เครื่องช่วยฟังจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ตามกฎหมาย ผู้ที่ต้องการเปิดร้านนำเข้าและขายเครื่องช่วยฟังจึงต้องขอใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนดำเนินการ

พร้อมทั้งเข้าใจภาษีนำเข้าและ VAT

ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเครื่องมือแพทย์ประเภทนี้ให้ถูกต้อง

เครื่องช่วยฟังจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ตามกฎหมาย ผู้ที่ต้องการเปิดร้านนำเข้าและขายเครื่องช่วยฟังจึงต้องขอใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนดำเนินการ

พร้อมทั้งเข้าใจภาษีนำเข้าและ VAT

ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเครื่องมือแพทย์ประเภทนี้ให้ถูกต้อง เพราะการขายโดยไม่มีใบอนุญาตอาจมีความผิดตามกฎหมายเครื่องมือแพทย์

สารบัญบทความ
  1. เครื่องช่วยฟังจัดอยู่ในประเภทเครื่องมือแพทย์แบบใด
  2. ขั้นตอนที่ร้านเครื่องช่วยฟังต้องเตรียมก่อนนำเข้า
  3. ภาษีนำเข้าและ VAT สำหรับเครื่องช่วยฟัง
  4. โครงสร้างต้นทุนของร้านเครื่องช่วยฟัง
  5. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  7. ตารางสรุปใบอนุญาตและภาษีที่เกี่ยวข้อง
  8. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

เครื่องช่วยฟังจัดอยู่ในประเภทเครื่องมือแพทย์แบบใด

ตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ เครื่องช่วยฟังถูกจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ต้องมีการควบคุมก่อนนำเข้าและจำหน่าย

โดยผู้ประกอบการที่ต้องการนำเข้าเครื่องช่วยฟังจากต่างประเทศเพื่อจำหน่ายในไทยต้องขอใบอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนสถานประกอบการตามประเภทเครื่องมือแพทย์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

รวมถึงต้องขึ้นทะเบียนตัวผลิตภัณฑ์เครื่องช่วยฟังแต่ละรุ่นที่นำเข้าด้วย เนื่องจากเครื่องมือแพทย์มีการจัดระดับความเสี่ยงหลายระดับ

และเงื่อนไขใบอนุญาตของเครื่องช่วยฟังแต่ละประเภทอาจแตกต่างกันตามลักษณะการทำงานของอุปกรณ์

ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบระดับความเสี่ยงและเอกสารที่ต้องใช้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาโดยตรงก่อนเริ่มนำเข้าสินค้าจริง

ขั้นตอนที่ร้านเครื่องช่วยฟังต้องเตรียมก่อนนำเข้า

  • ขอใบอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนสถานประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ กับ อย. ก่อนเริ่มนำเข้าสินค้า
  • ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์เครื่องช่วยฟังแต่ละรุ่น พร้อมเอกสารรับรองมาตรฐานจากผู้ผลิตต่างประเทศ
  • เตรียมเอกสารนำเข้าทางศุลกากร เช่น ใบตราส่งสินค้า ใบแจ้งราคาสินค้า และเอกสารรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า
  • จัดเตรียมบุคลากรที่มีความรู้ด้านโสตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญปรับแต่งเครื่องช่วยฟัง เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างถูกต้อง

การขายเครื่องช่วยฟังโดยไม่มีใบอนุญาตหรือไม่ได้ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องอาจมีความผิดตามกฎหมายเครื่องมือแพทย์ และอาจถูกสั่งเรียกคืนสินค้าหรือปรับ

ผู้ประกอบการจึงควรดำเนินการขอใบอนุญาตให้เรียบร้อยก่อนเปิดจำหน่ายจริง

ภาษีนำเข้าและ VAT สำหรับเครื่องช่วยฟัง

การนำเข้าเครื่องช่วยฟังจากต่างประเทศต้องเสียภาษีนำเข้าตามพิกัดศุลกากรที่กำหนด

ซึ่งอัตราอากรขาเข้าของเครื่องมือแพทย์แต่ละประเภทอาจแตกต่างกันและมีการปรับปรุงพิกัดอัตราศุลกากรเป็นระยะ

