ในการทำธุรกิจซื้อขายสินค้าหรือให้บริการแบบให้เครดิต (Credit Term) ปัญหาการเจอ "หนี้เสีย หรือหนี้ค้างชำระนาน" เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

เมื่อถึงจุดหนึ่งที่มั่นใจว่าทวงถามอย่างไรก็ไม่ได้เงินคืน บริษัทจำเป็นต้องตัดบัญชีลูกหนี้นั้นออกไป

แต่ทราบหรือไม่ว่าการลง "จำหน่ายหนี้สูญ (Bad Debt Write-Off)" ในทางบัญชี เพื่อลดกำไรนั้น หากทำไม่ถูกหลักเกณฑ์สรรพากรจะถือเป็น "รายจ่ายต้องห้าม" และโดนบวกกลับไปคิดภาษีทันที

สารบัญบทความ
  1. ความต่างของ "หนี้สงสัยจะสูญ" vs "หนี้สูญ"
  2. หลักเกณฑ์การตัดหนี้สูญตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 374 พ.ศ. 2564)
  3. ตารางสรุปเกณฑ์การตัดหนี้สูญทางภาษี
  4. สรุปคำแนะนำปฏิบัติ
  5. ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
  6. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ความต่างของ "หนี้สงสัยจะสูญ" vs "หนี้สูญ"

  • หนี้สงสัยจะสูญ (Doubtful Accounts): เป็นการคาดการณ์ทางบัญชีว่าจะทวงไม่ได้ โดยตั้งเป็น "สำรองหนี้สูญ" ในงบการเงิน รายการนี้ในทางภาษี ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม 100% (ต้องบวกกลับตอนคำนวณภาษีประจำปี)
  • หนี้สูญ (Bad Debt): คือการตัดบัญชีลูกหนี้รายนั้นออกไปอย่างถาวรตามเกณฑ์กฎหมาย ซึ่งหากทำตามเกณฑ์กฎกระทรวง ฉบับที่ 186 จะสามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้จริง

หลักเกณฑ์การตัดหนี้สูญตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 374 พ.ศ. 2564)

สรรพากรแบ่งเกณฑ์การตัดหนี้สูญเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีออกเป็น 3 ระดับ ตามมูลค่าหนี้ของลูกหนี้แต่ละราย ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 374 (พ.ศ. 2564)

ซึ่งใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

(ทุกระดับต้องเป็นหนี้จากการประกอบกิจการตามปกติ เคยนำมารวมคำนวณเป็นรายได้แล้ว และยังไม่ขาดอายุความ) ดังนี้:

ระดับที่ 1: หนี้มีจำนวนไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย (ระดับเล็ก)

เป็นเกณฑ์ที่ง่ายที่สุด เหมาะสำหรับหนี้การค้าทั่วไปของ SME มีขั้นตอนปฏิบัติคือ:

  1. ต้องทวงถามหนี้ตามสมควรแก่กรณีแล้ว โดยมีหลักฐานการติดตามทวงถามชัดเจน (แนะนำเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อย 2 ครั้ง เช่น จดหมายทวงถามพร้อมใบตอบรับไปรษณีย์)
  2. แต่ไม่ได้เงินคืน และหากจะฟ้องร้องคดี ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องน่าจะสูงกว่ายอดหนี้ที่จะได้รับคืน
  3. ไม่ต้องฟ้องร้องคดีต่อศาล ผู้จัดการหรือกรรมการผู้จัดการมีอำนาจสั่งอนุมัติให้จำหน่ายเป็นหนี้สูญได้เลย

ระดับที่ 2: หนี้มีจำนวนเกิน 200,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาทต่อราย (ระดับกลาง)

มีขั้นตอนที่เข้มงวดขึ้นมาอีกระดับ:

  1. ต้องติดตามทวงถามหนี้อย่างมีหลักฐานส่งเป็นหนังสือตอบรับแล้วไม่ได้เงินคืน
  2. ต้องดำเนินการฟ้องร้องทางกฎหมาย ในคดีแพ่ง หรือยื่นคำขอเฉลี่ยหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง หรือฟ้องคดีล้มละลาย/ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายก็ได้
  3. เมื่อศาลมีคำสั่งรับฟ้อง หรือรับคำขอเฉลี่ยหนี้/คำขอรับชำระหนี้แล้ว บริษัทจึงจะสามารถจำหน่ายเป็นหนี้สูญได้ โดยไม่ต้องรอคำพิพากษาถึงที่สุด
  4. กรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการต้องมีคำสั่งอนุมัติให้จำหน่ายหนี้สูญ ภายใน 30 วัน นับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

ระดับที่ 3: หนี้มีจำนวนเกิน 2,000,000 บาทต่อราย (ระดับใหญ่)

เป็นพิกัดหนี้ขนาดใหญ่ที่สรรพากรตรวจสอบละเอียดที่สุด โดยต้องมีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ (นอกเหนือจากเงื่อนไขพื้นฐานร่วม):

  1. เส้นทางบังคับคดีแพ่ง: ฟ้องคดีแพ่งจนศาลออกหมายบังคับคดีแล้ว และมีรายงานการบังคับคดีครั้งแรกของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่แสดงว่าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินจะชำระหนี้ได้ — ไม่จำเป็นต้องบังคับคดีจนถึงที่สุดหรือรอคำพิพากษาถึงที่สุด (นี่คือจุดที่กฎกระทรวงฉบับที่ 374 ผ่อนคลายจากเกณฑ์เดิม)
  2. เส้นทางล้มละลาย: ศาลมีคำสั่งเห็นชอบการประนอมหนี้กับลูกหนี้ หรือลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายและมีการแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ครั้งแรกหรือศาลมีคำสั่งปิดคดีแล้ว
  3. กรณีอื่น: ลูกหนี้ถึงแก่ความตายหรือสาบสูญและไม่มีทรัพย์สินจะชำระหนี้ได้ หรือลูกหนี้เลิกกิจการและมีเจ้าหนี้บุริมสิทธิรายอื่นเรียกเก็บก่อนจนไม่เหลือทรัพย์สินพอชำระ

ข้อมูล ณ ปี 2569 สรุปจากตัวบทกฎกระทรวงฉบับที่ 374 (พ.ศ. 2564) ที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) เงื่อนไขและเอกสารประกอบอาจมีรายละเอียดเพิ่มเติมตามแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร

ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนดำเนินการจริง

ตารางสรุปเกณฑ์การตัดหนี้สูญทางภาษี

ยอดหนี้ต่อราย ข้อบังคับทางกฎหมาย เอกสารหลักฐานสำคัญที่สรรพากรตรวจ
ไม่เกิน 200,000 บาท ทวงถามตามสมควรแล้ว + ฟ้องร้องไม่คุ้มค่าใช้จ่าย (ไม่ต้องฟ้องศาล) หนังสือทวงถาม (แนะนำอย่างน้อย 2 ครั้ง พร้อมใบตอบรับไปรษณีย์), บันทึกเหตุผลที่ฟ้องร้องไม่คุ้ม
เกิน 200,000 - 2,000,000 บาท ฟ้องแพ่ง/ล้มละลาย + ศาลมีคำสั่งรับฟ้องแล้ว (ไม่ต้องรอคำพิพากษา) + มติกรรมการอนุมัติภายใน 30 วันหลังสิ้นรอบบัญชี ใบรับคำฟ้อง/คำสั่งรับคำขอของศาล, มติกรรมการอนุมัติ
เกิน 2,000,000 บาท หมายบังคับคดี + รายงานการบังคับคดีครั้งแรกของเจ้าพนักงานบังคับคดี (ไม่ต้องบังคับคดีจนถึงที่สุด) หรือคำพิพากษาล้มละลาย + แบ่งทรัพย์สิน/ปิดคดี หมายบังคับคดี, รายงานเจ้าพนักงานบังคับคดี, คำพิพากษาล้มละลาย (ถ้ามี)

การปรับปรุงภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของหนี้สูญ

นอกจากประโยชน์ในด้านภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว เมื่อจำหน่ายหนี้สูญที่เสีย VAT ไปแล้วได้สำเร็จอย่างถูกกฎหมาย บริษัทมีสิทธิ์นำ

ภาษีขายที่เคยนำส่งสรรพากรไปแล้วในอดีตมาหักออกจากภาษีขายในเดือนที่ตัดหนี้สูญได้ (ทำผ่านแบบ ภ.พ.30)

ซึ่งเป็นการช่วยดึงกระแสเงินสดคืนกลับมาให้แก่กิจการ

สรุปคำแนะนำปฏิบัติ

ก่อนจะทำการตัดหนี้สูญออกจากระบบบัญชี 1) ตรวจสอบขนาดหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายเพื่อเลือกขั้นตอนให้ถูกระดับ 2) จัดเตรียมหลักฐานการทวงหนี้ เช่น

จดหมายแจ้งหนี้และใบตอบรับไปรษณีย์เก็บไว้ทุกครั้ง และ 3)

ทำงานประสานงานร่วมกับสำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีเพื่อเตรียมเอกสารฟ้องร้องหรือสืบทรัพย์ให้ครบถ้วนก่อนจะลงมติจำหน่ายหนี้สูญปลายปี

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง วิธีจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีให้ถูกต้องตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 374 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 186 (ไม่โดนบวกกลับ) ควรใช้เป็นแนวทางจัดระบบเอกสารและตัวเลขจริง

ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์เท่านั้น

เพราะคุณภาพบัญชีวัดจากการกระทบยอดได้และเจ้าของกิจการนำตัวเลขไปตัดสินใจได้

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • รวบรวมเอกสารขาย ซื้อ ค่าใช้จ่าย ธนาคาร และรายการเจ้าของสำรองจ่ายให้ครบตามรอบเดือน
  • กระทบยอดรายงานบัญชีกับรายการเดินบัญชีธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ สต๊อก และสินทรัพย์
  • ตรวจว่ารายงานที่ได้รับช่วยตอบคำถามธุรกิจได้ เช่น กำไร กระแสเงินสด ภาษีค้างจ่าย และเอกสารที่ยังขาด

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • ส่งเอกสารให้บัญชีเฉพาะตอนใกล้ยื่นภาษีหรือปิดงบ ทำให้แก้รายการผิดยาก
  • บันทึกค่าใช้จ่ายโดยไม่มีใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หรือหลักฐานผู้รับเงินชัดเจน
  • ดูเฉพาะกำไรขาดทุน แต่ไม่ตรวจเงินสด ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และภาษีที่ต้องจ่ายจริง

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การจัดระบบเอกสารและส่งข้อมูลให้สำนักงานบัญชีตรวจสม่ำเสมอมีข้อดีอย่างไร?

ช่วยให้กิจการมีงบการเงินและตัวเลขที่อัปเดตสำหรับใช้วิเคราะห์ผลกำไรขาดทุนและสภาพคล่องเพื่อตัดสินใจทางธุรกิจได้ทันท่วงที

อีกทั้งยังช่วยให้สามารถตรวจพบข้อผิดพลาดหรือเอกสารสูญหายได้เร็ว และปิดงบการเงินประจำปีได้เสร็จทันตามที่กฎหมายกำหนด

เอกสารขั้นพื้นฐานที่ผู้ประกอบการนิติบุคคลต้องรวบรวมเพื่อส่งทำบัญชีรายเดือนประกอบด้วยอะไรบ้าง?

เอกสารรายได้ (ใบกำกับภาษีขาย, ใบเสร็จรับเงิน), เอกสารรายจ่าย (ใบกำกับภาษีซื้อ, ใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จรับเงินค่าใช้จ่าย), หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ),

ใบแสดงรายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement),

และเอกสารเกี่ยวกับการจ้างงานและประกันสังคม

หากข้อมูลในงบทดลองหรือบัญชีแยกประเภททั่วไปไม่ตรงกับหลักฐานภายนอก ควรมีขั้นตอนตรวจสอบอย่างไร?

ให้เริ่มทำรายการกระทบยอด (Reconciliation) ระหว่างบัญชีคุมในแยกประเภทกับเอกสารภายนอก เช่น ยอดเงินฝากธนาคารกับ Bank Statement, ยอดลูกหนี้/เจ้าหนี้การค้ากับใบเสร็จค้างรับ/ค้างจ่าย

เพื่อหาจุดคลาดเคลื่อนของตัวเลขและทำการบันทึกปรับปรุงบัญชีให้ถูกต้อง

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง วิธีจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีให้ถูกต้องตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 374 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 186 (ไม่โดนบวกกลับ)

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ วิธีจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีให้ถูกต้องตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 374 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 186

(ไม่โดนบวกกลับ) พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล

งานบัญชีและภาษีของธุรกิจเฉพาะทางมักมีรายละเอียดที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป จึงควรมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทีม A Plus Me มี

บริการให้คำปรึกษาด้านบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจแต่ละประเภทให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม