ธุรกิจหลายสาขามักเจอใบกำกับภาษีระบุสำนักงานใหญ่หรือสาขาผิด ทำให้ภาษีซื้อและรายงานภาษีต้องแก้ซ้ำ โดยเฉพาะเวลาซื้อของให้สาขาใหม่หรือมี vendor หลายราย

คำตอบสั้น ๆ

Branch VAT ควรเริ่มจากการแยกประเภทรายการ เอกสารต้นทาง และรายงานที่ใช้กระทบยอดให้ชัดเจนก่อนปิดเดือน ธุรกิจหลายสาขามักเจอใบกำกับภาษีระบุสำนักงานใหญ่หรือสาขาผิด ทำให้ภาษีซื้อและรายงานภาษีต้องแก้ซ้ำ โดยเฉพาะเวลาซื้อของให้สาขาใหม่หรือมี vendor หลายราย

บทความนี้เหมาะกับใคร

  • เจ้าของแฟรนไชส์หรือธุรกิจหลายสาขา
  • ผู้จัดการสาขาที่ต้องส่งยอดขายและสต๊อก
  • ทีมบัญชีที่ต้องทำ P&L รายสาขา

อ่านบทความนี้แล้วควรได้คำตอบเรื่องอะไร

  • สรุปประเด็นที่ควรรู้
  • ทำทะเบียนข้อมูลภาษีของแต่ละสาขา
  • ตรวจภาษีซื้อก่อนบันทึกบัญชี
  • ทำขั้นตอนแก้ใบกำกับภาษีผิดสาขา
  • อ่านต่อ

ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง

  • ดูยอดขายรวมโดยไม่แยกกำไรตามสาขา
  • โอนสินค้า เงินสด หรือค่าใช้จ่ายระหว่างสาขาโดยไม่มีเอกสาร
  • ไม่แยกเงินรับล่วงหน้า voucher หรือคะแนนสะสมออกจากรายได้ปกติ

ลำดับลงมือทำที่แนะนำ

  1. ตั้งรหัสสาขาให้ตรงกันทุกระบบ
  2. ทำ daily sales และ stock movement รายสาขา
  3. กระทบยอดเงินรับ สต๊อก และค่าใช้จ่ายก่อนปิดบัญชี

สรุปประเด็นที่ควรรู้

  • สำนักงานใหญ่
  • ทะเบียนสาขา
  • ภาษีซื้อรายสาขา

ทำทะเบียนข้อมูลภาษีของแต่ละสาขา

สำนักงานใหญ่ควรมีข้อมูลชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และรหัสสาขาที่ใช้แจ้ง supplier เพื่อให้ใบกำกับภาษีออกถูกตั้งแต่แรก

ข้อมูลที่ควรตั้งเป็น master data ก่อนเริ่มใช้งานคือ สำนักงานใหญ่, รหัสสาขา, ที่อยู่สาขา, เลขผู้เสียภาษี, vendor master เพราะธุรกิจหลายสาขาจะปิดบัญชีได้เร็วต่อเมื่อสำนักงานใหญ่และสาขาใช้รหัสเดียวกัน

  • สำนักงานใหญ่
  • รหัสสาขา
  • ที่อยู่สาขา
  • เลขผู้เสียภาษี
  • vendor master

ตรวจภาษีซื้อก่อนบันทึกบัญชี

เอกสารซื้อของสาขาควรถูกตรวจชื่อผู้ซื้อ ที่อยู่ สาขา วันที่ รายการสินค้า และจำนวน VAT ก่อนบันทึกเป็นภาษีซื้อ

เอกสารที่ควรเก็บเป็นชุดเดียวกันคือ ทะเบียนสาขา, ใบทะเบียน VAT, ใบกำกับภาษีซื้อ, ใบกำกับภาษีขาย, log แก้เอกสาร เพื่อให้ตรวจย้อนจากยอดขาย สต๊อก เงินสด VAT และค่าใช้จ่ายสาขาได้ครบ

  • ทะเบียนสาขา
  • ใบทะเบียน VAT
  • ใบกำกับภาษีซื้อ
  • ใบกำกับภาษีขาย
  • log แก้เอกสาร

ทำขั้นตอนแก้ใบกำกับภาษีผิดสาขา

ถ้าเอกสารผิด ต้องมี log การติดต่อ vendor และสถานะแก้ไข เพื่อไม่ให้เอกสารค้างจนถึงวันยื่น VAT

รายงานที่เจ้าของกิจการควรดูทุกเดือนคือ ภาษีซื้อรายสาขา, ภาษีขายรายสาขา, เอกสารผิดสาขา, เอกสารรอแก้, รายงาน VAT เพื่อรู้ว่าสาขาใดทำกำไรจริง สาขาใดมีเงินรั่ว และสาขาใดต้องปรับระบบก่อนขยายต่อ

  • ภาษีซื้อรายสาขา
  • ภาษีขายรายสาขา
  • เอกสารผิดสาขา
  • เอกสารรอแก้
  • รายงาน VAT

เช็กลิสต์นำไปใช้ในเดือนนี้

สิ่งที่ควรทำทันที

  • ทำ master data สาขา
  • แจ้งข้อมูลให้ vendor
  • ตรวจใบกำกับภาษีก่อนปิด VAT
  • ติดตามเอกสารผิด
  • รีวิวรายงานภาษีรายสาขา

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับผู้ประกอบการ SME การบันทึกบัญชีและภาษีของแต่ละกิจการควรพิจารณาจากเอกสารจริง สัญญา และข้อเท็จจริงของรายการ หากมีรายการเฉพาะควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ใบกำกับภาษีออกสำนักงานใหญ่แทนสาขาใช้ได้ไหม

ต้องตรวจหลักเกณฑ์และข้อเท็จจริงของสถานประกอบการที่เกี่ยวข้อง หากข้อมูลสาขาไม่ถูกต้องควรให้บัญชีตรวจความเสี่ยงก่อนใช้

เปิดสาขาใหม่ต้องแจ้ง vendor ทุกเจ้าหรือไม่

ควรแจ้ง vendor ที่ซื้อของหรือบริการให้สาขานั้น เพื่อป้องกันใบกำกับภาษีผิดตั้งแต่เริ่มต้น

ควรส่งอะไรให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน

ควรส่งรายงานยอดขายรายสาขา รายงาน POS รายงานรับเงิน รายงานโอนสต๊อก ใบกำกับภาษีซื้อขาย ใบหัก ณ ที่จ่าย และ bank statement ของสำนักงานใหญ่กับสาขาที่เกี่ยวข้อง

ควรเริ่มปรับระบบจากจุดไหนก่อน

ตั้งรหัสสาขาให้ตรงกันทุกระบบ จากนั้นรวบรวมเอกสารและรายงานที่เกี่ยวข้องให้ครบก่อนกระทบยอดกับธนาคารและรายงานภาษี

สำนักงานบัญชีช่วยตรวจเรื่องนี้ได้อย่างไร

ช่วยตรวจโครงสร้างเอกสาร วิธีบันทึกบัญชี ภาษีที่เกี่ยวข้อง รายงานกระทบยอด และประเด็นผิดปกติก่อนปิดบัญชีรายเดือน