ผู้นำเข้าจึงควรตรวจสอบพิกัดและอัตราภาษีนำเข้าที่ถูกต้องกับกรมศุลกากรหรือตัวแทนออกของก่อนนำเข้าสินค้าแต่ละล็อต ในด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม การขายเครื่องช่วยฟังโดยทั่วไปต้องเรียกเก็บ

VAT ตามอัตราปกติ

เว้นแต่จะมีการนำเครื่องช่วยฟังไปใช้ประกอบการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่เข้าเงื่อนไขยกเว้นตามกฎหมาย ซึ่งกรณีนี้ควรตรวจสอบรายละเอียดกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีให้ชัดเจน

ในด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล หากร้านจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและเป็น SME

ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี จะได้รับยกเว้นภาษีสำหรับกำไร 300,000 บาทแรก และเสียภาษีอัตราร้อยละ 15 สำหรับกำไรส่วน

300,001-3,000,000 บาท ส่วนที่เกินเสียภาษีอัตราร้อยละ 20

โครงสร้างต้นทุนของร้านเครื่องช่วยฟัง

  • ต้นทุนสินค้านำเข้า ราคาเครื่องช่วยฟังจากผู้ผลิตต่างประเทศ รวมค่าขนส่งและประกันภัยสินค้า
  • ภาษีนำเข้าและค่าธรรมเนียมศุลกากร ที่ต้องชำระตามพิกัดอัตราศุลกากร
  • ค่าบริการปรับแต่งและตรวจการได้ยิน ซึ่งอาจให้บริการฟรีหรือคิดค่าบริการแยกจากราคาเครื่อง
  • ค่าอะไหล่และแบตเตอรี่ ที่เป็นรายได้ต่อเนื่องหลังการขายเครื่องหลัก
  • ค่ารับประกันและบริการหลังการขาย ซึ่งควรตั้งสำรองค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

สมมติร้านเครื่องช่วยฟังแห่งหนึ่งนำเข้าเครื่องช่วยฟังดิจิทัลจากต่างประเทศ 100 เครื่อง ราคาต้นทุนเครื่องละ 15,000 บาท รวมมูลค่านำเข้า 1,500,000 บาท

ต้องเสียภาษีนำเข้าตามพิกัดที่กำหนดและ VAT นำเข้าตามอัตราปกติ เมื่อนำมาขายปลีกในราคาเครื่องละ

35,000 บาทพร้อมบริการปรับแต่งฟรี 1 ปี ร้านต้องออกใบกำกับภาษีเรียกเก็บ VAT จากยอดขายตามอัตราปกติ และควรบันทึกต้นทุนค่าบริการปรับแต่งที่ให้ฟรีเป็นต้นทุนขายแยกจากต้นทุนตัวเครื่อง

เพื่อให้เห็นอัตรากำไรที่แท้จริงของสินค้าแต่ละรุ่น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • นำเข้าและขายโดยไม่มีใบอนุญาตเครื่องมือแพทย์ — เสี่ยงถูกดำเนินคดีและสั่งเรียกคืนสินค้าทั้งหมด
  • ไม่ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นที่นำเข้า — ทำให้ขายสินค้าที่ยังไม่ได้รับอนุญาตโดยไม่รู้ตัว
  • คำนวณภาษีนำเข้าผิดพิกัดศุลกากร — ทำให้ต้นทุนสินค้าคลาดเคลื่อนและอาจถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง
  • ไม่แยกต้นทุนบริการปรับแต่งฟรีออกจากต้นทุนขาย — ทำให้วิเคราะห์กำไรต่อเครื่องผิดพลาด
  • ไม่ตั้งสำรองค่ารับประกันหลังการขาย — ทำให้ต้นทุนที่แท้จริงของธุรกิจต่ำกว่าความเป็นจริง

ตารางสรุปใบอนุญาตและภาษีที่เกี่ยวข้อง

รายการหน่วยงาน/ข้อกำหนดข้อควรระวัง
ใบอนุญาตนำเข้าเครื่องมือแพทย์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ต้องขอก่อนนำเข้าสินค้าทุกรุ่น
ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์อย.แยกทะเบียนตามรุ่นและรุ่นย่อยของสินค้า
ภาษีนำเข้ากรมศุลกากรตรวจสอบพิกัดอัตราศุลกากรที่ถูกต้อง
VAT ขายปลีกกรมสรรพากรเรียกเก็บตามอัตราปกติ เว้นแต่เข้าเงื่อนไขยกเว้นเฉพาะ

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ประกอบการที่ต้องการเปิดร้านนำเข้าและขายเครื่องช่วยฟังควรขอใบอนุญาตนำเข้าเครื่องมือแพทย์และขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นให้เรียบร้อยก่อนเริ่มนำเข้าสินค้า

ตรวจสอบพิกัดอัตราศุลกากรและภาษีนำเข้าที่ถูกต้องกับกรมศุลกากรหรือตัวแทนออกของ

วางระบบบัญชีที่แยกต้นทุนสินค้า ต้นทุนบริการปรับแต่ง และค่ารับประกันหลังการขายให้ชัดเจน พร้อมทั้งปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีภาษีเพื่อตรวจสอบสถานะ VAT

ของบริการที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลหากมีการร่วมมือกับสถานพยาบาล

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เปิดร้านขายเครื่องช่วยฟังต้องขอใบอนุญาต อย. หรือไม่

ต้องขอ เพราะเครื่องช่วยฟังจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ตามกฎหมาย ผู้นำเข้าต้องขอใบอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนสถานประกอบการและขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เครื่องช่วยฟังทุกรุ่นต้องขึ้นทะเบียนแยกกันหรือไม่

ใช่ ผลิตภัณฑ์เครื่องช่วยฟังแต่ละรุ่นที่นำเข้าต้องขึ้นทะเบียนแยกกันกับ อย. เพื่อให้สามารถจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ขายเครื่องช่วยฟังต้องเสีย VAT หรือไม่

โดยทั่วไปต้องเรียกเก็บ VAT ตามอัตราปกติ เว้นแต่จะเข้าเงื่อนไขยกเว้นเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี

ภาษีนำเข้าเครื่องช่วยฟังคำนวณอย่างไร

คำนวณตามพิกัดอัตราศุลกากรของเครื่องมือแพทย์ประเภทนั้น ซึ่งควรตรวจสอบพิกัดและอัตราที่ถูกต้องกับกรมศุลกากรหรือตัวแทนออกของก่อนนำเข้าแต่ละล็อต

ร้านเครื่องช่วยฟังขนาดเล็กได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี SME หรือไม่

หากจดทะเบียนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี จะได้รับยกเว้นภาษีในกำไร 300,000 บาทแรกตามเงื่อนไข SME

บริการปรับแต่งเครื่องช่วยฟังฟรีที่แถมให้ลูกค้าต้องบันทึกบัญชีอย่างไร

ควรบันทึกต้นทุนบริการปรับแต่งแยกจากต้นทุนตัวเครื่อง เพื่อให้เห็นอัตรากำไรที่แท้จริงของสินค้าแต่ละรุ่นและวางแผนราคาขายได้แม่นยำ

ขายเครื่องช่วยฟังโดยไม่มีใบอนุญาตมีความเสี่ยงอย่างไร

อาจมีความผิดตามกฎหมายเครื่องมือแพทย์ และเสี่ยงถูกสั่งเรียกคืนสินค้าหรือปรับ จึงควรขอใบอนุญาตให้ครบก่อนเปิดจำหน่ายจริง

หลังจากจัดการเรื่องภาษีในแต่ละเดือนเรียบร้อยแล้ว การกลับมาทบทวนภาพรวมทั้งปีร่วมกับบริการที่ปรึกษาภาษีและวางแผนภาษี จะช่วยให้ธุรกิจเตรียมตัวได้ดีขึ้น