คำตอบสั้นๆ คือ เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งกำไรที่นักลงทุนรายย่อยได้รับจาก REIT และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ตั้งแต่ต้นทาง

และนักลงทุนมีสิทธิ์เลือกว่าจะให้หักไว้เป็นที่สุดหรือนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี

ซึ่งทางเลือกที่คุ้มกว่าขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคน

คำตอบสั้นๆ คือ เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งกำไรที่นักลงทุนรายย่อยได้รับจาก REIT (ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ จะถูกหักภาษี ณ

ที่จ่ายไว้ตั้งแต่ต้นทางเมื่อมีการจ่ายเงิน

และนักลงทุนมีสิทธิ์เลือกว่าจะให้การหักภาษี ณ ที่จ่ายนั้นเป็นที่สุด (ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีประจำปีอีก)

หรือจะนำเงินได้ส่วนนี้ไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีพร้อมขอเครดิตภาษีคืน ทางเลือกใดคุ้มกว่าขึ้นอยู่กับฐานภาษีเงินได้ของแต่ละคน

บทความนี้อธิบายหลักการและตัวอย่างการตัดสินใจให้ชัดเจน

สารบัญบทความ
  1. REIT และกองทุนรวมอสังหาฯ คืออะไร
  2. ภาษีเงินปันผลจาก REIT และกองทุนอสังหาฯ: หัก ณ ที่จ่ายเท่าไหร่
  3. สิทธิ์เลือกระหว่างหักไว้เป็นที่สุด กับนำไปรวมคำนวณภาษีประจำปี
  4. ความแตกต่างจากเงินปันผลหุ้นสามัญทั่วไป
  5. กำไรจากการขายหน่วยลงทุน (Capital Gain)
  6. ผลตอบแทนที่เป็นเงินคืนทุน (Capital Return) ต่างจากเงินปันผลอย่างไร
  7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของนักลงทุน REIT รายย่อย
  8. แนวทางปฏิบัติที่แนะนำสำหรับนักลงทุนรายย่อย
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

REIT และกองทุนรวมอสังหาฯ คืออะไร

REIT (Real Estate Investment Trust) คือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ระดมทุนจากนักลงทุนไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า เช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน โรงงาน

หรือคลังสินค้า

แล้วนำรายได้ค่าเช่าและผลตอบแทนอื่นมาจ่ายคืนให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในรูปเงินปันผล ส่วนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) เป็นรูปแบบก่อนหน้า REIT

ที่มีหลักการคล้ายกันคือระดมทุนจากนักลงทุนไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

ทั้งสองรูปแบบซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเป็นที่นิยมของนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอจากเงินปันผล

ภาษีเงินปันผลจาก REIT และกองทุนอสังหาฯ: หัก ณ ที่จ่ายเท่าไหร่

เมื่อ REIT หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหน่วยที่เป็นบุคคลธรรมดา จะมีการหักภาษี ณ

ที่จ่ายไว้ตั้งแต่ต้นทางตามอัตราที่กฎหมายกำหนดสำหรับเงินได้ประเภทเงินปันผล/เงินส่วนแบ่งกำไร อัตราหัก ณ

ที่จ่ายที่ถูกต้องและแน่นอนสำหรับเงินปันผล REIT ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรโดยตรง เนื่องจากอัตราอาจแตกต่างกันตามประเภทเงินได้ที่ REIT นำมาจ่ายเป็นเงินปันผล

(เช่น กำไรจากการดำเนินงาน หรือเงินคืนทุน)

และอาจมีการปรับปรุงกฎหมายเป็นระยะ

สิทธิ์เลือกระหว่างหักไว้เป็นที่สุด กับนำไปรวมคำนวณภาษีประจำปี

จุดสำคัญที่นักลงทุนรายย่อยควรรู้คือ เงินปันผลที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้วนั้น กฎหมายให้สิทธิ์ผู้มีเงินได้เลือกได้ว่า

  • ทางเลือกที่ 1: ให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นที่สุด (Final Tax) คือไม่นำเงินปันผลนั้นไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีอีก ถือว่าจบภาระภาษีสำหรับเงินได้ก้อนนั้นแล้ว เหมาะกับผู้ที่มีฐานภาษีเงินได้สูง เพราะอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายมักต่ำกว่าอัตราภาษีก้าวหน้าสูงสุดที่ต้องเสียหากนำไปรวมคำนวณ
  • ทางเลือกที่ 2: นำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี พร้อมนำภาษีที่ถูกหักไว้แล้วไปเป็นเครดิตภาษี เหมาะกับผู้ที่มีฐานภาษีเงินได้ต่ำ (เช่น อยู่ในช่วงอัตราภาษี 0% หรือ 5%) เพราะอาจได้รับเงินภาษีที่หักไว้เกินคืนจากกรมสรรพากร

ตัวอย่างการเปรียบเทียบสองทางเลือก

รายการนักลงทุน A (ฐานภาษีต่ำ)นักลงทุน B (ฐานภาษีสูง)
เงินปันผล REIT ที่ได้รับ (ก่อนหัก)100,000 บาท100,000 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายไว้ (ตัวอย่างสมมติ)ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
ทางเลือกที่คุ้มกว่านำไปรวมคำนวณเพื่อขอคืนภาษีเลือกให้หักไว้เป็นที่สุด

ตัวเลขอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายในตารางนี้เป็นเพียงกรอบแนวคิดเพื่ออธิบายหลักการเลือก ไม่ใช่ตัวเลขยืนยัน นักลงทุนควรตรวจสอบอัตราจริงและใบหลักฐานการหักภาษี ณ

ที่จ่ายที่ได้รับจากนายทะเบียนหรือโบรกเกอร์ก่อนตัดสินใจยื่นแบบภาษีทุกปี

ความแตกต่างจากเงินปันผลหุ้นสามัญทั่วไป

นักลงทุนหลายคนสับสนระหว่างเงินปันผลจากหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนทั่วไป กับเงินปันผล/เงินส่วนแบ่งกำไรจาก REIT และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

แม้ทั้งสองจะมีลักษณะเป็นเงินได้ประเภทเงินปันผลคล้ายกัน แต่โครงสร้างภาษีอาจแตกต่างกัน

เพราะบริษัทจดทะเบียนทั่วไปเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลมาก่อนแล้วจึงจ่ายปันผล ทำให้นักลงทุนมีสิทธิ์ขอเครดิตภาษีเงินปันผล (Dividend Tax Credit) ได้ ในขณะที่ REIT

และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์มีโครงสร้างภาษีของตัวกองทุนที่แตกต่างออกไป

และเงินที่จ่ายให้ผู้ถือหน่วยอาจมาจากทั้งกำไรจากการดำเนินงานและเงินคืนทุน ซึ่งมีผลต่อภาษีต่างกัน ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีว่าเงินปันผล REIT

ที่ได้รับมีสิทธิ์ขอเครดิตภาษีเงินปันผลเหมือนหุ้นสามัญหรือไม่

เพราะเป็นประเด็นที่ซับซ้อนและอาจแตกต่างกันในแต่ละกรณี

กำไรจากการขายหน่วยลงทุน (Capital Gain)

นอกจากเงินปันผลแล้ว นักลงทุนที่ซื้อขายหน่วยลงทุน REIT หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ยังอาจมีกำไรจากส่วนต่างราคาซื้อขาย (Capital Gain)

ซึ่งโดยทั่วไปกำไรจากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของนักลงทุนบุคคลธรรมดามักได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้

แต่หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่แน่นอนควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากร

เนื่องจากอาจมีเงื่อนไขเฉพาะสำหรับหลักทรัพย์บางประเภท

ผลตอบแทนที่เป็นเงินคืนทุน (Capital Return) ต่างจากเงินปันผลอย่างไร

นักลงทุน REIT รายย่อยควรสังเกตว่าเงินที่ได้รับจากทรัสต์ในแต่ละงวดไม่ได้เป็นเงินปันผลจากกำไรเสมอไป บาง REIT อาจจ่ายเงินคืนทุน (Capital Return) ให้ผู้ถือหน่วยในบางงวด

ซึ่งเป็นการทยอยคืนเงินลงทุนต้นทุนกลับคืน

ไม่ใช่ส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงาน ลักษณะเงินได้ทั้งสองแบบนี้อาจมีการปฏิบัติทางภาษีที่แตกต่างกัน เช่น

เงินคืนทุนบางกรณีอาจไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ในทันทีแต่ไปลดต้นทุนของหน่วยลงทุนแทน ซึ่งจะมีผลต่อการคำนวณกำไรเมื่อขายหน่วยลงทุนในอนาคต

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่นักลงทุนได้รับจากโบรกเกอร์หรือนายทะเบียนมักระบุแยกประเภทเงินได้ไว้อยู่แล้วว่าเป็นเงินปันผลหรือเงินคืนทุน

นักลงทุนจึงควรอ่านรายละเอียดในเอกสารให้ครบถ้วน

และหากไม่แน่ใจว่าเงินได้ที่ได้รับประเภทใดมีผลต่อภาษีอย่างไร ควรสอบถามโบรกเกอร์หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนยื่นแบบภาษีประจำปี เพื่อไม่ให้กรอกแบบภาษีผิดประเภทเงินได้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของนักลงทุน REIT รายย่อย

  • เลือกให้หักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นที่สุดโดยไม่เปรียบเทียบกับฐานภาษีของตนเอง ทำให้เสียสิทธิ์ขอคืนภาษีในกรณีที่ฐานภาษีต่ำ
  • ไม่เก็บหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากโบรกเกอร์หรือนายทะเบียน ทำให้ยื่นภาษีขอเครดิตคืนไม่ได้เมื่อต้องการ
  • สับสนระหว่างเงินปันผล REIT กับเงินปันผลหุ้นสามัญ ทำให้กรอกแบบภาษีผิดช่องหรือขอเครดิตภาษีผิดประเภท
  • ไม่แยกพอร์ตการลงทุนแต่ละประเภทออกจากกัน ทำให้สรุปยอดเงินได้แต่ละประเภทเพื่อยื่นภาษีประจำปีสับสน
  • ไม่ติดตามประกาศเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่อาจปรับปรุงเป็นระยะ ทำให้วางแผนภาษีผิดพลาด

แนวทางปฏิบัติที่แนะนำสำหรับนักลงทุนรายย่อย

ก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นที่สุดหรือนำไปรวมคำนวณภาษีประจำปี นักลงทุนควรประเมินฐานภาษีเงินได้รวมทั้งปีของตนเองก่อน

หากมีเงินได้อื่นน้อยและอยู่ในช่วงอัตราภาษีต่ำ การนำเงินปันผลไปรวมคำนวณมักคุ้มกว่าเพราะมีโอกาสได้ภาษีคืน

แต่หากมีเงินได้สูงอยู่แล้ว การให้หักไว้เป็นที่สุดมักประหยัดกว่า ควรเก็บหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากทุกธุรกรรมไว้ให้ครบ และหากมีเงินปันผลจากหลายกองทุนหรือหลาย REIT

ควรสรุปยอดรวมทั้งปีก่อนตัดสินใจยื่นแบบภาษี

หากไม่มั่นใจว่าทางเลือกใดคุ้มกว่าในสถานการณ์ของตนเอง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนยื่นแบบประจำปี

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เงินปันผลจาก REIT ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่

ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ตั้งแต่ต้นทางเมื่อ REIT หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหน่วย

โดยอัตราที่แน่นอนควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรตามประเภทเงินได้ที่นำมาจ่าย

ควรเลือกให้หักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นที่สุด หรือนำไปรวมคำนวณภาษีประจำปี

ขึ้นอยู่กับฐานภาษีเงินได้รวมทั้งปีของแต่ละคน หากมีเงินได้อื่นน้อยและอยู่ในช่วงอัตราภาษีต่ำ การนำไปรวมคำนวณมักคุ้มกว่าเพราะอาจได้ภาษีคืน แต่หากมีฐานภาษีสูง

การให้หักไว้เป็นที่สุดมักประหยัดกว่า

เงินปันผล REIT ต่างจากเงินปันผลหุ้นสามัญอย่างไรในทางภาษี

เงินปันผลหุ้นสามัญทั่วไปมักมีสิทธิ์ขอเครดิตภาษีเงินปันผลได้เพราะบริษัทเสียภาษีนิติบุคคลมาก่อนแล้ว ส่วนเงินปันผล REIT มีโครงสร้างภาษีของกองทุนที่แตกต่างออกไป

ควรตรวจสอบสิทธิ์เครดิตภาษีกับผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นแบบ

กำไรจากการขายหน่วยลงทุน REIT ในตลาดหลักทรัพย์ต้องเสียภาษีหรือไม่

โดยทั่วไปกำไรจากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของบุคคลธรรมดามักได้รับยกเว้นภาษีเงินได้

แต่เงื่อนไขที่แน่นอนควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรเนื่องจากอาจมีเงื่อนไขเฉพาะ

หากลงทุนหลาย REIT พร้อมกัน ต้องยื่นภาษีอย่างไร

ควรรวบรวมหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากทุก REIT และกองทุนที่ถืออยู่ สรุปยอดเงินปันผลทั้งปี

แล้วพิจารณาว่าจะเลือกให้หักไว้เป็นที่สุดทั้งหมดหรือนำไปรวมคำนวณภาษีประจำปีตามฐานภาษีของตนเอง

นักลงทุนต้องเก็บเอกสารอะไรบ้างเพื่อใช้ยื่นภาษีเงินปันผล REIT

ควรเก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากโบรกเกอร์หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์ทุกครั้งที่ได้รับเงินปันผล

เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีหากเลือกนำไปรวมคำนวณ

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเงินปันผล REIT เปลี่ยนแปลงได้หรือไม่

ได้ กฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้องกับ REIT และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์อาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ

นักลงทุนจึงควรติดตามประกาศจากกรมสรรพากรอย่างสม่ำเสมอและตรวจสอบอัตราล่าสุดก่อนวางแผนภาษีทุกปี

หากต้องการดูแลบัญชีและภาษีของธุรกิจเฉพาะทางให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น ลองศึกษาบริการบัญชี ภาษี และวางระบบการเงินสำหรับ SME ของ A Plus Me เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนงาน