ดอกเบี้ยเงินกู้บ้านเป็นค่าลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาที่หลายคนรู้จัก แต่เจ้าของกิจการหลายท่านยังสงสัยว่าตนเองมีสิทธิ์ใช้ควบคู่กับรายได้เงินเดือนจากบริษัทของตัวเองได้หรือไม่ บทความนี้ตอบทุกข้อสงสัยพร้อมอธิบายเงื่อนไขและวิธีใช้สิทธิ์อย่างถูกต้อง

เจ้าของกิจการใช้สิทธิ์ลดหย่อนดอกเบี้ยกู้บ้านได้หรือไม่

คำตอบสั้น ๆ คือ ได้ เจ้าของกิจการที่รับเงินเดือนจากบริษัทและมีการกู้ซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยส่วนตัวสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้บ้านได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป ไม่มีบทบัญญัติในกฎหมายที่ห้ามเจ้าของกิจการหรือกรรมการบริษัทใช้สิทธิ์นี้แต่อย่างใด

สิ่งสำคัญคือต้องแยกให้ชัดเจนระหว่าง รายได้ในฐานะบุคคลธรรมดา (เงินเดือน โบนัส ค่าตอบแทนกรรมการ) กับ รายได้และค่าใช้จ่ายของบริษัท ดอกเบี้ยเงินกู้บ้านที่พักอาศัยส่วนตัวเป็นค่าลดหย่อนของ บุคคลธรรมดา ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของบริษัท

เงื่อนไขการใช้สิทธิ์ลดหย่อนดอกเบี้ยกู้บ้าน

กรมสรรพากรกำหนดเงื่อนไขสำหรับการลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้บ้านดังนี้

  1. เป็นเงินกู้ยืมเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย ไม่ใช่เงินกู้เพื่อการลงทุนหรือธุรกิจ
  2. สัญญากู้ยืมต้องมีหลักประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์ ที่ซื้อหรือสร้างนั้น (จำนองบ้านกับธนาคาร)
  3. บ้านหรือที่พักอาศัยต้องใช้เป็นที่อยู่อาศัยจริง ไม่ใช่เพื่อให้เช่าหรือเพื่อการพาณิชย์
  4. ผู้กู้ต้องเป็นผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทย
  5. หลักฐานจากสถาบันการเงิน ต้องมีหนังสือรับรองดอกเบี้ยจากธนาคารหรือสถาบันการเงินประจำปี

วงเงินลดหย่อนดอกเบี้ยกู้บ้าน

วงเงินลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้บ้านสูงสุด 100,000 บาทต่อปี โดยลดหย่อนได้ตามดอกเบี้ยที่ชำระจริงในปีนั้น แต่ต้องไม่เกินวงเงินที่กำหนด

ในกรณีที่มีผู้กู้ร่วม เช่น กู้ร่วมกับคู่สมรส แต่ละคนสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนในส่วนของตนเองได้ไม่เกินคนละ 100,000 บาท ทำให้ครอบครัวได้รับสิทธิ์รวมสูงสุด 200,000 บาทต่อปี

เจ้าของกิจการ: กรณีที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

แม้เจ้าของกิจการจะใช้สิทธิ์นี้ได้ แต่มีกรณีที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ดังนี้

1. บ้านที่ใช้ทั้งอยู่อาศัยและเป็นสำนักงาน

หากบ้านที่กู้ซื้อถูกใช้เป็นทั้งที่พักอาศัยและสถานที่ประกอบธุรกิจ ต้องระมัดระวังในการนำค่าใช้จ่ายมาหักในสองทางพร้อมกัน หากบริษัทจ่ายค่าเช่าหรือค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งสำหรับส่วนที่ใช้ทำธุรกิจ ดอกเบี้ยที่นำมาลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาควรเป็นเฉพาะส่วนที่ใช้อยู่อาศัยส่วนตัวเท่านั้น

