กำลังมองหาบริการรับทำบัญชีรายเดือนอยู่ใช่ไหม? ไม่ว่าจะเพิ่งจดทะเบียนบริษัทหรือเปิดกิจการมาสักพักแล้วรู้สึกว่าระบบบัญชียังไม่เข้าที่ บทความนี้รวบรวมทุกเรื่องที่เจ้าของธุรกิจ SME ต้องรู้ก่อนตัดสินใจจ้างสำนักงานบัญชีทำบัญชีรายเดือน ตั้งแต่ขอบเขตงาน ราคาตลาด วิธีเลือก เอกสารที่ต้องเตรียม ไปจนถึงสัญญาณเตือนว่าควรเปลี่ยนสำนักงาน

รับทำบัญชีรายเดือนคืออะไร ทำอะไรบ้าง?

บริการรับทำบัญชีรายเดือนคือการจ้างสำนักงานบัญชีภายนอก (outsource) ดูแลระบบบัญชีและภาษีให้บริษัทของคุณอย่างต่อเนื่องทุกเดือน แทนที่จะจ้างนักบัญชีประจำบริษัท หรือทำเองตอนสิ้นปีซึ่งเสี่ยงต่อค่าปรับและข้อมูลไม่ทันสมัย

โดยทั่วไปขอบเขตงานมาตรฐานของการทำบัญชีรายเดือนจะครอบคลุม:

  • จัดเรียงและตรวจสอบเอกสาร — ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ สัญญา เอกสารธนาคาร
  • บันทึกบัญชีรายรับรายจ่าย — ลงบัญชีตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป (TFRS for NPAEs)
  • จัดทำและยื่นแบบภาษีรายเดือน — ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53, ภ.พ.30 ตามกำหนดสรรพากร
  • จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย — สำหรับธุรกิจที่จดทะเบียน VAT
  • จัดทำรายงานทางการเงินรายเดือน — งบกำไรขาดทุน งบดุล รายงานกระแสเงินสด (ขึ้นกับแพ็กเกจ)
  • ยื่นประกันสังคมและ Payroll — คำนวณเงินเดือน หักภาษี หักประกันสังคม ออก Payslip (ถ้ารวมใน scope)
  • ปิดงบการเงินสิ้นปี — จัดทำงบการเงินเพื่อส่งผู้สอบบัญชี ยื่น DBD และสรรพากร

ถ้าต้องการดูรายละเอียดรายงานที่ควรได้รับทุกเดือน อ่านเพิ่มเติมที่ บัญชีรายเดือนต้องได้รายงานอะไร

ทำไม SME ถึงต้องจ้างทำบัญชีรายเดือน?

หลายเจ้าของธุรกิจมือใหม่ยังสงสัยว่าจำเป็นต้องจ้างจริงหรือ? คำตอบสั้นๆ คือ ถ้าคุณจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (บริษัทจำกัดหรือหจก.) คุณมีหน้าที่ทำบัญชีและยื่นภาษีตามกฎหมายตั้งแต่วันแรก แม้ยังไม่มีรายรับ

เหตุผลทางกฎหมาย

  • พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้นิติบุคคลต้องจัดทำบัญชีและเก็บรักษาเอกสารประกอบการลงบัญชีอย่างน้อย 5 ปี
  • ประมวลรัษฎากร กำหนดให้ยื่นแบบภาษีรายเดือน (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.พ.30 ฯลฯ) ภายในวันที่ 7-15 ของเดือนถัดไป ไม่ยื่นมีค่าปรับและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน
  • บริษัทจำกัดต้องปิดงบการเงินประจำปีและยื่น DBD ภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี ไม่ส่งมีค่าปรับ

เหตุผลทางธุรกิจ

  • เห็นตัวเลขจริง — เจ้าของรู้ว่ากำไรจริงเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายไปทางไหน เงินสดพอจ่ายหนี้ไหม
  • ลดความเสี่ยงภาษี — ป้องกันการยื่นผิด ยื่นช้า หรือขาดเอกสารที่ทำให้โดนปรับย้อนหลัง
  • พร้อมขอสินเชื่อ — ธนาคารต้องการดูงบการเงิน 3 ปีที่ถูกต้อง ถ้าบัญชีไม่เป็นระเบียบจะกู้ยาก
  • ลดต้นทุนเทียบจ้างประจำ — จ้างสำนักงานบัญชีรายเดือนมักถูกกว่าจ้างนักบัญชีประจำ โดยเฉพาะ SME ที่เอกสารไม่มาก

อ่านการเปรียบเทียบต้นทุนจริงระหว่างจ้างนักบัญชีประจำกับจ้างสำนักงานบัญชีได้ที่ ต้นทุนจ้างนักบัญชีประจำ vs สำนักงานบัญชี คำนวณจริง

ขอบเขตงานรับทำบัญชีรายเดือนมาตรฐาน — ต้องได้อะไรบ้าง?

ก่อนเซ็นสัญญากับสำนักงานบัญชีใด ต้องเข้าใจก่อนว่าบริการรับทำบัญชีรายเดือนมาตรฐานควรได้อะไร และอะไรที่เป็นบริการเสริมที่ต้องจ่ายเพิ่ม

รายการ มาตรฐาน เสริม (จ่ายเพิ่ม)
บันทึกบัญชีรายรับรายจ่าย
ยื่น ภ.ง.ด.1 / ภ.ง.ด.3 / ภ.ง.ด.53
ยื่น ภ.พ.30 (ถ้าจด VAT)
ยื่นประกันสังคม
รายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย
งบทดลองรายเดือน
งบกำไรขาดทุนรายเดือน แล้วแต่สำนักงาน บางแห่ง
Payroll / Payslip บางแห่ง
ปิดงบสิ้นปี + ค่าสอบบัญชี แยกราคา
ที่ปรึกษาภาษี
Dashboard ดูตัวเลขออนไลน์ ✅ (มีเฉพาะบางสำนักงาน)

สิ่งสำคัญคือถามให้ชัดก่อนเซ็นสัญญาว่าขอบเขตงานรวมอะไรบ้าง เพราะสำนักงานบางแห่งแยกค่า Payroll ค่าปิดงบ ค่าสอบบัญชี ออกต่างหาก ถ้าไม่ถามก่อนอาจเจอค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดตอนสิ้นปี

ราคาตลาดรับทำบัญชีรายเดือน 2569

ราคารับทำบัญชีรายเดือนไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับหลายปัจจัย แต่เพื่อให้เจ้าของธุรกิจมีภาพรวม นี่คือช่วงราคาตลาดในปี 2569:

ขนาดธุรกิจ ลักษณะ ราคาต่อเดือน (โดยประมาณ)
ธุรกิจขนาดเล็ก ไม่จด VAT เอกสาร 0-30 รายการ/เดือน 3,000 – 5,000 บาท
SME จด VAT เอกสาร 30-100 รายการ/เดือน 5,000 – 12,000 บาท
SME มี Payroll + สต็อก เอกสาร 100+ รายการ มีพนักงาน 10,000 – 20,000 บาท
ธุรกิจซับซ้อน (นำเข้า-ส่งออก) มี Import/Export, หลายสาขา 15,000 – 30,000+ บาท

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อราคาได้ที่ ค่าบริการรับทำบัญชีรายเดือน และ ค่าทำบัญชีรายปี vs รายเดือน แบบไหนคุ้มกว่า

10 ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน

  1. จำนวนเอกสาร (รายรับ-รายจ่าย) ต่อเดือน
  2. จดทะเบียน VAT หรือไม่
  3. จำนวนพนักงาน (Payroll)
  4. มีสินค้าคงคลัง (Stock) หรือไม่
  5. ประเภทธุรกิจ (ค้าขาย, บริการ, ผลิต, นำเข้า-ส่งออก)
  6. ต้องการรายงานทางการเงินระดับไหน
  7. มี Dashboard ให้ดูตัวเลขออนไลน์หรือไม่
  8. รวมค่าปิดงบสิ้นปีหรือแยก
  9. รวมค่าผู้สอบบัญชีหรือแยก
  10. มีงานบัญชีค้าง (backlog) ที่ต้องเคลียร์หรือไม่

วิธีเลือกสำนักงานบัญชีให้เหมาะกับธุรกิจ — 7 เกณฑ์สำคัญ

ราคาถูกไม่ได้หมายความว่าดี ราคาแพงก็ไม่ได้หมายความว่าเหมาะ เจ้าของธุรกิจควรเลือกสำนักงานบัญชีที่ตรงกับลักษณะธุรกิจและสไตล์การทำงานของตัวเอง โดยดูจาก 7 เกณฑ์นี้:

  1. มีใบอนุญาตถูกต้อง — ผู้ทำบัญชีต้องขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ผู้สอบบัญชีต้องเป็น CPA ที่ได้รับอนุญาต
  2. ขอบเขตงานชัดเจน — ระบุในสัญญาว่ารวม-ไม่รวมอะไร ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อน
  3. ระบบจัดเก็บเอกสารโปร่งใส — ตรวจสอบได้ว่าเอกสารอยู่ที่ไหน ยื่นภาษีแล้วหรือยัง
  4. มีรายงานให้ดูทุกเดือน — อย่างน้อยงบทดลอง งบกำไรขาดทุน ถ้ามี Dashboard ดูออนไลน์ได้ยิ่งดี
  5. ตอบเร็ว สื่อสารง่าย — ตอบแชทหรือโทรได้ภายในวันทำการ ไม่ต้องรอหลายวัน
  6. มีประสบการณ์กับธุรกิจประเภทเดียวกัน — เช่น ถ้าทำร้านอาหารก็ควรเลือกสำนักงานที่เคยดูแลธุรกิจ F&B
  7. มีรีวิวหรือคำแนะนำจากลูกค้าจริง — ดูรีวิวใน Google Maps, Facebook หรือถามคนที่เคยใช้

ถ้ากำลังมองหาสำนักงานบัญชีที่มีระบบ Dashboard ให้ดูตัวเลขจริง พร้อมที่ปรึกษาภาษีสำหรับ SME ปรึกษาทีม A Plus Me ฟรี

เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน

เอกสารเป็นหัวใจของการทำบัญชี ถ้าเจ้าของธุรกิจส่งเอกสารครบและตรงเวลา สำนักงานบัญชีก็ทำงานได้เร็วและถูกต้อง นี่คือรายการเอกสารหลักที่ต้องเตรียม:

ฝั่งรายรับ (ขาย)

  • ใบกำกับภาษี / ใบเสร็จรับเงินที่ออกให้ลูกค้า
  • ใบเสนอราคา / ใบแจ้งหนี้
  • หลักฐานการรับเงิน — สลิปโอน, รายงาน POS, Statement ธนาคาร

ฝั่งรายจ่าย (ซื้อ)

  • ใบกำกับภาษี / ใบเสร็จรับเงินจากซัพพลายเออร์ (ต้องระบุชื่อบริษัทเป็นผู้ซื้อ)
  • ใบเสร็จค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าเช่า
  • สัญญาเช่า สัญญาจ้าง สัญญาบริการ
  • หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)

เอกสารธนาคารและเงินเดือน

  • Bank Statement ของบัญชีบริษัททุกบัญชี
  • สลิปเงินเดือนพนักงาน (ถ้ามี)
  • เอกสารประกันสังคม

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บัญชีธนาคารบริษัท ต้องส่งอะไรให้สำนักงานบัญชี

ข้อผิดพลาดยอดนิยม 5 ข้อ ที่ SME มักทำเรื่องบัญชีรายเดือน

จากประสบการณ์ดูแลลูกค้า SME ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือ:

  1. ส่งเอกสารช้าหรือไม่ครบ — ทำให้สำนักงานยื่นภาษีไม่ทัน เจ้าของก็ต้องรับค่าปรับ
  2. ปนเงินส่วนตัวกับเงินบริษัท — ทำให้ยอดบัญชีไม่ตรง กระทบยอดไม่ได้ สรรพากรตรวจก็มีปัญหา
  3. ไม่ตรวจสอบรายงานที่ได้รับ — หลายคนได้รายงานแล้วไม่เปิดดู พอมีปัญหาก็แก้ไม่ทัน
  4. เลือกสำนักงานเพราะราคาถูกสุด — ได้สำนักงานที่ไม่ยื่นตรงเวลา เอกสารหาย หรือยื่นผิด ค่าปรับที่ตามมาแพงกว่าค่าบริการหลายเท่า
  5. ไม่เก็บเอกสารต้นฉบับ — ใช้แค่สำเนาหรือรูปถ่าย พอสรรพากรขอตรวจหาต้นฉบับไม่ได้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อผิดพลาดที่อาจทำให้โดนภาษีย้อนหลังได้ที่ ข้อผิดพลาดบัญชี SME ที่ทำให้โดนภาษีย้อนหลัง

ทำบัญชีเอง vs จ้างสำนักงานบัญชี vs จ้างนักบัญชีประจำ เปรียบเทียบให้ชัด

เกณฑ์ ทำบัญชีเอง จ้างสำนักงานบัญชี จ้างนักบัญชีประจำ
ต้นทุนต่อเดือน ต่ำ (ค่าซอฟต์แวร์) 3,000 – 20,000+ 18,000 – 35,000+ (เงินเดือน + ประกันสังคม)
ความเชี่ยวชาญ ขึ้นกับตัวเอง สูง — มีทีม ขึ้นกับคนที่จ้าง
ความเสี่ยงถ้าคนลาออก สูง ต่ำ — มีทีมแทน สูง
รายงานทางการเงิน ทำเอง ได้ทุกเดือน ได้ทุกเดือน
เหมาะกับ Freelancer, ร้านค้าเล็กมาก SME ทุกขนาด บริษัทขนาดกลาง-ใหญ่

