คำตอบสั้นๆ คือ เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งกำไรที่นักลงทุนรายย่อยได้รับจาก REIT และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ตั้งแต่ต้นทาง
และนักลงทุนมีสิทธิ์เลือกว่าจะให้หักไว้เป็นที่สุดหรือนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี
ซึ่งทางเลือกที่คุ้มกว่าขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคน
คำตอบสั้นๆ คือ เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งกำไรที่นักลงทุนรายย่อยได้รับจาก REIT (ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ จะถูกหักภาษี ณ
ที่จ่ายไว้ตั้งแต่ต้นทางเมื่อมีการจ่ายเงิน
และนักลงทุนมีสิทธิ์เลือกว่าจะให้การหักภาษี ณ ที่จ่ายนั้นเป็นที่สุด (ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีประจำปีอีก)
หรือจะนำเงินได้ส่วนนี้ไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีพร้อมขอเครดิตภาษีคืน ทางเลือกใดคุ้มกว่าขึ้นอยู่กับฐานภาษีเงินได้ของแต่ละคน
บทความนี้อธิบายหลักการและตัวอย่างการตัดสินใจให้ชัดเจน
สารบัญบทความ
- REIT และกองทุนรวมอสังหาฯ คืออะไร
- ภาษีเงินปันผลจาก REIT และกองทุนอสังหาฯ: หัก ณ ที่จ่ายเท่าไหร่
- สิทธิ์เลือกระหว่างหักไว้เป็นที่สุด กับนำไปรวมคำนวณภาษีประจำปี
- ความแตกต่างจากเงินปันผลหุ้นสามัญทั่วไป
- กำไรจากการขายหน่วยลงทุน (Capital Gain)
- ผลตอบแทนที่เป็นเงินคืนทุน (Capital Return) ต่างจากเงินปันผลอย่างไร
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของนักลงทุน REIT รายย่อย
- แนวทางปฏิบัติที่แนะนำสำหรับนักลงทุนรายย่อย
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
REIT และกองทุนรวมอสังหาฯ คืออะไร
REIT (Real Estate Investment Trust) คือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ระดมทุนจากนักลงทุนไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า เช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน โรงงาน
หรือคลังสินค้า
แล้วนำรายได้ค่าเช่าและผลตอบแทนอื่นมาจ่ายคืนให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในรูปเงินปันผล ส่วนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) เป็นรูปแบบก่อนหน้า REIT
ที่มีหลักการคล้ายกันคือระดมทุนจากนักลงทุนไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
ทั้งสองรูปแบบซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเป็นที่นิยมของนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอจากเงินปันผล
ภาษีเงินปันผลจาก REIT และกองทุนอสังหาฯ: หัก ณ ที่จ่ายเท่าไหร่
เมื่อ REIT หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหน่วยที่เป็นบุคคลธรรมดา จะมีการหักภาษี ณ
ที่จ่ายไว้ตั้งแต่ต้นทางตามอัตราที่กฎหมายกำหนดสำหรับเงินได้ประเภทเงินปันผล/เงินส่วนแบ่งกำไร อัตราหัก ณ
ที่จ่ายที่ถูกต้องและแน่นอนสำหรับเงินปันผล REIT ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรโดยตรง เนื่องจากอัตราอาจแตกต่างกันตามประเภทเงินได้ที่ REIT นำมาจ่ายเป็นเงินปันผล
(เช่น กำไรจากการดำเนินงาน หรือเงินคืนทุน)
และอาจมีการปรับปรุงกฎหมายเป็นระยะ
สิทธิ์เลือกระหว่างหักไว้เป็นที่สุด กับนำไปรวมคำนวณภาษีประจำปี
จุดสำคัญที่นักลงทุนรายย่อยควรรู้คือ เงินปันผลที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้วนั้น กฎหมายให้สิทธิ์ผู้มีเงินได้เลือกได้ว่า
- ทางเลือกที่ 1: ให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นที่สุด (Final Tax) คือไม่นำเงินปันผลนั้นไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีอีก ถือว่าจบภาระภาษีสำหรับเงินได้ก้อนนั้นแล้ว เหมาะกับผู้ที่มีฐานภาษีเงินได้สูง เพราะอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายมักต่ำกว่าอัตราภาษีก้าวหน้าสูงสุดที่ต้องเสียหากนำไปรวมคำนวณ
- ทางเลือกที่ 2: นำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี พร้อมนำภาษีที่ถูกหักไว้แล้วไปเป็นเครดิตภาษี เหมาะกับผู้ที่มีฐานภาษีเงินได้ต่ำ (เช่น อยู่ในช่วงอัตราภาษี 0% หรือ 5%) เพราะอาจได้รับเงินภาษีที่หักไว้เกินคืนจากกรมสรรพากร
