บทความนี้เขียนสำหรับเจ้าของ SME และฝ่ายบัญชีที่เตรียมสั่งของขวัญปีใหม่ไปมอบให้ลูกค้าตามธรรมเนียมทางธุรกิจ คุณจะเข้าใจว่าทำไมการแจกของขวัญฟรีถึงยังต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในฐานะ
Deemed Sale ตามมาตรา 77/1(8)
ต้องคำนวณและออกใบกำกับภาษีจากราคาตลาดอย่างไร และมีเงื่อนไขอะไรบ้างที่ทำให้นำมูลค่าของขวัญไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้จริงโดยไม่ถูกมองว่าเป็นการให้โดยเสน่หา
พร้อมตัวอย่างคำนวณและเอกสารที่ควรเตรียมไว้ก่อนสั่งของขวัญปีนี้
สารบัญบทความ
ของขวัญปีใหม่ลูกค้า คือ "การขาย" ในสายตากฎหมาย VAT
ทุกสิ้นปี SME จำนวนมากสั่งกระเช้าของขวัญ ปฏิทิน สมุดโน้ต หรือของที่ระลึกติดแบรนด์ไปมอบให้ลูกค้าตามธรรมเนียมทางธุรกิจ เป็นกิจกรรมที่ทำกันจนเคยชินและมักไม่มีใครคิดเรื่องภาษี
แต่ในทางกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม การ "แจกฟรี"
ไม่ได้แปลว่าไม่มีภาระภาษี เพราะประมวลรัษฎากรมาตรา 77/1(8) นิยามคำว่า "ขาย" ไว้กว้างมากว่าหมายถึง "จำหน่าย จ่าย โอนสินค้า
ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่"
ดังนั้นเมื่อกิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มโอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ลูกค้าโดยไม่คิดเงิน การกระทำนี้ถือเป็น "การขาย" ตามกฎหมาย VAT ทันที เรียกกันในทางปฏิบัติว่า Deemed
Sale และเมื่อเป็นการขาย กิจการก็มีหน้าที่เสียภาษีขาย (Output
VAT) เหมือนขายสินค้าจริง ต่างกันแค่ไม่มีเงินสดเข้ากระเป๋าเท่านั้น
หลายคนสับสนกับข้อยกเว้นเรื่อง "ของแถมพร้อมการขาย" ซึ่งกำหนดไว้ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 79(4)
โดยหลักการคือ
หากของแถมมอบให้พร้อมกับการขายสินค้าหรือบริการในคราวเดียวกัน และมีมูลค่าไม่เกินมูลค่าสินค้าหรือบริการหลักที่ขายนั้น กิจการไม่ต้องนำมูลค่าของแถมมาคำนวณเป็นฐานภาษีแยกต่างหาก
(ในทางปฏิบัติควรระบุรายการของแถมไว้ในเอกสารการขายให้ชัดเจนเพื่อเป็นหลักฐาน) แต่ของขวัญปีใหม่ที่มอบให้ลูกค้าโดยไม่ได้ผูกกับการซื้อขายสินค้าใด ๆ ในคราวนั้น ไม่เข้าข้อยกเว้นนี้
จึงต้องเสีย VAT ตามหลัก Deemed Sale เต็มรูปแบบ
และไม่มีเกณฑ์มูลค่าขั้นต่ำที่จะได้รับยกเว้นตามหลักการนี้ ไม่ว่าของขวัญจะมีมูลค่าน้อยเพียงใดก็ยังมีภาระภาษีเกิดขึ้นตามหลักการนี้เสมอ
ต้องออกใบกำกับภาษีจากราคาตลาดหรือไม่ คำนวณอย่างไร
คำตอบคือต้องออก มาตรา 79/3 กำหนดว่ากรณีไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ใช้ "ราคาตลาด ณ วันที่ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น"
เป็นฐานภาษี ไม่ใช่ราคาต้นทุนที่กิจการซื้อของขวัญมา และตามมาตรา
78(1) ความรับผิดในการเสียภาษี (Tax Point) สำหรับการขายสินค้าโดยทั่วไปเกิดขึ้นเมื่อมีการส่งมอบสินค้า เว้นแต่จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ ได้รับชำระราคา
หรือมีการออกใบกำกับภาษีเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น
ซึ่งกรณีใดเกิดก่อนให้ถือเอากรณีนั้นเป็นวันที่ความรับผิดเกิด สำหรับของขวัญที่มอบให้ลูกค้าโดยไม่มีการซื้อขายจริง
กรณีที่พบทั่วไปคือวันที่ส่งมอบสินค้าจะเป็นวันที่ความรับผิดเกิดขึ้น ดังนั้นวันที่พนักงานนำของขวัญไปส่งถึงมือลูกค้า
จึงมักเป็นวันที่ต้องบันทึกภาษีขาย
เมื่อไม่มีลูกค้าเป็นผู้ซื้อจริง กิจการต้องออกใบกำกับภาษีขายให้ตนเอง ระบุรายการสินค้า ราคาตลาด และภาษีมูลค่าเพิ่มให้ครบถ้วน เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30
ของเดือนที่ส่งมอบของขวัญ (ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
หรือขยายเป็นวันที่ 23 หากยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้มาตรการขยายเวลานี้กรมสรรพากรออกประกาศต่ออายุเป็นระยะ ควรตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดก่อนกำหนดวันยื่นจริงทุกครั้ง)
หลายกิจการเข้าใจผิดว่าถ้าไม่มีเงินเข้าบัญชีก็ไม่ต้องยื่นภาษีขาย
ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ถูกประเมินภาษีย้อนหลังเมื่อสรรพากรตรวจสต๊อกสินค้า
ตัวอย่างเช่น บริษัทซื้อกระเช้าของขวัญต้นทุน (ไม่รวม VAT) ชุดละ 800 บาท แต่ราคาขายปลีกในท้องตลาดของกระเช้าลักษณะเดียวกันอยู่ที่ชุดละ 1,000 บาท หากมอบให้ลูกค้า 40 ราย
ฐานภาษีที่ต้องใช้คำนวณคือราคาตลาด 1,000 บาท ไม่ใช่ราคาทุน 800 บาท
ภาษีขายที่ต้องนำส่งจึงเท่ากับ 1,000 x 7% x 40 ราย = 2,800 บาท (อัตรา VAT 7% เป็นอัตราลดหย่อนตามพระราชกฤษฎีกาที่กรมสรรพากรต่ออายุเป็นรอบ ปัจจุบันมีผลถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
จึงควรตรวจสอบอัตราที่ใช้บังคับจริง ณ
วันที่ส่งมอบของขวัญก่อนคำนวณทุกครั้ง) แม้ว่าเงินสดจะไม่เคยเข้าบริษัทเลยก็ตาม ส่วนภาษีซื้อจากการซื้อกระเช้ามาโดยทั่วไปยังขอคืนหรือหักกลบได้ตามปกติเพราะเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการ
แต่มีข้อยกเว้นสำคัญคือ หากการมอบของขวัญครั้งนั้นเข้าลักษณะ
"ค่ารับรอง" ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 เช่น มอบในงานเลี้ยงรับรองลูกค้า ภาษีซื้อจากค่ารับรองนั้นจะกลายเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5(4) ไม่สามารถนำมาหักออกจากภาษีขายได้
แม้จะยังนำไปรวมเป็นต้นทุนเพื่อหักเป็นรายจ่ายทางภาษีนิติบุคคลได้ตามเงื่อนไขค่ารับรองก็ตาม
หักเป็นรายจ่ายภาษีนิติบุคคลได้เท่าไหร่
ฝั่งภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นอีกเรื่องที่แยกจาก VAT โดยสิ้นเชิง และเป็นจุดที่ต้องระวังไม่แพ้กัน เพราะมาตรา 65 ตรี (3) ห้ามนำ "รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว
การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล" มาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
หากของขวัญปีใหม่ถูกมองว่าเป็นการให้ด้วยน้ำใจส่วนตัวไม่เกี่ยวกับธุรกิจ สรรพากรมีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ให้หักทั้งจำนวน การจะหักได้ กิจการต้องพิสูจน์ได้ว่าเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการโดยตรง
ไม่เข้าข่ายรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13)
