เซรั่ม แชมพู สบู่ ลิปสติก น้ำหอม

และเครื่องสำอางสำหรับเด็ก ทั้งหมดนี้ต้องแจ้งจดก่อนวางขาย แต่หากผลิตภัณฑ์มีการกล่าวอ้างสรรพคุณเกินขอบเขตเครื่องสำอาง เช่น อ้างว่ารักษาโรคหรือมีผลต่อโครงสร้างการทำงานของร่างกาย

อาจถูกจัดเป็นยาซึ่งต้องขึ้นทะเบียนภายใต้หลักเกณฑ์ที่เข้มงวดกว่ามาก ผู้ประกอบการจึงต้องระมัดระวังการตั้งชื่อและถ้อยคำโฆษณาให้อยู่ในขอบเขตเครื่องสำอางเท่านั้น

ขั้นตอนการแจ้งจดเครื่องสำอาง

ผู้ประกอบการที่ต้องการแจ้งจดเครื่องสำอางควรดำเนินการตามลำดับดังนี้ จดทะเบียนสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้าเครื่องสำอางกับ อย. ก่อน (หากผลิตเองหรือนำเข้าเอง)

จากนั้นเตรียมข้อมูลสูตรส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ชื่อผลิตภัณฑ์ ประเภทผลิตภัณฑ์

และข้อมูลผู้ผลิต/ผู้นำเข้า แล้วยื่นแจ้งรายละเอียดผ่านระบบออนไลน์ของ อย. (e-Submission) เมื่อระบบตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนจะออกเลขที่ใบรับแจ้งให้

ซึ่งต้องนำไปแสดงบนฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนวางขายจริง กรณีจ้างโรงงานผลิต (OEM)

ควรตรวจสอบว่าโรงงานมีใบอนุญาตผลิตเครื่องสำอางที่ถูกต้อง และประสานเรื่องการแจ้งจดให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้แจ้งในนามใด

ขั้นตอนรายละเอียด
1. จดทะเบียนสถานที่ผลิต/นำเข้าจำเป็นหากผลิตเองหรือนำเข้าเอง ไม่จำเป็นหากจ้าง OEM ที่มีใบอนุญาตอยู่แล้ว
2. เตรียมข้อมูลสูตรและฉลากรายชื่อส่วนประกอบ ชื่อผลิตภัณฑ์ ประเภทการใช้งาน
3. ยื่นแจ้งผ่านระบบ e-Submissionกรอกข้อมูลผลิตภัณฑ์และผู้รับผิดชอบตามระบบของ อย.
4. รับเลขที่ใบรับแจ้งนำไปแสดงบนฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนวางขายจริง

ฉลากเครื่องสำอางต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง

นอกจากการแจ้งจดแล้ว ฉลากเครื่องสำอางที่วางขายจริงต้องแสดงข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนดอย่างครบถ้วน เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า เลขที่ใบรับแจ้ง

วันเดือนปีที่ผลิตและวันหมดอายุหรือควรใช้ก่อน วิธีใช้ ปริมาณสุทธิ

และคำเตือนตามประเภทของผลิตภัณฑ์ (หากมี) การขายเครื่องสำอางที่ฉลากไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด แม้จะแจ้งจดผ่านแล้วก็ยังถือว่าฝ่าฝืนกฎหมายฉลากได้

ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบฉลากให้ครบถ้วนคู่ขนานกับการแจ้งจด

ถ้อยคำโฆษณาที่ต้องระวัง

แบรนด์เครื่องสำอางจำนวนมากพบปัญหาเรื่องถ้อยคำโฆษณาเกินจริงหรือกล่าวอ้างสรรพคุณที่เข้าข่ายเป็นยา เช่น การใช้คำว่า "รักษาสิว หายขาด" "ลดริ้วรอยได้ 100%" หรือ

"ปรับโครงสร้างผิวใหม่ทั้งหมด"

ซึ่งอาจถูกตีความว่ากล่าวอ้างสรรพคุณเกินขอบเขตเครื่องสำอางที่กฎหมายอนุญาต ถ้อยคำที่เหมาะสมสำหรับเครื่องสำอางควรเน้นที่ผลลัพธ์ด้านความสะอาดและความสวยงาม เช่น "ช่วยลดเลือนริ้วรอย"

"ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น"

มากกว่าการอ้างสรรพคุณทางการแพทย์ที่ชัดเจน ผู้ประกอบการควรตรวจสอบถ้อยคำโฆษณาทุกชิ้นก่อนเผยแพร่ เพราะ อย. มีการตรวจสอบโฆษณาเครื่องสำอางอย่างต่อเนื่อง

ข้อผิดพลาดด้านโฆษณาที่พบบ่อย

  • อ้างสรรพคุณรักษาโรคหรือหายขาดจากอาการทางผิวหนัง
  • ใช้คำรับรองผลลัพธ์แบบตัวเลขเกินจริง เช่น "ลดริ้วรอย 100%"
  • ใช้ภาพก่อน-หลังที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลจากผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
  • อ้างว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองจาก อย. ในลักษณะที่สื่อถึงการรับประกันความปลอดภัยเกินจริง

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

แบรนด์เครื่องสำอางหน้าใหม่รายหนึ่งเปิดตัวเซรั่มบำรุงผิวและเริ่มขายผ่านโซเชียลมีเดียทันที โดยยังไม่ได้แจ้งจดกับ อย. เนื่องจากเข้าใจผิดว่าการจ้างโรงงาน OEM

ผลิตให้จะรวมการแจ้งจดไว้แล้วโดยอัตโนมัติ เมื่อมีลูกค้าแจ้งเบาะแสไปยัง อย.