อ่านการเปรียบเทียบแบบเจาะลึกได้ที่ ทำบัญชีเอง vs จ้างสำนักงานบัญชี คุ้มไหม และ จ้างสำนักงานบัญชี vs จ้างนักบัญชีประจำ

สัญญาณเตือน 5 ข้อ ว่าควรเปลี่ยนสำนักงานบัญชี

ถ้าคุณรู้สึกว่าสำนักงานบัญชีที่ใช้อยู่ไม่ดีเท่าที่ควร ลองเช็ค 5 สัญญาณนี้:

  1. ยื่นภาษีไม่ตรงเวลา — คุณได้รับใบแจ้งค่าปรับจากสรรพากรบ่อย
  2. ไม่มีรายงานให้ดู — สิ้นเดือนแล้วไม่ได้รายงานอะไรเลย ไม่รู้ตัวเลขธุรกิจจริง
  3. ตอบแชท/โทรช้ามาก — ส่งข้อความแล้วต้องรอ 3-5 วันกว่าจะตอบ
  4. เอกสารหาย — ส่งเอกสารไปแล้วหาไม่เจอ หรือบอกว่าไม่ได้รับ
  5. สิ้นปียื่นงบไม่ทัน — DBD ส่งหนังสือเตือนว่ายื่นงบล่าช้า

ถ้าเจอสัญญาณเหล่านี้ ลองอ่านวิธีเปลี่ยนสำนักงานบัญชีอย่างราบรื่นได้ที่ ขั้นตอนย้ายสำนักงานบัญชี

สำนักงานบัญชีออนไลน์คืออะไร ต่างจากแบบเดิมอย่างไร?

สำนักงานบัญชีออนไลน์คือสำนักงานบัญชีที่ใช้ระบบคลาวด์ (Cloud) หรือแอปพลิเคชันเป็นช่องทางหลักในการรับ-ส่งเอกสาร ติดตามงาน และแสดงรายงานการเงิน แทนที่จะต้องถือเอกสารไปส่งที่สำนักงานหรือรอรายงานทางอีเมล

ข้อดีที่ต่างจากแบบดั้งเดิม:

  • ส่งเอกสารออนไลน์ — ถ่ายรูปหรืออัพโหลดเอกสารผ่านแอป ไม่ต้องขับรถไปส่ง
  • Dashboard ดูตัวเลขได้ 24/7 — เห็นรายรับ รายจ่าย กำไร ภาษีค้างจ่าย ได้ทุกเมื่อ
  • ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ — เตือนกำหนดยื่นภาษี เตือนส่งเอกสาร
  • ตรวจสอบงานได้ตลอด — รู้ว่างานอยู่ขั้นตอนไหน ยื่นภาษีแล้วหรือยัง

A Plus Me เป็นสำนักงานบัญชีออนไลน์ที่ให้ลูกค้าเข้าดู Dashboard ได้ตลอดเวลา พร้อมทีมที่ปรึกษาที่คุยกับเจ้าของธุรกิจรู้เรื่อง ดูรายละเอียดบริการรับทำบัญชีรายเดือนของ A Plus Me

ปฏิทินภาษีรายเดือนที่บริษัทต้องยื่น

เมื่อจ้างทำบัญชีรายเดือนแล้ว สิ่งที่สำนักงานบัญชีจะดูแลให้ทุกเดือน ได้แก่:

แบบภาษี กำหนดยื่น เงื่อนไข
ภ.ง.ด.1 (ภาษีเงินเดือน) ทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (15 ถ้ายื่นออนไลน์) ทุกบริษัทที่มีพนักงาน
ภ.ง.ด.3 (หักณที่จ่าย บุคคลธรรมดา) ทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (15 ถ้ายื่นออนไลน์) เมื่อจ่ายค่าบริการ/ค่าจ้างให้บุคคลธรรมดา
ภ.ง.ด.53 (หักณที่จ่าย นิติบุคคล) ทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (15 ถ้ายื่นออนไลน์) เมื่อจ่ายค่าบริการให้นิติบุคคล
ภ.พ.30 (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) ทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (23 ถ้ายื่นออนไลน์) ทุกบริษัทที่จดทะเบียน VAT
ประกันสังคม ทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ทุกบริษัทที่มีพนักงาน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแต่ละแบบภาษีได้ที่ ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 ต่างกันอย่างไร ยื่นเมื่อไหร่

คำถามที่พบบ่อย — รับทำบัญชีรายเดือน

รับทำบัญชีรายเดือนคืออะไร ทำอะไรให้บ้าง?

บริการรับทำบัญชีรายเดือน คือการจ้างสำนักงานบัญชีดูแลงานบัญชีและภาษีให้ทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง ขอบเขตงานมาตรฐานประกอบด้วย จัดเรียงและบันทึกเอกสารรายรับรายจ่าย จัดทำและยื่นแบบภาษีรายเดือน (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53, ภ.พ.30) จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย จัดทำรายงานทางการเงินรายเดือน และปิดงบการเงินสิ้นปีส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร

ค่าบริการรับทำบัญชีรายเดือนราคาเท่าไหร่?

ค่าบริการรับทำบัญชีรายเดือนขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของธุรกิจ โดยทั่วไปธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่จด VAT เริ่มต้นประมาณ 3,000-5,000 บาทต่อเดือน ธุรกิจ SME ที่จด VAT อยู่ในช่วง 5,000-15,000 บาทต่อเดือน และธุรกิจที่ซับซ้อนอาจสูงกว่า 15,000 บาทต่อเดือน ปัจจัยที่มีผลต่อราคา ได้แก่ จำนวนเอกสารต่อเดือน การจด VAT จำนวนพนักงาน ประเภทสินค้าคงคลัง และความต้องการรายงานพิเศษ

SME ขนาดเล็กจำเป็นต้องจ้างทำบัญชีรายเดือนไหม?

จำเป็น เพราะบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนจำกัดมีหน้าที่ทางกฎหมายต้องจัดทำบัญชีและยื่นภาษีรายเดือนตั้งแต่วันที่จดทะเบียน แม้ยังไม่มีรายรับก็ต้องยื่นแบบภาษี ถ้าไม่ยื่นจะมีค่าปรับและเงินเพิ่มทุกเดือน

เอกสารอะไรบ้างที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน?

เอกสารหลักที่ต้องส่ง ได้แก่ ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงินทั้งฝั่งซื้อและขาย Bank Statement สลิปเงินเดือนพนักงาน หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) สัญญาที่เกิดขึ้นใหม่ และเอกสารประกอบอื่นเช่นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์

ถ้าเปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปีทำได้ไหม?

ได้ทุกเมื่อ ไม่จำเป็นต้องรอสิ้นปี สิ่งสำคัญคือต้องรับเอกสารทางบัญชีคืนจากสำนักงานเดิมให้ครบ สำนักงานใหม่จะรับข้อมูลไปทำต่อได้ทันที

บัญชีรายเดือนกับบัญชีรายปีต่างกันอย่างไร?

บัญชีรายเดือนคือการบันทึกบัญชีและยื่นภาษีทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลทันสมัย เห็นตัวเลขจริงได้ทุกเดือน ส่วนบัญชีรายปีคือการรวบรวมเอกสารทั้งปีมาทำทีเดียว ข้อเสียคือข้อมูลไม่ทันสมัย เสี่ยงเอกสารหาย และอาจมีค่าปรับจากการไม่ยื่นภาษีรายเดือนตรงเวลา

เลือกสำนักงานบัญชีอย่างไรให้ไม่ผิดหวัง?

ดู 7 เรื่องหลัก ได้แก่ มีใบอนุญาตถูกต้อง ขอบเขตงานชัดเจน ระบบเอกสารโปร่งใส มีรายงานให้ดูทุกเดือน ตอบเร็ว มีประสบการณ์กับธุรกิจประเภทเดียวกัน และมีรีวิวจากลูกค้าจริง

สำนักงานบัญชีออนไลน์ต่างจากสำนักงานบัญชีปกติอย่างไร?

สำนักงานบัญชีออนไลน์ให้ส่งเอกสารผ่านระบบคลาวด์หรือแอปพลิเคชัน ไม่ต้องถือเอกสารไปส่ง เจ้าของธุรกิจเข้าดู Dashboard ได้ตลอดเวลา และมักมีระบบแจ้งเตือนกำหนดยื่นภาษีอัตโนมัติ ข้อดีคือสะดวก โปร่งใส ตรวจสอบงานได้ตลอด