2. บ้านที่บริษัทซื้อให้

หากบริษัทเป็นผู้ซื้อบ้านให้แก่กรรมการ หรือบริษัทเป็นผู้ผ่อนชำระเงินกู้แทนกรรมการ กรรมการจะไม่สามารถนำดอกเบี้ยนั้นมาลดหย่อนภาษีส่วนตัวได้ เพราะไม่ใช่ดอกเบี้ยที่กรรมการจ่ายเอง อีกทั้งเงินที่บริษัทจ่ายแทนอาจถือเป็นรายได้เพิ่มเติมของกรรมการด้วย

3. กู้จากบุคคลธรรมดาหรือบริษัทนอกระบบ

สิทธิ์ลดหย่อนดอกเบี้ยกู้บ้านจำกัดเฉพาะเงินกู้จาก สถาบันการเงินที่ได้รับใบอนุญาต เช่น ธนาคาร บริษัทประกัน หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ การกู้ยืมเงินจากบุคคลธรรมดา ญาติ หรือบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินไม่สามารถนำดอกเบี้ยมาลดหย่อนได้

ตัวอย่างการคำนวณสิทธิ์ลดหย่อนดอกเบี้ยกู้บ้านของเจ้าของ SME

นายค. เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นหลักของบริษัท มีรายได้เงินเดือนจากบริษัทปีละ 1,800,000 บาท และกู้ซื้อบ้านจากธนาคารในราคา 5,000,000 บาท โดยในปีนั้นชำระดอกเบี้ยจริง 85,000 บาท

สิทธิ์ที่ใช้ได้

  • ลดหย่อนดอกเบี้ยกู้บ้านได้ 85,000 บาท (ไม่เกินวงเงิน 100,000 บาท)
  • ประหยัดภาษีที่ฐาน 25% = 21,250 บาท

วิธีใช้สิทธิ์ในแบบภาษี

เจ้าของกิจการที่ต้องการใช้สิทธิ์ลดหย่อนดอกเบี้ยกู้บ้านต้องดำเนินการดังนี้

  1. ขอหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ จากธนาคารหรือสถาบันการเงิน ซึ่งจะออกให้ประมาณต้นปีถัดไป ระบุจำนวนดอกเบี้ยที่ชำระจริงในปีภาษีนั้น
  2. กรอกรายการลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน ในแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ในหมวดค่าลดหย่อน
  3. เก็บหนังสือรับรองไว้เป็นหลักฐาน อย่างน้อย 5 ปี เผื่อกรมสรรพากรขอตรวจสอบ

การใช้สิทธิ์ร่วมกับสิทธิ์ลดหย่อนอื่น

ดอกเบี้ยกู้บ้านเป็นค่าลดหย่อนที่ไม่มีการ cap รวมกับสิทธิ์อื่น กล่าวคือสามารถใช้ควบคู่กับ

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
  • เบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพรวม 100,000 บาท
  • กองทุน RMF, SSF, กบข.
  • ค่าลดหย่อนบุตร
  • ค่าลดหย่อนบิดามารดา

การใช้สิทธิ์ลดหย่อนทุกรายการอย่างครบถ้วนสามารถลดรายได้สุทธิที่ใช้คำนวณภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้ภาระภาษีรวมลดลง

บทสรุป

เจ้าของกิจการและกรรมการบริษัทมีสิทธิ์ใช้ค่าลดหย่อนดอกเบี้ยกู้บ้านได้เต็มจำนวนสูงสุด 100,000 บาทต่อปี ไม่ต่างจากบุคคลทั่วไป ขอเพียงแยกให้ชัดเจนว่าบ้านหลังนั้นเป็นที่อยู่อาศัยส่วนตัว ดอกเบี้ยนั้นชำระจากกระเป๋าตนเอง และกู้จากสถาบันการเงินที่ได้รับใบอนุญาต เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้สิทธิ์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ rd.go.th

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ดอกเบี้ยกู้บ้านลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา: เจ้าของกิจการใช้ได้พร้อมเงินเดือนบริษัทหรือไม่ ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เจ้าของบริษัทที่รับเงินเดือนจากบริษัทตัวเองใช้สิทธิ์ลดหย่อนดอกเบี้ยกู้บ้านได้หรือไม่

ได้ กรรมการหรือเจ้าของกิจการที่รับเงินเดือนจากบริษัทของตนเองสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนดอกเบี้ยกู้บ้านในแบบภาษีบุคคลธรรมดาได้เต็มจำนวน สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี โดยไม่มีข้อจำกัดพิเศษสำหรับเจ้าของกิจการ

กู้บ้านร่วมกับคู่สมรส แต่ละคนลดหย่อนได้เท่าไหร่

กรณีกู้ร่วมกับคู่สมรส แต่ละคนสามารถลดหย่อนได้ตามส่วนของดอกเบี้ยที่ตนชำระ โดยรวมกันทั้งคู่ต้องไม่เกินดอกเบี้ยจริงที่ชำระ และแต่ละคนลดหย่อนได้ไม่เกินคนละ 100,000 บาทต่อปี ทำให้ครอบครัวได้สิทธิ์รวมสูงสุด 200,000 บาท

บ้านที่ใช้ทั้งอยู่อาศัยและทำงานจากบ้าน (Work from Home) ลดหย่อนดอกเบี้ยได้ทั้งหมดหรือไม่

หากบริษัทไม่ได้จ่ายค่าเช่าหรือค่าใช้จ่ายส่วนใดให้สำหรับการใช้บ้านเพื่อธุรกิจ ก็สามารถนำดอกเบี้ยทั้งหมดมาลดหย่อนภาษีส่วนตัวได้ แต่หากบริษัทจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนธุรกิจไปแล้ว ควรแยกสัดส่วนให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการนำมาใช้ซ้ำซ้อน

กู้บ้านจากนายจ้างหรือบริษัทที่เป็นเจ้าของเองลดหย่อนได้หรือไม่

โดยทั่วไปการกู้จากนายจ้างหรือบริษัทไม่เข้าเงื่อนไขลดหย่อนดอกเบี้ยกู้บ้าน เพราะกฎหมายกำหนดให้ต้องกู้จากสถาบันการเงินที่ได้รับใบอนุญาต เช่น ธนาคาร บริษัทประกัน หรือสหกรณ์เท่านั้น

กู้บ้านหลายหลังสามารถนำดอกเบี้ยมารวมลดหย่อนได้หรือไม่

ได้ สามารถนำดอกเบี้ยจากเงินกู้บ้านหลายหลังมารวมกันได้ แต่วงเงินรวมทั้งหมดต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ทั้งนี้บ้านแต่ละหลังต้องเป็นที่อยู่อาศัยจริง ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์หรือการลงทุน

ต้องขอเอกสารอะไรจากธนาคารเพื่อใช้สิทธิ์ลดหย่อน

ต้องขอหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ที่พักอาศัยจากธนาคาร ซึ่งธนาคารมักออกให้ช่วงต้นปีถัดจากปีที่ชำระ หนังสือนี้จะระบุจำนวนดอกเบี้ยที่ชำระจริงตลอดปีภาษี นำมากรอกในแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91

หากรีไฟแนนซ์บ้านในระหว่างปี ดอกเบี้ยจากธนาคารใหม่ลดหย่อนได้หรือไม่

ได้ ดอกเบี้ยจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยหลังรีไฟแนนซ์ก็ยังสามารถนำมาลดหย่อนได้ตามจริง แต่ต้องไม่เกินวงเงิน 100,000 บาทรวมทั้งปี โดยต้องขอหนังสือรับรองดอกเบี้ยจากทั้งธนาคารเก่าและธนาคารใหม่มาแสดง