ตรวจสอบพบว่าสินค้ายังไม่มีเลขที่ใบรับแจ้ง แบรนด์จึงต้องระงับการขายชั่วคราวและเร่งดำเนินการแจ้งจดให้ถูกต้อง กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการต้องตรวจสอบกับโรงงาน OEM

ให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบแจ้งจดในนามใด

และควรมีเอกสารยืนยันเลขที่ใบรับแจ้งก่อนวางขายจริงเสมอ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เริ่มขายผลิตภัณฑ์ก่อนได้รับเลขที่ใบรับแจ้งจาก อย.
  • เข้าใจผิดว่าจ้างโรงงาน OEM ผลิตแล้วจะได้รับการแจ้งจดให้โดยอัตโนมัติ
  • ฉลากไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด แม้จะแจ้งจดผ่านแล้ว
  • ใช้ถ้อยคำโฆษณาที่กล่าวอ้างสรรพคุณเกินขอบเขตเครื่องสำอาง
  • เปลี่ยนสูตรผลิตภัณฑ์หลังแจ้งจดแล้วโดยไม่แจ้งปรับปรุงข้อมูลกับ อย.

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ที่เตรียมเปิดตัวแบรนด์เครื่องสำอางควรวางแผนแจ้งจดกับ อย. ให้เรียบร้อยก่อนวางขายทุกรายการ ตรวจสอบฉลากให้ครบถ้วนตามกฎหมาย และทบทวนถ้อยคำโฆษณาให้อยู่ในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเครื่องสำอางหรือที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ด้านการแจ้งจดโดยตรง เพื่อลดความเสี่ยงถูกระงับการขายหลังเปิดตัวสินค้าไปแล้ว

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

แจ้งจดเครื่องสำอางกับขึ้นทะเบียนยาต่างกันอย่างไร

เครื่องสำอางใช้ระบบแจ้งรายละเอียดที่ผู้ประกอบการรับรองความปลอดภัยด้วยตนเอง ส่วนยาใช้ระบบขึ้นทะเบียนที่ อย. ตรวจสอบและอนุมัติก่อนวางขายอย่างเข้มงวดกว่า

จ้างโรงงาน OEM ผลิตเครื่องสำอาง ต้องแจ้งจดเองอีกหรือไม่

ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบแจ้งจดในนามใด บางกรณีโรงงานแจ้งให้ บางกรณีแบรนด์ต้องแจ้งเอง ควรยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนวางขาย

ขายเครื่องสำอางก่อนได้รับเลขที่ใบรับแจ้งมีความผิดหรือไม่

มีความผิด การวางขายเครื่องสำอางที่ยังไม่แจ้งจดกับ อย. ถือว่าฝ่าฝืนกฎหมาย ควรรอให้ได้รับเลขที่ใบรับแจ้งก่อนวางขายจริง

ฉลากเครื่องสำอางต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง

ต้องมีชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า เลขที่ใบรับแจ้ง วันผลิตและวันหมดอายุหรือควรใช้ก่อน วิธีใช้ และปริมาณสุทธิ ตามที่กฎหมายกำหนด

ใช้คำโฆษณาว่า "รักษาสิวหายขาด" ได้หรือไม่

ไม่ควรใช้ เพราะอาจเข้าข่ายกล่าวอ้างสรรพคุณเกินขอบเขตเครื่องสำอางจนถูกตีความเป็นยา ควรใช้ถ้อยคำที่เน้นความสะอาดและความสวยงามแทน

เปลี่ยนสูตรผลิตภัณฑ์หลังแจ้งจดแล้วต้องทำอย่างไร

ต้องแจ้งปรับปรุงข้อมูลกับ อย. ให้ตรงกับสูตรใหม่ ไม่ควรใช้เลขที่ใบรับแจ้งเดิมกับสูตรที่เปลี่ยนแปลงไปโดยไม่แจ้ง

ก่อนเปิดตัวแบรนด์เครื่องสำอางควรเตรียมอะไรบ้าง

ควรเตรียมข้อมูลสูตรและฉลาก แจ้งจดกับ อย. ให้เรียบร้อย ตรวจสอบฉลากให้ครบถ้วน และทบทวนถ้อยคำโฆษณาให้อยู่ในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาตก่อนวางขายจริง

สำหรับ SME ที่ต้องการจัดระบบบัญชีและภาษีให้รัดกุมมากขึ้นโดยไม่ต้องศึกษาทุกรายละเอียดด้วยตัวเอง ลองพิจารณาภาพรวมบริการที่ปรึกษาบัญชีและภาษีของ A Plus Me เพื่อประกอบการตัดสินใจ