ตัวอย่างการเปรียบเทียบสองทางเลือก
| รายการ | นักลงทุน A (ฐานภาษีต่ำ) | นักลงทุน B (ฐานภาษีสูง) |
|---|---|---|
| เงินปันผล REIT ที่ได้รับ (ก่อนหัก) | 100,000 บาท | 100,000 บาท |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่ายไว้ (ตัวอย่างสมมติ) | ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด | ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด |
| ทางเลือกที่คุ้มกว่า | นำไปรวมคำนวณเพื่อขอคืนภาษี | เลือกให้หักไว้เป็นที่สุด |
ตัวเลขอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายในตารางนี้เป็นเพียงกรอบแนวคิดเพื่ออธิบายหลักการเลือก ไม่ใช่ตัวเลขยืนยัน นักลงทุนควรตรวจสอบอัตราจริงและใบหลักฐานการหักภาษี ณ
ที่จ่ายที่ได้รับจากนายทะเบียนหรือโบรกเกอร์ก่อนตัดสินใจยื่นแบบภาษีทุกปี
ความแตกต่างจากเงินปันผลหุ้นสามัญทั่วไป
นักลงทุนหลายคนสับสนระหว่างเงินปันผลจากหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนทั่วไป กับเงินปันผล/เงินส่วนแบ่งกำไรจาก REIT และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์
แม้ทั้งสองจะมีลักษณะเป็นเงินได้ประเภทเงินปันผลคล้ายกัน แต่โครงสร้างภาษีอาจแตกต่างกัน
เพราะบริษัทจดทะเบียนทั่วไปเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลมาก่อนแล้วจึงจ่ายปันผล ทำให้นักลงทุนมีสิทธิ์ขอเครดิตภาษีเงินปันผล (Dividend Tax Credit) ได้ ในขณะที่ REIT
และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์มีโครงสร้างภาษีของตัวกองทุนที่แตกต่างออกไป
และเงินที่จ่ายให้ผู้ถือหน่วยอาจมาจากทั้งกำไรจากการดำเนินงานและเงินคืนทุน ซึ่งมีผลต่อภาษีต่างกัน ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีว่าเงินปันผล REIT
ที่ได้รับมีสิทธิ์ขอเครดิตภาษีเงินปันผลเหมือนหุ้นสามัญหรือไม่
เพราะเป็นประเด็นที่ซับซ้อนและอาจแตกต่างกันในแต่ละกรณี
กำไรจากการขายหน่วยลงทุน (Capital Gain)
นอกจากเงินปันผลแล้ว นักลงทุนที่ซื้อขายหน่วยลงทุน REIT หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ยังอาจมีกำไรจากส่วนต่างราคาซื้อขาย (Capital Gain)
ซึ่งโดยทั่วไปกำไรจากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของนักลงทุนบุคคลธรรมดามักได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้
แต่หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่แน่นอนควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากร
เนื่องจากอาจมีเงื่อนไขเฉพาะสำหรับหลักทรัพย์บางประเภท
ผลตอบแทนที่เป็นเงินคืนทุน (Capital Return) ต่างจากเงินปันผลอย่างไร
นักลงทุน REIT รายย่อยควรสังเกตว่าเงินที่ได้รับจากทรัสต์ในแต่ละงวดไม่ได้เป็นเงินปันผลจากกำไรเสมอไป บาง REIT อาจจ่ายเงินคืนทุน (Capital Return) ให้ผู้ถือหน่วยในบางงวด
ซึ่งเป็นการทยอยคืนเงินลงทุนต้นทุนกลับคืน
ไม่ใช่ส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงาน ลักษณะเงินได้ทั้งสองแบบนี้อาจมีการปฏิบัติทางภาษีที่แตกต่างกัน เช่น
เงินคืนทุนบางกรณีอาจไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ในทันทีแต่ไปลดต้นทุนของหน่วยลงทุนแทน ซึ่งจะมีผลต่อการคำนวณกำไรเมื่อขายหน่วยลงทุนในอนาคต
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่นักลงทุนได้รับจากโบรกเกอร์หรือนายทะเบียนมักระบุแยกประเภทเงินได้ไว้อยู่แล้วว่าเป็นเงินปันผลหรือเงินคืนทุน
นักลงทุนจึงควรอ่านรายละเอียดในเอกสารให้ครบถ้วน
และหากไม่แน่ใจว่าเงินได้ที่ได้รับประเภทใดมีผลต่อภาษีอย่างไร ควรสอบถามโบรกเกอร์หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนยื่นแบบภาษีประจำปี เพื่อไม่ให้กรอกแบบภาษีผิดประเภทเงินได้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของนักลงทุน REIT รายย่อย
- เลือกให้หักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นที่สุดโดยไม่เปรียบเทียบกับฐานภาษีของตนเอง ทำให้เสียสิทธิ์ขอคืนภาษีในกรณีที่ฐานภาษีต่ำ
- ไม่เก็บหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากโบรกเกอร์หรือนายทะเบียน ทำให้ยื่นภาษีขอเครดิตคืนไม่ได้เมื่อต้องการ
- สับสนระหว่างเงินปันผล REIT กับเงินปันผลหุ้นสามัญ ทำให้กรอกแบบภาษีผิดช่องหรือขอเครดิตภาษีผิดประเภท
- ไม่แยกพอร์ตการลงทุนแต่ละประเภทออกจากกัน ทำให้สรุปยอดเงินได้แต่ละประเภทเพื่อยื่นภาษีประจำปีสับสน
- ไม่ติดตามประกาศเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่อาจปรับปรุงเป็นระยะ ทำให้วางแผนภาษีผิดพลาด
แนวทางปฏิบัติที่แนะนำสำหรับนักลงทุนรายย่อย
ก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นที่สุดหรือนำไปรวมคำนวณภาษีประจำปี นักลงทุนควรประเมินฐานภาษีเงินได้รวมทั้งปีของตนเองก่อน
หากมีเงินได้อื่นน้อยและอยู่ในช่วงอัตราภาษีต่ำ การนำเงินปันผลไปรวมคำนวณมักคุ้มกว่าเพราะมีโอกาสได้ภาษีคืน
แต่หากมีเงินได้สูงอยู่แล้ว การให้หักไว้เป็นที่สุดมักประหยัดกว่า ควรเก็บหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากทุกธุรกรรมไว้ให้ครบ และหากมีเงินปันผลจากหลายกองทุนหรือหลาย REIT
ควรสรุปยอดรวมทั้งปีก่อนตัดสินใจยื่นแบบภาษี
หากไม่มั่นใจว่าทางเลือกใดคุ้มกว่าในสถานการณ์ของตนเอง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนยื่นแบบประจำปี
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- กรมสรรพากร (rd.go.th)
- ระบบยื่นแบบออนไลน์ e-Filing กรมสรรพากร
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (sec.or.th)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เงินปันผลจาก REIT ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่
ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ตั้งแต่ต้นทางเมื่อ REIT หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหน่วย
โดยอัตราที่แน่นอนควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรตามประเภทเงินได้ที่นำมาจ่าย
ควรเลือกให้หักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นที่สุด หรือนำไปรวมคำนวณภาษีประจำปี
ขึ้นอยู่กับฐานภาษีเงินได้รวมทั้งปีของแต่ละคน หากมีเงินได้อื่นน้อยและอยู่ในช่วงอัตราภาษีต่ำ การนำไปรวมคำนวณมักคุ้มกว่าเพราะอาจได้ภาษีคืน แต่หากมีฐานภาษีสูง
การให้หักไว้เป็นที่สุดมักประหยัดกว่า
เงินปันผล REIT ต่างจากเงินปันผลหุ้นสามัญอย่างไรในทางภาษี
เงินปันผลหุ้นสามัญทั่วไปมักมีสิทธิ์ขอเครดิตภาษีเงินปันผลได้เพราะบริษัทเสียภาษีนิติบุคคลมาก่อนแล้ว ส่วนเงินปันผล REIT มีโครงสร้างภาษีของกองทุนที่แตกต่างออกไป
ควรตรวจสอบสิทธิ์เครดิตภาษีกับผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นแบบ
กำไรจากการขายหน่วยลงทุน REIT ในตลาดหลักทรัพย์ต้องเสียภาษีหรือไม่
โดยทั่วไปกำไรจากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของบุคคลธรรมดามักได้รับยกเว้นภาษีเงินได้
แต่เงื่อนไขที่แน่นอนควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรเนื่องจากอาจมีเงื่อนไขเฉพาะ
หากลงทุนหลาย REIT พร้อมกัน ต้องยื่นภาษีอย่างไร
ควรรวบรวมหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากทุก REIT และกองทุนที่ถืออยู่ สรุปยอดเงินปันผลทั้งปี
แล้วพิจารณาว่าจะเลือกให้หักไว้เป็นที่สุดทั้งหมดหรือนำไปรวมคำนวณภาษีประจำปีตามฐานภาษีของตนเอง
นักลงทุนต้องเก็บเอกสารอะไรบ้างเพื่อใช้ยื่นภาษีเงินปันผล REIT
ควรเก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากโบรกเกอร์หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์ทุกครั้งที่ได้รับเงินปันผล
เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีหากเลือกนำไปรวมคำนวณ
อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเงินปันผล REIT เปลี่ยนแปลงได้หรือไม่
ได้ กฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้องกับ REIT และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์อาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ
นักลงทุนจึงควรติดตามประกาศจากกรมสรรพากรอย่างสม่ำเสมอและตรวจสอบอัตราล่าสุดก่อนวางแผนภาษีทุกปี
หากต้องการดูแลบัญชีและภาษีของธุรกิจเฉพาะทางให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น ลองศึกษาบริการบัญชี ภาษี และวางระบบการเงินสำหรับ SME ของ A Plus Me เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนงาน