หากคุณเป็นเจ้าของบ้านที่กำลังคิดจะติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อลดค่าไฟ
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปที่บ้านของตัวเอง ซึ่งมีผลตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 805) พ.ศ. 2569
ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571 และใช้สิทธิ์ได้เพียงครั้งเดียวต่อคน ตั้งแต่เงื่อนไขขนาดระบบไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ วงเงินลดหย่อนตามที่จ่ายจริงสูงสุด 200,000 บาท
เอกสาร e-Tax Invoice
ที่ต้องขอจากผู้ติดตั้งและต้องมีชื่อตรงกับบิลค่าไฟและหลักฐานการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า ไปจนถึงขั้นตอนกรอกในแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ตอนยื่นภาษีปลายปี
เพื่อให้ใช้สิทธิ์ได้ครบถ้วนและไม่มีปัญหาภายหลัง
สารบัญบทความ
มาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์รูฟท็อปบ้านคืออะไร
มาตรการนี้เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ภาครัฐออกมาจูงใจให้เจ้าของบ้านหันมาผลิตไฟฟ้าใช้เองจากพลังงานแสงอาทิตย์
เพื่อลดภาระค่าไฟในระยะยาวและลดการพึ่งพาพลังงานจากส่วนกลาง หลักการคือ
เมื่อเจ้าของบ้านจ่ายเงินซื้อและติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านของตัวเองในช่วงที่มาตรการมีผลบังคับ สามารถนำค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงมาหักเป็น "ค่าลดหย่อน"
ตอนคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีได้ โดยลดหย่อนได้ตามยอดที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน
200,000 บาทต่อคน และใช้สิทธิ์ได้เพียงครั้งเดียวตลอดช่วงเวลาที่มาตรการมีผล ซึ่งช่วยลดฐานเงินได้สุทธิก่อนคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า ไม่ใช่การขอเงินคืนแบบให้เปล่า
มาตรการนี้มีผลตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 805) พ.ศ. 2569 ซึ่งกำหนดช่วงเวลาการใช้สิทธิ์ไว้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 31
ธันวาคม 2571 เท่านั้น
หมายความว่าเจ้าของบ้านต้องจ่ายเงินซื้อ-ติดตั้ง และเชื่อมต่อระบบไฟฟ้ากับการไฟฟ้าสำเร็จภายในกรอบเวลาดังกล่าว จึงจะมีสิทธิ์นำมาลดหย่อนภาษีได้ หากติดตั้งไปก่อนวันที่มาตรการมีผล
หรือดำเนินการเสร็จหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2571 จะไม่เข้าเงื่อนไข
ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของกรมสรรพากรอีกครั้งก่อนตัดสินใจ เนื่องจากรายละเอียดปลีกย่อยอาจมีการปรับปรุงเพิ่มเติมได้ในภายหลัง
ข้อควรเข้าใจให้ชัดตั้งแต่ต้นคือ สิทธิ์นี้เป็นของ "บุคคลธรรมดา" เท่านั้น และใช้ได้เฉพาะที่อยู่อาศัยส่วนตัวของผู้ขอใช้สิทธิ์
หากเป็นเจ้าของธุรกิจที่ต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่โรงงาน สำนักงาน หรืออาคารพาณิชย์ในนามบริษัท
ต้องพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษีคนละชุด เช่น การหักค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินตามมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
มาตรการภาษีสำหรับนิติบุคคลที่ออกมาคู่กันในช่วงเวลาเดียวกันแต่มีเงื่อนไขและอัตราแยกต่างหาก หรือสิทธิประโยชน์จาก BOI
สำหรับกิจการพลังงานหมุนเวียน ซึ่งมีเงื่อนไขและขั้นตอนแตกต่างไปคนละทาง ไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกับมาตรการสำหรับบุคคลธรรมดานี้ได้
ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีแยกต่างหากสำหรับกรณีนิติบุคคล
เงื่อนไขสำคัญที่เจ้าของบ้านต้องเช็กก่อนติดตั้ง
หัวใจของมาตรการนี้อยู่ที่เงื่อนไขสำคัญที่ต้องครบทุกข้อ หากขาดข้อใดข้อหนึ่งอาจทำให้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนไม่ได้เลย จึงควรตรวจสอบก่อนเซ็นสัญญากับผู้ติดตั้ง
- ขนาดระบบไม่เกิน 10 กิโลวัตต์สูงสุด (10 kWp) ต่อบ้านหนึ่งหลัง และต้องเป็นระบบ On-Grid ที่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำเร็จจริง — หากออกแบบระบบใหญ่เกินกว่านี้ หรือเป็นระบบ Off-Grid ที่ไม่เชื่อมต่อกับสายส่ง ควรสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนว่ายังเข้าเงื่อนไขได้หรือไม่
- วงเงินลดหย่อนตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อคน และใช้สิทธิ์ได้เพียงครั้งเดียวตลอดช่วงเวลาที่มาตรการมีผลบังคับใช้ — ไม่ใช่สิทธิ์ที่ขอซ้ำได้ทุกปี หากติดตั้งระบบเพิ่มในปีถัดไปจะไม่สามารถนำมาลดหย่อนซ้ำได้อีก และหากค่าใช้จ่ายจริงต่ำกว่า 200,000 บาท ลดหย่อนได้เท่าที่จ่ายจริง ส่วนที่เกินจะนำมาลดหย่อนไม่ได้
- ต้องเป็นที่อยู่อาศัยของตนเอง ไม่ใช่บ้านที่ปล่อยเช่า อาคารพาณิชย์ หรือสถานประกอบการของธุรกิจ
- ต้องซื้อและติดตั้งจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและออก e-Tax Invoice แบบเต็มรูปแบบได้ ใบเสร็จเงินสดหรือใบกำกับภาษีแบบกระดาษทั่วไปใช้แทนไม่ได้
- ต้องจ่ายเงินและเชื่อมต่อระบบไฟฟ้ากับการไฟฟ้าสำเร็จภายในช่วงเวลาที่มาตรการมีผล คือตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 โดยใช้สิทธิ์ลดหย่อนในปีภาษีที่เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าสำเร็จ ซึ่งอาจเป็นคนละปีกับปีที่จ่ายเงินหรือได้รับ e-Tax Invoice หากดำเนินการข้ามปี ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีว่าจะใช้สิทธิ์ในปีใด
| หัวข้อ | รายละเอียดที่ต้องรู้ |
|---|---|
| ผู้มีสิทธิ์ | บุคคลธรรมดาที่ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ที่บ้านของตนเอง (ไม่ใช่นิติบุคคล) |
| ช่วงเวลาที่มีผล | ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 805) พ.ศ. 2569 มีผลตั้งแต่ 3 มีนาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571 |
| ขนาดระบบสูงสุด | ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) ต่อหลังคาเรือน ต้องเป็นระบบ On-Grid เชื่อมต่อกับ กฟน./กฟภ. |
| วงเงินลดหย่อน | ตามค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อคน ใช้สิทธิ์ได้เพียงครั้งเดียวตลอดระยะเวลามาตรการ |
| หลักฐานที่ต้องมี | e-Tax Invoice แบบเต็มรูปแบบจากผู้ขาย/ผู้ติดตั้งที่จดทะเบียน VAT โดยชื่อผู้ซื้อต้องตรงกับชื่อเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า ชื่อผู้ขอเชื่อมต่อระบบกับการไฟฟ้า และชื่อผู้ยื่นแบบภาษี |
| ปีภาษีที่ใช้สิทธิ์ | ปีภาษีที่เชื่อมต่อระบบไฟฟ้ากับการไฟฟ้าสำเร็จ (อาจต่างจากปีที่จ่ายเงิน) |
| วิธีใช้สิทธิ์ | กรอกเป็นค่าลดหย่อนในแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ของปีภาษีที่มีสิทธิ์ใช้ |
เอกสารที่ต้องเตรียม: ทำไมชื่อในเอกสารทุกฉบับต้องตรงกัน
