ก่อนเลือกสำนักงานบัญชี เจ้าของกิจการไม่ควรถามแค่ว่าราคาเดือนละเท่าไหร่ แต่ควรถามให้ชัดว่าในราคานั้นรวมงานอะไร ส่งมอบอะไร และใครรับผิดชอบขั้นตอนไหน เพราะปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากบัญชีทำไม่ได้ แต่เกิดจากขอบเขตงานไม่ชัดตั้งแต่วันแรก
สรุปประเด็นที่ควรรู้
- กำหนดงานบัญชี ภาษี รายงาน และการประสานผู้สอบบัญชีให้ชัด
- แยกงานที่รวมในค่าบริการรายเดือนกับงานที่คิดเพิ่ม
- ตกลงรอบส่งเอกสารและเวลาส่งรายงาน เพื่อให้ปิดบัญชีได้ทัน
Scope ที่ควรถูกเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
บริการบัญชีรายเดือนที่ดีควรระบุรายการงานอย่างชัดเจน เช่น บันทึกบัญชี จัดทำรายงานภาษีซื้อขาย ยื่นแบบภาษีรายเดือน กระทบยอดธนาคาร และสรุปประเด็นผิดปกติที่พบในเอกสาร
ถ้ากิจการมีพนักงาน ต้องระบุว่างานเงินเดือน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และประกันสังคมรวมอยู่ในบริการหรือไม่ เพราะเป็นงานประจำเดือนที่มีเดดไลน์ต่างจากงานบันทึกบัญชีทั่วไป
- งานบัญชีรายเดือน
- งานภาษีรายเดือน
- รายงานผู้บริหาร
- งานปิดงบและประสานผู้สอบบัญชี
- ช่องทางติดต่อและเวลาตอบกลับ
งานที่มักถูกเข้าใจผิดว่าอยู่ในราคาทั้งหมด
งานบางอย่างเกี่ยวข้องกับบัญชีแต่ไม่ได้รวมอยู่ในค่าบริการรายเดือนเสมอ เช่น แก้บัญชีย้อนหลังหลายปี จัดทำเอกสารใหม่แทนเอกสารที่หาย ทำบัญชีต้นทุนเฉพาะกิจ หรือช่วยตอบหนังสือจากหน่วยงานรัฐ
หากไม่ตกลงไว้ล่วงหน้า เจ้าของกิจการอาจรู้สึกว่าถูกคิดเงินเพิ่ม ส่วนสำนักงานบัญชีก็อาจรู้สึกว่ากำลังทำงานนอกขอบเขต ความชัดเจนจึงช่วยทั้งสองฝ่าย
- แก้ไขบัญชีย้อนหลัง
- จัดทำบัญชีต้นทุนละเอียด
- ตอบข้อสอบถามจากสรรพากรหรือ DBD
- ทำรายงานเฉพาะสำหรับธนาคาร
- วางระบบเอกสารหรือระบบอนุมัติภายใน
วิธีตั้งคำถามก่อนเริ่มบริการ
คำถามที่ดีช่วยให้เปรียบเทียบสำนักงานบัญชีได้ยุติธรรมกว่าเดิม เพราะไม่ได้ดูแค่ราคา แต่ดูว่าราคานั้นแลกกับระบบงานแบบใด
ควรถามให้ได้คำตอบเป็นตัวอย่างจริง เช่น ตัวอย่างรายงานรายเดือน ตัวอย่าง Timeline ปิดบัญชี และรูปแบบเอกสารที่ต้องส่ง ไม่ใช่คำตอบกว้าง ๆ ว่าดูแลให้ครบ
- เดือนหนึ่งต้องส่งเอกสารภายในวันที่เท่าไหร่
- สำนักงานส่งรายงานกลับภายในกี่วันหลังได้รับเอกสารครบ
- ถ้าเอกสารไม่ครบ ใครติดตามและแจ้งอย่างไร
- ถ้าธุรกรรมเพิ่มขึ้น ราคาเปลี่ยนตามสูตรไหน
- มีประชุมรีวิวตัวเลขรายเดือนหรือรายไตรมาสหรือไม่
ตารางเปรียบเทียบขอบเขตงานบัญชีมาตรฐาน vs งานบริการที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดในการเริ่มงาน กิจการควรเปรียบเทียบรายละเอียดขอบเขตงานบริการดังนี้:
| ขอบเขตงานบริการ | งานมาตรฐานที่ควรรวม | งานบริการเพิ่มเติม (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม) |
|---|---|---|
| งานด้านเอกสารและบัญชี | บันทึกบัญชีสมุดรายวันทั่วไป ซื้อ ขาย รับ จ่าย และกระทบยอดเงินฝากธนาคาร | แก้ไขปรับปรุงรายการบัญชีย้อนหลังหลายงวดบัญชี หรือจัดทำเอกสารใหม่แทนบิลที่สูญหาย |
| งานด้านภาษีอากร | จัดทำและยื่นแบบ ภ.พ.30, ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 ประจำเดือน | การยื่นภาษีย้อนหลังหลายเดือน, การอุทธรณ์ภาษี, หรือเป็นตัวแทนชี้แจงกับสรรพากร |
| งานเงินเดือนและพนักงาน | คำนวณเงินเดือนเบื้องต้น (บางสำนักงานรวมในแพ็กเกจ) | จัดทำทะเบียนประกันสังคม ยื่นนำส่งเงินสมทบ และยื่นแบบ กท.20 ประจำปี |
| งานปิดบัญชีสิ้นปี | จัดเตรียมรายละเอียดประกอบงบการเงิน และประสานงานเบื้องต้นกับผู้สอบบัญชี (CPA) | ค่าธรรมเนียมผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA Fee) และการยื่นงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing |
เช็กลิสต์นำไปใช้ในเดือนนี้
สิ่งที่ควรทำทันที
- ขอใบเสนอราคาที่แยกรายการงาน
- กำหนดรอบเอกสารและผู้รับผิดชอบ
- ดูตัวอย่างรายงานก่อนเริ่ม
- ระบุงานนอกขอบเขตและราคาเพิ่ม
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- กรมสรรพากร
- ระบบยื่นแบบออนไลน์ e-Filing กรมสรรพากร
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ระบบ DBD e-Filing
- สำนักงานประกันสังคม
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับผู้ประกอบการ SME การบันทึกบัญชีและภาษีของแต่ละกิจการควรพิจารณาจากเอกสารจริง สัญญา และข้อเท็จจริงของรายการ หากมีรายการเฉพาะ ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Scope of Work สำคัญกว่าราคาค่าบัญชีหรือไม่
สำคัญมาก เพราะราคาจะเทียบกันได้ก็ต่อเมื่อขอบเขตงานเท่ากัน สำนักงานที่ราคาถูกกว่าอาจไม่รวมงานบางส่วนที่กิจการต้องใช้จริง
ควรระบุงานปิดงบประจำปีในสัญญารายเดือนไหม
ควรระบุอย่างน้อยว่ารวมงานเตรียมงบหรือไม่ รวมค่าผู้สอบบัญชีหรือไม่ และใครเป็นผู้รับผิดชอบการยื่นงบผ่าน DBD e-Filing
ถ้าธุรกิจยังเล็ก ต้องทำ Scope ละเอียดไหม
ควรทำแบบกระชับก็พอ แต่ต้องชัดเรื่องงานภาษี รายงาน และการส่งเอกสาร เพราะเป็นจุดที่เกิดปัญหาบ่อยที่สุด