ช่างไฟฟ้าและช่างประปารับเหมาอิสระที่เริ่มมีรายได้มากขึ้นมักสงสัยว่าควรทำงานในนามบุคคลธรรมดาต่อไป หรือควรจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล คำตอบขึ้นอยู่กับระดับรายได้ ลูกค้าหลักเป็นใคร

และภาระภาษีที่เกิดขึ้นจริง

บทความนี้เปรียบเทียบทั้งสองแบบให้เห็นข้อดีข้อเสียชัดเจนก่อนตัดสินใจ

สารบัญบทความ
  1. ช่างรับเหมาอิสระมีทางเลือกจดทะเบียนแบบไหนบ้าง
  2. ข้อดีข้อเสียของการทำงานในนามบุคคลธรรมดา
  3. ข้อดีข้อเสียของการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
  4. ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ
  5. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ช่างรับเหมาต้องรู้
  6. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  7. ค่าจดทะเบียนและภาระผูกพันประจำปีของนิติบุคคล
  8. การบริหารทีมช่างและลูกน้องในนามนิติบุคคล
  9. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  10. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  11. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ช่างรับเหมาอิสระมีทางเลือกจดทะเบียนแบบไหนบ้าง

ช่างไฟฟ้าและช่างประปาที่รับงานอิสระ (ไม่ได้เป็นพนักงานประจำ) มีทางเลือกหลักอยู่ 2 รูปแบบ คือ (1) ทำงานในนามบุคคลธรรมดา มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(6) หรือ 40(8)

แล้วแต่ลักษณะงาน หรือ (2) จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคล เช่น

บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ซึ่งแต่ละแบบมีภาระภาษีและความรับผิดชอบทางกฎหมายที่แตกต่างกันอย่างมาก

ข้อดีข้อเสียของการทำงานในนามบุคคลธรรมดา

การทำงานในนามบุคคลธรรมดามีข้อดีคือเริ่มต้นง่าย ไม่ต้องจดทะเบียนบริษัท ไม่ต้องทำบัญชีตามมาตรฐานการบัญชีเต็มรูปแบบ

และสามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาตามอัตราที่กฎหมายกำหนดสำหรับเงินได้ประเภทรับจ้างทำของได้ทันทีโดยไม่ต้องมีใบเสร็จ อย่างไรก็ตาม

เมื่อรายได้เพิ่มสูงขึ้น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่คำนวณแบบขั้นบันได (Progressive Rate) อาจทำให้ภาระภาษีสูงกว่าการเป็นนิติบุคคลในบางช่วงรายได้

นอกจากนี้ยังต้องรับผิดชอบหนี้สินจากงานด้วยทรัพย์สินส่วนตัวแบบไม่จำกัด (Unlimited Liability)

หากเกิดข้อพิพาทกับลูกค้า

ข้อดีข้อเสียของการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

การจดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดมีข้อดีคือความรับผิดชอบจำกัดเฉพาะทุนจดทะเบียน (Limited Liability) และสำหรับ SME ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท

และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี

จะได้รับสิทธิประโยชน์ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) แบบขั้นบันได คือ กำไรส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาทแรกได้รับยกเว้นภาษี กำไรส่วน 300,001-3,000,000 บาท เสียภาษีในอัตรา 15%

และกำไรส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท เสียภาษีในอัตรา 20%

ซึ่งอาจได้เปรียบกว่าภาษีบุคคลธรรมดาเมื่อกำไรสูงถึงระดับหนึ่ง แต่ข้อเสียคือต้องทำบัญชีตามมาตรฐาน มีค่าใช้จ่ายด้านบัญชีและผู้สอบบัญชีทุกปี

และต้องนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรงตามกำหนดเวลา

ประเด็นบุคคลธรรมดานิติบุคคล
ความรับผิดชอบไม่จำกัด (ทรัพย์สินส่วนตัว)จำกัดเฉพาะทุนจดทะเบียน
อัตราภาษีขั้นบันไดบุคคลธรรมดา0% / 15% / 20% ตามเงื่อนไข SME
ต้นทุนบัญชีต่ำ ไม่ต้องมีผู้สอบบัญชีต้องทำบัญชีเต็มรูปแบบ+ผู้สอบบัญชี
ความน่าเชื่อถือกับลูกค้าองค์กรอาจจำกัดสูงกว่า ออกใบกำกับภาษีได้เต็มรูปแบบ

ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่ควรพิจารณาคือระดับรายได้ต่อปี ถ้ารายได้ยังไม่สูงมากและลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบุคคลทั่วไป (เจ้าของบ้าน) การทำงานในนามบุคคลธรรมดาอาจคุ้มค่ากว่าเพราะต้นทุนบริหารต่ำ

แต่หากลูกค้าหลักเป็นบริษัทก่อสร้างหรือผู้รับเหมารายใหญ่ที่ต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ หรือรายได้เริ่มเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีจนต้องจด VAT อยู่แล้ว

การจดทะเบียนนิติบุคคลอาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและวางแผนภาษีได้ดีกว่าในระยะยาว

ทั้งนี้ควรคำนวณเปรียบเทียบภาระภาษีจริงทั้งสองแบบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ เนื่องจากตัวเลขที่เหมาะสมแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ของแต่ละคน

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ช่างรับเหมาต้องรู้

เมื่อรับงานจากลูกค้าที่เป็นนิติบุคคล ไม่ว่าจะทำงานในนามบุคคลธรรมดาหรือบริษัทของตนเอง ค่าจ้างทำของ เช่น ค่าเดินสายไฟ ซ่อมท่อประปา หรือติดตั้งระบบ มักถูกหักภาษี ณ

ที่จ่ายตามอัตราที่กำหนดสำหรับงานรับจ้างทำของ

ควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากร และควรขอหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายจากลูกค้าทุกครั้งเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานเครดิตภาษี

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

สมมติช่างไฟฟ้าอิสระคนหนึ่งมีรายได้จากงานซ่อมบำรุงในบ้านลูกค้าทั่วไปประมาณ 800,000 บาทต่อปี กรณีนี้การทำงานในนามบุคคลธรรมดาอาจเหมาะสมกว่า

เพราะต้นทุนการทำบัญชีต่ำและภาระภาษียังไม่สูงมาก

แต่หากช่างคนเดียวกันเริ่มรับงานเดินสายไฟให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างจนรายได้เพิ่มเป็น 3 ล้านบาทต่อปี และลูกค้าต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ

การจดทะเบียนเป็นบริษัทอาจช่วยลดภาระภาษีในระยะยาวและเพิ่มความน่าเชื่อถือกับลูกค้าองค์กรได้มากกว่า

ค่าจดทะเบียนและภาระผูกพันประจำปีของนิติบุคคล

นอกจากภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว การจดทะเบียนบริษัทยังมีภาระผูกพันประจำปีที่ต้องวางแผนล่วงหน้า เช่น ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจัดตั้ง ค่าจ้างทำบัญชีรายเดือน

ค่าธรรมเนียมผู้สอบบัญชีตรวจงบการเงินประจำปี

และค่าปรับกรณีนำส่งงบการเงินหรือแบบภาษีล่าช้า ผู้ประกอบการควรนำต้นทุนเหล่านี้มารวมคำนวณเปรียบเทียบกับภาษีที่ประหยัดได้จากโครงสร้างนิติบุคคล

เพื่อดูว่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ในระดับรายได้ปัจจุบันของตนเอง

โดยเฉพาะช่างรับเหมาที่เพิ่งเริ่มมีรายได้เกินเกณฑ์ VAT ควรพิจารณาควบคู่กันไปทั้งสองเรื่อง

การบริหารทีมช่างและลูกน้องในนามนิติบุคคล

เมื่อธุรกิจเติบโตจนต้องจ้างช่างผู้ช่วยหรือลูกน้องหลายคน การมีโครงสร้างนิติบุคคลช่วยให้บริหารจัดการด้านแรงงานเป็นระบบมากขึ้น เช่น การขึ้นทะเบียนประกันสังคมของพนักงาน การหักภาษี

ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน (ภ.ง.ด.1) และการทำสัญญาจ้างงานที่ชัดเจน

ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงข้อพิพาทแรงงานในระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากยังมีลูกน้องไม่กี่คนและทำงานแบบไม่ประจำ

การทำงานในนามบุคคลธรรมดาพร้อมทำสัญญาจ้างช่วงเป็นครั้งคราวก็ยังสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนนิติบุคคลทันที

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • จดทะเบียนบริษัททันทีโดยไม่คำนวณเปรียบเทียบภาระภาษีจริง ทำให้แบกต้นทุนบัญชีโดยไม่จำเป็น
  • ทำงานในนามบุคคลธรรมดาต่อไปแม้รายได้สูงมากแล้ว ทำให้เสียภาษีขั้นบันไดในอัตราสูงกว่าที่ควรจะเป็น
  • ไม่เก็บหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายจากลูกค้านิติบุคคล ทำให้เสียสิทธิ์เครดิตภาษี
  • ไม่แยกบัญชีเงินส่วนตัวกับเงินธุรกิจ ทำให้ตรวจสอบรายได้รายจ่ายจริงยาก
  • ประเมินต้นทุนบัญชีและผู้สอบบัญชีต่ำเกินจริง ทำให้ผลตอบแทนจากการเป็นนิติบุคคลไม่คุ้มค่าอย่างที่คาดไว้

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ช่างไฟฟ้าและช่างประปารับเหมาอิสระควรเริ่มจากการประเมินรายได้ย้อนหลัง 1-2 ปี และประมาณการรายได้ปีถัดไป

จากนั้นให้ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีภาษีคำนวณเปรียบเทียบภาระภาษีจริงระหว่างการทำงานในนามบุคคลธรรมดากับนิติบุคคล ก่อนตัดสินใจ

เพราะการเปลี่ยนโครงสร้างภายหลังมีค่าใช้จ่ายและขั้นตอนมากกว่าการวางแผนตั้งแต่ต้น

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ช่างรับเหมาอิสระควรจดทะเบียนบริษัทตั้งแต่เริ่มต้นเลยไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป หากรายได้ยังไม่สูงมากและลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบุคคลทั่วไป การทำงานในนามบุคคลธรรมดาอาจคุ้มค่ากว่าเพราะต้นทุนบริหารต่ำ

ควรประเมินรายได้และเปรียบเทียบภาระภาษีก่อนตัดสินใจ

นิติบุคคล SME ได้สิทธิประโยชน์ภาษีอะไรบ้าง

กำไรส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาทแรกได้รับยกเว้นภาษี กำไรส่วน 300,001-3,000,000 บาท เสียภาษี 15% และส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท เสียภาษี 20% โดยมีเงื่อนไขทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน

5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี

ทำงานในนามบุคคลธรรมดา ต้องรับผิดชอบหนี้สินอย่างไร

ต้องรับผิดชอบด้วยทรัพย์สินส่วนตัวแบบไม่จำกัด หากเกิดข้อพิพาทหรือความเสียหายจากงานที่ทำ ต่างจากนิติบุคคลที่ความรับผิดชอบจำกัดอยู่เฉพาะทุนจดทะเบียนของกิจการ

รับงานจากบริษัทก่อสร้าง จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม

โดยทั่วไปค่าจ้างทำของจากลูกค้านิติบุคคลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราที่กำหนด ควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากร และเก็บหนังสือรับรองหัก ณ

ที่จ่ายไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง

ถ้าจดทะเบียนบริษัทแล้ว ต้องทำบัญชีอย่างไร

ต้องจัดทำบัญชีตามมาตรฐานการบัญชี มีผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบงบการเงินประจำปี และนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าการทำงานในนามบุคคลธรรมดา

รายได้เท่าไรถึงควรพิจารณาเปลี่ยนเป็นนิติบุคคล

ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างค่าใช้จ่ายและลูกค้าของแต่ละกิจการ

ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีภาษีคำนวณเปรียบเทียบภาระภาษีจริงทั้งสองแบบก่อนตัดสินใจเปลี่ยนโครงสร้าง

ช่างไฟฟ้าที่มีลูกน้องช่วยงานหลายคน ต้องจดทะเบียนนิติบุคคลไหม

ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนนิติบุคคลเพียงเพราะมีลูกน้อง แต่ต้องพิจารณาภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่อาจสูงขึ้นตามรายได้ รวมถึงภาระประกันสังคมของลูกจ้าง

ซึ่งควรวางแผนร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีภาษีและแรงงาน

ขั้นตอนถัดไปที่ช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างราบรื่นมากขึ้นคือการมีคนช่วยดูแลบัญชีและภาษีอย่างสม่ำเสมอ A Plus Me มีบริการดูแลบัญชีและภาษีอย่างต่อเนื่องไว้รองรับความต้องการนี้