เหตุผลที่กรมสรรพากรกำหนดให้ตรวจสอบชื่อในเอกสารหลายฉบับ เพราะต้องการยืนยันว่าบ้านหลังที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์เป็นที่อยู่อาศัยจริงของผู้ขอใช้สิทธิ์ และเป็นผู้จ่ายเงินเอง
ไม่ใช่บ้านของคนอื่น เช่น
กรณีที่ยังพักอยู่บ้านพ่อแม่แต่บิลค่าไฟยังเป็นชื่อพ่อแม่ โดยหลักการทั่วไปชื่อที่ควรตรงกันมีทั้งชื่อผู้ซื้อใน e-Tax Invoice ชื่อเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า (ผู้ใช้ไฟตามบิลค่าไฟฟ้า)
ชื่อผู้ขอเชื่อมต่อระบบ (ขนานไฟ)
กับการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และชื่อผู้ยื่นแบบภาษีที่ขอใช้สิทธิ์ลดหย่อน หากชื่อในเอกสารชุดใดชุดหนึ่งไม่ตรงกัน มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกปฏิเสธสิทธิ์ลดหย่อน
ดังนั้นก่อนติดตั้งควรตรวจสอบและแก้ไขชื่อผู้ใช้ไฟฟ้ากับการไฟฟ้าให้ตรงกับชื่อผู้ที่จะขอใช้สิทธิ์ลดหย่อนก่อนเริ่มดำเนินการ
เอกสารที่ควรเก็บไว้ให้ครบมีดังนี้
- e-Tax Invoice ฉบับเต็มรูปแบบ ระบุรายการแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ และค่าติดตั้งอย่างชัดเจน
- สำเนาบิลค่าไฟฟ้าล่าสุดของบ้านหลังที่ติดตั้ง ที่มีชื่อตรงกับผู้ซื้อในใบกำกับภาษี
- หลักฐานการขอเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า (ขนานไฟ) กับการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ระบุวันที่เชื่อมต่อระบบสำเร็จ เพราะเป็นตัวกำหนดปีภาษีที่ใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้
- สัญญาซื้อขาย/ติดตั้งกับผู้ประกอบการ พร้อมหลักฐานการชำระเงิน เช่น สลิปโอนเงิน
- สำเนาทะเบียนบ้านหรือเอกสารแสดงว่าเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ขอใช้สิทธิ์
ควรเก็บเอกสารทั้งหมดไว้อย่างน้อย 5 ปีนับจากปีที่ยื่นแบบ เผื่อกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบย้อนหลัง เพราะหากไม่มีเอกสารครบ อาจถูกเรียกคืนภาษีพร้อมเงินเพิ่มในภายหลัง
ตัวอย่างคำนวณและขั้นตอนยื่นลดหย่อนในแบบ ภ.ง.ด.90/91
สมมติเจ้าของบ้านติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ขนาด 8 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) ซึ่งไม่เกินเกณฑ์ 10 กิโลวัตต์ รวมค่าแผง อินเวอร์เตอร์ และค่าแรงติดตั้งทั้งหมด 235,000 บาท จ่ายเงิน ได้รับ
e-Tax Invoice
และเชื่อมต่อระบบไฟฟ้ากับการไฟฟ้าสำเร็จภายในปีภาษีเดียวกัน ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาที่มาตรการมีผล (3 มีนาคม 2569 - 31 ธันวาคม 2571) แม้จ่ายจริง 235,000 บาท
แต่นำมาลดหย่อนได้สูงสุดเพียง 200,000 บาทตามเพดานที่กำหนด ส่วนที่เกิน 35,000
บาทนำมาลดหย่อนไม่ได้ และเนื่องจากสิทธิ์นี้ใช้ได้เพียงครั้งเดียวต่อคนตลอดช่วงเวลาที่มาตรการมีผล
เจ้าของบ้านจะไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการติดตั้งหรือขยายระบบเพิ่มเติมในปีถัดไปมาขอลดหย่อนซ้ำได้อีก หากเจ้าของบ้านมีเงินได้สุทธิอยู่ในขั้นภาษี
20% การลดหย่อน 200,000 บาทจะช่วยประหยัดภาษีได้ประมาณ 40,000 บาทในปีนั้น (คำนวณคร่าว ๆ จากอัตราภาษีขั้นสุดท้ายที่ใช้กับเงินได้ก้อนนี้)
ตัวเลขจริงจะแตกต่างกันไปตามเงินได้สุทธิและค่าลดหย่อนอื่นที่มีอยู่แล้ว
ขั้นตอนการใช้สิทธิ์เมื่อถึงเวลายื่นภาษีปลายปีมีดังนี้
- รวบรวมยอดค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงตาม e-Tax Invoice ของปีภาษีที่เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าสำเร็จ (ไม่เกิน 200,000 บาท)
