เปิดร้านป๊อปอัพในห้างแค่ 1-3 เดือน ก็ต้องออกใบกำกับภาษีให้ถูกต้องเหมือนร้านถาวร และถ้าเป็นนิติบุคคลที่จด VAT แล้ว ต้องพิจารณาว่าต้องแจ้งเป็น 'สถานประกอบการชั่วคราว'

กับกรมสรรพากรหรือไม่ ก่อนวันเปิดขายจริง

สารบัญบทความ
  1. ร้านป๊อปอัพคืออะไร ทำไมภาษีถึงซับซ้อนกว่าที่คิด
  2. ต้องจดทะเบียนอะไรก่อนเปิดร้านป๊อปอัพ
  3. วิธีออกใบกำกับภาษีสำหรับร้านป๊อปอัพ
  4. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของร้านป๊อปอัพ
  5. ตัวอย่างสถานการณ์จริง: ร้านเสื้อผ้าเปิดป๊อปอัพ 2 เดือนในห้าง
  6. สรุป: เตรียมตัวให้ครบก่อนเปิดร้านป๊อปอัพ
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  8. ตารางนำบทความไปใช้

ร้านป๊อปอัพคืออะไร ทำไมภาษีถึงซับซ้อนกว่าที่คิด

ร้านป๊อปอัพ (Pop-up Store) คือร้านค้าชั่วคราวที่เปิดขายในพื้นที่เช่าระยะสั้น เช่น บูธในห้างสรรพสินค้า พื้นที่ในงานอีเวนต์ หรือคอร์เนอร์ในตลาดนัดพรีเมียม

โดยทั่วไปมีสัญญาเช่าตั้งแต่ 2 สัปดาห์ไปจนถึง 3-6 เดือน จุดที่เจ้าของร้านมักมองข้ามคือ

แม้จะเปิดขายแค่ช่วงสั้น ๆ แต่ในสายตากรมสรรพากร รายได้ที่เกิดขึ้นยังต้องถูกบันทึกบัญชีและเสียภาษีตามหลักเกณฑ์ปกติทุกประการ ไม่มีข้อยกเว้นเพราะเป็นร้านชั่วคราว

ความซับซ้อนหลักของร้านป๊อปอัพมี 3 เรื่องคือ การออกใบกำกับภาษีให้ถูกสถานที่ การพิจารณาว่าต้องแจ้ง "สถานประกอบการชั่วคราว" กับกรมสรรพากรหรือไม่

และการปิดยอดบัญชีเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง

ซึ่งแตกต่างจากร้านถาวรที่เปิดต่อเนื่องไม่มีวันปิด

ต้องจดทะเบียนอะไรก่อนเปิดร้านป๊อปอัพ

ก่อนเปิดขายจริง เจ้าของกิจการควรตรวจสอบสถานะทางกฎหมายให้ครบตามลำดับนี้

  • สถานะนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา: ถ้าดำเนินธุรกิจในนามบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนอยู่แล้ว ร้านป๊อปอัพถือเป็นการขยายช่องทางขายของกิจการเดิม ไม่ต้องจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่
  • การจดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): ถ้ากิจการมีรายได้รวมทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจด VAT อยู่แล้วไม่ว่าจะขายที่ร้านถาวรหรือร้านป๊อปอัพ หากยังไม่เกินเกณฑ์นี้ก็ยังไม่ต้องจด แต่ควรประเมินยอดขายที่คาดว่าจะได้จากป๊อปอัพรวมกับช่องทางอื่นด้วย
  • การแจ้งสถานประกอบการเพิ่มเติม: ถ้ากิจการจด VAT แล้ว และเปิดขายในสถานที่ใหม่ที่ไม่ใช่ที่ตั้งสำนักงานเดิม โดยหลักการทั่วไปต้องพิจารณาว่าต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มสถานประกอบการกับกรมสรรพากรหรือไม่ ซึ่งจุดนี้ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่สรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีโดยตรง เพราะเงื่อนไขระยะเวลาการเช่าและลักษณะการขายมีผลต่อการพิจารณา
  • ใบอนุญาตจากห้าง: นอกจากภาษี ยังต้องขอเอกสารอนุญาตขายจากผู้บริหารห้างหรือพื้นที่จัดงาน ซึ่งมักกำหนดให้แนบหนังสือรับรองบริษัทและสำเนาบัตรประชาชนผู้มีอำนาจด้วย

วิธีออกใบกำกับภาษีสำหรับร้านป๊อปอัพ

เมื่อขายสินค้าที่มี VAT ผู้ประกอบการต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าทุกครั้งที่มีการขาย โดยมีหลักปฏิบัติดังนี้

1. ระบุที่อยู่สถานประกอบการให้ถูกต้อง

ใบกำกับภาษีต้องระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขายให้ตรงกับที่จดทะเบียนไว้กับกรมสรรพากร หากมีการแจ้งเพิ่มสถานประกอบการชั่วคราวแล้ว

ให้ใช้ที่อยู่ของสถานประกอบการนั้นในใบกำกับภาษีที่ออกจากจุดขายป๊อปอัพ

เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเวลาตรวจสอบย้อนหลัง

2. ใช้เครื่องพิมพ์ใบกำกับภาษีแบบพกพาหรือระบบ POS

ร้านป๊อปอัพส่วนใหญ่นิยมใช้ระบบ POS บนแท็บเล็ตหรือเครื่องพิมพ์ใบเสร็จพกพา ซึ่งต้องตั้งค่าเลขที่ใบกำกับภาษีให้เรียงลำดับต่อเนื่องไม่ซ้ำกับสาขาหรือหน้าร้านอื่น

และเก็บสำเนาใบกำกับภาษีทุกใบไว้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน

(ภ.พ.30)

3. กรณีลูกค้าไม่ขอใบกำกับภาษีเต็มรูป

สำหรับการขายปลีกทั่วไปให้ผู้บริโภครายย่อยที่ไม่ได้ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ สามารถออกเป็นใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีอย่างย่อได้ตามหลักเกณฑ์ทั่วไป

แต่ต้องมีการสรุปยอดขายรวมในแต่ละวันเพื่อบันทึกบัญชีให้ครบถ้วน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของร้านป๊อปอัพ

  • ลืมบันทึกรายได้ทั้งหมด: เจ้าของร้านบางรายคิดว่าขายช่วงสั้น ๆ ยอดไม่เยอะ ไม่จำเป็นต้องบันทึกละเอียด ทำให้ตัวเลขยอดขายกับเงินสดที่รับจริงไม่ตรงกัน เมื่อถึงเวลาปิดยอดจึงหาสาเหตุความคลาดเคลื่อนไม่เจอ
  • ไม่แยกค่าใช้จ่ายของป๊อปอัพออกจากธุรกิจหลัก: ค่าเช่าพื้นที่ ค่าตกแต่งบูธ ค่าขนส่งสินค้าไปกลับ ควรบันทึกแยกเป็นหมวดต้นทุนของโปรเจกต์ป๊อปอัพ เพื่อให้วิเคราะห์ได้ว่าการเปิดขายรอบนี้คุ้มทุนหรือไม่
  • ไม่เก็บใบกำกับภาษีซื้อของค่าเช่าและค่าตกแต่ง: ค่าเช่าพื้นที่ในห้างมักมี VAT ซึ่งสามารถนำมาขอคืนหรือหักภาษีซื้อได้ หากไม่เก็บใบกำกับภาษีซื้อไว้ให้ครบ จะเสียสิทธิ์นี้ไปโดยเปล่าประโยชน์
  • ไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าเช่าพื้นที่: หากผู้เช่าเป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าเช่าให้ผู้ให้เช่าที่เป็นนิติบุคคลเช่นกัน อาจมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามประเภทเงินได้ ซึ่งอัตราที่ถูกต้องควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรโดยตรง เพราะขึ้นกับลักษณะสัญญาว่าจัดเป็นค่าเช่าหรือค่าบริการ
  • ไม่ปิดยอดให้เรียบร้อยตอนเลิกสัญญา: เมื่อหมดสัญญาเช่าและออกจากพื้นที่ป๊อปอัพ ต้องสรุปยอดขายรวม ยอดคืนสินค้า สต๊อกคงเหลือที่นำกลับ และค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ครบ เพื่อนำไปรวมในงบการเงินของรอบบัญชีนั้นอย่างถูกต้อง

ตัวอย่างสถานการณ์จริง: ร้านเสื้อผ้าเปิดป๊อปอัพ 2 เดือนในห้าง

สมมติบริษัท A จดทะเบียน VAT อยู่แล้วจากการขายออนไลน์ ตัดสินใจเช่าพื้นที่ป๊อปอัพในห้างสรรพสินค้าเป็นเวลา 2 เดือนช่วงเทศกาล ค่าเช่าพื้นที่ 80,000 บาทต่อเดือน (ยังไม่รวม VAT)

มียอดขายหน้าร้านรวม 2 เดือนประมาณ 600,000 บาท สิ่งที่บริษัทต้องทำคือ

  • ตรวจสอบกับสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญว่าต้องแจ้งสถานประกอบการชั่วคราวสำหรับพื้นที่ในห้างหรือไม่ ก่อนวันเปิดขาย
  • ออกใบกำกับภาษีทุกใบให้ระบุที่อยู่ตามที่แจ้งไว้ และเก็บสำเนาใบกำกับภาษีขายทุกใบ
  • เก็บใบกำกับภาษีค่าเช่าพื้นที่ 160,000 บาท (2 เดือน) ไว้ใช้เป็นภาษีซื้อ
  • เมื่อครบ 2 เดือน สรุปยอดขาย 600,000 บาท หักต้นทุนสินค้า ค่าเช่า ค่าตกแต่งบูธ และค่าขนส่ง เพื่อดูว่าโปรเจกต์นี้ได้กำไรสุทธิเท่าไหร่ ก่อนตัดสินใจว่าจะเปิดป๊อปอัพซ้ำในโอกาสหน้าหรือไม่

สรุป: เตรียมตัวให้ครบก่อนเปิดร้านป๊อปอัพ

ร้านป๊อปอัพเป็นโอกาสที่ดีในการทดสอบตลาดและเพิ่มยอดขายระยะสั้น แต่ในมุมภาษีและบัญชีต้องปฏิบัติให้ถูกต้องไม่ต่างจากร้านถาวร เจ้าของกิจการควรตรวจสอบเรื่องการแจ้งสถานประกอบการ

วิธีออกใบกำกับภาษี การเก็บเอกสารภาษีซื้อค่าเช่า

และการปิดยอดบัญชีให้ครบก่อนวันเปิดขายจริง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตอนยื่นภาษีปลายปีหรือถูกตรวจสอบย้อนหลัง

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
ร้านป๊อปอัพคืออะไร ทำไมภาษีถึงซับซ้อนกว่าที่คิดตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ต้องจดทะเบียนอะไรก่อนเปิดร้านป๊อปอัพตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
วิธีออกใบกำกับภาษีสำหรับร้านป๊อปอัพตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ร้านป๊อปอัพในห้างต้องจดทะเบียน VAT เพิ่มเติมไหม

ถ้ากิจการจดทะเบียน VAT อยู่แล้วและเปิดขายในสถานที่ใหม่ที่ไม่ใช่ที่ตั้งสำนักงานเดิม ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญว่าต้องแจ้งเพิ่มสถานประกอบการชั่วคราวหรือไม่

เพราะเงื่อนไขขึ้นกับระยะเวลาเช่าและลักษณะการขาย

ถ้ายังไม่ได้จด VAT แต่เปิดร้านป๊อปอัพ ต้องจดก่อนไหม

หากรายได้รวมทั้งปีของกิจการยังไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ยังไม่ต้องจดทะเบียน VAT แต่ควรประเมินยอดขายที่คาดว่าจะได้จากป๊อปอัพรวมกับช่องทางอื่นทั้งหมด เพื่อดูว่าใกล้เกินเกณฑ์หรือไม่

ใบกำกับภาษีของร้านป๊อปอัพต้องระบุที่อยู่แบบไหน

ต้องระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีให้ตรงกับที่จดทะเบียนไว้กับกรมสรรพากร หากมีการแจ้งเพิ่มสถานประกอบการชั่วคราวแล้ว

ให้ใช้ที่อยู่ของสถานประกอบการนั้นในใบกำกับภาษีที่ออกจากจุดขาย

ค่าเช่าพื้นที่ป๊อปอัพในห้างขอคืนภาษีซื้อได้ไหม

ได้ หากค่าเช่ามี VAT และกิจการจดทะเบียน VAT อยู่แล้ว สามารถนำใบกำกับภาษีซื้อค่าเช่ามาหักภาษีซื้อหรือขอคืนได้ตามหลักเกณฑ์ทั่วไป แต่ต้องเก็บใบกำกับภาษีซื้อไว้ให้ครบถ้วน

เมื่อเลิกสัญญาเช่าป๊อปอัพต้องปิดบัญชีอย่างไร

ต้องสรุปยอดขายรวม ยอดคืนสินค้า สต๊อกคงเหลือที่นำกลับ และค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโปรเจกต์ป๊อปอัพให้ครบ เพื่อนำไปรวมในงบการเงินของรอบบัญชีนั้นอย่างถูกต้องและวิเคราะห์ว่าคุ้มทุนหรือไม่

ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าเช่าพื้นที่ป๊อปอัพหรือไม่

หากผู้เช่าเป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าเช่าให้ผู้ให้เช่าที่เป็นนิติบุคคล อาจมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามประเภทเงินได้

อัตราที่ถูกต้องควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรโดยตรง

หลังจากจัดการเรื่องภาษีในแต่ละเดือนเรียบร้อยแล้ว การกลับมาทบทวนภาพรวมทั้งปีร่วมกับบริการที่ปรึกษาภาษีและวางแผนภาษี จะช่วยให้ธุรกิจเตรียมตัวได้ดีขึ้น