ผู้บริจาคเงินให้มูลนิธิสามารถนำใบเสร็จรับเงินไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือหักเป็นค่าใช้จ่ายของนิติบุคคลได้ แต่หักได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับประเภทของมูลนิธิและวัตถุประสงค์การบริจาค ส่วนมูลนิธิเองก็ต้องออกใบเสร็จรับบริจาคให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด บทความนี้อธิบายทั้งสองฝั่งให้ชัดเจน
ทำไมใบเสร็จรับบริจาคจากมูลนิธิถึงสำคัญ
เมื่อบุคคลหรือบริษัทบริจาคเงินให้มูลนิธิหรือองค์กรการกุศล ใบเสร็จรับเงินที่มูลนิธิออกให้เป็นเอกสารสำคัญที่ผู้บริจาคต้องใช้ประกอบการยื่นภาษี ไม่ว่าจะเป็นการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของนิติบุคคล อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกใบเสร็จรับบริจาคจะใช้หักภาษีได้ เพราะกฎหมายกำหนดเงื่อนไขเฉพาะเกี่ยวกับสถานะของมูลนิธิผู้รับบริจาคไว้ชัดเจน
มูลนิธิต้องมีสถานะอะไรผู้บริจาคจึงหักภาษีได้
ตามประมวลรัษฎากร เงินบริจาคที่จะนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ ต้องบริจาคให้แก่มูลนิธิหรือสมาคมที่ กระทรวงการคลังประกาศให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล เท่านั้น ไม่ใช่มูลนิธิทุกแห่งที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจะเข้าเงื่อนไขนี้โดยอัตโนมัติ
มูลนิธิที่จดทะเบียนจัดตั้งถูกต้องแต่ยังไม่ได้รับการประกาศเป็นองค์การสาธารณกุศลจากกระทรวงการคลัง แม้จะดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์จริง ผู้บริจาคก็ยังไม่สามารถนำเงินบริจาคไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามสิทธิพิเศษนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ผู้บริจาคควรตรวจสอบสถานะของมูลนิธิก่อนบริจาคหากต้องการใช้สิทธิทางภาษี โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อองค์การสาธารณกุศลได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร (rd.go.th)
ผู้บริจาคบุคคลธรรมดาหักลดหย่อนได้เท่าไร
บุคคลธรรมดาที่บริจาคเงินให้มูลนิธิหรือสถานสาธารณกุศลที่ได้รับการประกาศจากกระทรวงการคลัง สามารถนำเงินบริจาคไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ ทั้งนี้เงื่อนไขและอัตราการหักลดหย่อนอาจมีการปรับปรุงเป็นครั้งคราว ผู้เสียภาษีควรตรวจสอบหลักเกณฑ์ปัจจุบันกับกรมสรรพากรหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนยื่นแบบทุกครั้ง
นิติบุคคลหักเป็นรายจ่ายได้เท่าไร
สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เงินบริจาคให้แก่มูลนิธิหรือสถานสาธารณกุศลที่ได้รับการประกาศจากกระทรวงการคลัง สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ แต่มีเพดานจำกัด โดยทั่วไปเงินบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะรวมกับเงินบริจาคเพื่อการศึกษาและกีฬาต้องไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ ก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลดังกล่าว ทั้งนี้อัตราและเงื่อนไขอาจแตกต่างกันตามประเภทของเงินบริจาค ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญภาษีก่อนบันทึกบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษี
บริจาคบางประเภทหักได้ 2 เท่า จริงหรือไม่
รัฐบาลไทยมีมาตรการส่งเสริมการบริจาคในบางด้าน เช่น การบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา การกีฬา หรือโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งปัจจุบัน (ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ขยายเวลามาตรการนี้) ให้สิทธิหักลดหย่อน/หักรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนที่บริจาคจริงสำหรับการบริจาคเพื่อการศึกษาและการกีฬา มีผลถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 เพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนและประชาชนบริจาคมากขึ้น
เงื่อนไขสำคัญที่พลาดไม่ได้คือ การบริจาคต้องทำผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากรเท่านั้นจึงจะได้สิทธิ 2 เท่า หากบริจาคเป็นเงินสดหรือผ่านช่องทางอื่นที่ไม่บันทึกผ่านระบบ e-Donation จะไม่ได้รับสิทธิ 2 เท่านี้ นอกจากนี้สัดส่วนสิทธิ 2 เท่าอาจแตกต่างกันตามประเภทผู้รับบริจาค เช่น บริจาคให้สถานศึกษาหรือมูลนิธิบางประเภทได้ 1 เท่า ขณะที่บริจาคให้โรงพยาบาลของรัฐบางกรณีได้ 2 เท่า มาตรการนี้มีระยะเวลาบังคับใช้เฉพาะและอาจมีการขยายหรือยกเลิกได้ในอนาคต ผู้บริจาคควรตรวจสอบว่ามูลนิธิหรือหน่วยงานที่จะบริจาคเข้าเงื่อนไขมาตรการปัจจุบันหรือไม่ก่อนตัดสินใจ และต้องบริจาคผ่านระบบ e-Donation เพื่อรักษาสิทธิ โดยตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่กรมสรรพากรหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภาษี
มูลนิธิต้องออกใบเสร็จรับบริจาคอย่างไรให้ถูกต้อง
ใบเสร็จรับเงินบริจาคที่มูลนิธิออกให้ผู้บริจาคใช้ประกอบการยื่นภาษี ควรมีรายละเอียดครบถ้วนดังนี้
- ชื่อและที่อยู่ของมูลนิธิ พร้อมเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
- ระบุว่าเป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลลำดับที่เท่าใดตามประกาศกระทรวงการคลัง (ถ้ามี)
- ชื่อ-นามสกุล หรือชื่อนิติบุคคลของผู้บริจาค พร้อมเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้บริจาค
- จำนวนเงินที่บริจาค ทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ
- วันที่รับบริจาค
- ลายมือชื่อผู้มีอำนาจของมูลนิธิ พร้อมตราประทับ (ถ้ามี)
มูลนิธิควรเก็บสำเนาใบเสร็จรับบริจาคทุกใบไว้เป็นหลักฐาน และจัดทำทะเบียนผู้บริจาคเพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบ นอกจากนี้ มูลนิธิที่ได้รับการประกาศเป็นองค์การสาธารณกุศลบางแห่งต้องรายงานข้อมูลการรับบริจาคให้กรมสรรพากรทราบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อรักษาสถานะองค์การสาธารณกุศลต่อไป
ตัวอย่างการคำนวณ: บริษัทบริจาคให้มูลนิธิที่ได้รับการประกาศ
สมมติบริษัทมีกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศล 5,000,000 บาท และบริจาคเงินให้มูลนิธิที่ได้รับการประกาศเป็นองค์การสาธารณกุศลจำนวน 150,000 บาท เพดานที่หักได้ (ร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ) คือ 5,000,000 x 2% = 100,000 บาท ดังนั้นบริษัทหักเป็นรายจ่ายได้เพียง 100,000 บาท ส่วนที่เกิน 50,000 บาท จะไม่สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ในปีนั้น แม้จะจ่ายเงินบริจาคจริงครบ 150,000 บาทก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อความเข้าใจ อัตราจริงและวิธีคำนวณควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญภาษีตามกฎหมายที่บังคับใช้ในปีนั้นๆ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการบริจาคและใบเสร็จ
- บริจาคให้มูลนิธิที่ไม่ได้รับการประกาศเป็นองค์การสาธารณกุศล: แล้วนำไปหักลดหย่อนภาษี ทำให้ถูกกรมสรรพากรปฏิเสธรายการเมื่อตรวจสอบ
- ใบเสร็จรับบริจาคไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของทั้งสองฝ่าย: ทำให้เอกสารไม่สมบูรณ์และอาจใช้อ้างอิงทางภาษีไม่ได้
- บริษัทบริจาคเกินเพดานร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ: แล้วนำส่วนเกินไปหักเป็นรายจ่ายทั้งหมด ทำให้คำนวณภาษีนิติบุคคลผิด
- เข้าใจผิดว่ามาตรการหักภาษี 2 เท่าใช้ได้กับทุกมูลนิธิตลอดไป: ทั้งที่มาตรการนี้มักมีเงื่อนไขและระยะเวลาเฉพาะ
- มูลนิธิไม่เก็บสำเนาใบเสร็จหรือทะเบียนผู้บริจาค: ทำให้ตรวจสอบย้อนหลังลำบากเมื่อกรมสรรพากรหรือหน่วยงานกำกับดูแลขอข้อมูล
คำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับผู้บริจาคและมูลนิธิ
ผู้บริจาคที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ควรตรวจสอบสถานะองค์การสาธารณกุศลของมูลนิธิที่เว็บไซต์กรมสรรพากรก่อนบริจาคทุกครั้ง และเก็บใบเสร็จรับเงินที่มีรายละเอียดครบถ้วนไว้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษี ส่วนมูลนิธิควรจัดระบบออกใบเสร็จให้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ พร้อมทำบัญชีและรายงานการรับบริจาคอย่างโปร่งใส เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือและสถานะทางภาษีขององค์กรในระยะยาว
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง มูลนิธิออกใบเสร็จรับบริจาค ผู้บริจาคหักภาษีได้แค่ไหน ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บริจาคให้มูลนิธิทุกแห่งหักลดหย่อนภาษีได้หรือไม่
ไม่ใช่ทุกแห่ง ต้องเป็นมูลนิธิหรือสมาคมที่กระทรวงการคลังประกาศให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลเท่านั้น ผู้บริจาคควรตรวจสอบรายชื่อองค์การสาธารณกุศลที่เว็บไซต์กรมสรรพากรก่อนบริจาคหากต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี
บุคคลธรรมดาหักลดหย่อนเงินบริจาคได้สูงสุดเท่าไร
โดยหลักการทั่วไปหักได้ตามที่จ่ายจริงแต่รวมกันไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ทั้งนี้ควรตรวจสอบอัตราและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อนยื่นแบบภาษี เนื่องจากหลักเกณฑ์อาจมีการปรับปรุง
บริษัทหักรายจ่ายเงินบริจาคได้สูงสุดเท่าไร
โดยทั่วไปเงินบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะหักเป็นรายจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศล ส่วนที่เกินเพดานจะไม่สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ในปีนั้น
มาตรการหักภาษีบริจาคได้ 2 เท่ายังใช้ได้อยู่หรือไม่
ยังใช้ได้ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ขยายเวลาสำหรับการบริจาคเพื่อการศึกษาและการกีฬาถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือต้องบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากรเท่านั้นจึงจะได้สิทธิ 2 เท่า หากบริจาคเงินสดหรือผ่านช่องทางอื่นจะไม่ได้สิทธินี้ ผู้บริจาคควรตรวจสอบความถูกต้องล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ เพราะมาตรการอาจเปลี่ยนแปลงได้
ใบเสร็จรับบริจาคต้องมีข้อมูลอะไรบ้างจึงใช้หักภาษีได้
ต้องมีชื่อที่อยู่และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของมูลนิธิ ระบุสถานะองค์การสาธารณกุศล ชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้บริจาค จำนวนเงินบริจาค วันที่รับบริจาค และลายมือชื่อผู้มีอำนาจของมูลนิธิ
มูลนิธิที่จดทะเบียนแล้วแต่ยังไม่ได้เป็นองค์การสาธารณกุศล ผู้บริจาคหักภาษีได้ไหม
ไม่ได้ ผู้บริจาคจะไม่สามารถนำเงินบริจาคไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามสิทธิพิเศษนี้ จนกว่ามูลนิธิจะได้รับการประกาศเป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลจากกระทรวงการคลังอย่างเป็นทางการ