- กรอกยอดลดหย่อนในช่องรายการลดหย่อนที่เกี่ยวข้องของแบบ ภ.ง.ด.90 (กรณีมีเงินได้หลายประเภท) หรือ ภ.ง.ด.91 (กรณีมีเฉพาะเงินเดือน) ของปีภาษีนั้น
- ยื่นแบบภายในกำหนดเวลาปกติของกรมสรรพากร คือภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไปสำหรับการยื่นแบบกระดาษ หรือขยายเวลาออกไปบางส่วนสำหรับการยื่นผ่านระบบ e-Filing ตามประกาศของกรมสรรพากรในแต่ละปี ควรตรวจสอบวันที่ล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง
- เก็บ e-Tax Invoice หลักฐานการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า และหลักฐานการจ่ายเงินไว้ ไม่ต้องแนบส่งพร้อมแบบ แต่ต้องพร้อมแสดงหากถูกขอตรวจสอบ
ข้อควรระวังที่เจ้าของบ้านมักพลาด
จากประสบการณ์ให้คำปรึกษาเจ้าของบ้านที่ต้องการใช้สิทธิ์นี้ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและทำให้ใช้สิทธิ์ไม่ได้เต็มที่หรือถูกปฏิเสธ มีดังนี้
- ซื้อจากร้านที่ไม่จดทะเบียน VAT หรือออกได้เฉพาะใบเสร็จเงินสด — ควรสอบถามและยืนยันกับผู้ติดตั้งก่อนโอนเงินมัดจำว่าออก e-Tax Invoice แบบเต็มรูปแบบให้ได้จริง
- ชื่อในเอกสารไม่ตรงกัน เช่น ชื่อผู้ใช้ไฟตามบิลค่าไฟ ชื่อผู้ขอเชื่อมต่อระบบกับการไฟฟ้า และชื่อผู้ซื้อในใบกำกับภาษีไม่ตรงกัน — โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ร่วมกันหลายรุ่นในครอบครัว ควรแก้ไขชื่อให้ตรงกันก่อนติดตั้ง
- ติดตั้งระบบเกิน 10 กิโลวัตต์ หรือเป็นระบบที่ไม่เชื่อมต่อกับสายส่งของการไฟฟ้า (Off-Grid) โดยไม่ตรวจสอบก่อน — ควรแจ้งผู้ติดตั้งให้ออกแบบระบบให้อยู่ในเกณฑ์ตั้งแต่ต้น หากจำเป็นต้องใช้กำลังผลิตมากกว่านี้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจ
- เข้าใจผิดว่าใช้สิทธิ์นี้ได้ทุกปีหรือทุกระบบที่ติดตั้งเพิ่ม — สิทธิ์นี้ใช้ได้เพียงครั้งเดียวต่อคนตลอดช่วงเวลาที่มาตรการมีผล หากติดตั้งระบบเพิ่มเติมภายหลังหรือขยายระบบเดิม จะไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายส่วนนั้นมาลดหย่อนซ้ำได้อีก ควรวางแผนขนาดระบบและงบประมาณให้ครบตั้งแต่ครั้งแรก
- นำค่าใช้จ่ายเดียวกันไปใช้สิทธิ์ซ้ำสองมาตรการ — เช่น ใช้ใบเดียวกันขอทั้งลดหย่อนโซลาร์และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นในปีเดียวกัน ควรตรวจสอบเงื่อนไขปีภาษีปัจจุบันให้ชัดก่อนยื่นแบบ
- บ้านที่มีการใช้พื้นที่บางส่วนทำธุรกิจ เช่น โฮมออฟฟิศหรือร้านค้าเล็ก ๆ ควรแยกให้ชัดว่าใช้สิทธิ์ส่วนบุคคลนี้เฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับที่พักอาศัยจริง ไม่นำไปปะปนกับรายจ่ายที่บันทึกในบัญชีธุรกิจ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตอนถูกตรวจสอบ
เนื่องจากมาตรการนี้มีช่วงเวลาบังคับใช้ที่ชัดเจน (3 มีนาคม 2569 - 31 ธันวาคม 2571) และรายละเอียดปลีกย่อยที่อาจปรับปรุงเพิ่มเติมได้ ก่อนตัดสินใจติดตั้งและวางแผนใช้สิทธิ์ลดหย่อน
ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากกรมสรรพากรหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อยืนยันว่าการติดตั้งของท่านยังอยู่ในช่วงเวลาที่มีสิทธิ์ และเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้นทาง
จะช่วยให้ใช้สิทธิ์ได้เต็มจำนวนโดยไม่มีปัญหาตอนยื่นแบบ
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง ลดหย่อนภาษีโซลาร์รูฟท็อปบ้าน 200,000 บาท ปี 2569 ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์
เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ติดโซลาร์เซลล์ที่บ้านเช่าอยู่ ใช้สิทธิ์ลดหย่อนนี้ได้ไหม
มาตรการนี้ออกแบบมาสำหรับที่อยู่อาศัยของตนเองเป็นหลัก และกำหนดให้ชื่อผู้ใช้ไฟฟ้าตามบิลค่าไฟ ชื่อผู้ขอเชื่อมต่อระบบ (ขนานไฟ) กับการไฟฟ้า และชื่อผู้ซื้อใน e-Tax Invoice
ต้องตรงกับชื่อผู้ขอใช้สิทธิ์ลดหย่อน
เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้พักอาศัยจริงและเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายเอง หากพักบ้านเช่าหรือบ้านที่บิลค่าไฟยังเป็นชื่อคนอื่น
ควรตรวจสอบและแก้ไขชื่อผู้ใช้ไฟฟ้ากับการไฟฟ้าให้ตรงกับผู้ขอใช้สิทธิ์ก่อนติดตั้ง มิเช่นนั้นมีความเสี่ยงที่จะใช้สิทธิ์ไม่ได้
ติดตั้งระบบขนาดเกิน 10 กิโลวัตต์ จะลดหย่อนได้บางส่วนไหม
เงื่อนไขหลักของมาตรการกำหนดเพดานขนาดระบบไว้ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) ต่อหลังคาเรือน และต้องเป็นระบบ On-Grid ที่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าสำเร็จ
หากวางแผนติดตั้งระบบที่ใหญ่กว่านี้
ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรโดยตรงก่อนเซ็นสัญญา เพื่อให้ทราบชัดเจนว่าจะใช้สิทธิ์ได้ในลักษณะใด
และควรแจ้งผู้ติดตั้งให้ออกแบบระบบให้อยู่ในเกณฑ์ตั้งแต่ต้นเพื่อลดความเสี่ยง
จ่ายเงินติดตั้งไปแล้วแต่ได้ใบเสร็จเงินสดธรรมดา ไม่ใช่ e-Tax Invoice ทำอย่างไร
ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีแบบกระดาษทั่วไปไม่สามารถใช้ยื่นขอลดหย่อนตามมาตรการนี้ได้ ต้องเป็น e-Tax Invoice
แบบเต็มรูปแบบที่ออกผ่านระบบของกรมสรรพากรจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น หากผู้ติดตั้งยังไม่ได้ออกให้
ควรติดต่อร้านหรือบริษัทติดตั้งให้ออก e-Tax Invoice ภายในปีภาษีเดียวกับที่จ่ายเงินและเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าสำเร็จ และควรตรวจสอบก่อนโอนเงินมัดจำทุกครั้งว่าผู้ขายจดทะเบียนในระบบ e-Tax
Invoice ของกรมสรรพากรจริง
ลดหย่อนภาษีโซลาร์รูฟท็อปนี้ใช้ร่วมกับค่าลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านหรือมาตรการอื่นได้ไหม
โดยหลักการค่าลดหย่อนแต่ละประเภทมีเพดานแยกจากกันตามกฎหมาย จึงมักใช้ร่วมกับค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยหรือมาตรการอื่นได้ตามเงื่อนไขของแต่ละมาตรการ
แต่ค่าใช้จ่ายรายการเดียวกันไม่สามารถนำไปใช้สิทธิ์ซ้ำสองมาตรการพร้อมกันได้
ควรตรวจสอบเงื่อนไขปีภาษีปัจจุบันกับผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นแบบเพื่อวางแผนให้ได้ประโยชน์สูงสุดโดยไม่ผิดเงื่อนไข
ลดหย่อนภาษีโซลาร์นี้ใช้ได้ทุกปีหรือใช้ได้ครั้งเดียว
สิทธิ์นี้ใช้ได้เพียงครั้งเดียวต่อคน ไม่ใช่สิทธิ์ที่ขอซ้ำได้ทุกปี โดยใช้สิทธิ์ในปีภาษีที่เชื่อมต่อระบบไฟฟ้ากับการไฟฟ้าสำเร็จ และต้องอยู่ในช่วงเวลาที่มาตรการมีผลบังคับใช้
คือตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 เท่านั้น
หากติดตั้งระบบเพิ่มเติมในภายหลังหรือขยายระบบเดิม จะไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายส่วนนั้นมาขอลดหย่อนซ้ำได้อีก ควรวางแผนขนาดระบบและงบประมาณให้ครบตั้งแต่ครั้งแรก
เมื่อเริ่มมีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับหลายประเภทภาษีพร้อมกัน การวางแผนภาษีอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น