ซึ่งห้ามรายจ่ายที่มิใช่เพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ เช่น เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าหรือส่งเสริมการขาย
ไม่ใช่มอบให้ด้วยเหตุผลส่วนตัวหรือให้กับกรรมการ/ผู้ถือหุ้นเองในนามลูกค้า
ในทางปฏิบัติแบ่งได้ 2 ลักษณะตามวิธีมอบของขวัญ กรณีแรกคือมอบพร้อมการรับรองลูกค้า เช่น เชิญลูกค้ามาร่วมงานเลี้ยงขอบคุณปีใหม่แล้วมอบของที่ระลึกในงาน กรณีนี้เข้าเกณฑ์
"ค่ารับรอง" ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522)
ส่วนกรณีที่สองคือส่งของขวัญถึงลูกค้าโดยไม่มีการพบปะหรือรับรองใด ๆ เช่น ส่งกระเช้าทางไปรษณีย์หรือขนส่งไปที่บริษัทลูกค้าโดยตรง กรณีนี้ไม่เข้าเกณฑ์ค่ารับรอง
แต่หักได้ในหมวดรายจ่ายส่งเสริมการขายตามหลักทั่วไป
| ประเด็น | ค่ารับรอง (มีการพบปะ/รับรองลูกค้า) | รายจ่ายส่งเสริมการขาย (ส่งของขวัญโดยตรง) |
|---|---|---|
| เกณฑ์กฎหมาย | กฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) | มาตรา 65 ตรี (13) ประกอบ (3) |
| เพดานหักต่อคนต่อครั้ง | ไม่เกิน 2,000 บาทต่อคนในแต่ละคราวที่รับรอง | ไม่มีเพดานตายตัว แต่ต้องสมเหตุสมผลกับธุรกิจ |
| เพดานรวมต่อรอบบัญชี | ไม่เกิน 0.3% ของรายได้หรือทุนชำระแล้ว (แล้วแต่จำนวนใดมากกว่า) และไม่เกิน 10 ล้านบาท | ไม่มีเพดานเฉพาะ แต่ต้องผ่านการทดสอบ "รายจ่ายเพื่อกิจการโดยตรง" |
| ภาระภาษีขาย (Output VAT) | ยังเกิด Deemed Sale ตามราคาตลาดเหมือนกัน | ยังเกิด Deemed Sale ตามราคาตลาดเหมือนกัน |
| สิทธิเครดิตภาษีซื้อ (Input VAT) | เป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5(4) นำมาหักออกจากภาษีขายไม่ได้ | โดยทั่วไปเครดิตภาษีซื้อได้ตามปกติ หากมีใบกำกับภาษีซื้อถูกต้องและเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการ |
ข้อสังเกตสำคัญคือไม่ว่าจะเข้าเกณฑ์ค่ารับรองหรือรายจ่ายส่งเสริมการขาย ภาระภาษีขายแบบ Deemed Sale ยังคงเกิดขึ้นเสมอ เพราะเป็นคนละมาตรา
คนละวัตถุประสงค์กับการหักรายจ่ายทางภาษีนิติบุคคล
ส่วนสิทธิเครดิตภาษีซื้อกลับแตกต่างกันไปตามลักษณะการมอบของขวัญดังตารางข้างต้น กิจการจึงต้องจัดการภาษีขาย ภาษีซื้อ และการหักรายจ่ายทางภาษีนิติบุคคลให้ครบทุกด้านคู่กันไป
จะบันทึกแค่ด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้
เอกสารที่ต้องมี เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็น "การให้โดยเสน่หา"
การบันทึกบัญชีถูกต้องอย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่มีเอกสารรองรับ สรรพากรมีสิทธิ์ปฏิเสธทั้งการหักรายจ่ายและตั้งคำถามเรื่องภาษีขาย
กิจการควรเก็บเอกสารชุดต่อไปนี้ทุกครั้งที่มีแผนแจกของขวัญลูกค้า
- ทะเบียนรายชื่อลูกค้าที่ได้รับของขวัญ (Gift List) ระบุชื่อบริษัท ชื่อผู้ติดต่อ ตำแหน่ง และความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เพื่อยืนยันว่าผู้รับเป็นลูกค้าจริง ไม่ใช่บุคคลทั่วไปหรือบุคคลใกล้ชิดกรรมการ
- ใบสั่งซื้อและใบกำกับภาษีซื้อของขวัญจากซัพพลายเออร์ เพื่อยืนยันต้นทุนจริงและใช้เป็นหลักฐานภาษีซื้อ
