ในการบริหารบริษัทจำกัด เจ้าของกิจการมักทำหน้าที่เป็น "กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม" ไปพร้อมกันด้วย คำถามยอดฮิตด้านบัญชีและภาษีคือ "ค่าใช้จ่ายอะไรบ้างของกรรมการที่สามารถเอามาลงเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้โดยไม่ผิดกฎหมายสรรพากร?" หากตั้งจ่ายผิดวิธี นอกจากบริษัทจะโดนบวกกลับภาษีนิติบุคคลแล้ว กรรมการยังอาจโดนประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มอีกด้วย

1. หลักเกณฑ์การพิจารณาค่าใช้จ่ายกรรมการของกรมสรรพากร

สรรพากรมีหลักการสำคัญในการพิจารณาว่า รายจ่ายของกรรมการเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้หรือไม่ ดังนี้:

  • ต้องเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโดยตรง: รายจ่ายนั้นต้องจ่ายไปเพื่อหาประโยชน์ทางธุรกิจหรือเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท ไม่ใช่รายจ่ายส่วนตัวของกรรมการหรือครอบครัว
  • ต้องไม่ใช่รายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี: เช่น ค่ารับรองส่วนที่เกินเกณฑ์ หรือรายจ่ายที่ไม่มีหลักฐานการจ่ายเงินที่ชัดเจน
  • ต้องกำหนดไว้เป็นนโยบายและระเบียบสวัสดิการชัดเจน: บริษัทควรทำ "ระเบียบการเบิกจ่ายสวัสดิการกรรมการและพนักงาน" เป็นลายลักษณ์อักษร และผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือคณะกรรมการ เพื่อแสดงความเป็นมาตรฐานเดียวกัน

2. 4 สวัสดิการยอดฮิตที่บริษัทหักภาษีได้ (โดยกรรมการไม่ต้องเสียภาษีบุคคล)

หากบริษัทกำหนดสวัสดิการเหล่านี้ไว้ในระเบียบการเบิกจ่ายอย่างถูกต้อง จะมีสถานะเป็นรายจ่ายเบิกได้ทางภาษีและได้รับการยกเว้นภาษีบุคคลธรรมดา:

ประเภทสวัสดิการที่ผ่านเกณฑ์ทางภาษี:
1. ค่ารักษาพยาบาล: การจัดสวัสดิการตรวจสุขภาพประจำปี หรือค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายตรงให้โรงพยาบาลหรือเบิกตามสิทธิ์ที่ระบุในระเบียบบริษัท (ต้องเป็นสิทธิ์ที่ให้กับพนักงานทุกคนในระดับเดียวกันอย่างเป็นธรรม)
2. ค่ายานพาหนะและน้ำมันรถ: รถยนต์ของบริษัทที่นำมาให้กรรมการใช้ปฏิบัติงาน หรือกรณีที่กรรมการใช้รถส่วนตัวแล้วเบิกค่าน้ำมันตามระยะทางจริง (ต้องมีบันทึกการเดินทางหรือ Logbook แนบใบเสร็จน้ำมันที่มีชื่อบริษัทชัดเจน)
3. ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต: เบอร์โทรศัพท์ที่จดทะเบียนในนามบริษัทและมอบให้กรรมการใช้ติดต่อประสานงานธุรกิจ
4. ค่าฝึกอบรมสัมมนา: ค่าเล่าเรียนหรือค่าลงทะเบียนหลักสูตรสัมมนาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการทำงานของกรรมการในบริษัทโดยตรง

3. ข้อควรระวังและการทำเอกสารประกอบการลงบัญชี

เพื่อป้องกันปัญหาการโดนบวกกลับในการตรวจสอบของสรรพากร:

  • หลีกเลี่ยงการจ่ายเป็นเงินก้อนถ้วน (Allowance): เช่น จ่าย "ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางเหมาจ่ายเดือนละ 20,000 บาท" โดยไม่มีหลักฐานการเดินทางจริง รายจ่ายแบบนี้สรรพากรจะถือเป็นเงินได้บุคคลธรรมดาของกรรมการที่ต้องนำไปคำนวณภาษีปลายปี
  • เอกสารสลิปและใบเสร็จต้องครบถ้วน: ใบเสร็จรับเงิน ค่าทางด่วน หรือใบกำกับภาษีต้องระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทอย่างถูกต้อง การจ่ายเงินต้องมีหลักฐานการโอนเงินจากบัญชีบริษัทหรือใบสำคัญจ่ายประกอบ

สรุป

การบริหารรายจ่ายกรรมการให้ถูกต้องตามกฎหมายภาษี ไม่ใช่เรื่องยากหากบริษัทมีการร่างระเบียบสวัสดิการที่ชัดเจนและเก็บหลักฐานการเบิกจ่ายอย่างรัดกุม การออกแบบระบบเอกสารที่ดีนอกจากจะช่วยประหยัดภาษีนิติบุคคลได้อย่างถูกต้องแล้ว ยังเป็นการสร้างระบบควบคุมภายในที่ดีให้กับนิติบุคคลในระยะยาว

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง สวัสดิการและค่าใช้จ่ายกรรมการ: แบบไหนบริษัทหักภาษีได้ ไม่โดนบวกกลับ ควรตรวจพร้อมข้อมูลพนักงาน สัญญาจ้าง เวลาเข้างาน และรอบจ่ายเงินจริง เพราะงานเงินเดือนเกี่ยวข้องทั้งภาษีแรงงาน ประกันสังคม และเอกสารค่าใช้จ่ายบริษัท

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • ตรวจทะเบียนพนักงาน สัญญาจ้าง วันเริ่มงาน วันลาออก และฐานเงินเดือนล่าสุด
  • กระทบยอดเงินเดือน สวัสดิการ โอที และรายการหักกับสลิปเงินเดือนและรายการโอนธนาคาร
  • นำส่งประกันสังคมและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายให้ตรงรอบ พร้อมเก็บหลักฐานการยื่นทุกเดือน

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • จ่ายเงินสดหรือสวัสดิการโดยไม่มีหลักฐานอนุมัติและหลักฐานรับเงิน
  • คำนวณประกันสังคมหรือภาษีเงินเดือนจากฐานข้อมูลพนักงานที่ไม่อัปเดต
  • แยกเงินเดือนกรรมการ พนักงาน และผู้รับจ้างอิสระไม่ชัดเจนจนใช้อัตราภาษีผิด

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ระบบบัญชีเงินเดือนและสวัสดิการที่ดีควรเชื่อมโยงกับงานภาษีและประกันสังคมอย่างไร?

ควรออกแบบระบบให้ฐานข้อมูลพนักงาน สัญญาจ้าง และเวลาทำงานจริงสอดคล้องกัน เพื่อคำนวณเงินเดือน โอที และสวัสดิการที่ต้องนำไปคำนวณเงินสมทบประกันสังคมและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) ของพนักงานได้อย่างถูกต้องครบถ้วนในแต่ละเดือน

เอกสารเกี่ยวกับงานบุคคลและเงินเดือนที่นิติบุคคลต้องจัดเก็บไว้เพื่อการตรวจสอบมีอะไรบ้าง?

ต้องเก็บสัญญาจ้างงานพนักงาน, ทะเบียนประวัติพนักงาน, ใบลงเวลาทำงานหรือสถิติการเข้างาน, สลิปเงินเดือน (Payslip), หลักฐานการโอนเงินผ่านธนาคาร, และสำเนาแบบนำส่งประกันสังคม (สปส.1-10) และ ภ.ง.ด.1

หากพบข้อผิดพลาดในการคำนวณเงินเดือนหรือนำส่งเงินสมทบประกันสังคมย้อนหลัง ควรแก้ไขอย่างไร?

ควรตรวจสอบผลต่างยอดเงินเดือนและเงินสมทบที่ถูกต้อง จากนั้นจัดทำเอกสารแจ้งปรับปรุงสิทธิ์ไปยังสำนักงานประกันสังคมเพื่อชำระเงินสมทบที่ขาดพร้อมเงินเพิ่ม และปรับปรุงแบบภาษี ภ.ง.ด.1 ในเดือนที่มีการจ่ายเงินคลาดเคลื่อนให้ตรงตามความเป็นจริง