ธุรกิจรับเจาะเสาเข็มและสำรวจดินมักถามว่าเสียภาษีอย่างไร คำตอบสั้นๆ คือต้องแยกรายได้ค่าบริการเจาะเสาเข็ม/เจาะสำรวจออกจากค่าวัสดุเสาเข็มที่ซื้อมาขายต่อ

เพราะสองรายการนี้มีวิธีคำนวณต้นทุนและภาษีหัก ณ ที่จ่ายต่างกัน

และต้องคุมต้นทุนเครื่องจักรหนักต่อโครงการให้ชัดเจนเพื่อวัดกำไรที่แท้จริง

สารบัญบทความ
  1. โครงสร้างรายได้ของธุรกิจรับเจาะเสาเข็มและสำรวจดิน
  2. ต้นทุนเครื่องจักรหนักต้องคิดต่อโครงการ ไม่ใช่รวมทั้งปี
  3. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและ VAT ของงานเจาะเสาเข็ม
  4. งานทดสอบเสาเข็มและรายงานสำรวจดิน มีรายได้เพิ่มที่มักถูกลืม
  5. ตัวอย่างการคำนวณต้นทุนโครงการเจาะเสาเข็ม
  6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  7. การวางแผนภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับธุรกิจก่อสร้างเฉพาะทาง
  8. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  10. ตารางนำบทความไปใช้

โครงสร้างรายได้ของธุรกิจรับเจาะเสาเข็มและสำรวจดิน

ธุรกิจรับเจาะเสาเข็มและสำรวจดิน (Piling and Soil Investigation) มีรายได้หลักสองส่วนที่มักปะปนกันในใบเสนอราคาเดียว คือ (1) ค่าบริการเจาะและตอกเสาเข็ม ค่าเจาะสำรวจดิน (Soil

Boring) และค่าทดสอบการรับน้ำหนักเสาเข็ม (Pile Load Test)

ซึ่งถือเป็นรายได้จากการให้บริการ และ (2) ค่าวัสดุเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงหรือเสาเข็มเจาะที่ผู้รับเหมาซื้อมาเพื่อขายต่อพร้อมติดตั้ง ซึ่งมีลักษณะเป็นรายได้จากการขายสินค้าผสมบริการ

การแยกสองส่วนนี้ให้ชัดเจนตั้งแต่ใบเสนอราคาและสัญญาจะช่วยให้บันทึกต้นทุนขายและต้นทุนบริการแยกกันได้ถูกต้อง ไม่ปะปนจนดูไม่ออกว่ากำไรจริงมาจากส่วนไหน

ต้นทุนเครื่องจักรหนักต้องคิดต่อโครงการ ไม่ใช่รวมทั้งปี

รถเจาะเสาเข็ม ปั้นจั่นตอกเสาเข็ม และชุดเครื่องมือสำรวจดิน เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงและมีต้นทุนแฝงจำนวนมาก เช่น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าบำรุงรักษา

ค่าขนย้ายเครื่องจักรเข้า-ออกไซต์งาน (Mobilization/Demobilization)

และค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร หากไม่คิดต้นทุนเหล่านี้แยกตามแต่ละโครงการ เจ้าของกิจการจะไม่รู้ว่าโครงการใดที่ทำแล้วขาดทุนจากค่าขนย้ายเครื่องจักรที่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับมูลค่างาน

โดยเฉพาะงานที่ไซต์งานอยู่ไกลหรือเข้าถึงยาก

ซึ่งค่าขนย้ายอาจกินสัดส่วนกำไรไปมากโดยไม่รู้ตัว

รายงานที่ธุรกิจเจาะเสาเข็มควรมีทุกโครงการ

ใบบันทึกจำนวนเสาเข็มที่ตอก/เจาะจริงเทียบกับที่ตกลงในสัญญา รายงานชั่วโมงใช้งานเครื่องจักรต่อวัน ค่าขนย้ายเครื่องจักรแยกจากค่าบริการหลัก

และรายงานผลทดสอบดิน/เสาเข็มที่ส่งมอบให้ลูกค้าเป็นหลักฐาน

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและ VAT ของงานเจาะเสาเข็ม

งานรับเหมาเจาะเสาเข็มและสำรวจดินโดยทั่วไปเข้าข่ายเป็นการรับจ้างทำของ ซึ่งผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลมักมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายเงินให้ผู้รับเหมา

แต่หากในสัญญามีการแยกค่าวัสดุเสาเข็มออกจากค่าบริการอย่างชัดเจน

อาจมีผลต่ออัตราและฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่แตกต่างกันระหว่างส่วนที่เป็นค่าบริการล้วนกับส่วนที่เป็นการขายพร้อมติดตั้ง

จุดนี้มีรายละเอียดทางเทคนิคสูงและควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรก่อนออกใบแจ้งหนี้ทุกครั้ง

เพื่อไม่ให้หักภาษีผิดฐานจนต้องปรับปรุงย้อนหลัง

สำหรับภาษีมูลค่าเพิ่ม หากกิจการมีรายได้รวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียน VAT และออกใบกำกับภาษีตามปกติ โดยควรตรวจสอบอัตรา VAT ปัจจุบันกับกรมสรรพากรก่อนคำนวณราคาเสนองานทุกครั้ง

เพราะราคาที่เสนอลูกค้าต้องระบุให้ชัดว่ารวมหรือไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

งานทดสอบเสาเข็มและรายงานสำรวจดิน มีรายได้เพิ่มที่มักถูกลืม

นอกจากงานเจาะและตอกเสาเข็มแล้ว หลายกิจการยังรับงานทดสอบการรับน้ำหนักเสาเข็ม (Static/Dynamic Pile Load Test) และงานเจาะสำรวจดินพร้อมทำรายงานผลการทดสอบชั้นดิน (Soil Boring Log)

ให้วิศวกรใช้ออกแบบฐานราก

งานเหล่านี้มักมีสัญญาแยกต่างหากจากงานเจาะเสาเข็มหลัก และมีมูลค่าไม่น้อย จึงต้องบันทึกเป็นรายได้อีกรายการหนึ่งอย่างครบถ้วน

ไม่ควรรวมเข้ากับยอดงานเจาะเสาเข็มจนดูไม่ออกว่ารายได้จากงานทดสอบมีสัดส่วนเท่าไรของธุรกิจทั้งหมด

ตัวอย่างการคำนวณต้นทุนโครงการเจาะเสาเข็ม

สมมติบริษัทรับงานเจาะเสาเข็มโครงการหนึ่ง มูลค่าสัญญา 1,500,000 บาท แบ่งเป็นค่าวัสดุเสาเข็ม 900,000 บาท และค่าบริการเจาะ/ตอก 600,000 บาท

ต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงประกอบด้วยค่าวัสดุเสาเข็ม 700,000 บาท ค่าขนย้ายเครื่องจักรเข้า-ออกไซต์งาน 80,000

บาท ค่าน้ำมันและบำรุงรักษาเครื่องจักรระหว่างงาน 120,000 บาท และค่าแรงทีมงาน 150,000 บาท รวมต้นทุนทั้งหมด 1,050,000 บาท กำไรขั้นต้นของโครงการนี้อยู่ที่ 450,000 บาท

หากบริษัทไม่แยกคิดค่าขนย้ายเครื่องจักรเป็นต้นทุนเฉพาะโครงการ

อาจไม่รู้ว่าโครงการที่ไซต์งานอยู่ไกลทำให้กำไรลดลงจากค่าขนย้ายที่สูงกว่าปกติ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • รวมค่าวัสดุเสาเข็มและค่าบริการเจาะไว้เป็นยอดเดียวในใบแจ้งหนี้ ทำให้แยกฐานภาษีหัก ณ ที่จ่ายและต้นทุนขายไม่ได้
  • ไม่คิดค่าขนย้ายเครื่องจักรเข้า-ออกไซต์งานเป็นต้นทุนเฉพาะโครงการ ทำให้ไม่รู้ว่าโครงการใดขาดทุนจากระยะทางไซต์งาน
  • ลืมบันทึกรายได้จากงานทดสอบเสาเข็มหรืองานสำรวจดินแยกต่างหาก ทำให้รายได้รวมของธุรกิจไม่ครบถ้วน
  • ไม่เก็บรายงานจำนวนเสาเข็มที่เจาะ/ตอกจริงเทียบกับสัญญา ทำให้ตรวจสอบปริมาณงานย้อนหลังยากเมื่อมีข้อพิพาทกับลูกค้า

การวางแผนภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับธุรกิจก่อสร้างเฉพาะทาง

หากกิจการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและเข้าเงื่อนไข SME คือทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี

อาจได้รับสิทธิ์อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลแบบขั้นบันไดที่เอื้อประโยชน์มากกว่าอัตราปกติ

แต่รายละเอียดเงื่อนไขและอัตราที่แน่นอนควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรก่อนวางแผนภาษีประจำปี โดยเฉพาะธุรกิจที่มีรายได้ผันผวนตามจำนวนโครงการในแต่ละปี

ซึ่งอาจกระทบเกณฑ์รายได้ที่ใช้พิจารณาสิทธิประโยชน์นี้

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ธุรกิจรับเจาะเสาเข็มและสำรวจดินควรเริ่มจากการแยกรายการค่าวัสดุและค่าบริการในสัญญาให้ชัดเจน จัดทำรายงานต้นทุนเครื่องจักรและค่าขนย้ายแยกตามโครงการ

บันทึกรายได้งานทดสอบเสาเข็มและสำรวจดินให้ครบถ้วน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเรื่องอัตราหัก

ณ ที่จ่ายที่ถูกต้องตามลักษณะสัญญาแต่ละแบบ เพื่อให้ธุรกิจวัดกำไรที่แท้จริงและยื่นภาษีได้ถูกต้องทุกโครงการ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
โครงสร้างรายได้ของธุรกิจรับเจาะเสาเข็มและสำรวจดินตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ต้นทุนเครื่องจักรหนักต้องคิดต่อโครงการ ไม่ใช่รวมทั้งปีตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและ VAT ของงานเจาะเสาเข็มตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ธุรกิจเจาะเสาเข็มต้องแยกค่าวัสดุกับค่าบริการในสัญญาไหม

ควรแยกให้ชัดเจน เพราะค่าวัสดุเสาเข็มและค่าบริการเจาะ/ตอกมีลักษณะภาษีและฐานหัก ณ ที่จ่ายต่างกัน การรวมเป็นยอดเดียวจะทำให้คำนวณต้นทุนขายและภาษีคลาดเคลื่อน

ค่าขนย้ายเครื่องจักรเข้า-ออกไซต์งานควรบันทึกอย่างไร

ควรบันทึกเป็นต้นทุนเฉพาะแต่ละโครงการ ไม่ใช่รวมเป็นค่าใช้จ่ายทั่วไปของกิจการ เพื่อให้เห็นว่าโครงการที่ไซต์งานอยู่ไกลมีต้นทุนสูงกว่าปกติเท่าไร

งานเจาะเสาเข็มต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราเท่าไร

ขึ้นอยู่กับลักษณะสัญญาว่าเป็นค่าบริการล้วนหรือขายพร้อมติดตั้ง ควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรก่อนออกใบแจ้งหนี้ทุกครั้ง

ธุรกิจเจาะเสาเข็มต้องจด VAT เมื่อไร

เมื่อรายได้รวมของกิจการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

รายได้จากงานทดสอบเสาเข็มต้องบันทึกแยกจากงานเจาะหลักไหม

ควรบันทึกแยก เพราะเป็นสัญญาและมูลค่างานคนละส่วน การแยกบันทึกช่วยให้เห็นสัดส่วนรายได้ของแต่ละบริการและตรวจสอบภาษีได้ง่ายขึ้น

ธุรกิจ SME ก่อสร้างได้สิทธิ์ภาษีเงินได้นิติบุคคลแบบพิเศษไหม

หากเข้าเงื่อนไขทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี อาจได้รับอัตราภาษีแบบขั้นบันได แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับผู้เชี่ยวชาญหรือกรมสรรพากร

ควรเก็บเอกสารอะไรบ้างสำหรับตรวจสอบภาษีย้อนหลัง

ควรเก็บสัญญาที่แยกค่าวัสดุและค่าบริการ ใบบันทึกจำนวนเสาเข็มที่เจาะจริง รายงานผลทดสอบดิน ใบแจ้งหนี้ และหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากลูกค้าทุกโครงการ

สำหรับ SME ที่ต้องการจัดระบบบัญชีและภาษีให้รัดกุมมากขึ้นโดยไม่ต้องศึกษาทุกรายละเอียดด้วยตัวเอง ลองพิจารณาภาพรวมบริการที่ปรึกษาบัญชีและภาษีของ A Plus Me เพื่อประกอบการตัดสินใจ