- หลักฐานการส่งมอบ เช่น ใบนำส่งพัสดุ ลายเซ็นผู้รับ หรือรูปถ่ายกิจกรรมมอบของขวัญ
- บันทึกขออนุมัติจากผู้บริหาร ระบุงบประมาณและวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของการมอบของขวัญให้ชัดเจน
- ใบกำกับภาษีขายที่ออกเองตามราคาตลาด พร้อมรายการคำนวณภาษีขายที่นำไปรวมในแบบ ภ.พ.30 ของเดือนนั้น
หากไม่บันทึกภาษีขายส่วนนี้และถูกตรวจพบภายหลัง กิจการมีความเสี่ยงถูกประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับตามมาตรา 89 และเงินเพิ่มตามมาตรา 89/1
ซึ่งรวมกันมักมีมูลค่าสูงกว่าภาษีที่ควรเสียตั้งแต่ต้นหลายเท่า
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือวางระบบให้ฝ่ายจัดซื้อหรือฝ่ายการตลาดแจ้งฝ่ายบัญชีทุกครั้งที่มีแผนแจกของขวัญลูกค้า เพื่อคำนวณและบันทึกภาษีทั้งสองด้านให้ถูกต้องตั้งแต่เดือนที่ส่งมอบ
ไม่ต้องมาไล่แก้ไขย้อนหลังตอนปิดงบการเงินหรือตอนถูกเรียกตรวจ
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง ของขวัญปีใหม่ลูกค้า เสียภาษี VAT และหักรายจ่ายได้แค่ไหน ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์
เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ของขวัญปีใหม่ลูกค้าราคาไม่แพง ต้องเสีย VAT ด้วยหรือไม่
ต้องเสีย เพราะมาตรา 77/1(8) นิยาม "ขาย" ไว้กว้างและไม่มีเกณฑ์มูลค่าขั้นต่ำที่ได้รับยกเว้น การโอนสินค้าให้ลูกค้าโดยไม่คิดเงินถือเป็น Deemed Sale เสมอ
ต้องคำนวณภาษีขายจากราคาตลาดตามมาตรา 79/3 ไม่ว่าของขวัญจะมีมูลค่าน้อยเพียงใดก็ตาม
เพดาน 2,000 บาทต่อคน ใช้ยกเว้น VAT ได้ไหม
ไม่ได้ เพดาน 2,000 บาทต่อคนต่อครั้งตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) เป็นเกณฑ์สำหรับการหักรายจ่ายค่ารับรองในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่านั้น
ไม่เกี่ยวกับภาระภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งยังต้องคำนวณจากราคาตลาดตามปกติ และหากเข้าเกณฑ์ค่ารับรอง
ภาษีซื้อจากการซื้อของขวัญนั้นยังกลายเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5(4) ไม่สามารถเครดิตภาษีขายได้อีกด้วย
มอบของขวัญให้กรรมการหรือผู้ถือหุ้นเอง หักเป็นรายจ่ายของบริษัทได้ไหม
โดยหลักการไม่ได้ เพราะไม่ใช่การให้ลูกค้าจริง มักถูกมองว่าเป็นการให้โดยเสน่หาตามมาตรา 65 ตรี (3)
หรืออาจต้องพิจารณาว่าเป็นประโยชน์ส่วนตัวของกรรมการที่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแยกต่างหาก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นรายกรณี
ให้บัตรกำนัลหรือวอเชอร์แทนของขวัญ ภาระภาษีเหมือนกันหรือไม่
ต่างกัน บัตรกำนัลหรือวอเชอร์เป็นตราสารแทนเงิน ไม่ใช่สินค้าโดยตรง ณ วันที่มอบให้จึงยังไม่ถือเป็นการขายสินค้าทันทีแบบของขวัญที่เป็นสินค้าจริง
แต่มีรายละเอียดเฉพาะที่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินเป็นรายกรณี
หลังจากจัดการเรื่องภาษีในแต่ละเดือนเรียบร้อยแล้ว การกลับมาทบทวนภาพรวมทั้งปีร่วมกับบริการที่ปรึกษาภาษีและวางแผนภาษี จะช่วยให้ธุรกิจเตรียมตัวได้ดีขึ้น