หนึ่งในข้อผิดพลาดที่ทำให้ SME ต้องจ่ายภาษีเพิ่มหรือถูกประเมินย้อนหลังมากที่สุด คือการไม่บวกกลับรายการค่าใช้จ่ายต้องห้ามก่อนคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีนิติบุคคล ประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี กำหนดรายการค่าใช้จ่ายที่ไม่ให้นำมาหักได้ ซึ่งนักบัญชีและเจ้าของกิจการต้องรู้จักไว้เป็นอย่างดี

รายการบวกกลับ CIT คืออะไร

รายการบวกกลับ (Add-back) คือค่าใช้จ่ายที่บริษัทบันทึกไว้ในบัญชีและนำมาหักจากรายได้แล้ว แต่ตามกฎหมายภาษีไม่อนุญาตให้นำมาหักได้ ดังนั้นก่อนจะคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีนิติบุคคล (CIT) จะต้องนำค่าใช้จ่ายเหล่านั้นกลับมาบวกเพิ่มในกำไร ทำให้กำไรทางภาษีสูงกว่ากำไรทางบัญชีในทางปฏิบัติ

ฐานกฎหมายหลักคือมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งระบุรายการค่าใช้จ่ายต้องห้ามไว้อย่างละเอียด รวมถึงมีพระราชกฤษฎีกา ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร และคำวินิจฉัยเพิ่มเติมอีกมากมาย

15 รายการบวกกลับที่ SME มักพลาด

1. รายจ่ายส่วนตัวของเจ้าของหรือผู้ถือหุ้น

ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเจ้าของกิจการ กรรมการ หรือผู้ถือหุ้น เช่น ค่าอาหาร เสื้อผ้า ท่องเที่ยวส่วนตัว ที่นำมาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท ถือเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) ต้องบวกกลับทั้งหมด

2. ค่าปรับทางภาษีและเงินเพิ่ม

ค่าปรับ เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มที่เกิดจากการยื่นภาษีล่าช้าหรือชำระภาษีไม่ครบ ไม่ว่าจะเป็น CIT, VAT, หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไม่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ตามมาตรา 65 ตรี (6)

3. ค่ารับรองที่เกินเพดานที่กฎหมายกำหนด

ค่ารับรอง (Entertainment Expense) หักได้ไม่เกิน 0.3% ของรายได้รวม หรือของทุนที่ชำระแล้ว แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า และต้องไม่เกิน 10,000,000 บาท ส่วนที่เกินเพดานต้องบวกกลับ และต้องมีใบเสร็จรับเงินและหนังสือเชิญหรือเอกสารประกอบ

4. เงินบริจาคที่ไม่ได้รับอนุญาต

การบริจาคเงินให้องค์กรที่ไม่ได้รับรองจากกรมสรรพากรว่าเป็นองค์การสาธารณกุศล ไม่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ แม้บริจาคจริงก็ต้องบวกกลับ นอกจากนี้ เงินบริจาคที่ได้รับอนุญาตก็หักได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ

5. ค่าเสื่อมราคาที่คำนวณผิดอัตรา

อัตราค่าเสื่อมราคาตามกฎหมายภาษี (พระราชกฤษฎีกาออกตามมาตรา 65 ทวิ (2)) กำหนดไว้ต่างจากมาตรฐานบัญชีในบางรายการ หากคิดค่าเสื่อมราคาสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่วนที่เกินต้องบวกกลับ

6. สำรองที่ไม่ได้รับอนุญาต

การตั้งสำรองต่างๆ เช่น สำรองหนี้สงสัยจะสูญ สำรองค่าเสื่อมราคาเพิ่มเติม หากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด ต้องนำมาบวกกลับทั้งหมด

7. ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีใบกำกับภาษีหรือหลักฐาน

ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีเอกสารหลักฐานที่เพียงพอ เช่น ไม่มีใบเสร็จ ไม่มีใบกำกับภาษี หรือเอกสารระบุผู้รับไม่ชัดเจน อาจถูกปฏิเสธการหักและต้องบวกกลับ

8. ดอกเบี้ยจ่ายในกรณีเงินกู้ยืมจากผู้ถือหุ้น

ดอกเบี้ยที่จ่ายให้ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการสำหรับเงินกู้ยืม หากอัตราดอกเบี้ยสูงเกินกว่าราคาตลาด (Arm's Length Price) ส่วนที่สูงเกินอาจถูกปฏิเสธการหักและต้องบวกกลับ

9. ค่าโฆษณาที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ

ค่าโฆษณาหรือการตลาดที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการของบริษัท หรือเป็นการโฆษณาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้

10. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ที่ต้องเสียเอง

ตัวภาษีนิติบุคคลเองไม่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ ซึ่งเป็นข้อที่เห็นชัดแต่บางครั้งยังพบว่ามีการบันทึกผิดในบัญชีค่าใช้จ่าย

11. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (รถเก๋ง) ที่ซื้อมาในนามบริษัท หักค่าเสื่อมราคาได้ไม่เกิน 1,000,000 บาท ต่อคัน (สำหรับรถที่ซื้อตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป) ส่วนที่เกินต้องบวกกลับ

12. ค่าเบี้ยประกันชีวิตของกรรมการ

เบี้ยประกันชีวิตที่บริษัทจ่ายให้กรรมการเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช่สวัสดิการพนักงานโดยรวม ไม่สามารถหักเป็นค่าใช้จ่ายได้และต้องบวกกลับ

13. เงินทดรองที่ไม่มีหลักฐานการใช้จ่าย

เงินทดรองที่จ่ายให้พนักงานแต่ไม่มีหลักฐานการใช้จ่ายคืน หากตั้งค้างอยู่นานโดยไม่มีการจัดการ อาจถูกตีความเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี

14. ค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้บุคคลธรรมดาโดยไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย

หากบริษัทจ่ายค่าบริการให้บุคคลธรรมดาแต่ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด กรมสรรพากรอาจปฏิเสธการหักค่าใช้จ่ายนั้นทั้งหมด

15. ค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มดำเนินกิจการที่ไม่ได้รับอนุญาต

ค่าใช้จ่ายบางรายการที่เกิดขึ้นก่อนเริ่มดำเนินกิจการ หากไม่เข้าเงื่อนไขที่กำหนด อาจไม่สามารถหักเป็นค่าใช้จ่ายในปีแรกได้ทั้งหมด และต้องทยอยตัดจำหน่ายตามระยะเวลาที่กำหนด

วิธีตรวจสอบรายการบวกกลับก่อนยื่น ภ.ง.ด.50

ก่อนยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ทุกปี ควรดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

  • ทบทวนค่าใช้จ่ายทุกรายการว่ามีเอกสารหลักฐานครบถ้วนหรือไม่
  • ตรวจสอบว่ามีรายการที่ต้องบวกกลับตามมาตรา 65 ตรี หรือไม่
  • เปรียบเทียบอัตราค่าเสื่อมราคาทางบัญชีกับอัตราที่กฎหมายกำหนด
  • ตรวจค่ารับรองว่าเกินเพดานหรือไม่
  • ตรวจสอบว่ามีรายจ่ายส่วนตัวปะปนในบัญชีบริษัทหรือไม่

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง รายการบวกกลับ CIT ที่ SME มักพลาด: ค่าใช้จ่ายต้องห้ามที่พบบ่อย 15 รายการ ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รายการบวกกลับคืออะไร ต่างจากค่าใช้จ่ายต้องห้ามอย่างไร

รายการบวกกลับคือค่าใช้จ่ายที่บันทึกในบัญชีแล้วแต่กฎหมายภาษีไม่อนุญาตให้หักได้ จึงต้องนำกลับมาบวกกำไรก่อนคำนวณ CIT ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับ "ค่าใช้จ่ายต้องห้าม" ตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

ค่ารับรองหักได้เท่าไหร่ และต้องมีเอกสารอะไรบ้าง

ค่ารับรองหักได้ไม่เกิน 0.3% ของรายได้รวมหรือทุนที่ชำระแล้ว แล้วแต่จำนวนใดสูงกว่า แต่รวมไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีใบเสร็จรับเงินและเอกสารแสดงความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับผู้ได้รับการรับรอง

ถ้าลืมบวกกลับรายการค่าใช้จ่ายต้องห้าม จะมีโทษอะไร

หากยื่นแบบโดยไม่บวกกลับ ทำให้เสียภาษีน้อยกว่าที่ควร เมื่อถูกตรวจสอบจะต้องเสียภาษีเพิ่ม พร้อมเบี้ยปรับ 1-2 เท่าของภาษีที่ขาด และเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือน นับจากวันครบกำหนดยื่น

ค่าเสื่อมราคารถยนต์นั่งส่วนบุคคลหักได้กี่บาท

รถยนต์นั่งส่วนบุคคลหักค่าเสื่อมราคาได้ไม่เกิน 1,000,000 บาท ต่อคัน สำหรับรถที่ซื้อตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป ส่วนที่เกินต้องบวกกลับและไม่สามารถนำไปหักในปีต่อๆ ไปได้

เงินบริจาคหักเป็นค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่

เงินบริจาคที่ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพากรหักได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ ต้องบริจาคให้องค์กรที่ได้รับการรับรองเป็นองค์การสาธารณกุศล มิเช่นนั้นต้องบวกกลับทั้งจำนวน

จ่ายค่าบริการให้บุคคลธรรมดาแต่ไม่หัก WHT จะเกิดอะไรขึ้น

กรมสรรพากรอาจปฏิเสธการหักค่าใช้จ่ายนั้นทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีความรับผิดในฐานะผู้จ่ายที่ไม่หักภาษีนำส่งตามที่กฎหมายกำหนด ต้องนำส่งภาษีที่ควรหักพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม