ผู้ประกอบการที่รับจ้างผลิตน้ำผึ้ง (OEM) ให้แบรนด์อื่น เช่น รับบรรจุขวด ผสมสูตร หรือแปรรูปน้ำผึ้งตามที่ลูกค้ากำหนด ถือเป็นการให้บริการรับจ้างผลิต ซึ่งต่างจากการขายน้ำผึ้งดิบทั่วไป
ค่าบริการรับจ้างผลิตต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อผู้ให้บริการจดทะเบียน VAT และผู้ว่าจ้างมีหน้าที่ต้องพิจารณาหักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าจ้างผลิตตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
สารบัญบทความ
- ทำไมรับจ้างผลิต OEM ต่างจากการขายน้ำผึ้งทั่วไป
- ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าจ้างผลิต OEM
- โครงสร้างต้นทุนของธุรกิจรับจ้างผลิต OEM
- การบันทึกบัญชีเมื่อซื้อวัตถุดิบจากฟาร์มผึ้งที่ไม่มีใบกำกับภาษี
- ตัวอย่างสถานการณ์จริง
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- แนวทางปฏิบัติที่แนะนำ
- สัญญาว่าจ้างผลิตควรระบุรายละเอียดอะไรบ้าง
- ข้อควรพิจารณาเมื่อส่งออกสินค้าน้ำผึ้ง OEM ไปต่างประเทศ
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
ทำไมรับจ้างผลิต OEM ต่างจากการขายน้ำผึ้งทั่วไป
ธุรกิจ OEM (Original Equipment Manufacturer) ในอุตสาหกรรมน้ำผึ้ง คือการที่โรงงานหรือผู้ผลิตรับจ้างผลิตสินค้าตามสูตรและแบรนด์ของลูกค้า ไม่ได้ขายน้ำผึ้งภายใต้แบรนด์ของตัวเอง
ลักษณะนี้ทางภาษีถือเป็น "การให้บริการรับจ้างทำของ"
ไม่ใช่การซื้อขายสินค้าเกษตรดิบ ดังนั้นค่าตอบแทนที่ได้รับจากลูกค้าจึงเป็นรายได้ค่าบริการ ซึ่งหากผู้รับจ้างผลิตจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว จะต้องเรียกเก็บ VAT
จากลูกค้าและออกใบกำกับภาษีตามปกติ
แตกต่างจากกรณีขายน้ำผึ้งดิบที่อาจได้รับการพิจารณายกเว้น VAT ในบางลักษณะ
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าจ้างผลิต OEM
เมื่อบริษัทผู้ว่าจ้าง (เจ้าของแบรนด์) จ่ายค่าจ้างผลิตให้โรงงาน OEM ที่เป็นนิติบุคคล ค่าจ้างผลิตนี้เข้าลักษณะเป็นค่าจ้างทำของ ซึ่งโดยทั่วไปเข้าเกณฑ์ต้องหักภาษี ณ
ที่จ่ายตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ผู้ว่าจ้างจึงมีหน้าที่หักภาษี ณ
ที่จ่ายทุกครั้งที่จ่ายเงินค่าจ้างผลิต และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ผู้รับจ้าง เนื่องจากอัตราการหักภาษี ณ
ที่จ่ายอาจแตกต่างกันตามประเภทผู้รับเงินและลักษณะสัญญา
ผู้ประกอบการควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือสอบถามกรมสรรพากรโดยตรงก่อนดำเนินการจ่ายเงินจริง
โครงสร้างต้นทุนของธุรกิจรับจ้างผลิต OEM
ผู้ประกอบการที่รับจ้างผลิตน้ำผึ้งควรวางระบบบัญชีต้นทุนแยกตามคำสั่งผลิต (Job Order Costing) เนื่องจากลูกค้าแต่ละรายมักสั่งสูตรและปริมาณที่แตกต่างกัน องค์ประกอบต้นทุนหลักมีดังนี้
| องค์ประกอบต้นทุน | ตัวอย่างรายการ |
|---|---|
| วัตถุดิบทางตรง | น้ำผึ้งดิบที่รับซื้อจากฟาร์มผึ้ง บรรจุภัณฑ์ ฉลากตามแบรนด์ลูกค้า |
| ค่าแรงทางตรง | ค่าแรงพนักงานผสม กรอง บรรจุ ปิดฉลาก |
| ค่าใช้จ่ายการผลิตทางอ้อม | ค่าไฟฟ้าเครื่องบรรจุ ค่าตรวจแล็บคุณภาพ ค่าเช่าโรงงาน |
การแยกต้นทุนตามคำสั่งผลิตของแต่ละลูกค้าช่วยให้ทราบกำไรต่อออเดอร์อย่างแม่นยำ และใช้กำหนดราคารับจ้างผลิตในอนาคตได้อย่างเหมาะสม ไม่ขาดทุนจากการตั้งราคาต่ำกว่าต้นทุนจริง
การบันทึกบัญชีเมื่อซื้อวัตถุดิบจากฟาร์มผึ้งที่ไม่มีใบกำกับภาษี
โรงงาน OEM มักต้องซื้อน้ำผึ้งดิบจากฟาร์มผึ้งรายย่อยที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT และไม่มีใบกำกับภาษีให้
ในกรณีนี้ผู้ประกอบการควรจัดทำใบสำคัญรับเงินที่มีข้อมูลผู้ขายและลายมือชื่อยืนยันเป็นหลักฐานประกอบการหักรายจ่าย
เช่นเดียวกับการรับซื้อผลผลิตเกษตรจากเกษตรกรทั่วไป เพื่อให้ต้นทุนวัตถุดิบมีหลักฐานรองรับครบถ้วนเมื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
โรงงานแห่งหนึ่งรับจ้างผลิตน้ำผึ้งบรรจุขวดให้แบรนด์สุขภาพหลายราย โดยรับน้ำผึ้งดิบจากฟาร์มผึ้งพันธมิตร นำมากรองและบรรจุตามสูตรและบรรจุภัณฑ์ที่แต่ละแบรนด์กำหนด
โรงงานจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว จึงต้องเรียกเก็บ VAT
จากค่าจ้างผลิตทุกใบแจ้งหนี้ ในขณะที่บริษัทเจ้าของแบรนด์ผู้ว่าจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าจ้างผลิตก่อนจ่ายเงินให้โรงงาน
โรงงานจึงต้องวางระบบบัญชีให้แยกรายได้ค่าจ้างผลิตแต่ละออเดอร์
พร้อมทั้งบันทึกภาษีซื้อ-ภาษีขายให้ถูกต้องครบถ้วนทุกเดือน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
จุดที่ผู้ประกอบการมักพลาด
- เข้าใจผิดว่ารับจ้างผลิตน้ำผึ้งได้รับยกเว้น VAT เหมือนขายผลผลิตเกษตรดิบ ทั้งที่เป็นบริการรับจ้างทำของ
- ผู้ว่าจ้างลืมหักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าจ้างผลิต ทำให้มีความเสี่ยงถูกประเมินภาษีย้อนหลัง
- ไม่แยกต้นทุนตามคำสั่งผลิตของแต่ละลูกค้า ทำให้ไม่ทราบกำไรที่แท้จริงต่อออเดอร์
- ไม่มีเอกสารหลักฐานการซื้อน้ำผึ้งดิบจากฟาร์มผึ้งที่ไม่มีใบกำกับภาษี ทำให้หักรายจ่ายได้ไม่เต็มที่
แนวทางปฏิบัติที่แนะนำ
ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจรับจ้างผลิตน้ำผึ้ง OEM ควรตรวจสอบสถานะการจดทะเบียน VAT ของตนเองให้ชัดเจน วางระบบออกใบกำกับภาษีและบันทึกภาษีขายให้ถูกต้องทุกครั้งที่ส่งมอบงาน
ในฝั่งผู้ว่าจ้างก็ควรตรวจสอบอัตราภาษีหัก ณ
ที่จ่ายที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญก่อนจ่ายเงินค่าจ้างผลิตทุกครั้ง และทั้งสองฝ่ายควรเก็บเอกสารสัญญาว่าจ้างผลิตให้ชัดเจน
เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังในอนาคต
สัญญาว่าจ้างผลิตควรระบุรายละเอียดอะไรบ้าง
เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดเรื่องภาษีระหว่างผู้ว่าจ้างและโรงงานรับจ้างผลิต สัญญา OEM ควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจน เช่น ราคาค่าจ้างผลิตต่อหน่วยหรือต่อคำสั่งผลิต
ผู้รับผิดชอบค่าวัตถุดิบ (ผู้ว่าจ้างจัดหาเองหรือโรงงานจัดหาให้)
เงื่อนไขการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบ กำหนดเวลาชำระเงิน และระบุให้ชัดว่าราคาที่ตกลงกันรวมหรือไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาทภายหลังว่าใครเป็นผู้รับภาระ VAT ส่วนต่าง
สัญญาที่ชัดเจนยังช่วยให้ทั้งสองฝ่ายวางแผนกระแสเงินสดและคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
ข้อควรพิจารณาเมื่อส่งออกสินค้าน้ำผึ้ง OEM ไปต่างประเทศ
หากโรงงาน OEM รับจ้างผลิตน้ำผึ้งเพื่อส่งออกให้แบรนด์ต่างชาติ อาจมีประเด็นภาษีมูลค่าเพิ่มที่แตกต่างจากการขายในประเทศ เนื่องจากการส่งออกสินค้าโดยทั่วไปมักได้รับสิทธิ VAT
อัตราศูนย์ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก เช่น ใบขนสินค้าขาออก และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อยืนยันสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ถูกต้องก่อนดำเนินการ
เพราะเงื่อนไขและเอกสารประกอบอาจซับซ้อนกว่าการขายในประเทศทั่วไป
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
รับจ้างผลิตน้ำผึ้ง OEM ต้องเสีย VAT ไหม
ต้องเสีย เพราะถือเป็นการให้บริการรับจ้างทำของ หากผู้รับจ้างผลิตจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วต้องเรียกเก็บ VAT จากลูกค้าและออกใบกำกับภาษี
ค่าจ้างผลิตน้ำผึ้ง OEM ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม
โดยทั่วไปเข้าเกณฑ์เป็นค่าจ้างทำของซึ่งต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญก่อนจ่ายเงิน
ขายน้ำผึ้งดิบกับรับจ้างผลิต OEM ต่างกันทางภาษีอย่างไร
ขายน้ำผึ้งดิบอาจมีลักษณะใกล้เคียงรายได้เกษตรกรรม ส่วนรับจ้างผลิตเป็นบริการรับจ้างทำของที่ต้องเสีย VAT เมื่อจดทะเบียนแล้ว
โรงงาน OEM ซื้อน้ำผึ้งดิบจากฟาร์มผึ้งที่ไม่มีใบกำกับภาษี หักรายจ่ายได้ไหม
ได้ หากจัดทำใบสำคัญรับเงินที่มีข้อมูลผู้ขายและลายมือชื่อยืนยันการรับเงินเป็นหลักฐานประกอบการหักรายจ่าย
โรงงานรับจ้างผลิต OEM ต้องจด VAT เมื่อไร
เมื่อรายได้รวมจากการให้บริการรับจ้างผลิตเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรตามกำหนดเวลา
บริษัท OEM น้ำผึ้ง SME เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลอัตราเท่าไร
หากทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี กำไร 0-300,000 บาทยกเว้นภาษี ส่วนถัดไปเสีย 15% และ 20% ตามลำดับ ควรตรวจสอบเงื่อนไขปัจจุบันกับกรมสรรพากร
สัญญารับจ้างผลิต OEM ควรระบุเรื่อง VAT อย่างไร
ควรระบุให้ชัดเจนว่าราคาค่าจ้างผลิตที่ตกลงกันรวมหรือไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อป้องกันข้อพิพาทเรื่องผู้รับภาระภาษีในภายหลัง
เมื่อเริ่มมีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับหลายประเภทภาษีพร้อมกัน การวางแผนภาษีอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น